หนูน้อยสกุลถัง(ลงใหม่)

    ตอนที่44 สมใจอยาก!


     เทียนเฉินเกาะหวนต้านไม่ปล่อยจนถูกพี่ชายเขกหัวจนปูดนั่นแหละถึงได้ยอมปล่อยแล้วออกมานั่งหน้าบูด หวนต้านต้องเดินไปเอาน้ำตาลอ้อยก้อนใหญ่มาให้เขาถึงได้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้า


    "ท่านพกน้ำตาลก้อนมาให้เจ้าเด็กนี่จริงๆ หรือขอรับ" เทียนหรงเอ่ยถามอย่างเหนื่อยใจ


    "ภรรยาข้าพกมาเผื่อได้ทำอาหารกินเองน่ะ" หวนต้านตอบกลับอย่างขำๆ


    เทียนเฉินพอได้น้ำตาลก้อนก็วิ่งฉิวเข้าห้องครัวไป เขาทุบน้ำตาลก้อนจนเป็นเศษเล็กเศษน้อยแล้วหยิบใส่ปากหลานสาวตัวกลม


    "อื้อ!" เสี่ยวหลินเบิกตาโต ความหวานของน้ำตาลอ้อยที่ละลายอยู่ในปากทำให้นางพยักหน้าจนแก้มกระเพื่อมอย่างชอบใจ


    "ท่านอาเอามาจากไหนเจ้าคะ" ปากน้อยๆ อ้ารับน้ำตาลที่ผู้เป็นอายื่นมาให้อีก


    "พี่ชายตัวใหญ่เอามาให้น่ะสิ หวานหรือไม่"


    เสี่ยวหลินขมวดคิ้วเมื่อท่านอาของนางบอกว่าพี่ชายตัวใหญ่ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้มีแขกที่เป็นบุรุษตัวโตอยู่แค่คนเดียวจึงพยักหน้ารับ


    "ท่านอายกอาหารออกไปเร็วเข้า" ร่างอวบขยับเต้นดุ๊กดิ๊กเบาๆ อย่างอารมณ์ดี พอได้ความหวานเข้าร่างกายแล้วก็รู้สึกมีความสุข


    "ขออาชิมน้ำตาลก้อนนี่ให้หมดก่อนได้หรือไม่" เทียนเฉินหลับตาพรึ้มลิ้มรสความหวานที่ไหลลงคอ


    "คนอื่นกำลังรอกินข้าวนะเจ้าคะท่านอา"


    "ครู่เดียวก็ไม่ได้หรือ"


    "ไม่ได้เจ้าค่ะ"


    "นั่นเสี่ยวเฉินหรือ" หวนชิงชิงหันมามองเด็กหนุ่มใบหน้าเกลี้ยงเกลา


    เทียนเฉินกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา


    "พี่สาว!" หวนชิงชิงเห็นท่าทางของเขาก็หลุดหัวเราะออกมา


    "โตเป็นหนุ่มแล้วสินะ" นางส่งจานผัดผักบุ้งให้เขา ซึ่งเด็กหนุ่มก็รับมาด้วยใบหน้าเขินอายก่อนจะถือจานอาหารออกไปข้างนอก


    อาหารถูกลำเลียงออกมาที่ห้องโถงครบแล้วทุกคนจึงเริ่มลงมือกินมื้อเที่ยงกัน คนที่ดูเจริญอาหารที่สุดเห็นจะเป็นหวนต้าน เขาเติมข้าวถึงสามรอบ จนเหล่าบุรุษแสนตะกละบ้านถังถึงกับนั่งอ้าปากค้าง รวมถึงหวนชิงชิงและเด็กแฝดด้วย


    "ปกติคุณกินข้าวมากขนาดนี้เลยหรอ" เสี่ยวหลินเอียงตัวเข้าไปกระซิบถามคนด้านข้าง


    "ไม่นะ แต่วันนี้อาหารอร่อย" หวนต้านกระซิบกลับ


    "อร่อยจนต้องเติมข้าวสามครั้งเลยเนี่ยนะ"


