ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสีหน้าของหลี่เฟิงกับหลี่ซีหยานนั้นราวกับกินยาขมเข้าไปส่วนแม่เฒ่าหลี่นั้นมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น
“มีอะไรรึเปล่าครับ”ไป่เจ๋อหันไปถามหลี่ซีหยานที่แสดงอาการมากที่สุด
“เ้านั่นมันเป็พวกวิปลาสศิษย์ของมันแต่ละคนล้วนเป็เด็กหนุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป ศิษย์ส่วนใหญ่มีอายุไม่เกิน25 ปี ตอนผมไปงานประมูลสิ่งของครั้งก่อนที่สมาคมการค้าผมดันไปเจอมันเข้าตอนไปเข้าห้องน้ำ ดีที่ว่าปู่หลี่เฟิงตามมาช่วยไว้ไม่งั้นคงเสร็จมันไปแล้ว” หลี่ซีหยานเล่าไปด้วย หน้าของเขาซีดลงอย่างเห็นได้ชัดซึ่งไป่เจ๋อคาดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็แผลใจของหลี่ซีหยานแน่นอน
“จากที่เล่ามาแสดงว่าเขาเป็ชายที่ฝึกปราณหยินสินะ ทำให้ผมคิดถึงแม่เฒ่าถ้ำปรภพขึ้นมาเลย”ไป่เจ๋อพูดขึ้น
หลี่ซีหยานหลี่เฟิงและหลี่โจวหม่าต่างทำหน้าสงสัยพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อแม่เฒ่าถ้ำปรภพมาก่อน ด้วยความสงสัยหลี่โจวหม่าจึงถามขึ้น
“หมอไป่แม่เฒ่าถ้ำปรภพที่ว่านั่นเป็แบบเดียวกับเหลาเหล่ารึ” หลี่โจวหม่าถาม
“จากที่ฟังมาดูเหมือนจะหนักกว่าครับ รายนั้นน่ะลักพาตัวชายหนุ่มหน้าตาดีั้แ่ 15-30 ปีจากนั้นแช่แข็งเอาไว้ เพื่อไม่ให้หนีและอยู่ในสภาพจำศีล หากปรารถนาจะหลับนอนกับคนไหนก็แค่ใช้วิชาปลุกขึ้นมา พอเสร็จกิจแล้วก็ป้อนอาหารและนำไปแช่แข็งอีกรอบที่ถ้ำปรภพของแม่เฒ่ามีชายหนุ่มถูกจองจำในนั้นน่าจะประมาณ 3 พันคนได้มั้งครับ”ไป่เจ๋อเล่าถึงสิ่งที่เขาััมาตอนเดินทางไปช่วยเฉินลี่พี่บุญธรรมของเขาในทวีปต้าเซียน
สาเหตุที่เขาพูดเื่นี้ก็เพื่อ้าดูปฏิกิริยาของหลี่ซีหยานและหลี่ซีหยานก็หน้าซีดยิ่งกว่าเดิม ในใจเขาคิดว่า “บัดซบยังมีพวกวิปลาสกว่าเหลาเหล่าอีกเหรอ เราคงไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ได้ซะแล้ว”
“แต่ไม่ต้องห่วงหรอกครับอาจารย์ของผมเล่าว่าแม่เฒ่าผู้นั้นตายไปได้พันกว่าปีแล้ว”ไป่เจ๋อยิ้มหลังเห็นปฏิกิริยาของหลี่ซีหยาน
“เฮ้อดีแล้ว หากคนแบบนั้นยังอยู่ พวกเราคงเหมือนลูกแกะที่รอวันถูกหมาป่าอย่างมันขย้ำแน่ๆ” หลี่ซีหยานถอนหายในอย่างโล่งอก
“ว่าแต่หมอไป่มีปัญหาอะไรกับเหลาเหล่ารึเปล่า”หลี่โจวหม่าถามขึ้น เพราะการถามถึงเหลาเหล่าขึ้นมานั้นมีเพียง 2 กรณีหนึ่งคือ้าแก้แค้น สองคือ้าการปกป้องคุ้มภัย
“ลูกศิษย์ของเขามีปัญหากับผมน่ะไม่ทราบว่าแม่เฒ่าหลี่พอจะออกหน้าคุยเื่นี้กับเหลาเหล่าไม่ให้เขามายุ่งเื่นี้ได้ไหมครับ”ไป่เจ๋อบอกสิ่งที่เขา้าทันที
