“ไม่ต้องกลับเข้าห้องแล้ว ตามมาทางนี้”
เซี่ยปู้เอ้อร์ลากครูใหญ่สื่อวิ่งตามมาด้วย ครูใหญ่ไม่มีทางเลือกนอกจากวิ่งตามกลุ่มเด็กหนุ่มไปจนสุดแรง ในครั้งนี้ พวกเขาไม่สามารถหาห้องว่างหรือนำอะไรมาขวางระเบียงทางเดินได้อีก เพียงไม่กี่อึดใจก็มีซอมบี้ 4 - 5 ตัววิ่งตามมาจนจะทันแล้ว แต่เมื่อสังเกตดูให้ดี จะพบว่าซอมบี้เหล่านี้เหมือนรับคำสั่งมาจากใครบางคน ไม่อย่างนั้นคงไม่วิ่งมาอย่างพร้อมใจกันเช่นนี้
“ต้องเป็ไอ้คนที่คอยควบคุมซอมบี้คนนั้นแน่…”
เซี่ยปู้เอ้อร์นึกคำตอบอยู่ในใจขณะที่ภาพของซอมบี้ซึ่งพยายามเล่นงานเขาจากชั้น 4 ปรากฏขึ้นในหัว แต่ในครั้งนี้ พวกซอมบี้ยังไม่มีโอกาสแบบนั้น เซี่ยปู้เอ้อร์หยุดอยู่ที่ประตูทางหนีไฟ นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงะโบอกทุกคนว่า “ลงลิฟต์ไปที่ชั้น 1 เร็วเข้า ตอนนี้ที่ชั้น 1 คงไม่มีพวกมันอยู่แล้ว”
แต่ในจังหวะนี้เอง ฝูงซอมบี้ก็ขึ้นบันไดเฉลียงทางเดินมาได้แล้ว พวกมันวิ่งตรงเข้ามาหากลุ่มครูและเด็กนักเรียน ต้ายุ้ยโถวและพวกรีบเปิดประตูลงบันไดหนีไฟ เซี่ยปู้เอ้อร์ทำหน้าที่ปิดประตูเป็คนสุดท้าย แต่ไม่ทันจะได้หยุดพักหายใจ เด็กนักเรียนหญิงที่เขาได้ช่วยชีวิตไว้ก็ล้มลงทรุดนั่งข้างประตู พร้อมกับที่ร่างของเธอชักกระตุกอย่างรุนแรง
“รีบลุกขึ้น เร็วเข้า”
คุณครูผู้ชายยื่นมือเข้าไปจะช่วยดึงเธอลุกขึ้นยืน แต่เด็กนักเรียนหญิงที่นั่งงอตัวอยู่กลับพุ่งเข้าหาเขาอย่างไม่คาดฝัน เธอจับคอเสื้อของคุณครูหนุ่มไว้ ทั้งสองคนกลิ้งตกบันไดไปในวินาทีต่อมา ถึงแม้จะตกตะลึง แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ขยับหลีกทางได้ทันเวลา เขาไม่คิดเลยว่าจะต้องเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง
“ไปกันเถอะ…”
โก่วเหม่ยดึงเซี่ยปู้เอ้อร์ที่ยืนตกตะลึงให้ออกเดิน เซี่ยปู้เอ้อร์กลับมาได้สติอีกครั้ง ก่อนที่จะมาถึงประตูทางหนีไฟแห่งนี้ เด็กนักเรียนหญิงคงถูกซอมบี้ตัวใดตัวหนึ่งกัดเข้า เธอปิดบังาแเอาไว้และมอบบทเรียนสำคัญให้กับพวกเขา
“รีบไปเร็วเข้า! รีบหนีกันเถอะ…”
เมื่อพวกเขาลงมาถึงชั้นถัดมา คุณครูผู้หญิงทั้ง 4 คนก็แทบจะหมดแรงแล้ว โดยเฉพาะซงเจี่ยเหวิน ในขณะนั้นเซี่ยปู้เอ้อร์โยนถังขยะไปยังเฉลียงทางเดินที่อยู่ตรงหน้า และเมื่อถังขยะส่งเสียงกระทบพื้น ฝูงซอมบี้ก็ปรากฏตัวขึ้น
“แฮ่”
ซอมบี้ตัวที่วิ่งนำหน้าสะดุดของที่อยู่บนพื้นล้มลง ตัวที่วิ่งลงมาจึงล้มตามลงไปด้วย แต่ในไม่ช้า พวกมันก็ลุกขึ้นได้ คุณครูผู้หญิงพากันกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวระหว่างที่โก่วเหม่ยกดเรียกลิฟต์ แต่ในทันใดนั้นเอง เสียง “ติ๊ง” ก็ดังขึ้น สำหรับพวกเขาแล้ว เสียงนี้ไม่ต่างจากเสียง์เลยทีเดียว
ทุกคนรีบเข้าไปในลิฟต์ ถือเป็โชคดีอย่างยิ่งที่ไม่มีซอมบี้อยู่ในลิฟต์เลยสักตัว แต่ในขณะที่จะวิ่งเข้ามาในลิฟต์นั้นเอง ซงเจี่ยเหวินก็ได้สะดุดล้มลงไปบนพื้น มีศพเดินได้ตัวหนึ่งจับขาของเธอเอาไว้และพยายามจะคลานเข้ามาในลิฟต์
“ฉับ”
โต่วโต่วใช้มีดที่ถืออยู่ในมือตัดแขนของซอมบี้ขาดกระเด็น หลังจากนั้นโก่วเหม่ยก็ได้เตะแขนและถีบร่างของซอมบี้ออกไปจากประตูลิฟต์ ประตูลิฟต์เลื่อนปิดลงอย่างนุ่มนวล แล้วทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงเซี่ยปู้เอ้อร์ะโด้วยความโกรธว่า “เราไปที่ชั้น 4 ไม่ได้นะครู!”