    "ถ้วยข้าวนิดเดียวตักสี่ห้าครั้งก็หมดแล้ว" กระซิบกระซาบกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนทั้งสองจะขยับนั่งตัวตรงเมื่อฮุ่ยสงหันมาถาม


    "พวกเจ้ามาจากต่างเมืองกันหรือ เห็นเสี่ยวหลินน้อยบอกว่าเป็นพ่อค้าใช่หรือไม่"


    "ใช่ขอรับท่านลุง พวกข้ามาจากเมืองจิ้งหนานขอรับ"


    "โอ้ เมืองข้างๆ นี่เอง แล้วนี่มาหาลู่ทางทำการค้าที่เจียงหนานหรือ"


    "เปล่าขอรับ ข้าเพียงพาภรรยาและบุตรมาท่องเที่ยวเท่านั้น" ฮุ่ยสงพยักหน้ารับ


    เสี่ยวหลินกระตุกชายเสื้อของคนตัวโตด้านข้างยิกๆ หวนต้านได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจ เด็กตัวกลมทำท่าฮึดฮัดก่อนจะทำปากยื่นบุ้ยใบ้ไปยังบิดาของตน


    หวนต้านร้องอ๋อเบาๆ เขาหันไปมองเทียนหรงที่กำลังนั่งพูดคุยกับคนอื่นอยู่แล้วหันกลับมาเลิกคิ้วถามเด็กตัวกลมด้านข้างอีกครั้ง เสี่ยวหลินก็พยักหน้าให้เขาจนผมหน้าม้าปลิว


    "อาหรง ข้าอยากจะไปดูที่ท่าเรือสักหน่อย เจ้าพาข้าไปได้หรือไม่" ปากพูดกับคนฝั่งตรงข้ามแต่ตาก็เหลือบมองเด็กแก้มล้น พอเห็นนางนั่งยิ้มจนตาปิดก็คิดว่าตนเข้าใจสิ่งที่นางจะสื่อได้ถูกต้องแล้ว


    "ท่าเรือหรือขอรับ ข้าพาไปได้ขอรับ ว่าแต่จะไปวันไหนหรือ"


    "ไปเดี๋ยวนี้เลย"


    "ข้าไปด้วยขอรับ!" เทียนเฉินยกมือขึ้นสูง เขายิ้มกว้างจนแทบจะเห็นฟันทุกซี่


    "เจ้าจะไปทำไม" เทียนหรงเอ่ยถามน้องชาย


    "ก็ไปเที่ยวเล่นสิพี่ใหญ่ ข้ายังไม่เคยไปท่าเรือเลยสักครั้ง"


    "ค่อยไปคราวหลังข้าพี่ต้านไปทำธุระ"


    "พี่ชายตัวใหญ่ข้าขอไปด้วยนะขอรับ" เด็กหนุ่มกระโดดมานั่งด้านข้างหวนต้านแล้วกอดซบแขนแข็งแรงของเขา เทียนหรงเห็นอย่างนั้นก็ตบหน้าผากตัวเอง


    เจ้าเด็กคนนี้นี่มันยังไงๆ อยู่นะ


    ""ข้าก็อยากไปขอรับท่านพ่อ" ชิงหลาง


    "ข้าด้วยขอรับ" ชิงหลง


    "เสี่ยวหลินไปด้วย!"


    "ไม่ได้" เทียนหรงเอ่ยขึ้นมาทันควัน เสี่ยวหลินได้ยินอย่างนั้นก็ยู่ปาก


    "เสี่ยวหลินอยากไปด้วยเจ้าค่ะ"


    "ลูกจะไปทำไม หือ คราวที่แล้วทำอะไรไว้จำได้หรือไม่" เทียนหรงจิ้มจมูกเล็กๆ ของบุตรสาว


    "เสี่ยวหลินจะไม่ดื้อเจ้าค่ะ"


    "ไม่ดื้อก็ไม่ได้"


