เทพสงครามสายเลือดมังกร

ตอนที่ 153 จุดเริ่มต้น

ยังมีเวลาอีกสองวันกว่าจะถึงการคัดเลือกเข้าเหล่าคนใน


ด้วยความเร็วปกติของหลงเฉิน เวลาเพียงแค่สองวันนั้นไม่เพียงพอที่จะฝึกทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ  อย่างไรก็ตาม  เมื่อหลิงซีเป็นเจ้าของทักษะยุทธ์นี้และมีประสบการณ์ในการฝึกฝนมาก่อน  เขาจึงสามารถฝึกฝนจนสมบูรณ์แบบด้วยความถนัดตามธรรมชาติของเขาเองและด้วยคำแนะนำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนของนาง


“ทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นสูง  [ดัชนีกระบี่วิญญาณอสูร] …”


พลังของกระบวนท่านี้ย่อมเหนือกว่า [หมัดอสูรสุริยันผลาญฟ้า] อย่างแน่นอน  และมันคือการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของหลงเฉินในเวลานี้


มันคือทักษะดัชนีเช่นเดียวกับทักษะกระบี่  หลงเฉินเคยฝึกฝน [ปีศาจวายุเก้าดัชนี] มาก่อน  และยังเคยเห็น [ดัชนีสวรรค์ทมิฬ] ของตระกูลไป๋  อย่างไรก็ตาม  ทักษะดัชนีทั้งสองย่อมมิอาจเทียบกับ [ดัชนีกระบี่วิญญาณอสูร] ได้


ทักษะนี้จำต้องใช้การผสมผสานทักษะกระบี่ที่ทรงพลังและทักษะดัชนีซึ่งต้องใช้นิ้วมือ แม้ว่าจะทำให้พลังของทักษะกระบี่ลดลงไปบ้าง ทว่าพลังที่จะระเบิดออกมานั้นรุนแรงมากอย่างแน่นอน


แม้ว่าเขาจะไม่เคยใช้มันมาก่อน  เพียงแค่การโคจรของพลังปราณขณะที่เขาฝึกฝนก็ทำให้หลงเฉินรู้ว่า [ดัชนีกระบี่วิญญาณอสูร] คือทักษะที่ล้ำเลิศ ไม่แปลกใจเลยที่มันเป็นถึงทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นสูง


และยังเป็นทักษะการต่อสู้ระดับลึกล้ำขั้นสูงทักษะแรกของหลงเฉินอีกด้วย!


หลังจากเขาเข้าใจ [ดัชนีกระบี่วิญญาณอสูร] อย่างถ่องแท้  หลิงซีก็กลับเข้าไปในกระบี่หลิงซีเพื่อฝึกวิชาของตนเองต่อ  ระหว่างนั้น หลงเฉินก็ออกไปข้างนอกและดื่มด่ำกับแสงดาวสุกสว่างเพียงลำพัง


“เวลานี้ข้าก็บรรลุถึงระดับแก่นปฐพีแล้ว  พลังปราณของข้าเทียบได้กับระดับแก่นปฐพีขั้นต้นหลังจากแปลงร่างวิญญาณมังกร  แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในการคัดเลือกเข้าเหล่าคนใน จินเฉิงเอิน ก็บรรลุเพียงระดับแก่นปฐพีขั้นต้นเท่านั้น  ในแง่ของพลังปราณแล้วนับว่าไม่แตกต่างกันมากนัก...”


ขณะที่จมอยู่ในห้วงความคิดพลางเฝ้ามองท้องฟ้าดาราพราย  หลงเฉินก็หัวเราะออกมา


“[กายาเพลิงอัสนีขั้นสอง] เทียบเท่าได้กับทักษะการบ่มเพาะร่างกายระดับลึกล้ำขั้นสูง  มันจะพ่ายแพ้ให้ [กายาเคลือบทอง] หรือไม่นะ? ยิ่งไปกว่านั้น ข้าก็มีทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นสูง [ดัชนีกระบี่วิญญาณอสูร]   ฉู่ยวิ๋นซี จินเฉิงเอิน หากต้องการให้ข้าคุกเข่าต่อหน้าพวกเจ้าหรือสังหารข้าในการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในนักละก็ รอดูเอาเถอะ...”


