“เฮ้ยจะเริ่มแล้วนะ”
“เออกูขอขี้ก่อน”
“มึงพูดยังกับว่ากูจะกดพอสได้น่ะ นี่สดนะมึง ถ่ายทอดสด”
“ไอ้สัสกูรู้แล้ว อย่าเร่งกู มันไม่ออก”
“เฮ้ย ปิดประตูด้วยสิวะ”
“ไฮ้ ฟังเสียงก็ยังดีไง”
“ไอ้เฮี่ย มึงไม่คิดว่ากูจะเหม็นบ้างหรือไง”
ปี พ.ศ. 3003 สองนายตำรวจชั้นประทวน จ่าสิบตำรวจสมหมาย บุญทวี และสิบตำรวจโทวิทยา สะสม กำลังปฏิบัติหน้าที่เฝ้าห้องสังเกตการณ์อาชญากรรมและความสงบเรียบร้อยบนชั้นบนสุดของตึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติใจกลางกรุงเทพมหานคร มหานครกำลังจมน้ำ น้ำทะเลเยื้องย่างโลมเลียเหนือย่านที่ในอดีตเคยถูกเรียกว่าราชประสงค์และเปลี่ยนมันให้เป็แอ่งน้ำคลำใต้ย่านธุรกิจเก่า มหานครยังดิ้นรนเป็เมืองหลวงต่อไปตราบเท่าที่มันยังไม่จมทะเลไปในที่สุด ตึกสำนักงานใหม่ของหน่วยงานผู้ผูกขาดการรักษากฎหมายเอี่ยมอ่องทั้งสร้างทั้งปรับปรุงมาได้ไม่นาน พร้อมเทคโนโลยีตรวจตราใหม่ล่าสุด ตาของกรุงเทพฯ ด้วยความร่วมมือจากรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศที่ได้ชื่อว่าสอดส่องพลเมืองจนเชี่ยวชาญ—ซึ่งไม่เป็ความจริงเท่าใดนัก เพราะอย่างน้อยสหายชาวจีนก็เรียนรู้วิธีแอบซ่อนเส้นทางทางการเงินได้อย่างชาญฉลาด—ตาใสใหม่เอี่ยมลาดตระเวนและกวาดจ้องกรุงเทพได้ทุกซอกซอย ขอให้มีเพียงแค่เ้าหน้าที่ผู้ควบคุมเพียงแค่สองคน—ตามที่เขียนไว้ในคู่มือ—และทำหน้าที่เฝ้าทุกอย่างที่—ส่วนใหญ่แล้ว—ทำงานของมันไปโดยอัตโนมัติ
จ่าสมหมายและสิบโทวิทยาอดีตช่างเทคนิคด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ตกงานเลยได้มาจับจองห้องที่มีความสำคัญนี้ ราวกับความปลอดภัยของกรุงเทพมหานครตกอยู่ในมือของพวกเขาเพียงสองคน ซึ่งพวกเขาก็มักจะโม้ให้คนอื่นฟังเช่นนั้น ขณะที่ดวงตาแห่งมหานครทำงานลาดตระเวนอัตโนมัติของมันสืบไป สองนายตำรวจผู้ที่กำลังนั่งดูพิธีเปิดโอลิมปิกครั้งที่ 142 ที่เท็กซัส สหรัฐอเมริกา—ก็จะให้พวกเขาทำอะไรได้มากกว่านี้กันล่ะ—จากจอขนาดยี่สิบสี่นิ้วเพียงจอเดียวที่พวกเขาแอบเปลี่ยนมันให้รับสัญญาณถ่ายทอดสดได้มีหน้าที่เพียงหันไปมองจอสังเกตการณ์ขนาดมหึมาบ้างเป็ครั้งคราว
‘สถานะปกติ’
วันที่เงียบสงบอีกวันหนึ่ง วันที่ทุกคนจะอยู่บ้าน—หรืออะไรที่คล้ายกัน—หรือรวมตัวกันที่ไหนสักที่ นั่งดูพิธีเปิดโอลิมปิกเหมือนพวกเขา
