บทที่16วิกฤติที่เหนือความคาดหมาย
ฮุ่ยจวินและฮุ่ยไป๋คล้ายถูกสะกดด้วยตัวอักษรที่อยู่ภายในคัมภีร์เล่มดังกล่าวจนทั้งสองมิอาจที่จะละสายตาออกมาได้ทว่ายิ่งพวกมันจดจ้องอยู่ที่ตัวอักษร เสมือนตัวอักษรมันกำลังขยับเองได้ อีกทั้งตัวอักษรก็คล้ายแผ่พุ่งแสงแห่งการชำระล้างทำลายมรรคจิตของพวกมันจนห้วงแห่งสมองปวดแปลบและเพราะเหตุนี้อาการถูกพิษที่ฮุ่ยไป๋พยายามกดข่มมิให้แสดงออกมาตลอดก็ถูกกระตุ้นทำให้นางร่างส่ายโงนเงนคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราในมือร่วงตก ก่อนที่นางจะกระอักโลหิตคำใหญ่ แล้วก็หงายหลังล้มตึงลงไป
ฮุ่ยจวินเองก็แทบล้มไปกองบนพื้นเช่นเดียวกับนางแต่มันตัดกิเลสจากแรงดึงดูดของคัมภีร์แลคืนกลับสู่สติได้ก่อน พอเหลือบเห็นสภาพของฮุ่ยไป๋ดังนั้นก็ตื่นตระหนกรีบเข้าไปโอบร่างนางขึ้น
“ไป๋เอ๋อร์!”
ฮุ่ยจวินยื่นสองนิ้วชี้กลางตรวจชีพจรที่ข้อมือของนางอย่างรวดเร็วพบว่าตอนนี้ร่างของนางเย็นเฉียบกว่าเดิม ชีพจรก็เต้นแ่เบายิ่ง ทั้งยังดูเหมือนจะช้าลงกว่ามนุษย์ปกติทั่วไปมากใบหน้าของฮุ่ยจวินจึงยิ่งปรากฏความยุ่งยาก มันศึกษาตำราแพทย์ชั้นสูงจนแตกฉานหลายเล่มศึกษาตำรากายมนุษย์จนแทบรู้ระบบการทำงานของระบบอวัยวะในร่างกายทุกสัดส่วน เช่นนั้นชีพจรยิ่งเต้นช้าแ่เบาแสดงให้เห็นจุดเชื่อมโยงไปถึงการฉูบฉีดโลหิตในกายของนาง พลังชีวิตของนางได้ร่อยหรอลงไปทุกทีแล้ว
ฮุ่ยจวินครุ่นคิด
“เหตุใดเวลาจึงบีบเร็วถึงเพียงนี้มิใช่ว่ายังพอมีเวลาให้นางอีกหลายเดือนหรอกหรือ”
ความเป็จริงนางยังพอทานทนต่ออาการพิษกำเริบได้อีกหลายเดือนทว่าความลึกล้ำพิสดารในคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทรากลับร้ายกาจแลรุนแรงถึงขนาดส่งผลกระทบต่อมรรคจิตกระตุ้นความเ็ปทางเส้นชีพจรลมปราณในร่างกาย พิษที่อยู่ภายในเส้นชีพจรลมปราณจึงคล้ายได้รับการหนุนเสริมส่งให้จู่โจมอวัยวะในกายนางได้อย่างรวดเร็วขึ้นหากไม่รีบรักษาและมิอาจขับพิษที่ถูกสะกดไว้เกือบสิบปีออกก่อนที่มันจะแผ่พุ่งไปยังอวัยวะส่วนหัวใจและสมองของนางนางอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่เกินสามวัน!