เขายืดเหยียดร่างกายขณะที่สายลมยามรัตติกาลพัดผ่าน  หลงเฉินรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก


“ความแข็งแกร่งของข้าเพิ่มขึ้นมากมายถึงเพียงนี้  ข้าจะทำให้พวกที่ดูถูกข้าจะต้องได้รับบทเรียน  และจากนั้น...”


เมื่อนึกถึงรูปร่างเพรียวบางของหลิวหลาน  หลงเฉินถึงกับระเบิดหัวเราะออกมา


“อยากรู้นักว่านางยังจำคำพูดของตนเองได้หรือไม่?  ตราบใดที่ข้าผ่านการคัดเลือกเข้าเหล่าคนได้ละก็...”


ท่ามกลางสายลมยามรัตติกาล  หลงเฉินรู้สึกมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า........


และแล้วก็มาถึงวันที่หนึ่ง เดือนสิบเอ็ด


มันเป็นวันที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกและความตื่นเต้น  และเป็นวันที่มีกิจกรรมซึ่งหาชมได้ยากนัก


ตระกูลหลิงอู่แบ่งเป็นเหล่าคนในและเหล่าคนนอก  เหล่าคนในมีอำนาจเหนือกว่าเหล่าคนนอก และเหล่าคนนอกก็จำต้องพึ่งพาพวกเขาเพื่อการดำรงอยู่


ทุกคนต่างรู้ดีว่าหัวใจสำคัญของตระกูลหลิงอู่คือเหล่าคนใน


เหล่ายอดอัจฉริยะจากเหล่าคนนอกก็ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อได้เข้าเหล่าคนใน  ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ก็คือการเข้าร่วมการคัดเลือกเข้าเหล่าคนใน  และวันนี้ก็เป็นวันแรกของเดือนสิบเอ็ดซึ่งการคัดเลือกถูกจัดขึ้น


ในบรรดาเหล่าเมล็ดพันธุ์ชั้นยอดที่เข้าร่วมการคัดเลือก  มีเพียงสองคนเท่านั้นที่จะผ่านเข้าสู่เหล่าคนในอันเกรียงไกรแห่งตระกูลหลิงอู่


วันนี้หลงเฉินออกจากที่พักตั้งแต่เช้าตรู่


มีคนมากมายเฝ้ารออยู่ด้านนอก  พวกเขาต่างเป็นผู้มีชื่อเสียงในสำนักสุริยันมรกต  และผู้ที่อยู่ด้านหน้าสุดก็คือหลิวเยวี๋ยนที่บรรลุระดับแก่นสวรรค์  ด้านข้างคือเหล่าผู้คุมกฎและเหล่าผู้อาวุโสที่บรรลุระดับแก่นปฐพี เช่นเดียวกับเหล่าผู้ติดตามจำนวนมากที่บรรลุระดับแก่นปฐพี


พวกเขาต่างเป็นกำลังสำคัญของสำนักสุริยันมรกต


เมื่อครั้งที่เขาเพิ่งเข้ามาในตระกูลหลิงอู่  หลงเฉินอาจจะรู้สึกเกรงกลัวกับพลังระดับนี้  ทว่าเวลานี้เขากลับได้รับการต้อนรับโดยผู้คนมากมายและไม่ได้รับแรงกดดันเช่นที่ผ่านมาก   เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของเขาพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว


แม้ว่าการเข้าเหล่าคนในจะเป็นเรื่องยากสำหรับหลงเฉิน  แต่เขาก็เป็นความภาคภูมิใจของสำนักสุริยันมรกตที่มีคุณสมบัติพอและเข้าร่วมการคัดเลือก


หากว่ากันตามตรง  เมื่อไม่นับเฟิงอู่เทียนที่เป็นลูกหลานของใครสักคนในเหล่าคนใน  หลงเฉินคือคนที่สองที่มีคุณสมบัติ  คนแรกคือหลิวหลาน


เพียงเท่านี้ก็พิสูจน์ความสามารถของหลงเฉินได้มากเกินพอ


เขาอาจจะไม่มีโอกาสเข้าเหล่าคนใน  แต่หลิวเยวี๋ยนก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก  เขาเฝ้ามองหลงเฉินที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและหัวเราะอย่างร่าเริง


“หลงเฉิน  วันนี้เป็นวันสำคัญของเจ้า ในเหล่าคนนอก มีเพียงคนยี่สิบคนจากยอดฝีมือนับพันที่มีคุณสมบัติในการเข้าร่วมการคัดเลือกเข้าเหล่าคนใน!”