    เด็กอ้วนกอดอกทำหน้าตูมอมลมจนแก้มป่อง นั่งจ้องตากับบิดาอยู่นานเขาก็ไม่มีท่าทีที่จะใจอ่อน นางจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากชายตัวโตด้านข้าง


    หวนต้านมองดูเด็กตัวกลมที่มานั่งกระพริบตาปริบๆ ให้เขา สลับกับมองใบหน้าบิดาของนาง ซึ่งเทียนหรงก็ส่ายหน้าให้เพื่อบอกว่าไม่ให้เขาเอ่ยอนุญาต ชายหนุ่มมองลูกลิงสี่ตัวที่เกาะแกะอยู่รอบกายก็ถอนหายใจออกมา


    "อย่างนั้นก็ไปกันหมดนี่แหละ"


    "เย้!"


    เวลาผ่านไปราวสองเค่อเสี่ยวหลินตัวกลมที่เปลี่ยนชุดใหม่เป็นชุดสีชมพูกับผมทรงซาลาเปาที่เข้ากับแก้มล้นๆ เรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งเกยคางอยู่กับหน้าต่างของรถม้ามองดูภาพทิวทัศด้านนอกที่ต้นไม้เริ่มมียอดอ่อนๆ งอกออกมาบ้างแล้ว


    เป้าหมายเดียวของวันนี้ก็คือปลาร้าแสนรักที่นางทำใจจากมาตั้งแต่ก่อนหน้าหนาว วันนี้นางจะพาไหปลาร้าทองคำกลับมาบ้านด้วยให้ได้เลย!


    เดิมทีเทียนหรงไม่อยากให้บุตรสาวไปด้วยเพราะกลัวว่านางจะพุ่งตัวเข้าไปหาคนแปลกหน้าอีก แต่เจ้าเด็กอ้วนก็ร้องงอแงเข้าไปออดอ้อนหวนต้านอยู่นาน พอชายหนุ่มเอ่ยอนุญาติเทียนหรงก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก นอกจากนี้ยังมีเทียนเฉินกับสองแฝดที่ร้องตามมาด้วย


    เดินทางกันอยู่ราวหนึ่งชั่วยามก็มาถึงท่าเรือขนาดใหญ่ ถึงแม้จะยังไม่พ้นหน้าหนาวดีนัก แต่ท่าเรือก็คึกคักไม่น้อย หลังจากฝากรถม้าเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็เดินเข้าไปยังตลาดข้างท่าเรือ โดยผู้ที่ตื่นเต้นที่สุดก็เห็นจะเป็นเจ้าเด็กตัวกลมในชุดสีชมพูนั่นเอง


    เสี่ยวหลินกระโดดเข้าไปคว้ามือหนาของหวนต้านไปจับเอาไว้แน่น จนผู้ที่ถูกจับมือกับบิดาของนางถึงกับตาเหลือกแต่เจ้าเด็กตัวแสบก็หาได้สนใจไม่ นางยังคงยิ้มแย้มมองไปรอบกายอย่างตื่นเต้น


    "นี่ บิดาเจ้าจ้องข้าจนตัวจะพรุนแล้ว" หวนต้านพูดเสียงลอดไรฟัน ตาก็เหลือบมองเทียนหรงที่เดินตามมาด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ


    "ถ้าเดินกับท่านพ่อเขาจะต้องห้ามแน่ๆ แบบนี้ดีแล้ว ฮิฮิ" เด็กตัวกลมเดินสลับกระโดดอย่างอารมณ์ดี


    ใบหน้ากลมๆ หันมองไปรอบด้านที่เต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ ทั้งของคนในพื้นที่และคนต่างแดน ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ทั้งแต่ตัวคุ้นตาและแปลกตา มีตั้งแต่คนหัวทองตัวสูงใหญ่ คนผมดำแต่ตัวสูงใหญ่ผิวขาว คนที่มีผ้าโพกหัวหนวดเครายาวเฟื้อย และอีกมากมายทั้งบุรุษและสตรี แม้แต่หอนางโลมเองก็เปิดตั้งแต่กลางวันแสกๆ นางไม่เห็นตัวหอแต่ว่าเห็นสตรีแต่งตัวด้วยชุดสีฉูดฉาด ทาปากแดงเดินทักทายบุรุษไปตามถนน


