EP : 26 พวกนอกกรีต
“ท่านหมอหญิงเจ้าคะ” เสียงหวานร้องเรียกอีกฝ่ายที่เดินอยู่ด้านหน้า
“ไหนวันนี้เจ้าบอกว่ามีเรียน” เว่ยลู่เซียนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามแม้จะไม่ได้หันกลับไปมองอีกฝ่ายก็ตาม พูดถึงเรื่องเรียนนางยังไม่ได้บอกสินะ
ที่นี่นั้นมีเข้าเรียนในสำนักตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปีไม่มีเกินจากนี้ไป และอีกอย่างนางได้ยินมาว่าชิวสี่หลัวไม่ได้เข้าไปเรียนในสำนักด้วย เพราะวันๆ นางเอาแต่เที่ยวเล่น
“ข้ามาหาท่านก่อนพอหาเสร็จก็จะไปเรียนเลยเจ้าค่ะ” ชิวสี่หลัววิ่งมาดักหน้าของเว่ยลู่เซียนก่อนจะเอ่ยบอกไปด้วย
“เจ้าชอบหนีเรียนมิน่าระดับลมปราณของเจ้าถึงได้อยู่ในระดับปฐพี” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นพลางมองชิวสี่หลัวที่กำลังมุ่ยหน้าใส่นาง
“งั้นท่านหมอรับข้าเป็นลูกศิษย์ดีหรือไม่เจ้าคะ” ชิวสี่หลัวเอ่ยบอก
“เอาไว้เจ้าอยู่ในระดับสวรรค์ก่อนแล้วกัน” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกก่อนจะเดินเข้าโรงหมอไป
“ข้าทำได้แน่นอนเจ้าค่ะ” ชิวสี่หลัวร้องบอกก่อนจะวิ่งหายไปทันที
“ตามนางไป” ชายที่ยืนหลบอยู่มุมหนึ่งก็เอ่ยขึ้นกับชายที่อยู่ข้างตัวเองพลางจ้องมองไปที่ร่างของชิวสี่หลัว
“ท่านหมอ จะไปไหนขอรับ” กงห้าวเอ่ยถามเพราะเว่ยลู่เซียนเพิ่งจะเดินเข้ามาในโรงหมอก็จะออกไปข้างนอกเสียแล้ว
“ข้าออกไปเดินเล่นเสียหน่อย” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกชายที่กำลังขายโอสถอยู่ นางนึกอยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นนี้
ไม่น่ายุ่งกับนางมากเกินไปเสียจริงๆ
“ท่านหมอจะไปไหนขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อที่ตามมาทันก็เอ่ยถามทันทีเพราะนี้มันไม่ใช่ทางไปโรงหมอ
“ข้าไปเดินเล่นเสียหน่อย ถ้าอยากตามมาก็เงียบๆ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกรู้ดีว่ามีคนตามนางมาตั้งแต่ออกจากโรงหมอแล้ว
“ขอรับๆ ท่านหมอ” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยตอบพลางรู้สึกว่ามีคนตามพวกเขามา พอมองไปที่เว่ยลู่เซียนก็พบว่านางนิ่งมาก นั้นก็พอจะทำให้เขาเดาได้ว่านางรู้อยู่แล้ว
ทั้งสองเดินออกห่างจากตัวเมืองไปไม่มากนักก็มาถึงกระท่อมร้างแห่งหนึ่งไม่มีผู้คนผ่านมามากนัก เพราะที่ตรงนี้เขาลือกันว่าผีดุ
“หลบอยู่ตรงนั้นก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก” เว่ยลู่เซียนกล่าวขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมออกมา
“รู้อยู่แล้วอย่างนั้นหรือ” ชายหนุ่มออกมาจากต้นไม้ที่ใช้หลบซ่อนก็กล่าวขึ้น
ไหนคนอื่นเขาว่าระดับลมปราณนางต่ำอย่างไรเล่า ทำไมถึงรับรู้ถึงตัวตนของเขาได้ อ่า จริงสิ คงเป็นเพราะชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายเป็นแน่
“เจ้าต้องการอะไรจากข้ากันล่ะ” นางเอ่ยถามเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกมันตามนางและชิวสี่หลัว จะว่าอย่างไรดีล่ะ อันที่จริงนางก็รู้อยู่แล้วแต่ก็ถามไปงั้นแหละ
“ข้าได้ยินมาว่าท่านเป็นนักหลอมโอสถระดับเซียนจักรพรรดิ ข้าจำเป็นต้องยืมตัวท่านไปสักหน่อย” ชายหนุ่มเอ่ยบอก พลางมองหญิงสาวที่ยังคงนิ่ง
“ถ้าข้าตอบว่าไม่ล่ะ” เว่ยลู่เซียนตอบกลับด้วยท่าทีที่เรียบนิ่ง พลันยิ้มออกมาเมื่อไม่นานก็มีร่างเงาทั้งสิบปรากฏตัวออกมาล้อมรอบตัวของพวกนางเอาไว้ และมีชายอีกคนที่อุ้มชิวสี่หลัวพาดบ่ามาด้วย