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ได้สิ เื่นี้ฉันจะออกหน้าให้เอง หมอไป่ไม่ต้องเป็ห่วงแต่ว่าหลังจากนี้พอจะกรุณามาเยี่ยมเยือนที่ตระกูลหลี่ของฉันได้รึเปล่า”หลี่โจวหม่าตอบตกลง และเชิญไป่เจ๋อให้ไปเยี่ยมเยือนที่ตระกูลของเธอ
“หือหรือว่ามีคนป่วยแบบแม่เฒ่าหลี่อีกหรือครับ” ไป่เจ๋อถาม
“ไม่มีหรอกแต่จากความสามารถของหมอไป่ ฉันอยากให้ท่านหมอช่วยชี้แนะรุ่นเยาว์ของตระกูลเหลนสาวของฉันสนใจเกี่ยวกับพวกสมุนไพรและการปรุงโอสถอย่างมากแต่เธอค่อนข้างจะหยิ่งทะนงตนมากเกินไปฉันเลยอยากให้ท่านหมอช่วยทำลายความทะนงตนของเหลนสาวฉันและทำให้เธอได้เห็นว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าแน่นอนว่าฉันไม่ได้ให้ท่านหมอช่วยฟรี ๆ หรอกนะ หากช่วยดัดนิสัยเหลนสาวของฉันได้ฉันยินดีช่วยเหลือทุกเมื่อหากท่านหมอมีเื่เดือดร้อนหรือหากท่านหมอชอบพอเหลนสาวของฉันฉันก็ยินดียกให้ตบแต่งเป็สามีภรรยากันเลยก็ยังได้”หลี่โจวหม่าอธิบายถึงสาเหตุให้ไป่เจ๋อฟังแต่่ท้ายก็ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าแม่เฒ่าหลี่คงคิดจะรวบหัวรวบหางเขาให้กับเหลนสาวเป็แน่
“เอาเป็ว่าผมขอเบอร์ติดต่อไว้แล้วกันครับหากผมว่าง ผมจะแวะไปนะครับ ส่วนเื่แต่งงานตอนนี้ผมเป็แค่เด็กอายุ 15เื่นี้คงต้องพักไว้ก่อน” ไป่เจ๋อกล่าว
แม่เฒ่าหลี่ให้หลี่ซีหยานเขียนเบอร์ติดต่อและยื่นให้กับไป่เจ๋อ ระหว่างที่ไป่เจ๋อยื่นมือไปรับเขาลองใช้ปราณสำรวจหลี่ซีหยานดู ก่อนจะยกยิ้มขึ้น
“ฝึกกล้ามเนื้อน้อยเกินไปการควบคุมปราณยังไม่ค่อยดี ทำให้ไม่สามารถต่อสู้เป็เวลานานได้ควรเพิ่มที่ถ่วงน้ำหนักแขนและขาในระหว่างฝึกกล้ามเนื้อกับฝึกการควบคุมกับควบแน่นปราณ ที่จะแนะนำมีเพียงเท่านี้”ไป่เจ๋อกล่าวทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องผ่าตัดไป
“หลี่เฟิง”หลี่โจวหม่าเอ่ยเรียก
“ขอรับ”หลี่เฟิงขานรับ
“ทำตามที่ท่านหมอไป่บอกหวังว่าเหลนคงไม่โกรธย่าทวดคนนี้ใช่ไหม นี่เพื่ออนาคตของเหลนเอง”หลี่โจวหม่าพูดพร้อมกับมองมาทางหลี่ซีหยานด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนหากแต่ดวงตาบ่งบอกว่าไม่มีการอุทธรณ์ใด ๆ สำหรับคำสั่งนี้
“ครับย่าทวด” หลี่ซีหยานได้แต่ก้มหน้ารับการฝึกนี้เพียงเท่านั้นแต่เขาก็ไม่ได้โกรธคนที่แนะนำเื่นี้กับย่าทวดเพราะเขารู้ตัวเองดีว่าหากเทียบกับหลี่ไป๋ที่เป็พี่ชายแล้วเขาสู้ยืดเยื้อเป็เวลานาน ๆ ไม่ได้ หรือจะปะทะกับพวกที่ตัวใหญ่กว่าก็ไม่ได้ซึ่งจุดอ่อนจุดนี้ไป่เจ๋อเพียงแค่มองเขาเพียงผ่าน ๆ ก็สามารถบอกได้ ตอนนี้เขาเริ่มคิดแล้วว่าหากเขาอยากแข็งแกร่งกว่าหลี่ไป๋และหลี่เหมยมีแต่จะต้องผูกมิตรกับไป่เจ๋อให้ได้