    ห่างออกไปไม่ไกลเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีเรือสำเภาเทียบท่าอยู่หลายสิบลำ ตั้งแต่ลำขนาดกลางไปจนถึงลำขนาดใหญ่ที่สูงกว่าบ้านคนเสียอีก สำเภาบางลำยังคงมีคนงานลำเลียงของทั้งขึ้นและลงอยู่ตลอด ช่างดูวุ่นวายและเสียงดังโหวกเหวก


    เสี่ยวหลินมองเห็นร้านเครื่องเทศหลากหลายที่ไม่รู้จัก ไหนจะร้านผ้า เครื่องเคลือบ เครื่องทองเหลือง ร้านเครื่องประดับ ร้านขายสมุนไพร ต่างๆ นาๆ มานึกเสียใจที่ไม่ตั้งใจเรียนประวัติศาสตร์เอเชียตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว จึงได้แต่ตัดใจแล้วมองหาอย่างอื่นที่ตนอาจจะรู้จักแทน


    "อยู่ตรงนั้น!" ร่างกลมกระโดดดึ๋งๆ มือป้อมชี้ไปยังกลุ่มคนผมสั้นที่กำลังเดินขนของอยู่ บางคนก็กำลังนั่งเฝ้าหม้อน้ำแกง


    "ใช่จริงๆ ด้วย" หวนต้านเองก็มองอย่างตื่นเต้น เขารีบเดินเข้าไปกลุ่มคนตรงหน้า ก่อนจะตระหนักได้ว่ามีร่างกลมๆ ติดมาด้วย เขาจึงก้มลงหิ้วร่างนั้นติดเอวแล้วรีบจ้ำเดิน


    "อ๊ากก ตาลุง ปล่อยข้า" เสี่ยวหลินดีดดิ้น เจ้าคนตัวสูงนี่กล้าดีอย่างไรถึงมาหอบหิ้วนางราวกับหมอนข้าง


    "พี่ใหญ่ พี่ชายตัวใหญ่อุ้มเสี่ยวหฃินไปทางนั้นแล้ว" เทียนเฉินร้องบอกพี่ชายพร้อมกับชี้ไปทางที่คนทั้งสองเดินไป


    คนทั้งสี่ที่เดินตามมาเมื่อเห็นหวนต้านก้าวเร็วๆ ไปข้างหน้าก็รีบวิ่งตามมา พอเห็นว่าเขามาหยุดยืนอยู่หน้าคนต่างถิ่นก็มองอย่างไม่เข้าใจ


    ร่างกลมถูกวางลงบนพื้นอีกครั้ง นางทำหน้าบูดบึ้งแต่พอเห็นว่าด้านหน้าคือกลุ่มคนที่ตนตามหาอีกทั้งยังเห็นไหปลาร้าที่วางอยู่ไม่ไกลก็ขยับตัวยุกยิก


    "ใยคนพวกนี้มายืนจ้องเราเช่นนี้" ชายผู้หนึ่งพูดขึ้นด้วยภาษาที่ค่อนข้างคุ้นเคย ทำให้หวนต้านกับเสี่ยวหลินหันมองหน้ากันอย่างตื่นเต้น


    "พวกเขาอยากจักซื้อสิ่งใดฤาไม่ เจ้าลองถามดูเถิด" ชายคนที่สองสะกิดสหายอีกคนที่กำลังนั่งคนหม้อดินเผาที่ตั้งอยู่บนเตา


    "พวกท่านอยากจะซื้อสิ่งใดหรือ" ชายร่างผอมลุกขึ้นเดินเข้ามาแล้วเอ่ยถามด้วยภาษาของแคว้นต้าชิงแต่ออกจะฟังยากเสียหน่อย


    เสี่ยวหลินได้ยินอย่างนั้นก็กระตุกชายเสื้อคนด้านข้าง หวนต้านมองเจ้าเด็กตัวกลมที่หาเรื่องให้เขาออกหน้าอีกแล้ว ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเอ่ยออกมา


