เฟยหรงที่วิ่งทิ้งตัวของซิงเยียนมา ณ ตอนนี้เขาก็วิ่งมาถึงตัวบ้านแล้วก่อนที่เขาจะรีบทำการเปิดประตูและเดินตรงเข้าไปที่หน้าประตูห้องของถังเว่ยอย่างรวดเร็วและทำการเคาะประตูเบาๆ
“ท่านพี่…ท่านยังตื่นอยู่รึไม่?ข้ามีเื่อยากจะขอร้องท่าน"
เขากล่าวออกมาด้วยเสียงเบาถึงจะได้กำลังใจจากซิงเยียนมาแต่เขาก็ยังกลัวการสนทนากับถังเว่ยในตอนนี้อยู่ดี ทว่าไม่นานประตูห้องก็เปิดออกอย่างช้าๆเผยให้เห็นร่างของถังเว่ยที่กำลังจ้องมองมายังเขา
“เื่ที่ข้าควรพูดข้าพูดไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นข้าไม่จำเป็ต้องพูดอะไรอีก…”
เสียงของถังเว่ยยังคงไม่เปลี่ยนไปจากตอนที่พูดกับเขาล่าสุด หัวใจของเฟยหรงก็ห่อเหี่ยวลงทันทีความผิดหวังค่อยๆกัดกินหัวใจของเขาก่อนที่ประโยคขของซิงเยียนที่นางกล่าวกับเขาไว้ก่อนหน้านี้จะดังขึ้นมาในโสตประสาทของเขา
‘พยายามให้ถึงที่สุดแสดงให้เขาเห็นสิถึงความตั้งใจของเ้า!’
เฟยหรงกำหมัดแน่นพร้อมเงยหน้าไปสบตาถังเว่ยด้วยสายตาอันแน่วแน่ทำให้ถังเว่ยเองก็รู้สึกแปลกใจเช่น ที่จู่ๆท่าทีของเฟยหรงมันแตกต่างออกไป
“ข้ารู้ว่าท่านพูดในสิ่งที่ต้องพูดกับข้าหมดแล้วแต่ว่าข้าไม่ได้้าพูดกับท่านเื่นั้น ที่ข้าจะพูดก็คือ…ได้โปรดช่วยสอนการฝึกพลังยุทธ์ให้กับข้าด้วย!"
เสียงของเขานั้นดังไปทั่วบ้านแต่ยังนับว่าเป็เื่ดีที่ไม่มีใครได้ยินเสียงของนอกจากตัวของถังเว่ย
“เ้าว่ายังไงนะ?”
ถังเว่ยได้กล่าวถามเฟยหรงออกมาอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เขาได้ยินไม่ได้ผิดเพี้ยนไป
“ได้โปรดช่วยสอนการฝึกพลังยุทธ์ให้กับข้าด้วย ไม่สิ! ช่วยสอนทุกอย่างที่ท่านรู้ให้ข้าด้วย…”
ยังคงเหมือนกับประโยคแรกที่เขาได้ยินเมื่อครู่ ถังเว่ยที่คิดว่าอีกฝ่ายกำลังล้อเล่นกับเขาอยู่ แต่เมื่อเห็นแววตาจากอีกฝ่ายเขาก็สามารถััได้ถึงความแน่วแน่จากดวงตาคู่นั้น
“อะไรทำให้เ้าถึงคิดว่าข้าจะสามารถสอนเ้าได้ ข้าก็เป็เพียงแค่คนธรรมดา-”
“ไม่มีคนธรรมดาที่ไหนฝึกให้น้องของตนเองฝึกจดจำสมุนไพรและยกค้อนเหล็กหรอกท่านพี่ อีกอย่างนึงคนธรรมดาจะไปเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ได้เยี่ยงไร?”
คราวนี้เป็ตัวของถังเว่ยเองที่ไม่สามารถโต้แย้งคำพูดของเฟยหรงได้ ก่อนที่เขาจะรู้ถึงสาเหตุของเื่ทั้งหมดพร้อมกับมองผ่านตัวของเฟยหรงไปและจ้องมองไปยังบริเวณประตูทางเข้าบ้านและค่อยๆหันสายตากลับมามองเฟยหรงอีกครั้ง
“ซิงเยียนบอกเ้าหรือ?"
“ใช่”
ที่แท้ก็เป็ฝีมือของน้องสาวคนรองของเขานั้นเอง ถังเว่ยไม้รู้เลยว่านางไปพูดอะไรให้กันแน่ถึงทำให้เฟยหรงมาขอร้องให้เขาสอนฝึกพลังยุทธ์กัน แต่เขาเลิกที่จะใส่ใจเกี่ยวกับมันและหันมาสนใจเฟยหรงที่อยู่ข้างหน้าของเขาแทน
“เ้ายอมรับได้หรือที่จะให้คนธรรมดาเช่นข้าสอนเ้า? ยอมรับได้อย่างั้นหรือทั้งที่ข้าต่อว่าเ้าขนาดนั้นแต่ก็ยังมาขอให้ข้าเป็คนสอนให้?”
“ข้ายอมรับ!”