ฮุ่ยจวินมองร่างที่นอนหายใจรวยรินตรงหน้าจิตใจแม้เ็ปแต่มันก็ต้องฝืนตัวเองให้อยู่กับสมาธิไม่กระวนกระวายจนเกินไป วันนี้วิชาแพทย์ชั้นสูงทั้งหมดที่มันศึกษามาจะถึงคราวที่ต้องนำมาใช้จริงแล้ว
การศึกษาในตำราและการรักษาจริงแน่นอนว่าแตกต่างราวฟ้ากับเหวแม้ฮุ่ยจวินจะฉลาดหลักแหลมจนสามารถจดจำทุกตัวหนังสือในตำรา ทว่าพอต้องนำมาปรับใช้กับร่างคนจริงๆทำให้มันรู้สึกประหม่าและไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ใดก่อน สมาธิที่พึ่งก่อรวมค่อยๆ สับสนฟุ้งซ่านยิ่งร่างที่สลบอยู่ของฮุ่ยไป๋สะดุ้งขึ้นพร้อมกับโลหิตที่ไหลซึมทางจมูกยิ่งทำให้ชายหนุ่มสมาธิหลุดลอยไป
“โธ่เว้ยต้องทำอย่างไรก่อนดี!”
ชั่วขณะที่คนกำลังสับสนจนจับต้นชนปลายไม่ถูกกลิ่นหอมอ่อนๆ ชนิดหนึ่งก็ลอยมาตามลม พอฮุ่ยจวินััได้ถึงกลิ่นนี้ ความรู้ที่มีในหัวก็ทำให้มันทราบว่านี่คือกลิ่นของสมุนไพรชนิดหนึ่งลักษณะของกลิ่นเนื่องจากเบาบางจึงมิอาจจำแนกอย่างแน่ชัดว่ามันคือสมุนไพรชนิดใด ทว่ากลิ่นของสมุนไพรที่ลอยมาตามลมนี้ได้จุดสมาธิของมันให้คืนกลับมาอีกครั้ง
ฮุ่ยจวินเหมือนจะเริ่มคิดบางเื่ได้มันจึงมุ่งไปยังถ้วยสมุนไพรและโอสถหลายอย่างที่มันแอบขโมยมา สูดดมแยกแยะแลจำแนกกลิ่นทั้งหมดก่อนจะวางลง
“ยังไม่ใช่"
สมุนไพรที่มันมีในมือจากการสูดดมก็ทำให้ทราบว่ามีองค์ประกอบของตัวสมุนไพรใดบ้างมีสรรพคุณเช่นไร ซึ่งสรรพคุณเ่าั้ยังไม่เพียงพอที่จะรักษาอาการเบื้องต้นให้แก่ฮุ่ยไป๋ได้
“แม้จะเหมือนมากแต่กลิ่นสมุนไพรเมื่อครู่มิใช่กลิ่นจากสมุนไพรหรือโอสถที่เรามีเหล่านี้แน่"
ฮุ่ยจวินเดินตามทิศทางลมที่ตนได้กลิ่นเพียงไปไม่ไกลนักก็เห็นป่าสมุนไพรหย่อมหนึ่งที่เกิดขึ้นเบียดเสียดกัน ฮุ่ยจวินขมวดคิ้วด้วยสภาพพื้นที่และภูมิอากาศเช่นนี้สมุนไพรที่มันพบเจอมิน่าจะเจริญเติบโตอยู่ได้ แต่พอได้นึกถึงแหล่งน้ำที่ให้พวกมันได้ใช้ดำรงชีพบนทุ่งร้างแห่งนี้ก็ทำให้มันได้คิดว่า บนโลกแห่งนี้แท้จริงไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้ เช่นนั้นมันก็ต้องรักษาฮุ่ยไป๋ให้หายดีได้เช่นกันเมื่อคิดดังนี้จิตใจจึงเริ่มบังเกิดแรงฮึกเหิม เมื่อจิตใจมั่นคง สมาธิและสติปัญญาของมันก็เริ่มที่จะคืนกลับสู่จุดสูงสุดอีกคราฮุ่ยจวินผ่อนลมหายใจออก ก้มลงมองดูต้นสมุนไพรเ่าั้ กลับปรากฏว่าล้วนใช้การได้ทั้งสิ้น