ด้านไป่เจ๋อหลังออกมาจากห้องผ่าตัดเขาพบคน ๆ หนึ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี คนคนนั้นคือเมิ่งตงนั่นเองโดยเมิ่งตงเดินมาพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง ไว้ผมหางม้ารวบไว้ด้านหลังเส้นผมและดวงตาสีน้ำตาล อยู่ในชุดพนักงานออฟฟิศเพียงแค่เห็นไป่เจ๋อรู้สึกว่าจิติญญาของเขากำลังสั่นสะท้านหัวใจของเขาเต้นแรงโดยที่เขาไม่สามารถควบคุมมันได้
‘หรือนี่ที่จะเป็สิ่งที่เรียกว่ารักแรกพบแต่บรรยากาศของนางเหมือนกับชิงเอ๋อราวกับเป็คนคนเดียวกัน’ ไป่เจ๋อคิดพร้อมกับนึกถึงใบหน้าของคนรักของเขาเมื่อนานมาแล้วด้วยเพราะบรรยากาศของหญิงสาวตรงหน้ากับคนรักของเขานั้นเหมือนกันไม่มีผิด
“คุณปู่เมิ่งสวัสดีครับ” ไป่เจ๋อเดินเข้าไปกล่าวทักทายเมิ่งตงทำให้เมิ่งตงและหญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ หันมาหาเขา
“โอ้อาจารย์ไป่นั่นเอง มาทำอะไรที่นี่ล่ะ หรือว่าป่วย ให้ฉันแนะนำหมอดี ๆ ให้เอาไหม”เมิ่งตงถาม
“พอดีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่โรงเรียนนิดหน่อยครับอาจารย์ของผมเลยให้มาเช็คร่างกายให้แน่ใจว่าไม่เป็อะไร” ไป่เจ๋อตอบ
“งั้นเหรอดีแล้วที่ไม่เป็อะไร อ้อ จริงสินี่หลานสาวของฉัน ชื่อ ชิงชิง”เมิ่งตงผายมือไปยังหญิงสาวที่อยู่ด้านข้างพร้อมกับดวงตาของไป่เจ๋อที่ทอประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง
“ฉันชื่อเมิ่งชิงชิงยินดีที่ได้รู้จักนะคะอาจารย์ไป่”ชิงชิงกล่าวแนะนำตัวแล้วยื่นมือออกไปเพื่อที่จะจับมือทักทายเด็กหนุ่มตรงหน้าเธออดแปลกใจกับตัวเองไม่ได้ ทำไมเธอถึงรู้สึกใจเต้นแรงอีกทั้งยังรู้สึกคุ้นเคยกับคนตรงหน้าอย่างมาก
“เช่นกันครับ”ไป่เจ๋อจับมือของเมิ่งชิงชิงตามมารยาท
“อ้อชิงชิง อาจารย์ไป่เขากำลังจะเข้าไปเรียนที่ศูนย์ฝึกของ LSA ด้วยยังไงฝากดูแลด้วยล่ะ” เมิ่งตงกล่าวเปิดประเด็นขึ้น
“เอ๋กำลังจะได้เป็ดาราเหรอคะ” เมิ่งชิงชิง หันมาถามไป่เจ๋อ
“ครับคุณเฉินเฟิงถามผมว่าอยากเข้าวงการบันเทิงรึเปล่า แน่นอนว่านี่คือความฝันของผมเลยครับ”ไป่เจ๋อตอบ
“งั้นเหรอฉันเองก็กำลังทดลองงานที่ LSA เหมือนกัน ตอนนี้ก็มาอยู่ที่ศูนย์ฝึกของ LSA พอดีถ้าอาจารย์ไป่ต้องไปที่นั่นประจำ ฉันจะช่วยดูแลเองค่ะ มีอะไรก็มาหาฉันได้นะคะ”เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ดีๆ ๆ อ้อ ชิงชิง เดี๋ยวปู่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน หลานกับไป่เจ๋อไปรอที่หน้าห้องตรวจชั้น4 ก่อนนะ เดี๋ยวปู่ตามไป” เมิ่งตงกล่าวจบก็แยกตัวไปห้องน้ำ