เมื่อเห็นว่าชายชราผู้นี้ไม่ถือโทษโกรธเคืองใด ๆ  หลงเฉินจึงตระหนักได้ว่าหลิวหลานไม่ได้บอกเขาเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณมังกรมนตราสีม่วงที่เขาขายไปแล้ว


ด้วยเหตุนี้เขาจึงมองไปที่หลิวหลานซึ่งยืนเงียบ ๆ อยู่เคียงข้างหลิวเยวี๋ยน และกำลังถูกจับตามองเพราะความสง่าและงดงามชวนตะลึงของนาง


เมื่อสัมผัสถึงสายตาของหลงเฉินนางจึงหันมามอง  เห็นได้ชัดว่านางยังคงรู้สึกไม่พอใจและผิดหวังในตัวเขา แต่ก็ยังเก็บงำเรื่องการขายวิญญาณอสูรนั้นไว้ลึกสุดใจ


“ไปกันเถอะ  เจ้าไม่ควรจะไปสาย  ข้าจะพาเจ้าไปพบผู้อาวุโสสูงสุดของเหล่ามรกตที่สำนักจักรพรรดิมรกต!”


มันเป็นวันสำคัญของสำนักสุริยันมรกต  เวลานี้หลิวเยวี๋ยนเริ่มมีความสำคัญขึ้นมาในบรรดาผู้อาวุโสใหญ่คนอื่น ๆ เรียกได้ว่ากำลังเฉิดฉายทีเดียว


“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสใหญ่!”


“หลงเฉิน  โชคดีนะ!  จงนำมาซึ่งความรุ่งโรจน์แห่งสำนักสุริยันมรกตของพวกเรา  ต่อให้เจ้าไม่สามารถเข้าเหล่าคนในได้ เจ้าก็ต้องอดทนและผ่านด่านแรกไปให้ได้!”


“ใช่แล้ว  ตราบใดที่เจ้าหลักแหลมกว่าและหลบเลี่ยงคู่ต่อสู้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้  เจ้าก็จะมีโอกาสรอดในด่านนี้”


ผู้ที่ตามหลงเฉินไปยังสถานที่ต่อสู้ในการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในมีเพียงหลิวเยวี๋ยนและหลิวหลานเท่านั้น


ทั้งบิดาและบุตรสาวล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา หลิวหลานใส่ใจในรูปลักษณ์ของนางอย่างเต็มที่ กระโปรงที่พลิ้วไปตามสายลม ผมรวบขึ้นอย่างประณีต แววตาสดใสเป็นประกาย ช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก


‘นางแต่งตัวมาถึงเพียงนี้  หรือว่านางจะพยายามส่งสัญญาณให้ข้ากันแน่?’


หลงเฉินบอกลาคนอื่น ๆ ในสำนักสุริยันมรกต  ด้วยการนำที่กระตือรือร้นของหลิวเยวี๋ยน  พวกเขาจึงรีบออกจากสำนักสุริยันมรกต


หลังจากที่หลงเฉินจากไป  ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ และผู้คุมกฎจึงหยุดโบกมือและมองหน้ากัน


“พวกท่านคิดว่าหลงเฉินจะสร้างปาฏิหาริย์ได้หรือไม่?”


เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ   พวกเขาต่างส่ายศีรษะ


“เพียงแค่เขามีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมการคัดเลือกได้ก็ถือเป็นเกียรติมากพอแล้ว  ข้าแค่หวังให้เขาอดทนและไม่พ่ายแพ้อย่างน่าเวทนาจนเกินไป  เช่นนั้นแล้วการฟูมฟักของท่านผู้อาวุโสใหญ่ก็จะไม่เสียเปล่า...”


“จะว่าไป... หลงเฉิน  เจ้าดูดกลืนวิญญาณสัตว์อสูรนั่นไปแล้วใช่หรือไม่?”


