“ทรัพย์สินมากมายถึงเพียงนั้นเจ้าเอาไปขายทั้งหมดเลยหรือเจ้ามีสิทธิ์อันใด นั่นคือทรัพย์สินของเจ้ารอง!”หวางซื่อระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความโมโห เพียงแค่ได้ยินว่าข้าวของของหยวนเหล่าเอ้อร์กำลังจะถูกนำไปขายทั้งหมดนางก็ปวดใจจนแทบจะหายใจไม่ออก
“จ้างคนขึ้นเขาตามหาใช้เงินแค่ไม่กี่ตำลึงพวกเจ้าทำแบบนี้เห็นได้ชัดว่าต้องการฮุบสมบัติของเจ้ารอง!”กล่าวถึงตรงนี้หวางซื่อลงไปนั่งกองกับพื้น คร่ำครวญขอความเป็นธรรมจากสวรรค์“สวรรค์ ท่านต้องช่วยข้า มีคนคิดจะฮุบสมบัติบุตรชายของข้า…”
ผู้ใหญ่บ้านมองหญิงชราสกุลหยวนอย่างรังเกียจก่อนจะสั่งให้คนไปพยุงหวางซื่อขึ้นมา “หุบปากเสีย!หากจะคร่ำครวญก็ไปคร่ำครวญที่บ้านเจ้า หยวนเหล่าเอ้อร์ใช่บุตรของเจ้าแน่หรือบุตรชายหายตัวไปทั้งคน เจ้าไม่คิดจะตามหา คิดเพียงแต่จะเอาทรัพย์สินเงินทองของเขาท่าเดียว!”
“ไฉนจะไม่ใช่บุตรชายของข้าข้าอุ้มท้องเขามาตั้งสิบเดือน เรื่องแบบนี้จะโกหกกันได้อย่างไร!”หวางซื่อตะโกนเถียงกลับเสียงแข็ง ทว่าในแววตากลับไหววูบ
“ผู้ใหญ่บ้านท่านกล่าวเช่นนี้ไม่ถูกต้องท่านทราบได้อย่างไรว่าท่านอารองต้องการให้นำทรัพย์สินไปขายเพื่อนำเงินที่ได้ไปจ้างคนให้ขึ้นเขาไปตามหาอีกทั้งท่านปู่ท่านย่าหยวนคือบุพการีแท้ๆ ของท่านอารองหยวนพวกท่านจึงมีสิทธิ์ในทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้นโดยชอบธรรมพวกท่านต่างหากถึงจะมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะจ้างคนขึ้นเขาไปตามหาหรือไม่
“กู้อวี้แค่บอกว่าท่านอารองหยวนไหว้วานให้นำทรัพย์สินเงินทองไปขายเปลี่ยนเป็นเงินแล้วจ้างคนให้ขึ้นเขาออกตามหาเพียงแค่นี้ท่านก็เชื่อแล้วหรือ เขาไม่มีหลักฐานใดมาแสดงท่านก็เชื่อถือหรือ” หลิ่วเหวินไฉช่วยพูด
กู้อวี้ยิ้มเย็นชากล่าวว่า“ข้ามีหลักฐานที่ตัวข้ามีหนังสือไหว้วานที่มีลายนิ้วมือของท่านอารองหยวนและหนังสือรายการของตอบแทนที่มีลายนิ้วมือด้วยเช่นกัน”
หลิ่วเหวินไฉชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยว่า“หากมีหลักฐานก็นำออกมา เจ้าคิดจะหลอกพวกเราเช่นนั้นหรือ”
กู้อวี้กล่าวตอบ “อยากดูหรือหากอยากดูก็ไปฟ้องต่อที่ว่าการ ข้าจะได้นำหลักฐานเหล่านี้ไปแสดงหากอยากดูตอนนี้ข้าคงเอาออกมาให้ดูไม่ได้ ด้วยไม่รู้ว่าจะเชื่อใจพวกเจ้าได้อย่างไรผู้ใดจะรู้ว่าหากนำออกมา พวกเจ้าจะไม่แย่งเอาไปทำลายทิ้ง! หลิ่วเหวินไฉเจ้าเป็นถึงซิ่วไฉ ต้องระมัดระวังวาจาและหน้าตาให้ดีครอบครัวท่านอารองหยวนขึ้นเขาไปได้แค่ครึ่งเดือน เจ้าก็มาที่สกุลกู้เพื่อต้องการจะยึดเอาสมบัติของท่านอารองหยวนแล้วหรือเจ้าอยากจะได้ทรัพย์สินเหล่านี้ไปเป็นสินเดิมของเจ้าใหญ่ยามที่นางแต่งให้เจ้า?”