“ครูใหญ่ไม่ได้กดนะ ครูใหญ่ไม่ได้กด…”
ครูใหญ่สื่อส่งเสียงปฏิเสธมีสีหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ ไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองนั่นแหละที่เผลอกดสั่งให้รีบไปที่ชั้น 4 ด้วยความใกลัว แต่ลิฟต์ก็เคลื่อนตัวไปแล้ว และก่อนที่พวกเขาจะตั้งตัวทัน ประตูลิฟต์ก็เลื่อนเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเสียง “ติ๊ง” คุณครูผู้หญิงทั้ง 4 คนกรีดร้องด้วยความหมดหวังเมื่อเห็นสิ่งที่รออยู่หน้าประตู
“แฮ่”
มีซอมบี้หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว 2 ตัวพยายามจะเข้ามาในลิฟต์ โต่วโต่วจับศีรษะของซอมบี้ตัวหนึ่งมาฟันจนเละ ในขณะที่เซี่ยปู้เอ้อร์แทงผีดิบอีกตัวไม่ยั้งมือและะโสุดเสียง “พวกเราสู้โว้ย!”
“...”
หลังจากที่ซอมบี้ทั้ง 2 ตัวถูกจัดการเรียบร้อย ภายในลิฟต์ก็ตกอยู่ในความเงียบ เซี่ยปู้เอ้อร์ยืนหอบหายใจใบหน้าเหยเก ร่างของซอมบี้ทั้ง 2 ตัวไม่ขยับเขยื้อนอีกแล้ว พวกมันไม่ได้จะเอาชีวิตของพวกเขาอีกแล้ว
“รีบปิดประตูเร็ว…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ได้สติรีบบอกทุกคน โต่วโต่วและโก่วเหม่ยเตะร่างของซอมบี้ให้ออกไปพ้นลิฟต์ ต้ายุ้ยโถวรีบวิ่งไปยืนข้างประตูและกดปุ่มปิดประตูลิฟต์ เด็กหนุ่มร่างอ้วนยืนคุมอยู่ตรงนั้นไม่ปล่อยให้ใครมายุ่งกับปุ่มกดอีก ทุกคนใจหายใจคว่ำจนพูดอะไรไม่ออก ทั่วร่างกายมีเหงื่อซึมออกมาเปียกชุ่มเหมือนคนที่เพิ่งอาบน้ำ
“จ๊อก…”
บังเกิดเสียงน้ำไหลดังขึ้นเบาๆ ทำลายความเงียบที่อยู่ในลิฟต์ เมื่อทุกคนมองไปยังต้นกำเนิดเสียง ก็เห็นอู๋เสียนั่งที่มุมหนึ่งของผนังลิฟต์ มีน้ำไหลเจิ่งนองออกมาจากหว่างขา
“ฉันยังไม่อยากตาย ฉันยังสาวอยู่เลยนะ…”
แล้วอู๋เสียก็นั่งลงบนพื้นจมอยู่ในกองปัสสาวะของเธอเอง คุณครูสาวยกมือกอดเข่าและร้องไห้ คุณครูผู้หญิงวัย 50 ปีอีกคนหนึ่งกล่าวเสียงเศร้าว่า “ฉันก็ยังไม่อยากตาย ลูกชายฉันเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย ฉันยังอยากอยู่เห็นเขาแต่งงาน”
“ไม่เป็ไรนะทุกคน เดี๋ยวทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว…”
ครูใหญ่สื่อพยายามปลอบใจผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น เซี่ยปู้เอ้อร์ก็พูดกับครูใหญ่สื่อว่า “ครูใหญ่ครับ ขอบุหรี่สักตัวสิ เมื่อกี้ผมตื่นเต้นจนอึแทบราดไม่รู้ตัวแล้ว”
“เด็กนักเรียนห้ามสูบบุหรี่นะ…”
เฉินจิงฮัวพูดออกมาด้วยความลืมตัว แต่เมื่อเธอเห็นสายตาของทุกคน ก็ได้แต่ถอยกลับไปยืนเงียบๆ ตามเดิม ครูใหญ่สื่อไม่ปฏิเสธคำขอของเขา จุดบุหรี่ส่งให้เซี่ยปู้เอ้อร์มวนหนึ่งและจุดให้ตัวเองมวนหนึ่ง เสร็จแล้วจึงพูดอย่างหมดหวัง “ปู้เอ้อร์ เราจะทำยังไงกันดี ชั้น 1 ยังปลอดภัยอยู่อีกหรือเปล่า”