ไม่นานหลังจากออกมาจากสำนักสุริยันมรกต  หลิวเยวี๋ยนที่หนวดเคลาปลิวไปตามลมเอ่ยถามขึ้นในที่สุด


หลงเฉินประหลาดใจและมองไปที่หลิวหลานซึ่งมีท่าทีเย็นชา  เขาเอ่ยตอบ


“ไม่ต้องห่วง  ท่านผู้อาวุโสใหญ่  ข้าจะทำให้ท่านผิดหวังได้อย่างไรกัน?”


จากคำพูดของหลงเฉิน  มันหมายความว่าเขาได้ดูดกลืนวิญญาณสัตว์อสูรไปแล้ว  หากเป็นเช่นนั้น ถึงแม้ว่าหลงเฉินจะไม่มีโอกาสได้เข้าเหล่าคนใน  ทว่าตราบใดที่เขาสามารถแสดงฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยมและนำมาซึ่งชื่อเสียงให้กับหลิวเยวี๋ยน  หลิวเยวี๋ยนก็รู้สึกพอใจแล้ว


หลงเฉินโกหกหลิวเยวี๋ยนซึ่ง ๆ หน้า  หลิวหลานรู้สึกว่าพฤติกรรมของเขาช่างน่าละอายนัก


‘จะโกหกบิดาข้าให้ได้อะไรขึ้นมา? เมื่อถูกโจมตีเจ้าก็ไม่สามารถใช้ร่างอสูรของเจ้าได้อยู่ดี หลงเฉิน เจ้าจะทำให้ตนเองต้องอับอายมากเพียงใดกัน?’


หลิงเฉินไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลงเฉินที่เคยทำให้นางตกตะลึงถึงต้องโกหกเพื่อรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของตนในฐานะยอดอัจฉริยะ


เมื่อคิดได้เช่นนี้  หลิวหลานที่เดินนำหน้าหลงเฉินก็มีรอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้า


“เช่นนั้นรึ? แปลว่าเจ้าจัดการมันเรียบร้อยแล้วสินะ? หลงเฉิน ไยเจ้าไม่ลองแปลงร่างตอนนี้ดูล่ะ? ข้าอยากชื่นชมร่างอสูรของมังกรมนตราสีม่วงว่ามันเป็นเช่นไร”


หลงเฉินหัวเราะด้วยท่าทีกระดากอาย


“ท่านผู้อาวุโสใหญ่  ไม่จำเป็นหรอก ท่านเป็นคนยกวิญญาณสัตว์อสูรให้ข้า และหากข้าใช้มันในการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในและเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ท่านจะต้องรู้สึกดียิ่งกว่านี้!”


เวลานี้หลงเฉินเป็นดั่งสมบัติล้ำค่าในใจของหลิวเยวี๋ยน  ในเมื่อหลงเฉินพูดเช่นนั้น  หลิวเยวี๋ยนก็ไม่ต้องการเสียกิริยาในฐานะผู้อาวุโสใหญ่เพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง เขาจึงโบกมืออย่างสง่างาม


“ทำตามที่เจ้าเห็นควรก็แล้วกัน!”


“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสใหญ่”


เมื่อได้ยินเช่นนี้  หลิวหลานที่เดินอยู่ด้านหน้าทำได้เพียงนิ่งเงียบ


ในขณะที่นางต้องการหันกลับมาและดุด่าหลงเฉิน  ทว่านางต้องสะกดกลั้นมันเอาไว้และตระหนักไว้ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น


‘ในเมื่อเขาเป็นคนเช่นนี้  ก็ปล่อยให้เขาตายไปทั้งอย่างนี้นั่นแหละ จะไปสนใจเขาด้วยเหตุใดกัน?’


หลิวหลานส่ายศีรษะและยังมีท่าทีเยือกเย็น


ด้านหลังนาง  หลงเฉินเฝ้ามองนางขณะส่ายสะโพกไปมาเวลาเดิน  เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่านางคิดสิ่งใดอยู่? 


‘เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะทำให้ผู้หญิงโง่เง่าอย่างนางต้องประหลาดใจ กล้าดีอย่างไรมาหลอกใช้ข้า  คงไม่สมกับเป็นข้าแน่หากไม่สั่งสอนนางให้รู้สำนึก!’


เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลงเฉินจึงเยาะเย้ยอยู่ในใจและเอ่ยถามหลิวเยวี๋ยนที่อยู่ข้าง ๆ

 

“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ พหุมรรคาคืออะไรหรือ?”


“ข้ากำลังจะบอกเจ้าเกี่ยวกับการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในอยู่พอดี กลายเป็นว่าเจ้าเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อนเสียนี่  ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะค่อย ๆ อธิบายให้เจ้าฟัง”


หลิวเยวี๋ยนกระแอมให้คอโล่ง


“การคัดเลือกเข้าเหล่าคนในไม่ได้แตกต่างจากก่อนหน้านี้  มีทั้งหมดสองด่านด้วยกัน  ซึ่งก็คือ ‘พหุมรรคา’ และ ‘รังเป็นตาย’”


“พหุมรรคา… รังเป็นตาย...?”


“ถูกต้อง การคัดเลือกเข้าเหล่าคนในจะจัดขึ้นในเมืองหลิงอู่หาใช่ในมิติห้วงนภา  ซึ่งก็คือชายขอบทางตะวันตกของนครหยวนหลิงในเขาเก้าปีศาจ  หรือที่เจาะจงมากกว่านั้นคือ ‘เขาปีศาจเป็นตาย’ ที่อยู่ภายในภูเขาเก้าปีศาจอย่างไรล่ะ”


“เช่นนั้นก็ไม่ได้อยู่ในนครหยวนหลิงมิใช่หรือ?”


หลงเฉินประหลาดใจเมื่อรู้ว่าการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในนั้นยิ่งใหญ่อลังการจนต้องจัดขึ้นภายในภูเขาเก้าปีศาจซึ่งอยู่บริเวณชายขอบของนครหยวนหลิง  


“เขาปีศาจเป็นตายมีความสูงกว่ายี่สิบลี้และกว้างใหญ่ไพศาล ความสูงเสียดฟ้าที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้ทำให้บนยอดเขาเป็นที่ตั้งของรังปีศาจนับไม่ถ้วน  จึงได้เรียกขานกันว่า ‘รังเป็นตาย’ ในฐานะสถานที่ฝึกฝนสุดหฤโหดที่จะได้เผชิญกับประสบการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ไม่เพียงแต่จะเต็มไปสัตว์อสูรที่ดุร้าย   ภูมิประเทศของที่นั่นก็ไม่ปลอดภัย ด้วยเหตุนี้การคัดเลือกเข้าเหล่าคนในจึงถูกจัดขึ้นที่นี่”


ยอดเขาที่สูงกว่ายี่สิบลี้!  หลงเฉินไม่เคยได้ยินชื่อของมันมาก่อน  แสดงให้เห็นว่าตระกูลหลิงอู่นั่นแข็งแกร่งเพียงใด


ราวกับว่าการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในต้องการให้ผู้ที่หมายมั่นไปยังสถานที่แห่งนั้นเกิดความหวาดหวั่นพรั่นพรึงด้วยชื่อของมัน


“เอาล่ะ... ข้าจะอธิบายเกี่ยวกับทั้งสองด่านให้ฟัง เริ่มที่ด่านพหุมรรคา!”


หลิวเยวี๋ยนมีสีหน้าเคร่งขรึม และด้วยท่าทีเช่นนี้ของเขา  อาจเป็นเพราะต้องหารให้หลงเฉินจริงจังกับการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในมากขึ้น


*************************


ราคาถูกว่า ประหยัดเงินกว่า !

หากนักอ่านท่านใดที่ชื่นชอบหรือสนใจนิยายเรื่องนี้ ท่านสามารถย้ายมาอ่านต่อได้ที่ https://novelkingdom.co/ (ลิงก์เว็บเราครับ)

ราคาถูกว่า เพียงตอนละ 2.5 เหรียญ ทั้งเรื่อง!!


 

! ราคาถูกว่า ประหยัดเงินกว่า !

หากนักอ่านท่านใดที่ชื่นชอบหรือสนใจนิยายเรื่องนี้ ท่านสามารถย้ายมาอ่านต่อได้ที่ https://novelkingdom.co/ (ลิงก์เว็บเราครับ)

ราคาถูกว่า เพียงตอนละ 2.5 เหรียญ ทั้งเรื่อง!!

คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน