ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทั้งที่ก็แค่มาขายหนังสัตว์ และขายเกราะของตัวนิ่มหนัก ซึ่งเหลือนิดหน่อยเมื่อสองปีก่อน จะได้หาซื้ออาวุธแท้ๆ เพราะว่าตลอดเวลาสองปี ร่างกายของเรานั้นทนความเ็ปได้มากขึ้น อาจารย์ก็เลยจะใช้ดาบจริงในการสอน
แล้วทำไมพวกเราถึงกล้าใช้ของจริงนะเหรอ จำได้ไหมว่าผมฝึกพลังเวทด้วยการปล่อยมันออกมา ทว่าเสเกไม่อยากให้มันเสียเปล่า จึงสอนเวทมนตร์รักษาให้
เมื่อสองปีก่อน
“นี่เ้าจะปล่อยพลังเวทอย่างเสียเปล่าแบบนี้ไม่ได้ ข้าล่ะเสียดายจริงๆ ฮ่าๆๆ” อาจารย์หัวเราะลั่นขึ้นมา ว่าแต่มันไม่ใช่เื่น่าขำเลยนะครับ ทว่านอกจากเวทมนตร์อักษร ผมก็ไม่ได้เรียนรู้อย่างอื่นเลย แล้วจะนำพลังเวทไปใช้กับอะไร คงต้องปล่อยทิ้งไปเรื่อยๆ
“แต่ผมใช้เวทมนตร์อย่างอื่นไม่เป็เลยนะครับ ทำได้ก็แค่เวทมนตร์อักษร” ผมตอบอาจารย์ไป เพราะอยากรู้ว่าเขาจะมีอะไรมาแนะนำไหม เนื่องจากความเชี่ยวชาญการสอนอยู่ตั้งระดับสิบ ต้องมีคำพูดดีดีออกมาอย่างแน่นอน
“ไม่มี”
“ห่ะ!!?”
“ฮ่าๆๆ ข้าล้อเล่น ก็เห็นเ้าทำหน้าตาคาดหวังขนาดนั้น ก็อดแกล้งไม่ได้นะสิไอ้หนู” นี่ผมมองออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ เห็นทีต้องฝึกปั้นหน้านิ่งบ้างแล้ว ไม่ก็หัวเราะกลบเกลื่อนเหมือนคนบ้า แบบอาจารย์ไปเลย จะได้ไม่แสดงอารมณ์ออกมามากนัก
“เอาล่ะ ข้าจะสอนเ้าจริงๆ ถ้าปล่อยพลังเวทออกมาขนาดนั้น ทำไมไม่ลองใช้เวทมนตร์รักษาดูล่ะ” ฮืม!? เป็ข้อเสนอที่ดีมากเลย ว่าแต่เวทมนตร์รักษาไม่ได้เรียนกันง่ายดายไม่ใช่เหรอ? อีกอย่างชาติที่แล้วเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย จะเรียนรู้ได้หรือเปล่านะ ทว่าในเมื่อมาถึงขนาดนี้
“ได้โปรดชี้แนะศิษย์ด้วยครับท่านอาจารย์”
“ฮ่าๆๆ ช่างเป็ไอ้หนูรู้สักมารยาทเสียด้วย เวทมนตร์รักษาหลายคนอาจจะคิดว่ามันยาก เพราะเป็เวทมนตร์น้อยคนจะทำได้ แต่ข้ามีเทคนิคง่ายๆ ถ้าเ้าเข้าใจก็เรียนรู้ได้ไม่ยาก” เอ๊ะ!! สมแล้วที่เป็ผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์รักษาเลขหลักเดียว เราคาดหวังได้สินะ
“ต้องทำยังไงครับ”
“เ้ารู้จักสมุนไพรไหม?” เอ๊ะ! สมุนไพรเหรอ ชาติก่อนเราเชี่ยวชาญถึงระดับสิบห้า ถึงจะไม่เก่งกาจทางด้านนี้อะไรมาก แต่พื้นฐานนับว่าพอเป็หมอยาได้อยู่
“รู้จักครับ”
“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นเ้าลองจินตนาการถึง่เวลา ใช้สมุนไพรในการรักษาดูสิ แล้วลองเปลี่ยนพลังเวท ให้กลายเป็เหมือนสมุนไพรชนิดนั้น ทั้งแก้ฟกช้ำ แก้แผลสด แก้แผลน้ำร้อนลวก แก้พิษไข้ ที่เวทมนตร์รักษาใช้ยาก เนื่องจากเราต้องรู้ว่า ใช้รักษาอาการแบบไหน จะใช้ใส่คนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้” แบบนี้นี้เอง เข้าใจแล้ว มิน่าล่ะทำไมผู้ใช้เวทมนตร์รักษา ถึงไม่ค่อยปรากฏให้เห็นมากนัก