“์ส่งเสริมแล้ว"
ฮุ่ยจวินบังเกิดรอยยิ้มบนใบหน้ารีบถอนต้นสมุนไพรเ่าั้ขึ้นมาเท่าที่จำเป็ ก่อนจะรีบกลับไปในทันที มันนำสมุนไพรที่ได้มาคัดสรรเอาเฉพาะส่วนที่ใช้บ้างก็ลำต้น บ้างก็ราก บ้างก็ใบแล้วแต่สรรพคุณทางการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของฮุ่ยไป๋ซึ่งแสดงออกมานี้
มันหยิบสมุนไพรเ่าั้ขึ้นมาบดเป็ผงผสมกับยาสมุนไพรที่ขโมยมาจากเทพดาเร้นกายบางส่วนหยอดน้ำเล็กน้อยเคี่ยวบนก้อนศิลาที่มีลักษณะเป็แอ่งคล้ายถ้วย โดยใช้ไฟที่ไม่แรงมากจนสมุนไพรเ่าั้แผ่สรรพคุณตัวยาอย่างได้ที่พอกลิ่นหอมกำจายของตัวยาฟุ้งออก ชายหนุ่มก็ฉีกชุดคลุมซักล้างจนสะอาด ผึ่งไฟจนแห้ง พร้อมกับเทตัวยาสมุนไพรที่พึ่งเคี่ยวเสร็จลงไปแล้วมันก็ทำการคั้นเอาน้ำยาให้ไหลหยดลงมา
ได้ยาน้ำสมุนไพรมาถ้วยหนึ่งมันก็นำไปให้ฮุ่ยไป๋ดื่มกิน ด้วยสรรพคุณตัวยาที่มีฤทธิ์ร้อนได้เข้าไปช่วยระงับอาการหนาวเย็นในตัวนางร่างที่เย็นเฉียบผ่านไประยะหนึ่งก็เริ่มที่จะมีไออุ่นขึ้นน้อยๆ ลมปราณที่ไหลเวียนปั่นป่วนในกายถูกทำให้สงบลงไปได้บ้างลมหายใจที่รวยรินก็สูดได้ลึกขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังช่วยในการไหลเวียนของโลหิต
“ฝู่ว"
ฮุ่ยจวินเป่าปากพร้อมยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากตนก่อนจะใช้ผ้าเช็ดคราบโลหิตบนกายของฮุ่ยไป๋
“โชคเ้ายังดีที่ได้สมุนไพรเหล่านี้มาราวกับปาฏิหาริย์"
ขั้นตอนแรกในการรักษาอาการเบื้องต้นเพื่อมิให้ร่างกายแลพลังชีวิตของนางทรุดหนักนับว่าเป็ไปได้ด้วยดีการวินิจฉัยอาการเบื้องต้น และการจับจุดชีพจรลมปราณตามตำรากายมนุษย์ รวมไปถึงการแยกแยะตัวยาการเลือกใช้สมุนไพรและสรรพคุณที่จำเพาะต่ออาการตามตำราแพทย์โอสถของฮุ่ยจวินในครั้งนี้นับว่าไม่ผิดพลาดแม้เพียงนิดหากแพทย์ผู้เจนโลกมากมายได้มาเห็นเด็กหนุ่มที่เพียงอาศัยการขโมยอ่านตำรา แลจับพลัดจับผลูตามสถานการณ์ที่บีบคั้นทำขนาดนี้ได้พวกมันจักต้องต่างแตกตื่นมิอาจเชื่อในสิ่งที่เห็นแน่
ฮุ่ยจวินเริ่มมีความกล้าและกำลังใจมากขึ้นแต่ทว่าขั้นตอนที่สำคัญอย่างแท้จริงในการรักษาและขับพิษให้แก่ฮุ่ยไป๋ก็คือการฝังเข็มนี่จึงเป็บททดสอบที่สำคัญมากที่สุดสำหรับมัน ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงชีวิตของนางด้วย
ฮุ่ยจวินตรวจสอบชีพจรของนางอีกครั้งรอจนมั่นใจแล้วว่าร่างกายของนางคืนกลับสู่สภาพที่สามารถรับการรักษาในขั้นตอนสำคัญได้มันก็นำห่อผ้าที่เต็มไปด้วยเข็มเงินจำนวนมากออกมาทันที ตัวยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณที่เกี่ยวข้องแลจำเป็ก็ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเสร็จสรรพ
เข็มเงินเล่มหนึ่งถูกฮุ่ยจวินหยิบขึ้นมาจ้องมองอย่างลังเลหมอฮั่วที่เคยช่วยฝังเข็มรักษายืดชีวิตให้แก่ฮุ่ยไป๋เคยกล่าวเอาไว้ว่าวิชาฝังเข็มมิใช่ใครก็สามารถทำได้แม้แต่มันเองก็เพียงมีความสามารถเท่านี้ ทั่วปฐีผู้ที่มีวิชาฝังเข็มชั้นสูงจึงมีเพียงเทพดาเร้นกายเพียงผู้เดียวเท่านั้นแม้แต่หมอที่ผ่านการช่วยรักษาชีวิตคนมานับพันนับหมื่นชีวิตยังบอกว่าทำไม่ได้ แล้วตนที่เพียงแต่อ่านตำราทว่ามิเคยรักษาคนเลยจะกระทำได้หรือไม่จะนำพาความตายมาสู่นางหรือไม่ ยิ่งพอได้จับเข็ม ความมั่นใจของฮุ่ยจวินก็เริ่มที่จะลดทอนลงมือที่จับเข็มเงินเริ่มสั่นเทา เข็มในมือมันนี้มิใช่เพียงปักๆ ไปตามตำราก็จบ แต่มันได้เกี่ยวพันธ์ไปถึงชีวิตของนางด้วย
ฮุ่ยจวินใช้ปลายเข็มเงินแตะลงยังตัวยาสมุนไพรที่มีความจำเพราะต่อพิษที่แพร่กระจายในเส้นลมปราณพิษแพร่ที่ไหน ตัวยาสมุนไพรที่ใช้ก็ต้องออกฤทธิ์ที่นั่น ซึ่งตำราแพทย์ชั้นสูงที่หาได้ยากที่มันขโมยมานี้ล้วนอธิบายเนื้อหาไว้อย่างละเอียดยิบปริมาณตัวยาที่ใช้ ความลึกของเข็มและตำแหน่งที่ต้องฝัง จึงไม่แปลกที่แพทย์ทั่วไปและมิได้ศึกษาตำราชั้นสูงนี้จะทำได้
ปลายเข็มเงินอันคมกริบที่หุ้มไว้ด้วยตัวยาสมุนไพรที่ออกฤทธิ์เย็นจ่ออยู่ที่จุดกึ่งกลางบริเวณหน้าผากพิษที่แพร่ไปตามเส้นชีพจรลมปราณและแผ่พุ่งไปที่ระบบประสาทและหัวใจ อันดับแรกต้องเปิดจุดชีพจรลมปราณบริเวณกึ่งกลางหน้าผากก่อนซึ่งการเปิดลมปราณจุดแรกนี้นับว่าสำคัญยิ่ง จะผิดพลาดเพียงเสี้ยวก็มิได้ เพราะอาจจะทำให้พิษแผ่พุ่งผ่านเข้าสู่อวัยวะสำคัญเช่นสมองได้เร็วขึ้นเช่นนั้นปลายเข็มจึงจ่ออยู่ที่หน้าผากของนางมิขยับ เห็นเพียงปลายเข็มที่สั่นไหวเนื่องจากจิตใจที่กำลังลังเลปรุงยาให้คนกินเพียงอาศัยความแม่นยำก็ทำได้ แต่การฝังเข็มคนมิใช่เพียงอาศัยความแม่นยำเท่านั้นแต่ต้องรวมถึงจิตใจของผู้รักษา และองค์ประกอบของมนุษย์ที่ถูกรักษาซึ่งมีความจำเพาะแลแตกต่างในแต่ละคนด้วยเช่นตำราบอกว่าจุดชีพจรของคนทั่วไปอยู่ลึกเพียงชุ่น ทว่าหากเป็คนอ้วนหรือผอมซึ่งมีมวลกล้ามเนื้อที่แตกต่างแน่นอนว่าความลึกตื้นของเข็มก็จะมิเท่ากันแล้ว
ขณะที่ฮุ่ยจวินลังเลมิกล้าที่จะแทงเข็มเงินลงไปมืออันขาวผ่องเล็กจ้อยของเด็กหญิงก็ยกขึ้นมากุมกำชับมือข้างนั้นของมันอย่างแ่เบาพร้อมกับวาจาที่กล่าวอย่างอ่อนระโหยโรยแรง
“ชีวิตข้าเพียงไม่กี่วันก็ตกตายแล้วไฉนจึงต้องกลัวว่าข้าจะตกตายในตอนนี้… เข็มนี้อย่างน้อยก็ให้ทางเลือกข้ามิใช่หรือดีกว่าจะรอความตายในวันพรุ่ง สู้เดิมพันชีวิตกับเข็มนี้ของท่านจะเป็ไร"
ั์ตาของฮุ่ยจวินสั่นพร่าพร้อมกับมีหยาดประกายสีเงินหยดไหล ฮุ่ยไป๋ก็เอื้อมมือที่เกาะกุมมือของชายหนุ่มไปเช็ดหยดน้ำตาอันกระจ่างให้แก่มันแล้วกล่าวว่า
“ข้าเชื่อใจท่าน”
ปลายเข็มเงินที่สั่นเครือพลันนิ่งสงบฮุ่ยจวินพยักหน้าแลพริ้มตาลง วิชามีดบินที่มันร่ำเรียนมาส่งผลให้น้ำหนักมือของมันถูกควบคุมได้เป็อย่างดีพอจิตใจผ่อนคลาย พอได้ยินคำกล่าวของฮุ่ยไป๋ มันก็ตัดสินใจฝังเข็มเงินลงยังกึ่งกลางหน้าผากของนางทันที!
เข็มดอกแรกปักลงเปิดจุดชีพจรลมปราณได้อย่างพอดีไม่ผิดพลาดตัวยาแผ่สรรพคุณฤทธิ์เย็นส่งให้ลมปราณคล้ายชะลอการไหลเวียนลงไป ลมปราณตรงส่วนนี้ของนางเสมือนกำลังถูกหยุดเวลาไว้อย่างชั่วคราว
เมื่อเข็มแรกลงไปแล้วเข็มที่สองต้องกระทำอย่างต่อเนื่องมิอาจชักช้า เพราะการไหลเวียนลมปราณจะหยุดไว้นานมิได้เข็มที่สองจึงเลื่อนไปที่กึ่งกลางอก สมุนไพรที่ใช้ยังคงมีฤทธิ์เย็นเพื่อที่จะชะลอการไหลเวียนของลมปราณที่จะเชื่อมไปสู่หัวใจโดยมิชักช้า ฮุ่ยจวินก็ปักเข็มเงินลงยังจุดชีพจรลมปราณกึ่งกลางอกทันที ไม่ว่าจะน้ำหนักความลึก และตำแหน่งล้วนไม่ผิดพลาด ครั้งนี้แม้จะแทงเอียงไปบ้างแต่ด้วยน้ำหนักมือของมันก็ยังควบคุมให้อยู่ตรงจุดชีพจรได้อย่างพอดี
ฮุ่ยจวินเป่าปากผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ตอนนี้ความกังวลใจเปราะแรกของมันผ่านไปแล้ว ยิ่งมันได้ทำการลงเข็มโดยไม่มีปัญหา มันก็ยิ่งมีความมั่นใจว่าตนจะทำได้มากยิ่งขึ้น