จบประโยคนี้ของกู้อวี้ชาวบ้านทุกคนต่างชี้มือมาทางหลิ่วเหวินไฉนับตั้งแต่เกิดเรื่องที่ชายหนุ่มช่วยพยุงกู้อวี้ขึ้นมา แต่กลับมีรอยเท้าประทับอยู่บนหน้าอกภาพจำที่ทุกคนมีต่อชายหนุ่มก็แปรเปลี่ยนไป ประกอบกับหลังจากที่เขาได้เป็นซิ่วไฉ ก็ชอบวางท่าโอ้อวดดูถูกผู้อื่นจึงทำให้ความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มเปลี่ยนแปลงไปมาก บัดนี้เมื่อได้ยินคำของกู้อวี้ชาวบ้านทุกคนจึงคิดว่ามีเหตุผล
“เพ้ย!”
“ช่างน่าไม่อายเหลือเกิน!”
“อยากได้ทรัพย์สินเงินทองของเขาจนเสียสติไปแล้ว!”
“หยวนเหล่าเอ้อร์ต้องเป็นบุตรที่สกุลหยวนเก็บมาเลี้ยงเป็นแน่แท้!”
“ถึงว่าที่แท้สองสกุลก็ร่วมมือกันนี่เอง หน้าไม่อายกันทั้งสองสกุล!”
“สกุลหนึ่งรังเกียจที่กู้อวี้พิการเลยคิดจะสลับการแต่งงานอีกสกุลพอสอบได้ซิ่วไฉก็วางท่าโอหัง ต้องการสลับการแต่งงานเช่นกันนับว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกันโดยแท้!”
คำต่อว่าด่าทอจากชาวบ้านทำให้หลิ่วเหวินไฉโมโหโกรธาไม่ใช่น้อย“ข้าไม่ได้ต้องการจะฮุบสมบัติของท่านอารองหยวนสกุลหยวนแค่กลัวว่าจะมีผู้ใดมาฮุบสมบัติของบ้านรองเลยมาขอให้ข้าออกหน้าให้ในเมื่อเจ้ามีหนังสือไหว้วานจากท่านอารองหยวน เช่นนั้นก็ถือว่าก่อนหน้านี้ข้ายุ่งไม่เข้าเรื่องแล้วกันขอตัว!”
พูดจบหลิ่วเหวินไฉสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปอย่างกราดเกรี้ยวคนสกุลหยวนเห็นเช่นนี้พลันตระหนักได้ในทันทีว่าคงไม่อาจได้ทรัพย์สินของบ้านรองมาครอบครองแล้วจึงพากันเดินกลับไป
หวางซื่อมองตนเองที่ลงทุนทำเนื้อตัวสกปรกกระนั้นก็ยังไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลยแม้แต่อย่างเดียว ช่างน่าตายนักทุกครั้งที่นางไปเยือนบ้านสกุลกู้ ไม่เคยได้กลับบ้านในสภาพดีๆ เลยสักครา!
คนสกุลหยวนจากไปท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของชาวบ้านรอจนคนบ้านนั้นพร้อมด้วยหลิ่วเหวินไฉเดินจากไปจนหายลับตา กู้อวี้จึงค่อยปรึกษาเรื่องขึ้นเขาเพื่อตามหาคนกับชาวบ้าน“ข้าต้องการถามทุกท่านว่ามีผู้ใดยินดีขึ้นเขาไปพร้อมกับคนของสำนักคุ้มกันภัยที่ท่านพ่อของข้าไปจ้างมาหรือไม่ข้าจะให้ค่าตอบแทนวันละสองร้อยอีแปะ"
ครั้นได้ยินว่าได้ค่าตอบแทนวันละสองร้อยอีแปะทั้งยังเป็นการขึ้นเขาตามหาคนร่วมกับคนจากสำนักคุ้มกันภัยที่มีประสบการณ์ในการเดินขึ้นเขาก็มีชาวบ้านหลายคนให้ความสนใจ
ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้คัดเลือกคนที่ร่างกายแข็งแรงกำยำและเคลื่อนไหวรวดเร็วว่องไวดังนั้นก็เป็นอันตกลงตามนี้
ภายหลังจากคัดเลือกคนจนเสร็จแล้วกลุ่มคนที่จะต้องขึ้นเขาก็กลับบ้านไปเพื่อเตรียมข้าวของ ระหว่างนี้กู้อวี้ได้แบ่งแป้งสาลีให้แก่ผู้หญิงที่ไว้ใจได้ในหมู่บ้านเพื่อนำไปทำอาหารแห้งแจกจ่ายให้แก่คนที่จะต้องเดินทาง
ช่วงเที่ยงกู้ซิ่วไฉได้พาคนของสำนักคุ้มกันภัยที่ว่าจ้างมาถึงหมู่บ้านโดยมีทั้งหมดสิบคน มีสามคนในนี้ที่นำสุนัขมาด้วย
กู้ซิ่วไฉให้กู่ซื่อไปนำเสื้อผ้าของเจินเจินมาส่วนตนเองไปหยิบเสื้อผ้าของฉินเจียกงและฉินเจียมู่มาให้คนของสำนักคุ้มกันภัย
หลังจากผู้หญิงในหมู่บ้านจัดเตรียมอาหารแห้งเสร็จเรียบร้อยก็นำมาแจกจ่ายให้แก่คนที่จะต้องเดินทางคนทั้งหมดเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ขึ้นภูเขาไปในทันที
ชาวบ้านไม่น้อยร่วมเดินไปส่งกลุ่มคนขึ้นเขาด้วยโดยระหว่างทางได้สอบถามถึงราคาค่าจ้าง ครั้นได้ยินว่าได้ค่าจ้างคนละห้าตำลึงหากขึ้นเขาออกตามหาไม่เจอก็ให้ถือเสียว่าเลิกกันไป แต่หากหาเจอทุกคนจะได้รางวัลเพิ่มอีกเป็นคนละสิบตำลึง
เมื่อรู้เช่นนี้ชาวบ้านที่ถามไถ่ก็ถึงกับตาโตเงินค่าจ้างนั้นนับเป็นจำนวนไม่น้อยเลย!