ส่วนไป่เจ๋อนั้นถามเมิ่งชิงชิงหลายเื่เกี่ยวกับวงการบันเทิงระหว่างที่พวกเขาขึ้นลิฟต์ไป แต่จู่ ๆ ก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ไฟฟ้าดับและลิฟต์ก็หยุดการทำงานลง
กึง
“เอ๋ทำไงดีล่ะ ไฟสำรองล่ะ ทำไมยังไม่มา”ชิงชิงเริ่มตื่นตระหนกทันทีที่เห็นว่าไฟสำรองไม่ทำงาน แม้แต่สัญญาณสื่อสารเองก็ล่มหากเป็อย่างนี้ เธอก็ไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือใครได้
ส่วนไป่เจ๋อรีบส่งปราณสำรวจดูสภาพโดยรอบเขาพบว่าตอนนี้ลิฟต์ค้างอยู่ระหว่างชั้น 2 กับ 3 เขาจึงเดินไปที่ประตูลิฟต์โดยมีชิงชิงที่กำลังใช้ไฟฉายจากสมาร์ทโฟนส่องให้ความสว่างอยู่ไม่ไกล
“พี่ชิงชิงถอยออกมาจากประตูลิฟต์หน่อยครับ” ไป่เจ๋อพูดขึ้น ตอนนี้ในลิฟต์มีเพียงแสงจากไฟฉายที่สมาร์ทโฟนของชิงชิงไป่เจ๋อไม่รอให้ชิงชิงตอบกลับมาเขาก็เดินมาถึงประตูลิฟต์แล้ว
“ว๊ายดะ...เดี๋ยวสิอาจารย์ไป่ ฉันยังอยู่หน้าประตูลิฟต์...นะ”เมิ่งชิงชิงร้องขึ้นด้วยความใ เพราะตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังแนบชิดกับไป่เจ๋อความรู้สึกแปลก ๆ เกิดขึ้นกับเธออีกครั้ง มือของเธอที่ไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนสุดท้ายก็วางไว้บนแผ่นอกของอีกฝ่ายที่พอเธออยู่ใกล้แล้วกลับพบว่าเขาสูงกว่าเธอมากจริงๆ
‘ผ...ผลักไม่ออกเลยแรงเยอะอะไรขนาดนี้เนี่ย นี่ใช่เด็กอายุ 15 จริง ๆ เหรอเนี่ย หือ กลิ่น...’ชิงชิงที่พยายามจะผลักไป่เจ๋อออกหยุดชะงักลง เมื่อเธอได้กลิ่นจากตัวของไป่เจ๋อมันทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดก่อนจะแนบหน้าลงกับแผ่นอกของไป่เจ๋อเพื่อสูดดมกลิ่นหอมเย็นที่ทำให้เธอสบายใจโดยที่ไป่เจ๋อไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิด
“พี่ชิงชิงเรียกผมว่าไป่เจ๋อก็ได้ครับไม่ต้องเติมคำว่าอาจารย์นำหน้าก็ได้แล้วก็ไม่ต้องกลัวนะครับเดี๋ยวขยับออกไปด้านข้างแล้วช่วยส่องไฟให้ผมที”ไป่เจ๋อกล่าวขึ้น
เสียงของไป่เจ๋อทำให้ชิงชิงได้สติเธอขยับออกไปด้านข้างและใช้ไฟฉายจากสมาร์ทโฟนส่องไปทางประตูลิฟต์ให้หลังจากนั้นสิ่งที่ชิงชิงเห็นคือ ไป่เจ๋อใช้มือง้างประตูลิฟต์ออกจนส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดก่อนประตูลิฟต์ที่ปิดแน่นจะถูกเปิดออกราวกับว่าไป่เจ๋อกำลังเปิดประตูปกติ
เมื่อประตูลิฟต์ถูกเปิดออกทำให้พบว่าพวกเธออยู่ระหว่างชั้น 2 กับชั้น 3 ก่อนจะเห็นไป่เจ๋อหันมายิ้มให้กับเธอเขาย่อเข่าลงหน้าประตูลิฟต์
