เมื่อประตูหินเปิดออก ม่านพลังโบราณก็ไหลพวยพุ่งออกมาราวกับลมหายใจจากกาลเวลา ทั้งสี่เดินเข้าสู่โพรงถ้ำที่เต็มไปด้วยผนังสลักลวดลายศึกโบราณ—ภาพของนักรบ มวยท่าแปลกตา และสัตว์ประหลาดที่ถูกจองจำด้วยเวทมนตร์
“ที่นี่…เหมือนถูกสร้างมาเพื่อทดสอบใครบางคน” อรพิณเอ่ยพลางลูบลายสลัก เธอดูไม่ไว้ใจสถานที่นี้เลยสักนิด
ทันใดนั้น แสงที่พื้นก็สว่างวาบเป็รูปวงเวท ก่อนจะดูดกล้าแยกออกจากพวกพ้อง
เขาตื่นขึ้นมาในลานประลองหินกว้างใหญ่ เพียงลำพัง
เสียงทุ้มของชายชราดังขึ้นในหัวเขา—เสียงของ อาจารย์สุริยา
“กล้า...หากเ้าคิดว่ากำลังเดินตามรอยข้า เ้าจะพ่าย แต่หากเ้ารู้ว่าตัวเ้าเป็ใคร เ้าจะชนะ”
ศัตรูของกล้าปรากฏ—เงาร่างนักมวยที่คล้ายเขาเอง
มันใช้ท่ามวยเดียวกัน แต่สมบูรณ์แบบและไร้ความลังเล ทุกการโจมตีคือความเกรี้ยวกราดราวพายุหมัด
กล้าถูกกดดันอย่างหนัก ความกลัว ความลังเล และคำถามในใจหลั่งไหล
แต่เมื่อเขาหลับตา เขาเห็นใบหน้าอาจารย์ และแววตาของทศพล อรพิณ และชาลี—คนที่ยืนข้างเขาแม้ไม่มีสายเืเดียวกัน
กล้าลืมตาขึ้น ใช้ท่ามวยของตนเองดัดแปลงเล็กน้อย ผสมความคิดสร้างสรรค์และการเคลื่อนไหวที่เป็ "ตัวเขา"
หนึ่งศอกสวนเข้ากลางร่างเงา และศัตรูที่คล้ายเขาก็สลายหายไป
เมื่อกล้ากลับมาหาพวกพ้อง ร่างของเขาเปล่งแสงอ่อน ๆ
เขาได้รับ "มัดมรณะ"—กระบวนท่าที่สาบสูญไปจากตำรา และจะใช้ได้เพียงครั้งเดียวในยามคับขัน
“ข้ารู้แล้วว่าข้าต้องปกป้องอะไร...และจะไม่มีวันถอย” กล้าพูด พลางกำหมัดแน่น
ตอนจบของบทนี้คือเสียงกึกก้องจากใต้ถ้ำ และเงาร่างั์ปรากฏบนผนัง—สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญต่อไป...ไม่ใช่เพียงศัตรูภายนอก แต่คือคำสาปแห่งแผ่นดิน