ตอนที่ 7 คิดจะแก้เผ็ด แต่สุดท้ายตัวเองก็ลำบากที่สุด
ตื่นมา.... เ้านายผมก็ทำตัวปกติ แถมทำท่าเหมือนไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรกับผมไว้บ้าง ผมนี่ต้องนอนขดอยู่ด้านล่างโซฟาโดยมีเ้านายหนุ่มนอนถอดเสื้อทิ้งไว้ทั้งคืน สมน้ำหน้า มาทำใครไม่ทำ นี่ไอ้เอก ลูกแม่อ่อนนะโว้ย จะมาจูบกันฟรีๆมันไม่ได้....เ้านายต้องรับผิดชอบ!
ไม่ใช่ละ
ผมแค่ปล่อยให้นอนไปแบบนั้นเลย เป็การแก้เผ็ด แถมเปิดแอร์เย็นจนฉ่ำ คิดว่าจะเอาคืนให้สาสมกับที่มาแกล้งลูกน้องสุดหล่ออย่างผม
“ฮัดเช้ยยยย” นั่นไง ตอนนี้กลายเป็ผมที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยขับรถพาเ้านายกลับมาจากโรงพยาบาล
“ใจลอยไปไหน” ขนาดไม่สบาย ยังส่งเสียงอู้อี้มาถาม ผมได้แต่ลอบส่ายหัว
“เปล่าครับ คุณต่อจะซื้ออะไรเข้าไปทานมั้ยครับ จะได้กินยา”
“ไม่หิว ปวดหัว อยากนอน” คนป่วยในชุดลำลองตอบ ใบหน้าหล่อถูกปิดด้วยหน้ากากอนามัยเหมือนกับผม ใช่แล้วครับ พอตื่นมา เ้านายผมเป็หวัด และมีไข้ ส่วนผมน่ะเหรอ ไม่เป็อะไรสักอย่าง นอกจากหน้า ก็กะโหลกผมนี่แหละที่อย่างหนา
“ได้ครับ” ผมเลี้ยวรถเข้าบ้าน ตอนนี้ผมมีรีโมตของบ้านนี้แล้ว สามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ
อ้อ...ผมลืมเล่า ตอนนี้แม่ผมกลับไปอยู่บ้านแล้ว ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดก็สองแสนกว่าบาท แต่ส่วนนั้นไม่ต้องจ่าย เพราะใช้สิทธิ์บัตรทอง แต่ที่เกินมาห้าหมื่นกว่าจากค่าห้องพิเศษ เ้านายหนุ่มของผมจ่ายให้หมด จะตื้นตันก็ทำได้ไม่เต็มที่ เพราะยังเคืองที่มาจูบผมอยู่ไม่หาย ไม่ใช่จูบธรรมดานะ ควานลิ้นจนตัวอ่อนไปหมด
“ส่ายหน้าทำไม รีบจอดรถ” นั่นไง เผลอหน่อยเป็ไม่ได้ รู้ตลอด
เ้านายผมเดินฉับฉับไปที่ห้องนอนโดยไม่สนใจใยดีตัวผม ... ชินละครับ ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ ยังดีหน่อยที่เงินเดือนได้ครบ แถมได้มือถือใหม่ ได้ค่าหมอแม่ ใครคิดจะไล่ออกล่ะก็ ไอ้เอกบอกไว้ตรงนี้เลย กูไม่ออก...