“พี่ชิงชิงเหยียบบ่าผมขึ้นไปนะครับแล้วมุดออกไปที่ชั้น 3 เลย เดี๋ยวผมตามออกไปครับ” ไป่เจ๋อตบที่บ่าของตัวเองนี่ทำให้ชิงชิงรู้สึกอุ่นวาบในใจ เธอไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อน
จากนั้นเธอก็ค่อยๆ เหยียบลงบนบ่าของไป่เจ๋อเบา ๆ ด้วยความเขินอาย เพราะวันนี้เธอใส่กระโปรงมาถึงจะมีกางเกงขาสั้นรัดรูปใส่ไว้อีกชั้นแล้วก็ตาม
ไป่เจ๋อยืนขึ้นเพื่อให้ชิงชิงจับที่พื้นของชั้น3 ก่อนใช้มือช่วยเป็แท่นให้ชิงชิงเหยียบ และคลานขึ้นไปส่วนเขานั้นก็ะโจับพื้นชั้น 3 แล้วคลานตามออกมา
“พวกเธอเป็อะไรไหม”มีพยาบาลคนหนึ่งเห็นคนคลานออกมาจากลิฟต์จึงได้รีบเข้ามาสอบถามและตรวจร่างกายเบื้องต้นของทั้ง2 คน
“ไม่เป็ไรค่ะว่าแต่เมื่อกี้แผ่นดินไหวเหรอคะ” ชิงชิงถาม
“ใช่ค่ะตอนนี้วุ่นวายกันใหญ่ ระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าสำรองเองก็ขัดข้องค่ะ” พยาบาลบอก
“ปู่จะเป็อะไรไหมนะเห็นว่าจะไปเข้าห้องน้ำ” ชิงชิงกล่าวขึ้น นั่นทำให้พยาบาลทำหน้าตื่นตระหนกทันที
“คุณปู่ของคุณไปเข้าห้องน้ำชั้นไหนคะ”พยาบาลถาม
“น่าจะชั้น1 ค่ะ” เมิ่งชิงชิงตอบ ก่อนจะเห็นพยาบาลหน้าซีดเผือด
“ตะ...ตอนนี้ห้องน้ำชั้น1 ทั้งฝ้ากับเพดานถล่มลงมา ส่วนห้องน้ำชั้น 2 ก็ถล่มลงไปชั้น 1 ค่ะ”พยาบาลพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่ห้องน้ำชั้น 1ทำให้ชิงชิงรีบออกวิ่งไปยังบันไดเพิ่อไปชั้น 1 ทันที โดยมีไป่เจ๋อวิ่งตามไปด้วย
ที่หน้าห้องน้ำชั้น1 ถูกกันไม่ให้ใครเข้าไป ตอนนี้ประตูทางเข้าห้องน้ำถูกขวางด้วยเศษวัสดุของห้องน้ำจากชั้น2 ซึ่งภาพตรงหน้านี้ทำให้แข้งขาของชิงชิงอ่อนแรงจนทรุดตัวลงกับพื้น
“คุณปู่ยังปลอดภัยดีอยู่รึเปล่าค่ะ” ชิงชิงะโด้วยความหวังว่าปู่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ทุกคนที่อยู่รอบข้างต่างรู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุสลดขึ้น
“มีคนอยู่ในห้องน้ำด้วยเหรอโชคร้ายจัง”
“น่าสงสารคงไม่รอดแล้วล่ะ”
“นั่นสิห้องน้ำชั้น 2 ถล่มลงมาด้วย ไม่น่าจะรอดแล้ว”
“พี่ชิงชิงสงบสติลงก่อน” ไป่เจ๋อจับไปที่ไหล่ของเชิงชิงเธอร้องไห้และซบหน้าลงกับอกของไป่เจ๋อ ตอนนี้เธอกลัวว่าจะสูญเสียปู่ที่เธอรักไป
“รออยู่ที่นี่เดี๋ยวผมไปช่วยปู่เมิ่งเอง” ไป่เจ๋อกล่าวพร้อมกับก้าวไปยืนหน้าประตูห้องน้ำคนรอบข้างที่ได้ยินก็รีบพูดห้ามกันใหญ่
“อย่าดีกว่ามันอันตรายมาก”
“นั่นสิชั้น 3 เองก็อาจจะถล่มลงมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”
“รอเ้าหน้าที่ดีกว่านะเ้าหนู”
ไป่เจ๋อไม่สนใจฟังคำของผู้คนที่มายืนดูแต่ไม่ยอมทำอะไรเขาเดินมาถึงหน้าประตูห้องน้ำที่มีแต่เศษวัสดุแตกหักทับถมกันปิดกั้นไว้ก่อนจะทาบมือลงกับเศษวัสดุเ่าั้ ก่อนจะส่งปราณไปสลายโครงสร้างวัสดุทั้งหมด