“ไม่ลงไปชั้น 1 แล้วจะลงไปไหนล่ะครับ ทั้งหมดนี้เป็เพราะอู๋หยู่หานคนเดียวแท้ๆ ส่วนหมอนี่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย…”
เซี่ยปู้เอ้อร์จ้องมองไปที่จ้าวหงซินโดยตรง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งช่วยชีวิตคนได้ 4 คน แถมหนึ่งในนั้นยังเป็คนที่เขาเกลียดมากที่สุดอย่างจ้าวหงซิน แต่เมื่อเทียบกับจำนวนซอมบี้ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็เท่ากับว่าพวกเขาต้องสู้กับซอมบี้ในอัตรา 1 คนต่อ 11 ตัวเลยทีเดียว
จ้าวหงซินได้แต่พึมพำออกมาว่า “เธอจะเกลียดอะไรกันนักหนา ฉันก็เป็เหยื่อเหมือนกัน เข้าใจไหม”
“แกนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ...”
เซี่ยปู้เอ้อร์ชี้หน้าอดีตครูสอนคณิตศาสตร์ด้วยความเกรี้ยวกราด แต่ครูใหญ่สื่อก็รีบสงบศึกลงโดยเร็ว “อย่าพูดเื่นี้เลยนะ ทุกคนไม่สงสัยกันบ้างเหรอทำไมคนอื่นถึงเป็ซอมบี้ไปหมด แต่เรายังปกติอยู่ จริงด้วยสิ พวกของคุณครูจ้าวก็ไม่ได้ออกไปนอกโรงแรมเหมือนกันนี่…”
“เพราะว่าพวกเราไม่ได้ไปดูเครื่องบินตก…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขามองทุกคนขณะพูดว่า “ถ้าผมคิดไม่ผิด พวกครูใหญ่ไม่ได้ไปดูเครื่องบินตกเพราะมัวมาไล่จับต้ายุ้ยโถว ส่วนจ้าวหงซินกับกลุ่มเด็กนักเรียนก็คงกวดวิชากันอยู่ในห้อง”
จ้าวหงซินส่ายศีรษะตอบกลับทันที “ฉันไม่ได้กวดวิชา มีเด็กนักเรียนหญิงได้รับาเ็มาขอความช่วยเหลือ อู๋หยู่หานกับฉันเลยพามาทำความสะอาดาแในห้อง เสร็จแล้วเราก็เรียกครูอู๋มาอยู่เป็เพื่อนเธอ หลังจากนั้นก็ได้เวลาเรียกเด็กๆ มาคุยเื่ตำราเรียนพอดี แต่เราก็ไม่ได้ออกไปดูเครื่องบินตกจริงๆ นั่นแหละ”
“ใช่เลย จริงด้วยสิ เราก็ไม่ได้ไปดูเหมือนกัน…”
ครูใหญ่สื่อพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “ตอนแรกพวกเราก็ตั้งใจว่าจะไปช่วยเหลือคนจากเหตุการณ์เครื่องบินตก แต่พอดีมีเด็กนักเรียนมาแจ้งว่าต้ายุ้ยโถวกับพวกกำลังทำอนาจารตุ๊กตายาง ครูใหญ่ก็เลยต้องมาจัดการ เมื่อเจอตัวแล้ว เด็กคนอื่นก็กลับไปที่โรงแรมและมีรองครูใหญ่หวงเป็คนคอยดูแล”
จังหวะนั้น เซี่ยปู้เอ้อร์อดไม่ได้ต้องตบไหล่ต้ายุ้ยโถวพูดว่า “พวกคุณครูต้องขอบคุณต้ายุ้ยโถวนะครับ ไวรัสมันแพร่ระบาดจากเครื่องบิน คนที่ไปดูเครื่องบินตกจะกลายเป็ซอมบี้ แม้แต่ตำรวจกับหน่วยกู้ภัยก็ไม่มีข้อยกเว้น ถ้าไม่ใช่เพราะว่าต้ายุ้ยโถว พวกครูได้กลายเป็ศพไปหมดแล้ว”
“ฮ่าๆ แล้วใครบอกว่าฉันหน้าไม่อายวะ ฉันช่วยชีวิตทุกคนไว้เลยนะเนี่ย…”