“คุณต่อครับ ทานยาก่อนนะครับ” ผมนี่ใช้ศัพท์สุภาพไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ ปกติไม่เคยจะต้องมาดูแลใคร นอกจากแม่แค่นั้นแหละ แต่ตอนนี้ดีหน่อยที่ไอ้โทมันยอมมาอยู่บ้านชั่วคราวเพื่อดูแลแม่ ถึงแม้กิจกรรมของพวกปีหนึ่งจะหนัก แต่มันก็ไม่บ่นสักคำ
“ไม่กิน ไปไหนก็ไป” นั่น โดนอีกละ ไล่จัง เอะอะไล่ตลอด คอยดูละกัน ขาดฉันไปแล้ว....แล้ว...คนที่จะรู้สึกคือไอ้เอกนี่หว่า
“นะครับคุณต่อ ป้าหยุดทำข้าวต้มไว้แล้ว ลุกมาทานก่อนนะครับ หมอกำชับให้กินยาด้วยจะได้รีบหาย”
“อื้อออ อย่ายุ่ง” โอยยยย ทำไมพูดยากพูดเย็นขนาดนี้วะ พ่อก็ไม่ใช่ ลูกก็ไม่ใช่ เดี๋ยวโบก เดี๋ยวโบก
“นะครับ นี่เลยกำลังอุ่นๆ” ผมยกชามข้าวต้มมาใกล้ๆ แต่คนไข้กลับสะบัดมือจนข้าวต้มในช้อนกระเด็นโดนมือ
“โอ๊ย” ผมร้องเสียงเบา เพราะไม่อยากรบกวน ทีแรกนึกว่าแค่อุ่น แต่นี่ร้อนจัดเลยครับ จะเป็แผลมั้ยเนี่ย
“เป็อะไรมั้ย” เ้านายผมผุดลุกมาเลยครับ น้ำเสียงกังวลจนเห็นได้ชัด มืออุ่นๆรีบยกชามข้าวต้มไปวางที่หัวเตียงก่อนหยิบกระดาษชำระมาเช็ดข้าวต้มให้
“ไม่เป็ไรครับ แค่นี้เอง สบาย” ผมตอบเอาใจ ทั้งที่ไอร้อนมันลวกจนแสบผิว เ้านายหนุ่มหันมาสบตาผมอย่างจัง เมื่อกี้ยังนอนคว่ำไม่สนใจโลกอยู่เลย
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ทีหลังระวังด้วยสิ” อ้าว...กรรม กลายเป็ผมซะแล้วที่ประมาท
“ขอโทษครับคุณต่อ” ได้แต่ตอบคอตกไป
“เอามา”
“หะ”
“ข้าวต้มน่ะ เอามาสิ”
“ดะ ได้ครับ” อารมณ์ไหนวะเนี่ย ตามไม่ทันจริงๆ
“ให้กินยังไงเนี่ย ป่วยอยู่ มือไม้ไม่มีแรง” เช็ดดดดดด ทีแรงบ่นกร่นด่าน่ะ มันมาจากไหนครับเ้านาย เมื่อกี้ยังดึงมือไอ้เอกสุดแรงอยู่เลย ผ่านไปไม่ถึงนาทีง่อยรับประทานซะละ
“งั้นเอาหลอดมั้ย”
“หลอด...” เ้านายผมมองหน้า แววตาดุขมึงทึงจนผมเลิกพูด คิดจะเอาหลอดมาวางให้เ้านายดูดข้าวต้มกินจริงๆนะครับเมื่อกี้
“มะ ไม่ใช่ครับ เดี๋ยวผมไปหยิบช้อนก่อนแล้วจะมาป้อนนะครับ”
“เร็วสิ หิวแล้ว” โว้ยยยย กวนอารมณ์แต่หัววันเลยโว้ย รู้งี้ไม่ปล่อยให้นอนตากแอร์ก็ดีหรอก ลำบากแล้วลำบากอีก เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมวะไอ้เอกเอ๊ย
ผมล่ะตามอารมณ์เ้านายหนุ่มของตัวเองไม่ทันจริงๆครับ อาการผีเข้าผีออกเนี่ย น่าจะพบเจอได้จากพวกคนมีเงินที่โดนตามใจจนเคยตัว บทจะดีก็ดี บทจะโวยวายก็ด่าแหลก เมื่อกี้ยังบอกไม่กิน ตอนนี้กลับมางับข้าวต้มในช้อนที่ผมตักป้อนไม่ขาดปาก ในใจผมนี่สั่นระริกเลยครับ อยากเอามือเพ่นกบาลสักสามสี่ป้าบ จะได้เลิกเป็คนเอาแต่ใจแบบนี้
“อิ่มแล้ว”
“อีกนิดนะครับคุณต่อ จะได้กินยา”
“ก็บอกว่าอิ่มแล้วไง ลุงฟังไม่รู้เื่เหรอ” ห๊ะ เรียกผมว่าอะไรนะ
“...”
