เช้าวันที่คล้ายจะว่ามีฝน วันแรกของการเปิดเทอมธีร์และเพื่อน ๆ มาโรงเรียนั้แ่ 7 โมงเช้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเปิดเทอมวันแรก แต่กระนั้นก็เห็นผอ.ยืนคุยกับยามอยู่ก่อนหน้า
“มีอย่างที่ไหนผอ.มาโรงเรียนแต่เช้าแต่มันก็เป็เื่ดีนี่” ต้นน้ำพึมพำ
ทุกคนสวัสดีผอ.พร้อมสนทนากันชั่วครู่แล้วแต่ละคนก็แยกย้าย บ้างตรวจตราบริเวณหน้าเสาธงบ้างดูแลถังขยะ บ้างเปิดดูห้องเรียน พลอยและเพื่อนร่วมกันตั้งกล่องรับปัญหาที่้าให้แก้ไขไว้บริเวณตึกอำนวนการ และสร้างช่องทางแสดงความคิดเห็นผ่านโลกออนไลน์
พวกเราพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเพื่อเป็การลดอคติที่นักเรียนมีต่อโรงเรียน เช่นเสนอให้แก้กฎโรงเรียนในเื่ระเบียบทรงผมจนประสบความสำเร็จ แต่นั่นก็สร้างความไม่พอใจให้กับครูหลายท่านเช่นกันเราไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าการยึดติดกับระเบียบเดิมที่ล้าสมัยมันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างไรการให้นักเรียนสามารถรวมกลุ่มจัดตั้งชุมนุมได้เองรวมทั้งการประเมินการสอนของครูในแต่ละรายวิชา แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าปัญหาจะหมดไป ปัญหาบางอย่างเป็ปัญหาที่แท้จริงแต่ปัญหาบางอย่างก็ดูจะไม่เหมาะสม เช่นการเรียกร้องให้ยกเลิกการสอนวิชางานบ้าน/งานเกษตรมันจึงเป็หน้าที่ของพวกเราที่จะต้องเข้าไปอธิบายโดยใช้หลักเหตุและผลแต่ในเมื่อทุกคนล้วนมีเหตุผลเป็ของตัวเอง นั่นจึงเป็ปัญหาที่ต้องให้ขบคิดอีกว่าเหตุผลของใครมีน้ำหนักมากกว่ากัน
“โลกยุคใหม่มีแต่ความสะดวกสบายอย่างนี้ไงเด็กยุคใหม่จึงไม่รู้จักอดทน ไม่เห็นคุณค่า ไม่เหมือนโลกยุคเก่าของพวกเรา” ครูท่านหนึ่งกล่าวขึ้นหลังไม่พอใจผลการประชุม
ผมอยากอธิบายต่อว่ามีใครบางคนกล่าวไว้ว่า “โลกใหม่ไม่ได้ดีทั้งหมด ไม่ได้เลวทั้งหมดโลกเก่าก็เช่นกัน” ลองเปิดใจ ค้นหาและเรียนรู้โลกใหม่ เพื่อที่จะได้ข้อค้นพบที่ว่ามันคือโลกใบเดียวกัน คุณแค่ไม่ยอมรับและไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขปัญหาต่างๆ ของพวกเราคงไม่กล้าการันตีว่าเหมาะสมหรือถูกต้องที่สุด แต่ก็คงดีที่สุดเท่าที่กลุ่มเด็กอายุ17จะทำได้ก็เท่านั้น