ไม่มีการลังเล ไม่มีการว่อกแว่กเหมือนยามที่สู้กันทำให้ถังเว่ยรู้ดีว่าต่อให้เขาพยายามจะปฏิเสธแค่ไหนอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมแพ้แน่
“การฝึกของข้าไม่ได้ยากแต่ก็ไม่ได้ง่ายเช่นกัน…หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นเ้าคงไม่ล้มเลิกไปเสียก่อน"
เฟยหรงที่เห็นว่าถังเว่ยยอมตดลงสอนการฝึกพลังยุทธ์ให้แก่เขาก็แอบรู้สึกยินดีภายในใจเป็อย่างยิ่ง….หารู้ไหมว่านี่จะเป็ครั้งสุดท้ายที่เขาจะรู้สึกยินดีที่ได้รับการสอนจากถังเว่ย
“ไปพักผ่อนเถอะะพรุ่งนี้เช้ามืดข้าจะรอเ้าที่บริเวณลานกว้างเช่นเคย…”
พลันคำพูดของถังเว่ยจบเฟยหรงก็ยอมทำตามแต่โดยดีก่อนที่เขาจะเดินเข้าห้องของตนเองไป ทิ้งไว้เพียงถังเว่ยที่ยังคงยืนอยู่บริเวณห้องโถงของบ้าน
“เ้าไปพูดอะไรให้เขาฟังล่ะซิงเยียน?”
ถังเว่ยกล่าวออกมาแบบลอยๆ ทว่าจู่ๆประตูทางเข้าบ้านก็เปิดออกเผยให้เห็นโฉมงามที่กำลังทำสีหน้ากลัวๆเหมือนกับโจรที่ถูกเ้าของบ้านจับได้
“ฮ่าๆท่านพี่ท่านรู้ด้วยหรอว่าข้าอยู่ตรงนี้…”
“ข้ารู้ั้แ่เ้าก้าวมาอยู่ประตูแล้ว”
เขารู้ั้แ่แรกแล้วว่านางนั้นแอบอยู่ทางหน้าด้านของประตูทางเข้าแต่เขาไม่ได้รีบเรียกให้นางออกมาแต่ให้เฟยหรงนั้นพูดในสิ่งที่เขาอยากพูดแทน
“ข้าหวังดีกับเขานะท่านพี่ ข้าเห็นท่าทางขี้ขลาดของเฟยหรงก็เลยสั่งสอนเขาไปนิดหน่อย…”
“แต่ว่าบริเวณใบหน้าของเฟยหรงมีรอยเหมือนโดนตบอยู่นะ?”
ในตอนนี้นางนั้นไม่รู้จะหาอะไรมาแก้ตัวกับถังเว่ยแล้ว นางรู้ดีว่าถังเว่ยจะต้องโกรธนางแน่เพราะเขาเคยสอนหลักการที่ต้องปฎิบัติกับคนในครอบครัวมาแล้ว…
“ไหนเ้าลองบอกข้าหน่อยซิว่าข้าเคยสอนว่าอย่างไร?”
“จงอย่าทำร้ายครอบครัวของเรา…แต่จงปกป้องกันเองเวลาที่มีคนจะทำร้ายครอบครัวของเรา”
นางนั้นจำคำสอนของถังเว่ยได้ขึ้นใจแต่ในตอนนั้นคำพูดของเฟยหรงนั้นทำให้นางรู้สึกโกรธเป็อย่างมากถึงได้เผลอทำร้ายร่างกายของเขาไป เมื่อเห็นท่าทางซิงเยียนถังเว่ยก็รู้แล้วว่าจะต้องเป็ฝีมือของนางก่อนที่เขาจะค่อยๆเดินตรงเข้ามานางพร้อมกับโยกมือขึ้นสูง ซิงเยียนก็ทำเพียงหลับตาลงและรอรับสิ่งที่นางจะต้องโดนลงโทษ
ทว่าในวินาทีต่อมานางก็รู้สึกเหมือนกับมีมือขนาดใหญ่ลูบไปมาอยู่บนศีรษะของนาง เปลือกตาของนางค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าของถังเว่ยที่มีรอยยิ้มที่กำลังลูบศีรษะของนางอยู่
“ขอบคุณนะที่ช่วยเตือนสติของเฟยหรง บางทีข้าอาจจะเป็คนที่ใช้คำพูดรุนแรงแต่ข้านั้นหวังดีกับพวกเ้าเสมอ เฟยหรงเป็คนที่มีพร์ถ้าข้าให้ท้ายเขามากเกินไปบางทีเขาอาจจะหลุดออกจากเส้นทางของตัวเองก็ได้”
นอกจากถังเว่ยจะไม่ลงโทษนางแล้วเขายังกล่าวขอบคุณนางอีกต่างหากทำให้นางรู้สึกดีใจลึกๆเช่นกัน
“ท่านพี่…”
แต่ในวินาต่อมาจากรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นก็แปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มอันแสนโเี้แทน
“แต่คนที่ทำผิดกฎก็ต้องรับบทลงโทษพรุ่งนี้เช้ามืด เ้าต้องมารับการสอนกระบี่จากข้าโดยใช้กระบี่เหล็กที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมพ่วงด้วยกำไรถ่วงน้ำหนัก…”
จากพี่ชายที่แสนใจดีก็แปรเปลี่ยนปีศาจใจร้ายในทันควัน ซิงเยียนก็มีแม้แต่ต้องรับชะตากรรมที่นางกำลังจะได้รับในวันถัดไปแต่โดยดี
“ข้าทราบแล้ว…”