“เอายามาสิ เงียบทำไม” ทีแรกเรียกนายๆ ตอนนี้เรียกลุง อายุห่างกันแค่ 5 ปีเองนะเว้ย เตะปี๊บยังดัง...ผมเถียงในใจโดยที่มือก็แกะยามาให้เ้านายยิกๆ
“ไปไหนก็ไป จะนอน” พอหมดประโยชน์ก็ไล่ซะงั้น
แล้วผมจะไปไหนล่ะ จะกลับบ้านรึก็ยังเช้าอยู่มาก แล้วตรงนี้ก็ไม่มีคนคอยดูแล ป้าสายหยุดก็กลับไปบ้านใหญ่ฝั่งตรงข้ามแล้ว ไอ้ครั้นจะโทรไปตาม ผมก็เกรงใจเหมือนกัน
เอาวะ...อยู่เฝ้าสักวันจะเป็ไร
“นาย นายเอก” ผมสะลึมสะลือตื่นตามเสียงเรียก
“ลุงเอก” แม่ง เอ๊ย ช้านิดช้าหน่อยเรียกซะแก่
“ครับคุณต่อ”
“หิวน้ำ” ผมมองแก้วน้ำบนหัวเตียงอย่างระอา แต่ก็เข้าไปหยิบให้คนง่อย
“ลุงเอก” ลุงพ่อง เพิ่งจะจัดการมื้อเที่ยงเสร็จก็เรียกเลยครับ
“ครับคุณต่อ”
“อยากดูทีวี”
“ไม่ได้นะครับ หมอให้พักผ่อนเยอะๆ”
“ลุงเป็หมอรึไง” ชิชะ ย้อนคำ อยากตบปากจังโว้ยยยยย
“คุณต่ออย่าดื้อสิครับ ถ้าไม่หายไปทำงานไม่ได้หลายวันนี่บริษัทจะแย่เอานา” ผมลองเกลี้ยกล่อม
“หึหึ ช่างมันเถอะ ผมจะเป็ตายร้ายดียังไงบริษัทก็ไม่เป็ไรหรอก” เอ๊า! ดราม่าซะงั้น
ผมพอรู้มาบ้างว่าคุณต่อพงษ์อยากทำงานด้านอื่น (แต่ผมก็ไม่รู้นะว่าด้านไหน) แต่ด้วยความที่พ่อหัวโบราณ ไม่ยอมให้พี่สาวเข้ามาบริหาร น้องชายก็เพิ่งเข้าเรียนชั้นปี 1 ก็เหลือแต่เ้านายผมนี่แหละที่ต้องมารับหน้าที่นี้แทนอย่างเลี่ยงไม่ได้ นี่คงเป็หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เ้านายหนุ่มย้ายมาอยู่คนเดียวแหละ ถึงแม้ว่าบ้านใหญ่จะอยู่ตรงข้ามนี้ก็ตาม แต่ผมก็ไม่เคยเห็นท่านประธานกับคุณนายมาที่นี่สักครั้ง ส่วนเ้านายผมน่ะเหรอ รายนี้ก็ไม่เคยย่างกรายไปที่บ้านใหญ่เช่นกัน
“ใจลอยไปไหนเนี่ย”
“ครับ” ผมสะดุ้ง นี่ขนาดไม่ได้ขับรถนะ
“ผมเหนียวตัว อยากอาบน้ำ”
“แต่คุณต่อยังมีไข้อยู่นะครับ อาบน้ำตอนนี้เดี๋ยวไข้ขึ้น” ผมแย้ง
“โว้ย ก็คนมันร้อนนี่ งั้นไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้ผมด้วย” นั่นไง กูอีกละ
ถ้าผมมีจิตใจอกุศลอีกหน่อยผมคงคิดเลยเถิดไปแล้วว่าเ้านายหนุ่มของผมกำลังอ่อย แต่เปล่าเลย ผมไม่ได้พิศวาสเรือนร่างกำยำนี้หรอก ใบหน้าหล่อเรียวยาวได้รูป ดวงตาชั้นเดียวคมกริบส่งด้วยคิ้วที่หนาเรียงตัวเหมือนจับวาง จมูกโด่งเป็สันผิดกับพี่สาวลิบลับ กรามเหลี่ยมลงตัวกับใบหน้าจนน่าอิจฉา คอแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเรียวยาว ไหล่หนากว้างที่เป็ผลจากการออกกำลังกายผึ่งผาย อกกลมกลึงเป็เนื้อแน่นนูนเด่น หน้าท้องเต็มไปด้วยลอนกล้ามกระเพื่อมตามจังหวะการหายใจ... ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผมก็มองตอนเช็ดตัวให้นี่แหละครับ
เพราะเ้านายผมแม่ง...นอนถอดเสื้อรออยู่แล้วนี่นา
ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ต้องเช็ด่ล่าง ไม่งั้นคงสยองพิลึก
“เดี๋ยว” ผมหันขวับ แค่จะลุกเอาชามใส่น้ำไปเก็บ
“ครับ”
“ยังเช็ดไม่ทั่วตัวเลย” โอยยยยยยยยย อุตส่าห์ดีใจแล้วเชียว
“ตะ ตรงไหนอีกครับ”
“ก็่ล่างไง” นี่เ้านายกำลังกวนตีนผมใช่มั้ยครับ เมื่อกี้เช็ดท่อนบนก็ถอดเสื้อรอ แล้วท่อนล่างล่ะ...