[ฝ่ามือสลายกระดูก] ไป่เจ๋อพึมพำเบา ๆ ออกมาหลังจากนั้นไป่เจ๋อก็ใช้มือเคาะไปที่เศษวัสดุเ่าั้ภาพตรงหน้าทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง เพราะทันทีที่ไป่เจ๋อเคาะลงที่เศษวัสดุที่ขวางทางพวกมันก็แตกละเอียดกลายเป็เม็ดทรายทันที
“พวกนี้มันเปราะมากไม่อันตรายครับ หากเราค่อย ๆ เคลื่อนย้ายมันออกน่าจะเข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้ก่อนที่เ้าหน้ากู้ภัยจะมาถึงนะครับ”ไป่เจ๋อหันมากล่าว จากนั้นเริ่มมีคนเข้ามาช่วยกันเคาะและขนเศษซากออกมาเพียงไม่นานไป่เจ๋อก็พบเมิ่งตงนอนสลบที่พื้นห้องน้ำ ซึ่งโชคดีที่เมิ่งตงนั้นหลบอยู่ใต้อ่างล้างมือซึ่งมีความแข็งแรงพอทำให้ไม่ได้รับาเ็อะไรมาก
ไป่เจ๋อแบกเมิ่งตงออกมาจากห้องน้ำและส่งให้แพทย์ดูแลต่อ เพราะดูเหมือนจะมีเพียงแค่แผลเล็กน้อยที่สลบไปก็น่าจะเพราะใ
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับพี่ชิงชิง ฝากบอกปู่เมิ่งด้วยว่า ขอให้หายไว ๆ” ไป่เจ๋อกล่าวเขาเชื่อว่าในอนาคตจะต้องได้เจอชิงชิงอีกแน่
“ขอบคุณนะไป่เจ๋อถ้าวันนี้เธอไม่อยู่กับฉันในลิฟต์ ฉันคงติดอยู่ในนั้นและอาจจะขาดอากาศหายใจตายก็ได้ อีกอย่างถ้าเธอไม่ได้อยู่ด้วยปู่ของฉันท่านอาจจะไม่จบลงด้วยการาเ็เล็กน้อย ขอบใจนะ” ชิงชิงกล่าวขอบคุณจากใจจริงรอยยิ้มของเธอทำให้ไป่เจ๋อรู้สึกเืลมสูบฉีด ใบหน้าเห่อร้อน ใช่แล้วเขากำลังเขิน
แม้ที่ต้าเซียนเขาจะเคยพบเจอหญิงสาวมามากมาย แต่หญิงสาวที่เขารู้สึกด้วยกลับมีเพียงชิงซูเท่านั้นซึ่งหลังแต่งงานได้ไม่นาน ชิงซูก็จากเขาไป ตอนนั้นทำให้เขานึกถึงคำพูดของไท่ซื่อคง
[เนื้อคู่ประสกไม่ได้จากไปไหนหากแต่ไปสู่ดินแดนอันห่างไกล เมื่อถึงเวลา ประสกจะได้พบนางอีกครั้ง] ตอนนั้นเขาคิดว่าไท่ซื่อคงแค่ล้อเขาเล่นแต่พอมาตอนนี้ เขากลับขนลุกกับคำพูดของไท่ซื่อคงไม่แน่ว่าเมิ่งชิงชิงอาจเป็ชิงซูที่กลับชาติมาเกิดก็เป็ได้แต่เขาจะแน่ใจได้ยังไง คงมีแต่ต้องทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้เท่านั้น
ไป่เจ๋อกำลังจะเดินจากไปแต่เขากลับถูกชิงชิงดึงแขนไว้ เมื่อเขาหันกลับมาเพื่อจะถามอีกฝ่ายแก้มของเขาก็ัักับจมูกของชิงชิง ก่อนที่ริมฝีปากจะััแก้มของเขาและผละออกอย่างรวดเร็ว
“รางวัลสำหรับผู้กล้าขอบคุณนะ” ชิงชิงกล่าวจบก็รีบวิ่งจากไปทันที
ไป่เจ๋อเอามือจับแก้มตรงจุดที่โดนหอมเขาััได้ถึงความร้อนบริเวณใบหน้า ยืนเหม่อมองชิงชิงวิ่งจากไปจนลับสายตาไปเขาจึงได้สติและเดินทางกลับห้องเช่าด้วยความรู้สึกเหมือนได้พบของที่หายไป