“ผมจะลองดูครับ” เมื่อพูดตอบกลับเสร็จ เราก็ต้องเริ่มตั้งสมาธิ พลางจะรักษารอยฟกช้ำ ทว่า
“จ๊ากกกก!!!” เจ็บเหมือนมีมีดกำลังเฉือนเนื้ออยู่ข้างในเลย ทั้งที่เราน่าจะใช้เวทมนตร์รักษาแท้ๆ ทำไมถึงสร้างความเสียหายแทนล่ะเนี่ย
“ฮ่าๆๆ อย่าใช้เวทมนตร์รักษาแผลสด ในการรักษาแผลฟกช้ำสิไอ้หนู เอ้าลองใหม่” แบบนี้นี้เอง เวทมนตร์รักษาก็อันตรายเหมือนกันนะ จากนั้นผมก็ตั้งสมาธิอีกครั้ง แล้วคราวนี้แผลของผมก็รู้สึกดีขึ้น ว้าววว!! พอรักษาได้ด้วยตัวเอง ก็รู้สึกภูมิใจยังไงก็ไม่รู้ อะ!! พอพูดถึงสมุนไพร มีบางชนิดสามารถรักษาอาการเหนื่อยล้า กับเพิ่มพลังเวทด้วยนิ
“เอ๊ะ!! นี่ไอ้หนู เวทมนตร์รักษาเมื่อครู่คืออะไร!?” อาจารย์ของผมถามออกมาอย่างสงสัย ว่าแค่เป็ถึงผู้เชี่ยวชาญเลขหลักเดียว จะมางงอะไรกับเวทมนตร์ของเด็กกัน
“ก็อาจารย์บอกว่า ให้จินตนาการถึงสมุนไพร ผมก็เลยคิดว่าถ้าใช้สมุนไพร ที่สามารถรักษาอาการเหนื่อยล้าได้ ก็เลยใช้เวทมนตร์รักษาอาการเหนื่อยครับ”
“ฮ่าๆๆ ว่าแล้วเชียว เ้านี่มันน่าสนใจจริงๆ เอาล่ะข้าจะไม่มีรักษาให้เ้าอีกแล้ว และก็ตลอดการฝึก ให้ใช้แต่เวทมนตร์รักษาความเหนื่อยล้า ห้ามรักษาาแจนกว่าจะจบวันเด็ดขาด”
“เอ๋!!” จากนั้นวันต่อมา เราสองคนก็ฝึกฝนกันอย่างเช่นเคย แต่ผมแค่เดินยังลำบาก ทำให้โดนกระทืบเป็ว่าเล่น เพราะเวทมนตร์รักษาความเหนื่อยล้า ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญสูงอะไรขนาดนั้น และดูเหมือนจะได้อะไรมาใหม่ด้วย
-เชี่ยวชาญเวทมนตร์รักษา 20
จากนั้นผมก็ฝึกอยู่อย่างนี้เป็เวลาสองปี จนอายุเจ็ดขวบ แล้วก็มาเจอปัญหาตอนนี้นี่แหละ ดูเหมือนว่าเสเกจะไม่กินเส้นกับชายแต่งตัวหรู ซึ่งเป็อาจารย์สอนวิชาดาบให้ลูกขุนนาง จนกระทั่งผมต้องมาประลอง กับเด็กคนนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนเราเองก็หมั่นไส้มันเหมือนกัน อยากจะกระทืบมานานแล้ว
“นี่เ้าให้ข้ามาดูอะไรกันรึ ก็แค่เด็กตีกันจะไปน่าสนใจอะไร” เสียงไม่พอใจของเด็กสาวคนหนึ่ง เมื่อผมมองไปก็พบกับ นั่นมันองค์หญิงของอาณาจักรนี้ไม่ใช่เหรอ!!!? ถึงแม้จะปลอมตัวจนไม่มีใครรู้ ทว่าผมสีทองยาวสลวย ริมฝีปากบอบบางอมชมพูภายใต้หน้ากาก รูปหน้าเรียวสวย ผิวขาวนวลอมชมพู
มาพร้อมกับองค์รัก ผู้มีความเชี่ยวชาญทางการทหารสิบสาม เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ด้วยคาบคู่ชิเอ็นสิบสี่ ถ้าเป็ประชาชนทั่วไปคงไม่มีคนคุ้มกันฝีมือดีขนาดนี้ แต่เราเมื่อชาติที่แล้ว เคยเจอรูปวาดเสมือนขององค์หญิง ว่าแต่องค์รักแข็งแกร่งขนาดนั้น เ้าสัตว์ประหลาดที่สังหารเธอในชาติก่อน ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
“เอาน่าองค์หญิง เบื่อไม่ใช่เหรอคะ ถ้าดูการต่อสู้ของเด็กอายุเท่ากัน ท่านอาจจะอยากลองฝึกฝนวิชาดาบ ไม่ก็เวทมนตร์บ้างก็ได้” องค์รักหญิงได้พูดขึ้นมา แต่เมื่อเ้านายได้ยินก็ทำหน้าบูดบึ้ม พลางนั่งลงอย่างแรงด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะจ้องเขม็งมาทางลานประลอง ซึ่งตอนนี้ผมกับอีกฝ่ายกำลังจ้องหน้ากันอยู่