เมื่อทำการชะลอการไหลเวียนของลมปราณมิให้ส่งผ่านไปถึงสมองและหัวใจได้แล้วต่อไปมันก็ต้องทำการเปิดชีพจรส่วนปลายเพื่อขับพิษ ตามตำราฝังเข็มชั้นสูงระบุว่า พิษที่แพร่ผ่านลมปราณต้องหยุดที่ใจกับจิตและขับออกที่ส่วนปลาย ซึ่งกระบวนขั้นตอนการขับออกต้องกระทำอย่างเร่งด่วนทันทีที่ปิดจุดลมปราณสมองและหัวใจแล้ว
เข็มเงินสิบสองเล่มถูกจุ่มลงยังตัวยาที่มีฤทธิ์ร้อนเย็นสกัด ร้อนทำลาย นี่ก็คือวิธีแห่งการขจัดพิษกลืนชีพ เข็มเล่มที่หนึ่งและสองถูกปักลงยังตำแหน่งหลังมือซ้ายขวาเพื่อเปิดจุดศูนย์รวมที่จะไปยังชีพจรส่วนปลายเข็มที่สามอยู่ที่ปลายนิ้วโป้งเท้าซ้าย เข็มที่สี่ ห้า หก และเจ็ดก็ไล่เรียงตามลำดับจนไปถึงนิ้วก้อยซ้ายเช่นเดียวกับเข็มที่เหลือคือเล่มที่แปดถึงสิบสองได้ฝังยังปลายนิ้วเท้าข้างขวาทั้งห้าจุด
มิรอช้า เข็มเงินอีกสิบเล่มถูกจุ่มลงยังตัวยาฤทธิ์ร้อนเช่นเดิมทว่าขณะที่ฮุ่ยจวินจะทำการฝั่งเข็มเงินลงยังปลายนิ้วมือของฮุ่ยไป๋ซึ่งเป็สิบจุดสุดท้ายแผ่นหลังของมันก็พลันรู้สึกถึงความเย็นเยียบแผ่พุ่งมา
ประกายกระบี่สีเงินวาวพุ่งวาบฮุ่ยจวินต้องโอบร่างของฮุ่ยไป๋พลิกหมุนกายออกจากรัศมีของกระบี่ ชายหนุ่มมันไม่ทราบว่าผู้ใดโจมตีมาโจมตีด้วยเหตุผลใด แต่เ่าั้หาได้สำคัญไม่ เพราะตอนนี้ฮุ่ยไป๋กำลังอยู่ใน่สำคัญของชีวิตหากมันยิ่งชักช้า วิธีการรักษาที่ทำอยู่นี้จะกลับกลายเป็ดาบคมที่สองซึ่งแทนที่จะทำลายพิษแต่จะแปรเปลี่ยนกลับกลายมาจู่โจมนางเสียเอง่เวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ ความเป็ตายยากบอกได้เช่นนี้ กลับยังมีเื่ที่เหนือความคาดหมายและเป็ตายมาแทรกแซงอีก!
“พวกเ้าทั้งสองคิดว่าจะหนีจากเงื้อมมือของข้าพ้นหรือข้าเคยบอกแล้วว่า ต่อให้พวกเ้าจะหนีไปไกลจนสุดหล้าฟ้าเขียว ข้าก็จะติดตามพวกเ้าไปทุกที่!"
เสียงของสตรีนางหนึ่งดังมาแต่ไกลร่างในชุดคลุมดำปิดครึ่งใบหน้าเหินกายขึ้นลงไม่กี่คราก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของฮุ่ยจวินและฮุ่ยไป๋
นางก็คือสตรีที่ติดอยู่ในค่ายกลแปรทิศเปลี่ยนฟ้าดินของเทพดาเร้นกายผู้นั้นนางกลับสามารถติดตามมาได้!