    "พวกท่านมีเมล็ดพืชมาขายหรือไม่"


    จบคำเสี่ยวหลินก็หันขวับไปมองคนตัวโต ใจนางร้อนรนอยากจะพุ่งเข้าไปหาไหปลาร้าแต่ก็รู้ว่าไม่สามารถทำได้ จึงได้แต่ยืนเงียบอยู่ที่เดิม


    "อ๋อ มีแค่ข้าวกับเมล็ดผักนิดหน่อยขอรับ"


    "แล้วท่านขายอะไรอีกบ้าง"


    "มีไม้หอม ไม้ฝาง ตะกั่ว อำพัน งาช้าง พริกไทย กระวาน กานพลู ฝ้าย เครื่องปั้นดินเผาขอรับ"


    เสี่ยวหลินอ้าปากค้าง พวกเขาถึงกับเอางาช้างมาขายด้วย!


    จริงสิ ถ้าจำไม่ผิด ในโลกเดิมงาช้างคือของบรรณาการที่ไทยเอาไปมอบให้จีนนี่นา แต่ที่นี่ถึงกับเอามาขายโจ่งแจ้งเลยหรือ


    หวนต้านได้ยินอย่างนั้นก็ก้มลงมองเด็กอ้วนข้างตัว เขาไม่ได้รู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์มากนักด้วยเรียนมาน้อยจึงไม่ได้สนใจสิ่งของพวกนี้ เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าจะเอาอย่างไรต่อ หางตาเหลือบเห็นคนทั้งสี่ด้านหลังที่กำลังสนใจขนมหวานที่แผงฝั่งตรงข้ามจึงสะกิดไหล่เด็กน้อยด้านข้าง


    "จะทำอะไรก็รีบทำ พวกเขากำลังสนใจอย่างอื่น" ชายหนุ่มเอ่ยบอกเด็กตัวกลม เสี่ยวหลินหันกลับไปมองก็เห็นว่าเป็นอย่างที่เขาว่าจึงได้เอ่ยกับชายตรงหน้าเสียงใส


    "ท่านลุง ข้าอยากได้ปลาร้าเจ้าค่ะ! ท่านขายให้ข้าได้หรือไม่"


    "น..นี่เจ้า!" ชายผมเกรียนชี้หน้าเด็กน้อยตัวกลมอย่างตกใจ เหตุใดนางถึงพูดภาษาข้าได้!


    "ว่าอย่างไรเจ้าคะ"


    "พวกเจ้าเป็นผู้ใดกัน เหตุใดจึงพูดภาษาของเราได้" ชายอีกคนที่เดินเข้ามาได้ยินพอดีจึงรีบเดินมาสมทบ


    "คือ ข้ามาจากที่เดียวกับพวกท่าน" หวนต้านดึงเด็กตัวกลมมาหลบด้านหลังตามองไปยังดาบที่ชายคนที่สองถืออยู่ เขาเป็นชายไทยแท้หน้าคม ผิวเข้มกว่าคนที่นี่ พวกเขาน่าจะพอดูออกบ้าง


    ชายสองคนมองสำรวจหวนต้านแล้วหันกลับไปกระซิบกระซาบกันก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง


    "แล้วนางเล่า" ชายคนแรกมองไปยังเด็กตัวกลมผิวขาวที่หลบอยู่ด้านหลัง


    "ข้าสอนภาษาให้นางเองขอรับ"


    "แล้วเหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ อีกทั้งยังแต่งตัวเหมือนกันกับคนที่นี่"


    "ข้ามากับเรือสำเภาขอรับ ตั้งใจมาทำการค้าแต่ว่าข้าได้แต่งงานกับสตรีชาวต้าชิงจึงปักหลักอยู่ที่นี่ขอรับ"