“ข้าคงต้องใช้กำลังและฆ่านางเสีย” ชายหนุ่มเอ่ยบอกก่อนจะมองไปที่ร่างของชิวสี่หลัวสลบอยู่
“แน่ใจหรือว่าสิบคนจะพอ” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยขึ้นพลางแสยะยิ้มออกมาเมื่อมองคนทั้งสิบเอ็ดคนนั้นมีเพียงในระดับจักรพรรดิเท่านั้น
“พวกเจ้าน่าจะเอาคนมาเยอะกว่านี้นะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่กระท่อมร้างด้านหลัง
“แค่นี้ก็เกินพอแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยบอกพลางคิดว่าแค่สองคนไม่ได้คณามือของพวกเขามากนัก
“หมิงจื่อฝากจัดการทีนะ ข้าจะไปเดินเล่นเสียหน่อย” เว่ยลู่เซียนหันไปบอกคนข้างกายก่อนจะหายตัวไปทันที
“เฮ้ย นางหายไปแล้ว” ชายหนุ่มที่อุ้มชิวสี่หลัวพาดบ่าร้องขึ้นทันทีเมื่อร่างเล็กที่อยู่บนบ่าหายไปแล้ว
“ไปตามพวกนางมาเราต้องจับนางไปให้ได้” ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้าร้องสั่งลูกน้องตัวเองทันที หญิงสาวสองคนนั้นนะไม่เท่าไรหรอก แต่ชายหนุ่มคนนี้ต่างหากล่ะที่พวกเขาต้องรับมือ
เว่ยลู่เซียนพาชิวสี่หลัวมาหลบที่กระท่อมร้าง นางประคองอีกฝ่ายให้ยืนดีๆ จากนั้นดีดนิ้วเบาๆ และจากนั้นไม่นานชิวสี่หลัวก็ตื่นขึ้น
“ท่านหมอ เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ ข้าจำได้ว่าเดินไปเรียนอยู่ดีๆ ก็จำอะไรไม่ได้เลยเจ้าคะ” ชิวสี่หลัวเอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงง พลางเอ่ยบอกเว่ยลู่เซียนไปด้วย
“เรื่องมันยาว” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางมองออกไปด้านนอกที่มีคนทั้งสามกำลังพุ่งตรงมาที่กระท่อมร้าง
เว่ยลู่เซียนผิวปากเป็นเสียงดนตรี มือของนางถูกชิวสี่หลัวกุมเอาไว้แน่น ด้วยความกลัว
ร่างของชายหนุ่มทั้งสามเข้ามาในกระท่อมตามที่เว่ยลู่เซียนต้องการทำให้ทั้งสามมีอาการเหมือนคนไม่มีสติ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ถูกนางควบคุมทั้งสามนั้นเอง
“ออกไปฆ่าพรรคพวกของเจ้าเสีย” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกกับทั้งสามทันทีเมื่อได้รับคำสั่งทั้งสามก็พยักหน้ารับก่อนจะพุ่งออกไปด้านนอกทันที นางไม่ต้องออกไปด้านนอกก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
“ท่านหมอสามคนนั้นเป็นใครเจ้าคะ” ชิวสี่หลัวเอ่ยถามตอนนี้ในหัวของนางหมุนไปหมดแล้วเพราะตามอะไรไม่ทัน
“คนร้ายที่จับเจ้ามาไง ช่วงนี้ก็อยู่ที่ตระกูลไปก่อนว่างๆ ก็อ่านหนังสือบ้าง” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกเมื่อเสียงต่อสู้เงียบลงไปแล้ว ก็ตัดสินใจออกไป
“เก็บหลักฐานได้ดี” เมื่อเดินออกมาก็พบว่าทุกอย่างถูกจัดการโดยหลิ่วหมิงจื่อหมดแล้ว ไม่มีแม้แต่ศพของพวกนั้น
“พวกนี้มันพวกนอกกรีต” หลิ่วหมิงจื่อกล่าวขึ้น เมื่อพบว่ารอยสักอยู่บนตัวของพวกมัน
“งั้นหรือ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยทั้งที่รู้อยู่แล้ว พวกนี้มันไม่ปล่อยให้นางอยู่เงียบๆ บ้างเลยหรือไม่กัน
“ข้าเดาว่ามันต้องการตัวท่านไปเพื่อทำอะไรบางอย่าง” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยบอกพลางทำหน้าครุ่นคิดไปด้วย
“ช่างเรื่องนั้นเถอะ เราไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า” เว่ยลู่เซียนบอกจากนั้นทั้งสามก็หายตัวไปทันทีราวกับว่าที่นี่ไม่เคยไม่มีคนอยู่มาก่อน