เกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 91 สืบข่าว

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเผยอปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร

            แสงอันอ่อนโยนส่องลงบนแผลเป็นรอยยาวที่ใบหน้ามุมข้างเขาคุยกับหญิงสาวสามคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

            ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้ว่าเขายังโกรธเรื่องเมื่อวานอยู่ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดประชดประชันเช่นนี้ เขายอมตอบตกลงว่าจะให้ยืมเงินหนึ่งร้อยหยวนเพียงเพื่อทำให้เธอโกรธ

            ดูสิทำท่าทำทางได้ใจเหมือนผู้ชนะที่กำลังโอ้อวดความสำเร็จของตัวเอง

            ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่อยากเห็นท่าทีของเขาในตอนนี้จึงหาข้ออ้างเดินออกไป

            เมื่อเดินออกมาแล้วกลับเจอเข้ากับจางอิ่นปิน เขาดื่มจนหน้าแดงและเดินตัวเซ

            ฮั่วเสี่ยวเหวินหันหน้าไปทางอื่นแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอีกฝ่าย รีบเร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้า

            แต่จางอิ่นปินกลับตรงเข้ามาหา ดวงตาของเขาแดงก่ำเนื้อตัวมีแต่กลิ่นสุรา

            ฮั่วเสี่ยวเหวินหยุดเดิน ดูจากสภาพการณ์ตอนนี้ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเขามาร้ายเธอต้องพยายามสงบสติ

            เธอถามออกไปว่า “คุณจะทำอะไร?”

            จางอิ่นปินชำเลืองตามองเธอก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้น “ถุย หน้าไม่อาย”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินงุนงง เป็นบ้าอะไรของเขา? อยู่ๆ ก็มาด่าเธอแบบไม่มีเหตุผล

            จางอิ่นปินด่าต่ออีกประโยคโดยไม่รอให้เธอพูด “ผู้หญิงมันหน้าไม่อายกันทุกคน”

            เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาปิดสนิท เหมือนกำลังกลั้นน้ำตา

            เมื่อเขาลืมตามองเธออีกครั้งฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นน้ำตาที่หางตาของเขา ในดวงตามีแต่เส้นเลือดคล้ายกับคนอดนอนมาทั้งคืน

            คราวนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกกลัวขึ้นมาแล้วจริงๆเธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีนัก เมื่อวานจางเจียหมิงต่อยจางอิ่นปินด้วยความใจร้อนไม่แน่ว่าวันนี้จะมาเพื่อแก้แค้นกับเธอ

            เธอลองขยับเท้า เห็นเขายืนแน่นิ่งก็รีบถอยห่างออกมาตอนที่หันกลับไปมองอีกครั้งเธอเห็นว่าเขากำลังยืนน้ำตาไหล

            ตอนนี้เธอยังกลับบ้านไม่ได้ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่อยากถูกจางอิ่นปินขวางทางและด่าว่า ‘หน้าไม่อาย’ แบบไม่มีเหตุผลอีก

            หลังจากคิดไปคิดมาเธอตัดสินใจไปที่บ้านของจางซู่อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ใหญ่อายุสิบเก้าปี ถึงเวลาค่อยให้เขาพามาส่งกลับบ้านก็น่าจะปลอดภัย

            คิดได้ดังนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงเร่งฝีเท้าเดินไปยังบ้านของจางซู่ซึ่งตั้งอยู่ข้างโรงเรียนประจำหมู่บ้าน

            ปู่ของจางซู่เป็นปัญญาชนเก่า เคยเป็นผู้ช่วยของนายทหารยศใหญ่ต่อมาได้สร้างโรงเรียนขึ้นในหมู่บ้าน หรือก็คือโรงเรียนประจำหมู่บ้านในปัจจุบันนั่นเอง

            หลังจากมีการปฏิรูปประเทศปู่ของจางซู่อยู่รอดปลอดภัยมาโดยตลอดไม่ว่าจะขบวนผู้ประท้วงหรืออันธพาลตามท้องถนนล้วนไม่กล้าแตะต้องเขาแม้แต่ช่วงที่เกิดความรุนแรงมากที่สุดยังทำอะไรเขาไม่ได้