“เฮ้ย!! รีบให้สัญญาณได้แล้ว ข้าจะรีบกระทืบไอ้เด็กบ้านนอกนี่ซะ” ทาราทอสพูดเสียงดังพลางชี้หน้าผม ก่อนเชิดหน้าฉีกยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ
“หึ!! เสเก ลูกศิษย์แกจะโดนกระทืบแล้วนะ ไม่เข้าไปช่วยเหรอ!!? เดี๋ยวเห็นภาพบาดตาหรอก”
“ฮ่าๆๆ อย่าเพิ่งมั่นใจไปสิพวก เคียลูกศิษย์ของข้า อาจจะเล่นสนุกกับลูกศิษย์แก จนอับอายขายขี้หน้าก็ได้นะ” เสเกดูเหมือนจะมั่นใจในตัวผมมาก
ซึ่งเราเองก็ไม่ได้คิดว่า จะชนะอีกฝ่ายง่ายๆหรอกนะ เพราะความเชี่ยวชาญทางการทหารและดาบยังยี่สิบอยู่เลย ทั้งที่ระดับั้แ่ยี่สิบถึงสิบเจ็ดจะเลื่อนได้ง่ายแท้ๆ อีกอย่างเราก็มีความรู้จากชาติก่อน ทำไมความเชี่ยวชาญถึงไม่เพิ่มกัน
“เอาล่ะเริ่มการต่อสู้ได้” กรรมการบอกเริ่มการประลองเสียงดัง อีกฝ่ายก็จับดาบเอาไว้แน่น พลางย่อตัวลงจดจ้องมาทางผม พลางยังคงยิ้มฉีกกว้างด้วยความมั่นใจ หรือว่าจะเป็ไอ้นั่น
ทาราทอส เผ่าพันธุ์:มนุษย์ เพศ:ชาย อายุ: 7 ปี
-ความเชี่ยวชาญการพุ่ง 19 -ความเชี่ยวชาญการฟันดาบ 19 -ความเชี่ยวชาญวิชาดาบสำนักเอ็นเทร็น 20 และอื่นๆ *ปล.ไรท์จะขอบอกแค่ความเชี่ยวชาญสำคัญนะครับ ถ้าบอกหมดมันจะเยอะเกินไป
ตุบบบ!!! ว่าแล้วอีกฝ่ายต้องใช้การพุ่ง ซึ่งมันช่วยกันการฟันให้แรงขึ้น เนื่องจากมีแรงส่งของเท้า และยังสามารถทุ่มน้ำหนักตัวในการฟันได้อีก ทว่าข้อเสียคือเท้าจะลอยเหนือพื้น ทำให้เป็การโจมตีเส้นตรงอ่านทางง่าย แล้วอีกฝ่ายยังเชื่องช้ามาก เนื่องจากตอนนี้ผมนั่น
-เชี่ยวชาญการมองความเคลื่อนไหว 17 ใช่แล้ว จากการฝึกจดจ้องกระบวนท่าของอาจารย์ พลางหาทางโต้กลับ ตอนนี้ผมสามารถตั้งสมาธิ เพื่อทำให้ทุกอย่างดูช้าลง ส่วนกำไลน้ำหนักลดจากยี่สิบ เหลือแค่สิบกิโลกรัมก็พอ
ตุบบบ!! ผมพุ่งเข้าไปบ้าง ถึงแม้จะไม่มีความเชี่ยวชาญ ทว่าเรายังสามารถจำการต่อสู้ในชาติก่อนได้ ครืด!! เมื่อจะเข้าปะทะ ก็ต้องหยุดใช้เท้ายันพื้นข้างหนึ่งก่อนถึง เพื่อเป็จุดศูนย์กลางในการเหวี่ยงดาบ โดยฟาดแบบหลังแขน ซึ่งมีแรงจากการพุ่งช่วยส่งเสริม
ก็องงง!!! เสียงดาบของเราสองคนปะทะกัน แน่นอนว่าอีกฝ่ายเท้าไม่ติดพื้น กับผมที่ยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคง ผลออกมาคงรู้ๆกันอยู่ ทาราทอสเป็ฝ่ายปลิวไปด้านหลัง
“อ๊ากกกก!!!” ตึง!! ครุกๆๆ ครืดดดดด!! เด็กชายปลิวกลิ้งไปด้านหลัง และยันเท้าเพื่อหยุดการปลิว
“เฮ้ยได้ไงวะ!!!” อาจารย์ของทาราทอสพูดออกมาด้วยความใ
“ฮ่าๆๆๆ ข้าบอกแล้วไง ไอ้หนูของข้าไม่หมูหรอกนะจะบอกให้ ฮ่าๆๆๆ "
“โห! เด็กบ้านนอกคนนั้นน่าสนใจ ปฏิกิริยาตอบสนองและไหวพริบ เร็วเกินกว่าจะเป็แค่เด็กเจ็ดขวบอีก” องค์รักขององค์หญิงได้พูดขึ้นมา เมื่อเราได้ยินก็เขินเป็นะครับบบ!!!