    เสี่ยวหลินเบิกตาโตลอบยกนิ้วโป้งให้กับการแสดงของคนด้านข้าง มองดูชายสองคนตรงหน้าที่ยังคงมีท่าทางคลางแคลงใจเล็กน้อย แต่เพราะภาษาที่ใช้สื่อสารกันชั้นชัดเจนมากเกินกว่าที่จะเป็นแค่ล่าม พวกเขาจึงไม่ได้ตั้งท่าเตรียมจู่โจมเหมือนเมื่อครู่


    "แล้วเหตุใดนางถึงอยากซื้อปลาร้าจากพวกข้า"


    "ข้าเคยเล่าให้นางฟังน่ะขอรับ"


    ชายผมสั้นสองคนยืนปรึกษากันอยู่นานก่อนจะตกลงขายปลาร้าให้หนึ่งไหเล็กในราคาหนึ่งตำลึงเงิน เสี่ยวหลินยังถามต่ออยู่นานจนได้เมล็ดแมงลักมาหนึ่งกำมือและมะขามเปรี้ยวอีกหนึ่งห่อเล็ก เด็กอ้วนยิ้มจนเต็มแก้มกอดห่อผ้าแน่นจนลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้ทำอะไรลงไปบ้าง


    หวนต้านที่แขนข้างหนึ่งอุ้มไหปลาร้าเอาไว้ส่วนอีกข้างก็หิ้วเอาเจ้าเด็กตัวกลมติดมาด้วย เขาก้มมองดูคนที่ยังไม่รู้ความผิดของตัวเองอย่างมีน้ำโหนิดๆ


    "เข้าร่างเด็กจนถูกร่างนี้กลืนกินแล้วหรือยังไงถึงทำอะไรไม่รู้จักคิดน่ะห้ะ" ชายหนุ่มกระซิบเสียงรอดไรฟัน เสี่ยวหลินได้ยินก็หัวเราะแหะๆ


    "ขอโทษได้ไหมล่ะ"


    "ช้าไปแล้ว" ชายหนุ่มเดินหน้านิ่งพร้อมกับหิ้วเด็กอ้วนไปด้วยเพราะขี้เกียจรอให้ขาสั้นๆ นั้นก้าวตามทัน


    "แค่นี้ก็ต้องดุด้วย" นางบ่นอุบอิบ


    "เกือบจะถูกฟันหัวขาดแล้วยังกล้าพูดว่าแค่นี้! ไม่เห็นดาบที่พวกเขาถือหรือไง"


    เสี่ยวหลินหัวหด เบะปากไม่พูดอะไรออกมาอีก พอคิดดูแล้วตัวนางเองก็ทำอะไรไม่รู้จักคิดจริงๆ นั่นแหละ ใช้ชีวิตเป็นเด็กมาหลายเดือนจนแทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองอายุยี่สิบสาม


    เทียนหรงที่มัวแต่ตามใจเด็กสองคนกับเจ้าเด็กโข่งจนเสียเงินไปหลายอีแปะ พอหันมาอีกครั้งก็เห็นบุตรสาวถูกหิ้วติดข้างเอว ใบหน้าเศร้าสร้อย เขาจึงรีบรับร่างอ่อนปวกเปียกของบุตรสาวมาอุ้ม


    "เป็นอะไรลูก หือ ง่วงหรือ" เทียนหรงเอ่ยถามบุตรสาว


    เสี่ยวหลินส่ายหัวน้อยๆ นางซบแก้มกลมๆ ลงบนไหล่ของบิดา ท่าทางเหงาหงอยนั้นทำให้หวนต้านถอนหายใจออกมา


    "แล้วนั่นพี่ต้านได้อะไรหรือขอรับ"


    "อ๋อ ของบุตรสาวเจ้าน่ะ ที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเลยนะ เรากลับเข้าเมืองกันเถอะ"


    เสี่ยวหลินนั่งซึมตลอดการเดินทาง ถึงแม้เทียนเฉินและเด็กแฝดทั้งสองจะชวนไปซื้อขนมนางก็เอาแต่ส่ายหัวลูกเดียว มีเพียงเอ่ยขอให้ท่านอาของนางไปจับปลาในลำธารมาสักหลายตัว พอกลับถึงบ้านเจ้าตัวกลมก็เข้าไปขลุกอยู่ในห้องนอนจนคนที่เอ่ยดุก่อนหน้านี้อดรู้สึกผิดไม่ได้