            มีข่าวลือในหมู่บ้านว่าเขารู้จักกับคนในส่วนกลาง หากมีปัญหาแค่ ‘เจ้าหน้าที่ระดับสูง’ คนนั้นเขียนจดหมายถึงนายกเทศมนตรี ปัญหาก็เป็นอันคลี่คลายแล้ว

            คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านยากจนข้นแค้น มีครอบครัวของเขาเพียงบ้านเดียวที่มีหมั่นโถวแป้งขาวให้กินตลอดแม้แต่บ้านยังสร้างโอ่อ่ากว่าคนอื่น

            บ้านของจางซู่เป็นบ้านมุงกระเบื้องหลังคาขนาดสองชั้นกำแพงบ้านทาด้วยสีแดง

            บานประตูแง้มเปิดอยู่ ฮั่วเสี่ยวเหวินเคาะประตูก่อนอย่างมีมารยาทจากนั้นไม่นานมีเสียงแหลมของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นมาจากด้านใน “ใครน่ะ?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินตอบว่า “หนูเองค่ะฮั่วเสี่ยวเหวิน”

            จากนั้นตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบ คนที่ออกมาคือจางซู่เขายิ้มหน้าบาน “เข้ามานั่งในบ้านก่อน”

            จางซู่พาเธอเข้าในบ้าน โต๊ะแปดเซียน[1]ตั้งอยู่ติดกับหน้าบ้านที่สุด ชายชราท่าทางอายุประมาณหกสิบเจ็ดสิบปีคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้มือข้างหนึ่งยกจอกสุรา อีกข้างวางลงกับโต๊ะ ให้ความรู้สึกมีกำลังวังชาดูไม่เหมือนชายชราที่ผ่านกาลเวลามาโชกโชนเลย

            “คุณปู่นี่คือเสี่ยวเหวินที่ผมเคยเล่าให้ฟังครับ เธอมีความสามารถมากรู้จักทำการค้าตั้งแต่อายุแค่นี้”

            ได้ยินจางซู่พูดดังนี้ ชายชราหันมามองทางฮั่วเสี่ยวเหวินเขามีท่าทีตกใจ “เธอก็คือฮั่วเสี่ยวเหวิน?”

            จากนั้นท่าทางก็กลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขาอยู่มานานขนาดนี้ย่อมเคยเจอคนมาแล้วทุกรูปแบบ แต่แค่เคยเจอคนที่ทำธุรกิจตั้งแต่อายุสิบต้นๆแบบฮั่วเสี่ยวเหวินมาไม่มากเท่านั้น

            เขาพยักหน้าเล็กน้อย แววตามีความชื่นชม

            หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาจากในบ้านเธอพูดอย่างตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นฮั่วเสี่ยวเหวิน “เสี่ยวเหวินได้ยินว่าเธอหาเงินได้ไม่น้อยจากการขายผักดองทำเอาจางซู่ของบ้านเราคิดอยากจะร่ำรวยตามเธอทั้งวัน”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินตอบด้วยรอยยิ้มบอกว่าคนในหมู่บ้านชอบพูดไปเรื่อย แท้จริงหาเงินได้เยอะขนาดนั้นที่ใดกัน

            จางซู่พูดแทรก “คนในหมู่บ้านก็เป็นเช่นนี้ได้ยินอะไรมาก็เชื่อไปหมด ทั้งยังชอบใส่สีตีไข่”

            หญิงวัยกลางคนมองจางซู่อย่างไม่พอใจนัก เธอโต้แย้งว่า “หากเป็นเช่นนั้นจริงเรื่องที่ภรรยาของจางอิ่นปินหนีไปกับคนอื่นเมื่อวานต้องเป็นเรื่องเหลวไหลด้วยสิ”

            จางซู่ไม่กล้าเถียงกลับ เดินออกไปรินชามาให้ฮั่วเสี่ยวเหวิน

            ภรรยาของจางอิ่นปินหนีไปกับคนอื่น?