“จะแน่นิ่งอีกนานมั้ย ไปเปลี่ยนน้ำในชามสิ” นั่นไง โดนดุอีกละ ผมได้แต่กลืนน้ำลายทำตามคำสั่ง ตอนที่เดินมาในห้อง กางเกงขาวยาวที่ใส่นอนก็กองอยู่กับพื้นแล้ว แถม่ล่างนั้นก็ถูกคลุมด้วยผ้าห่มมิดชิด
“รีบเช็ดสิ ง่วงแล้ว จะนอน”
“คะ ครับ” เชี่ย มือสั่น ผมว่าเ้านายหนุ่มคิดจะแกล้งกันชัดๆ ถอดกางเกงไว้ซะขนาดนี้ไม่คิดรึไงว่าผมไม่ปลื้ม ไม่อยากจะคิดภาพเลยว่าถ้าเปิดผ้าห่มมาแล้วจะเจอกับอะไร แค่ท่อนบนผมยังคิดเลยว่านี่อ่อยกันใช่มะ...แต่การถอดท่อนล่างเช่นนี้ ใจคอผมไม่ดีเอาซะเลย
“จะยืนสั่นอีกนานมั้ยลุง ไข้ขึ้นเหรอ” โวะ ทำอะไรก็ขัดตาสินะ
“ครับๆ เช็ดเดี๋ยวนี้แหละครับ” ผมวางชามไว้กับพื้น มือใหญ่สั่นระริกเอื้อมไปจับผ้าห่มเพื่อจะดึงมันออก ตอนนี้หลับตาเลยครับไม่อยากจะเห็นภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่ ไม่อยากมองจริงๆนะครับ ใครบอกว่าผู้ชายเหมือนกันเห็นของกันไม่แปลกหรอก บ้าเหรอ มันก็แค่ตามสถานะการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้มั้ย เช่นไปยืนฉี่ตามห้องน้ำ หรือไม่ก็ตอนอาบน้ำในค่ายทหาร แต่ไม่ใช่กับตอนนี้ที่เหมือนจะแกล้งให้ผมอึดอัดใจเล่น
หมับ
“เห้ย” ผมอุทานลั่น เพราะมือใหญ่คว้าข้อมือผมไว้
“วันนี้จะได้เช็ดมั้ย จะหลับตาทำไม เร็วสิ” โอย นี่ก็เร่งจัง ไม่ให้โอกาสผมทำใจเลยเรอะ!
เอาวะ เป็ไงเป็กัน
ผมลืมตาแล้วตอนนี้ มือหนาก็ดึงผ้าห่มออก
พรึ่บ!
ตะลึงสิครับผม อึ้งไปเลย
“อะไร ไม่เคยเห็นรึไง” ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบตรงขมับ
“คะ เคยครับ” เ้านายผมนอนไขว่ห้าง ขนหน้าแข้งยาวเรียงเป็แพตัดกับความขาวชนิดพิเศษของสีผิวเลยครับ ผมทรุดตัวลงไปนั่งข้างๆ พยายามตั้งใจเช็ด ตอนนี้โล่งใจไม่หยอก
แอบไปใส่บ็อกเซอร์ั้แ่ตอนไหนวะ...
หืมมมม ยิ้มเหรอ แว้บหนึ่งผมเห็น เ้านายผมแอบยิ้มแล้วก็ทำหน้าบึ้งต่อ
หมายความว่าอะไรวะ
หรือนี่จะเป็การแกล้งปั่นหัวผมเล่น
ไอ้เด็กนี่...ฝากไว้ก่อนเถอะ

#ทีมต่อพงษ์