    "เสี่ยวหลิน อาจับปลามาให้แล้ว"


    ครู่ใหญ่เทียนเฉินก็กลับมาพร้อมกับปลาหลายตัว หน้าหนาวราวสามเดือนกว่าๆ ไม่ได้ทำให้พวกมันตัวผอมลงเลยแม้แต่น้อยยังคงตัวแน่นอวบอ้วนน่ากินเหมือนเดิม


    เสี่ยวหลินขอให้จางรั่วนำปลาไปนึ่งสองตัว และนำไปต้มยำอีกหนึ่งตัว ส่วนนางนั้นมีสิ่งที่อยากจะทำอยุ่ในใจแล้ว


    ร่างกลมหยิบหัวหอมกับกระเทียมมาแกะเปลือก ตั้งกระทะของตนเองแล้วนำหอมกับกระเทียมลงไปคั่ว รวมถึงพริกแห้งด้วย พอได้ที่จึงใส่ลงไปในครกเล็กๆ ของตน ตำโป๊กๆ อยู่นานก็ไม่แหลกสักที


    "จะทำอะไร" หวนต้านเดินเข้ามาถามเด็กอ้วนที่นั่งตำบางอย่างอยู่ที่แคร่หลังบ้าน


    "ป่นปลานิล"


    "ป่น?"


    "น้ำพริก"


    เด็กอ้วนยังคงมีใบหน้านิ่งเรียบจนคนตัวโตถอนหายใจ เขาแย่งเอาครกเล็กมาจากนางแล้วลงมือตำเอง ไม่กี่ครั้งพริกหอมกระเทียมที่นางลงมือตำอยู่นานก็แหลกเป็นเนื้อเดียวกัน


    เป็นเด็กนี่ลำบากจริงๆ! อยากโตแล้ว!


    พอปลาสุกได้ที่นางก็ใช้คนข้างตัวแกะเอาเนื้อปลามาใส่ครก ส่วนตัวเองนั้นเปิดไหปลาร้ากลิ่นหอมชื่นใจ ตักมาหนึ่งช้อนผสมกับน้ำนึ่งปลาร้อนๆ เอาไว้ ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อยและน้ำมะนาว


    "ซู๊ด หอม" เด็กตัวกลมโยกตัวไปมาพลางกลืนน้ำลายลงคอ นางรอจนหวนต้านตำเนื้อปลากับพริกให้เข้ากันแล้วค่อยเทน้ำปลาร้าปรุงรสลงไป คนผสมให้เข้ากันแล้วตักมาชิม


    "อื้ม! รสชาติที่รอคอย!"


    หวนต้านเห็นท่าทางของเด็กอ้วนก็ขอชิมบ้าง เขาเบิกตากว้าง รสชาตินี้เขาเองก็รอคอยมานานเช่นเดียวกัน


    มื้อเย็นสองร่างเล็กใหญ่จ้วงน้ำพริกกินกับถั่วงอกสดๆ กับผักบุ้งอ่อนลวก เพราะมีผักอยู่เพียงแค่นี้ ส่วนคนอื่นๆ นั้นได้แต่ขยับออกไปนั่งกินปลานึ่งกับต้มยำปลาอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ มองดํท่าทางเอร็ดอร่อยของคนทั้งสองอยู่อีกมุมของโต๊ะ


    "พวกเขากินอะไรกันกลิ่นแปลกนัก" ฮุ่ยสงกระซิบขึ้นมาคนแรก


    "ท่าทางจะอร่อยนะขอรับ" เทียนเฉินมองตามแล้วก็กลืนน้ำลาย


    "หรือว่าจะเป็นไหที่พี่ต้านอุ้มมากัน" เทียนหรงหรี่ตามองอย่างครุ่นคิด



    ######################################

     


    คล้ายกับเรื่องหนูน้อยสกุลถัง(ลงใหม่) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640