            ฮั่วเสี่ยวเหวินขนลุกซู่ มิน่าเล่าจางอิ่นปินถึงได้มีสภาพแบบนั้น

            เธอยื่นมือไปรับชาแล้วถาม “คนรักของจางอิ่นปินหนีไปกับคนอื่นได้อย่างไรหรือคะ?”

            เธอไม่เข้าใจผู้หญิงแบบหลินเข่อเอ๋อร์เลยจริงๆอุตส่าห์เดินทางรอนแรมมาหาจางอิ่นเซิงแต่กลับไปได้เสียกับจางอิ่นปินจากนั้นตอนนี้ยังมาหนีไปกับอีกคน…หล่อนคิดอะไรอยู่?

            หญิงวัยกลางมีอารมณ์สนุกสนานทันทีที่พูดถึงเรื่องนี้บอกว่าเธอไม่รู้อะไร ตอนเที่ยงเมื่อวานพ่อของจางอิ่นปินจะใช้จอบฟาดโจวเหอให้ตายแต่สุนัขชายหญิงคู่นั้นหนีไปได้ก่อน…

            หญิงวัยกลางคนหยุดพูดเมื่อเล่าถึงตรงนี้ สายตาแอบเหลือบมองไปทางปู่ของจางซู่

            อีกฝ่ายกำมือข้างหนึ่งยกขึ้นกระแอมที่ปากเบาๆ สีหน้าไม่น่ามองเห็นชัดว่าไม่พอใจในพฤติกรรมขี้นินทาของหญิงวัยกลางคน

            ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ได้ถามต่อ และหาข้ออ้างมาขอให้จางซู่พาตัวเองส่งกลับบ้าน

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินช้าลง “พี่จางซู่ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ”

            ใบหน้าดำคล้ำของจางซู่มีความจริงจัง เขาหยุดเดินใคร่ครวญโดยละเอียดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “เสี่ยวเหวินมีปัญหาด้านการจัดซื้อใช่หรือไม่?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินหยุดเดินเช่นกันเธอสับสนกับบรรยากาศจริงจังของจางซู่แต่ต้องยอมรับว่าท่าทีเวลาจริงจังของเขาดูหล่อเหลาไม่เบาเลย

            คิ้วเข้มดกดำ ดั้งจมูกสูงโด่งหากไม่นับเรื่องผิวที่ดำคล้ำคงเป็นหนุ่มหล่อแน่แท้

            “การจัดซื้อไม่ได้มีปัญหา” เธอทิ้งจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “ฉันอยากถามเรื่องจางอิ่นปินต่างหากเหตุใดคนรักของเขาจึงหนีไปกับคนอื่นหรือ?”

            ที่แท้ก็เรื่องนี้หรอกหรือจางซู่เล่าเรื่องที่โจวเหอเข้าไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านของจางอิ่นปินให้เธอฟังแบบละเอียด

            ตั้งแต่ที่หัวหน้าหมู่บ้านเตือนให้ชาวบ้านระวังโจวเหอ การมา ‘รับสมัครลูกจ้างหญิง’ ของเขาก็ยากลำบากขึ้นมากแทบจะหาคนไม่ได้แม้แต่คนเดียว

            ต่อมาเขาได้เจอกับจางอิ่นปิน ทั้งสองเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยบอกว่าจะหาเงินด้วยกัน หลายวันมานี้ก็สงบสุขดี

            ทว่าเมื่อวานนี้เอง พ่อของจางอิ่นปินเห็นหลินเข่อเอ๋อร์นอนเตียงเดียวกับโจวเหอคนในหมู่บ้านต่างพูดว่าโจวเหอให้เงินหลินเข่อเอ๋อร์ก้อนใหญ่หลินเข่อเอ๋อร์ยอมเพราะเห็นแก่เงินของเขา

     

            เชิงอรรถ

            [1] โต๊ะแปดเซียน(八仙桌) โต๊ะซึ่งเป็นที่นิยมตามชนบทของจีนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่เรียกว่าโต๊ะแปดเซียนเพราะนั่งได้สูงสุดแปดคนโดยจะมีม้านั่งยาวทั้งสี่ข้างของโต๊ะ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508