สมหมายชำเลืองมองข้อมูลที่ขึ้นแสดงอยู่บนจอสังเกตการณ์ ไล่ดูไปทีละจอ เขาสงสัย ยังมีงานอะไรให้เขาทำอีกนอกจากทำตัวเช้าชามเ็ามและเหลือบตาดูจุดสีเขียวแสดง ‘สถานะปกติ’ ทุกครั้งที่นึกได้ ถ้าหากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นตามตรอกซอกซอยระบบอัตโนมัติก็จะส่งสายตรวจออกไปเอง จุดสีแดงจะโผล่ขึ้นมาหนึ่งแว่บและหายไปในวินาทีต่อมา ดำรงความหมายอยู่หนึ่งเดียว เป็ที่เรียบร้อย ดวงตาของกรุงเทพฯติดต่อเ้าหน้าที่ตำรวจประจำท้องที่ให้ออกปฏิบัติงาน ไม่ผ่านมือของพวกเขาด้วยซ้ำ ไม่ว่าเื่วิ่งราว หรือทะเลาะเบาะแว้ง เฉี่ยวชน หรืออื่นๆ เมื่อเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นและจบลงในเสี้ยววินาทีตามความเห็นของปัญญาประดิษฐ์ ตำรวจถือกระบองทุบไล่ทุกคนที่ทำผิดกฎหมาย—และน่าจะทำผิดกฎหมาย—และเรียกมันว่าอาชญากร ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาทั้งสองจึงมีหน้าที่แค่เป็ช่างเทคนิคที่ทำหน้าที่คอยดูแลระบบที่ทันสมัยกว่าเมืองที่มันคอยดูแล
สมหมายมองออกนอกหน้าต่างชั้นที่เก้าสิบเก้าและถอนหายใจเอือก เขาเกลียดความสูง และไอ้ห้องบ้านี่ก็ดันตั้งอยู่บนชั้นที่สูงที่สุดของตึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ—พวกมันคิดว่านี่เป็หอสังเกตการณ์การบินหรือไงวะ—ฝนฟ้าคะนองทีเขาก็สะดุ้งโหยงที เหมือนสิ่งลี้ลับโกรธเกรี้ยวคอยตวาดใส่เขา สูงเหนือหัวพวกเขาก็มีแค่เสาวิทยุแล้ว
เสียงจากจอภาพ
พิธีกรคนแรก: “ที่กำลังเดินเข้าสนามมาเป็คณะนักกีฬาจากอินโดนีเซียค่ะ ส่วนนักกีฬาที่นำขบวนมา ถ้าเราจำได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมาริมบา โจโยเพิ่งได้แชมป์โลกมวยสากลสมัครเล่นรุ่นไลท์ฟลายเวท”
พิธีกรคนที่สอง: “ใช่ครับ เขาเป็ความหวังเหรียญทองของอินโดนีเซียแล้วตอนนี้ จะว่าไปสยามไม่มีลุ้นเหรียญทองเหรียญนี้มานานแล้วนะครับ เอ ั้แ่โอลิมปิกครั้งที่เท่าไหร่กัน”
พิธีกรคนที่สอง: พยายามค้นข้อมูลในสคริปที่เตรียมไว้ให้เขา
พิธีกรคนแรก [ตัดบท]: “แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีลุ้นเหรียญนะคะ อย่างน้อยเราก็ยังมีอรอนงค์จากกรีฑาประเภทลานอยู่”
เสียงชักโครกดังกังวานดึงสายตาสมหมายกลับมาที่จอสังเกตการณ์อีกครั้ง
‘ใช่ๆ สถานะปกติไม่มีอะไรต้องกังวลไปตอนนี้’
จากนั้นสมหมายละสายตาไปจากจอภาพสังเกตการณ์มองไปทางห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุดของทางเดินต่อกับลิฟท์เมื่อเขาได้ยินเสียงประตูกระแทกกับกำแพง