“กู้ซิ่วไฉช่างเป็นคนซื่อตรงเหลือเกินหยวนเหล่าเอ้อร์ไหว้วานให้ขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินไปจ้างคนให้ออกตามหาก็ทำตามที่อีกฝ่ายไหว้วานข้าว่าเขาต้องนำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินไปเป็นค่าจ้างทั้งหมดเป็นแน่”
“ข้าก็คิดอย่างนี้เช่นกัน”
“ข้าว่าสกุลกู้น่าคบหาอย่างยิ่งทั้งครอบครัวล้วนจิตใจดี ผิดกับสกุลหลิ่ว เที่ยวดูถูกคนทั้งหมู่บ้าน”
“น่าเสียดายแทนบ้านรองสกุลหยวนเหลือเกินอุตส่าห์ได้พบครอบครัวว่าที่บุตรเขยที่ดีเช่นนี้ แต่กลับต้องด่วนจากไปไว”
“ข้าว่าค่าจ้างที่เสียไปนี้คงต้องเสียเปล่าเป็นแน่!”
“คนสกุลกู้ช่างเป็นคนดีเหลือเกินหากพวกเขาอยากจะยึดทรัพย์สินของบ้านรองหยวนก็สามารถทำได้บ้านเดิมสกุลหยวนหรือจะทำอันใดได้”
“นั่นน่ะสิ”
ขณะที่ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมีความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ไปต่างๆนานา มีชาวบ้านผู้หนึ่งนำเรื่องไปบอกเล่าให้บ้านเดิมสกุลหยวนฟังทำเอาคนสกุลหยวนทั้งโมโหและเจ็บใจ เงินเหล่านั้นเป็นของพวกตนแท้ๆ!
“คนสกุลกู้ช่างหน้าไม่อายนักเจ้ารองก็เช่นกัน มีอะไรดีๆ ไม่เคยนำกลับมาให้ที่บ้าน กลับนำไปให้สกุลกู้ทั้งหมดหากรู้เช่นนี้จับกดถังฉี่ให้ตายไปเสียก็ดี!” หวางซื่อตะโกนด่าไปทางบ้านสกุลกู้เงินจำนวนมากมายถึงเพียงนั้น คิดจะใช้ก็ใช้ไปจนหมดเชียวหรือ!
สะใภ้สี่แอบยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อพี่สะใภ้สามทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความจนปัญญาและกลัดกลุ้ม ที่ผ่านมาจุดจบของบ้านรองทำให้พวกนางรู้สึกสะท้อนใจยิ่ง
ในบ้านสกุลหยวนนอกจากบ้านใหญ่ที่ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายแล้ว บ้านสองบ้านสามบ้านสี่ล้วนมีชีวิตอย่างยากลำบากมาโดยตลอดบ้านใหญ่เลี้ยงดูเจ้าใหญ่ประหนึ่งคุณหนูในสกุลใหญ่ เงินทองที่พวกนางหามาได้ก็ล้วนนำไปให้เจ้าใหญ่เกือบทั้งหมดจะตกมาถึงมือพวกนางก็นับว่าน้อยมาก พอพวกนางพูดถึงเรื่องนี้ทีไรสามีก็มักจะอ้างว่า ในอนาคตเจ้าใหญ่จะได้เป็นฮูหยินขุนนาง จะเป็นคนที่นำพาครอบครัวหยวนไปสู่ความสุขสบาย