ต้ายุ้ยโถวะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข แต่ในทันใดนั้นเอง เสียงทุบประตูลิฟต์ก็ทำให้ทุกคนต้องสะดุ้งโหยง ก่อนที่จะมีเสียงซอมบี้คำรามดังตามมา ซงเจี่ยเหวินกอดเซี่ยปู้เอ้อร์แแ่ร่ำร้องออกมาว่า “เธอต้องช่วยครูนะ ครูเป็ผู้หญิงของเธอ”
“หยุดพูดก่อนครับ พวกมันมากันแล้ว…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ผลักซงเจี่ยเหวินออกไปด้วยความรำคาญ ซงเจี่ยเหวินได้แต่ยกมือปิดปาก ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและพร้อมที่จะเป็ลมได้ตลอดเวลา เธอไม่ได้มีความมั่นใจหรือเก่งกล้าอย่างตอนที่อ่อยผู้ชายอีกแล้ว ในตอนนั้นครูใหญ่สื่อก็ถามบอกมาว่า “เอาไงดีล่ะ เราจะหลบอยู่ในลิฟต์หรือไง”
“เราเจอปัญหาใหญ่แล้วสิ พวกซอมบี้น่าจะมากันเยอะเลย…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถอนหายใจออกมาด้วยความหวาดกลัว แต่เขาไม่อยากอธิบายให้ใครรู้ จึงได้แต่กำมีดในมือไว้ให้แน่นที่สุด “เราคงต้องลงไปที่ชั้น 1 อย่างเดียวเท่านั้นแล้วล่ะครับ เราต้องพยายามให้สุดความสามารถ ถ้ายังมีซอมบี้อยู่ก็คงมีอยู่ไม่มากเท่าไหร่ แต่ถ้าเราไม่พยายามให้เต็มที่ เราก็คงต้องตายอยู่ที่นี่!”
“งั้นไปกันเถอะ ลงลิฟต์กันไปเลยดีกว่า…”
จ้าวหงซินเหยียดกายยืนตรง แต่ร่างกายอวบอ้วนของเขาดูไม่น่าจะต่อสู้ไหวเท่าไหร่ ส่วนครูผู้ชายอีกคนหนึ่งก็สูดหายใจลึก “สู้ เราต้องสู้ ถ้าต้องตายหลังจากพยายามเต็มที่ อย่างน้อยเราก็ไม่ใช่คนขี้ขลาด”
“วูบ”
ทันใดนั้น ก่อนที่จะมีใครกดปุ่มสั่งลิฟต์ ลิฟต์ของพวกเขาก็เคลื่อนลงไปข้างล่างด้วยตัวเอง ทุกคนหันมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ เหงื่อออกทั่วตัว ขนลุกชันเหมือนมีไฟฟ้าสถิต ดูเหมือนว่าจะมีคนกดเรียกลิฟต์ลงไปจากชั้นล่าง หรือไม่อย่างนั้น ก็อาจมีมือของซอมบี้ตัวใดตัวหนึ่งมาโดนปุ่มเรียกลิฟต์โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งความเป็ไปได้น่าจะเป็อย่างหลังมากกว่า
“ชั้น 1 ขอให้ไปที่ชั้น 1 ทีเถอะ…”
ต้ายุ้ยโถวกดปุ่มหมายเลข 1 ในลิฟต์รัวๆ แม้จะรู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์ คนที่เหลือได้แต่สวดมนต์ภาวนา จ้องมองประตูลิฟต์ตาไม่กระพริบ บรรยากาศแห่งการรอคอยตึงเครียดถึงขีดสุด จนทุกคนถึงกับหยุดหายใจไปชั่วคราว
“ติ๊ง”
ในที่สุด ลิฟต์ก็เคลื่อนตัวลงมาหยุดที่ชั้น 2 กลุ่มคุณครูและเด็กหนุ่มหันมองหน้ากัน ต้ายุ้ยโถวสติแตกเหมือนคนบ้า แต่ในครั้งนี้์ไม่ได้เข้าข้างพวกเขาอีกแล้ว เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่ในสายตา