สองนายบ่าวเข็นรถเข็นที่มีข้าวของวางกองอยู่้าไปที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่า ระหว่างทางก็พบเจอบ่าวและสาวใช้ที่ทำงานอยู่ประจำจุดต่าง ๆ มองพวกเธอเป็ระยะ ๆ
หลังจากที่นายท่านแวะเวียนไปหาอนุจางอยู่บ่อยครั้งจนเป็ที่รู้กันไปทั่วทั้งจวน ทำให้บ่าวไพร่หลายคนเริ่มมองจางซูถิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้นายท่านอาจจะเคยตั้งแง่รังเกียจไม่ยินดีรับนางไว้ แต่เมื่ออยู่กินกันไปแล้วนายท่านเกิดโปรดปรานนางขึ้นมา สถานะของนางก็ย่อมต่างไปจากเดิม แม้บ่าวไพร่ทั้งหลายจะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอนุจางโดยตรงเพราะยังไม่มีคำสั่งใดลงมาเป็พิเศษ แต่สำหรับบ่าวที่รู้รักษาตัวรอดย่อมรู้ว่าควรปฏิบัติต่อนางอย่างระมัดระวังมากขึ้น
เมื่อมาถึงเรือนฮูหยินผู้เฒ่า จูเมี่ยวสาวใช้าุโคนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้รับรายงานเื่อนุจางกำลังมาที่นี่ก็เดินออกมาดู ทว่าเมื่อนางเห็นกองข้าวของบนอะไรสักอย่างคล้ายกับรถเข็นแต่แปลกที่มันไม่ได้ทำจากไม้ก็มองด้วยความสงสัย
“อนุจางนำสิ่งใดมาด้วยหรือ”
“ของฝากฮูหยินผู้เฒ่าไง มา ๆ มาช่วยกันดันรถเข็นขึ้นบันไดหน่อย” ที่หน้าเรือนฮูหยินผู้เฒ่ามีบันไดขึ้นสู่พื้นที่ต่างระดับอยู่ 3 ขั้น ปิ่งจีกับสาวใช้ที่ยังยืนงงอยู่แถวนั้นอีก 2 คนจึงช่วยกันดันและดึงให้รถเข็นขึ้นมาจนถึงหน้าประตูเรือนได้ จากนั้นเหลียงซูถิงกับปิ่งจีก็เข็นรถเข็นเข้ามาในเรือน ซึ่งมีฮูหยินผู้เฒ่ากำลังนั่งจิบชาอยู่
“ซูถิงคารวะฮูหยินผู้เฒ่าเ้าค่ะ”
กู้โซ่วชุนมองอนุภรรยาคนเดียวของหลานชายอย่างพิจารณา ระยะหลังมานี้หลานชายของนางแวะเวียนไปหาอนุผู้นี้ที่เรือนบ่อยครั้ง ทำให้นางมีความหวังและพึงพอใจอยู่ไม่น้อย
“ตามสบายเถิด แล้วนั่นขนอะไรกันมาเล่า”
“อ้อ... อันนี้คือของฝากของท่านจากบ้านเดิมมารดาของซูถิงเองเ้าค่ะ ซูถิงขอแนะนำทีละชิ้นนะเ้าคะ” เธอเริ่มจากหมอนยางพาราที่ใส่ปลอกหมอนสีครีมสะอาดตาและมีลวดลายดอกไม้เล็ก ๆ สไตล์มินิมอลก่อน
“ชิ้นนี้คือหมอนเพื่อสุขภาพเ้าค่ะ เวลาหนุนจะนุ่ม พอดีกับรูปคอ ตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่ปวดคอหรือปวดบ่า ช่วยให้หลับสบาย ส่วนอันนี้คือหมอนอิง วางไว้บนตั่งใช้พิงแขนหรือพิงหลังได้สบาย ๆ เ้าค่ะ” ปิ่งจีรีบยื่นหมอนอิงให้เ้านายเอาไปนำเสนอทันที
จูเมี่ยวรับหมอนยางพารามาพลิกดูหน้าหลัง ทั้งยังลองบีบและกดดู รู้สึกว่ามันนุ่มหยุ่นสู้มือดี หากได้หนุนนอนคงหลับสบายได้อย่างที่อนุจางว่า
“อันนี้เป็ไม้เท้าสามขา เหมาะสำหรับช่วยในการเดิน ไม่ต้องออกแรงมาก มันจะช่วยให้ท่านทรงตัวได้สบายขึ้นเ้าค่ะ แล้วตรงขาของมันมีวัสดุกันลื่นหุ้มมาให้ด้วยนะเ้าคะ รับรองว่าไม่ลื่นแน่นอน”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองไม้เท้าสามขาอย่างสนใจ ไม้เท้าที่นางหรือใคร ๆ ใช้อยู่ก็มีเพียงขาเดียว สามขานั้นออกจะดูประหลาดไปสักหน่อย แต่ก็น่าทดลองใช้ไม่น้อย
“อันนี้คือน้ำมันนวดเ้าค่ะ ปวดเมื่อยก็นวดได้ หรือถ้าอยากผ่อนคลายก็นวดได้ ส่วนอันนี้เป็น้ำมันบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ยิ่งฤดูหนาวทาแล้วจะช่วยไม่ให้ผิวแห้งแตกด้วย อันนี้คือแว่นขยายสำหรับอ่านหนังสือหรือส่องดูวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ให้ดูใหญ่ขึ้นมาได้ทันทีเลยเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองอนุจางที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วนำเสนอของฝากมากมายให้นางด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ แม้จะสงสัยว่านางพูดมากขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่ แต่ฟังแล้วก็เพลินหูดีเหมือนกัน
“ไหนขอข้าดูเ้าแว่นอันใดนั่นซิ”
จูเมี่ยวรับแว่นขยายกรอบทองมาให้เ้านายดู ฮูหยินผู้เฒ่าหยิบตำราที่วางอยู่ไม่ไกลขึ้นมาแล้วลองส่องดู ส่องไปส่องมาแล้วก็อุทานออกมา
“หืมม... ตัวอักษรใหญ่ขึ้นได้จริงหรือนี่! ข้ามองเห็นพวกมันชัดขึ้นมากเลยทีเดียว”
“จริงแท้แน่นอนเ้าค่ะ ต่อไปถ้าท่านเจอตัวอักษรเล็ก ๆ แล้วอ่านไม่ออก ใช้แว่นขยายส่องเลยเ้าค่ะ อ่านง่ายขึ้นแน่นอน”
“ดี ดี ดี... ถูกใจข้านัก ขอบใจนะ อนุจาง”
เหลียงซูถิงยิ้มประจบ
“เห็นท่านชอบ ซูถิงก็ดีใจเ้าค่ะ”
ในเวลาเดียวกัน ที่เรือนหลักของเซี่ยงมู่หยาง อิ๋นซวงกำลังยืนฟังสาวใช้คนหนึ่งเล่าเื่ที่อนุจางไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าพร้อมกับข้าวของมากมาย
ในจวนตระกูลเซี่ยง ด้วยความที่ตัวนางเองเป็สาวใช้คนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของนายท่าน บ่าวไพร่และสาวใช้ทั่วไปจึงให้ความเกรงใจ มองว่านางมีสถานะสูงกว่าบ่าวคนอื่น ๆ และบางส่วนก็หวังจะมาประจบหรือผูกมิตรด้วย จึงไม่แปลกที่จะมีบางคนยอมเป็หูเป็ตาให้นางด้วยความเต็มใจ
อิ๋นซวงยืนฟังคำบอกเล่าของสาวใช้ผู้นั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะตอบว่า
“เช่นนั้นหรือ ขอบใจเ้ามากนะ อาิ่ รับรองว่าข้าจะไม่ลืมน้ำใจของเ้าเลย”
สาวใช้ที่ถูกเรียกว่า ‘อาิ่’ ยิ้มกว้าง
“ไว้ถ้ามีเื่ใหม่ข้าจะมาเล่าให้พี่เสี่ยวซวงฟังอีกนะเ้าคะ”
เมื่ออาิ่จากไป สีหน้าเรียบเฉยของอิ๋นซวงก็ตึงขึ้นมา อนุจางผู้นั้นนอกจากจะดึงความสนใจจากนายท่านไปได้จนหมดแล้ว ยังคิดจะประจบสอพลอฮูหยินผู้เฒ่าอีก หากปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไป ไม่นานฐานะของสตรีผู้นั้นจะไม่ถูกยกให้สูงขึ้นกว่าเดิมหรอกหรือ? ความจริงชาติกำเนิดของนางก็ไม่ได้ต่ำต้อยถึงเพียงนั้น หากนายท่านพึงพอใจก็สามารถยกนางขึ้นเป็ฮูหยินรองได้
และคำพูดสุดท้ายที่สตรีผู้นั้นทิ้งไว้ยังคงติดค้างอยู่ในใจของนาง
‘มาหาเื่ข้าไม่มีประโยชน์หรอก ถ้าอยากทำอะไรที่เป็ประโยชน์ก็ไปทำกับนายท่านของเ้าเถอะ เขาเป็คนเดียวที่จะมอบตำแหน่งฮูหยินเอก ฮูหยินรอง หรืออนุให้ใครก็ได้ไม่ใช่เหรอ’
แต่นางกลับคิดไปอีกทางหนึ่ง หากไม่มีสตรีคนใดอยู่ให้เขามอบตำแหน่งเ่าั้ให้ แล้วจะมีฮูหยินเอก ฮูหยินรอง หรืออนุได้อย่างไร จริงหรือไม่เล่า...