“สบายท้องแล้วยังมึง”
สมหมายยื่นผ้าเช็ดมือให้วิทยาด้วยรู้ดีว่าเพื่อนรักไม่เคยคิดเช็ดมือเมื่อออกจากห้องน้ำ สิ่งที่เขาไม่เคยชอบเลยคือ มือเปียกๆที่ป้ายแปะไปทั่ว ยุคหนึ่งความกลัวโรคระบาดของประเทศนี้ถือได้ว่าอยู่ในขั้นวันโลกาวินาศ ความสกปรกที่อธิบายไม่ได้เป็ภัยอันตรายของชีวิตสมหมาย
“เรียบ”
วิทยาลูบท้องผ่านเสื้อกันหนาวที่สวมทับเครื่องแบบตำรวจไว้อีกที ตาของกรุงเทพฯ้าอุณหภูมิที่เย็นเฉียบและคงที่เพื่อให้มันทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงเป็การยืดอายุให้แก่วงจรที่ซับซ้อนของมัน การดูแลเื่นี้ก็เป็หน้าที่ของพวกเขาเช่นกัน—ดังนั้นมันถึงควรสร้างอยู่ใต้ดินไง แต่ใต้ดินของกรุงเทพฯก็สะสมความเค็มไว้จนอิ่มแปล้เช่นกัน
พอลงที่นั่งประจำวิทยาก็ถามขึ้นอย่างเป็กันเอง
“ถึงไหนแล้ว”
แม้สมหมายจะยศใหญ่กว่า แต่ด้วยความเป็เพื่อนกันมาั้แ่ยังไม่ได้สอบเข้าโรงเรียนนายสิบ ทั้งคู่เลยไม่ได้ถือปฏิบัติตามธรรมเนียมกันอย่างเคร่งครัดนัก และในความเป็จริงก็คือ ไม่ได้ถือปฏิบัติเลย
“ไม่ต้องห่วงเพื่อนแฟนนายยังไม่ลงสนามเลย”
“เออว่ะ เพิ่งอินโดเองนี่หว่า กว่าจะถึงสยามนี่น่าจะอีกหลายประเทศ”
จากข้อเท็จจริงนี้ วิทยารีบเร่งลุกจากเก้าอี้ตรงไปที่ตู้เย็นหอบเอาขวดน้ำหวานกับขนมที่เขาเตรียมไว้ออกมา เขาจำได้ว่าเขาเฝ้ารอโอลิมปิกครั้งนี้อย่างตื่นเต้น
รัฐบาลสยามส่งนักกีฬาทั้งสิ้นสองร้อยสี่สิบสองคนครอบคลุมสี่สิบเอ็ดประเภทกีฬา สำหรับโอลิมปิกครั้งที่ 142—เทศกาลกีฬาหนึ่งเดียวที่ยังคงความอนุรักษ์นิยมไม่เปลี่ยนแปลง แน่นอนรวมถึงชาตินิยมด้วย—ทั้งชายและหญิง และหนึ่งในนั้นก็คืออรอนงค์ บุญช่วยนักกรีฑาดาวรุ่งจากจังหวัดชัยภูมิที่วิทยาเคยได้เห็นการแข่งขันของเธอกับตาเพียงครั้งเดียว
วันที่ว่านั้น วิทยากำลังสิ้นหวังเพราะเพิ่งตกงาน บริษัทด้านสารสนเทศั์ใหญ่ล้มคลืนเพราะตัดสินใจลงทุนผิดพลาด พวกเขาเข้าตลาดใหม่ที่กำลังร้อนแรง เร่งพัฒนาสินค้าที่ตนไม่รู้จัก แก้แล้วแก้อีกจนเกินต้นทุนที่ตัวเองแบกรับไหว บริษัทแตกกระจาย ถูกหั่นขายเป็ส่วนๆ พร้อมสัญญาเลิกจ้างกึ่งบังคับขู่เข็ญ วิทยามองไม่เห็นทางรอด เงินเก็บน้อยนิด ไอ้หนุ่มได้แต่อุ้มเบียร์กระป๋องเป็เพื่อนขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์ของสนามกีฬาที่เขาชอบไปนั่งเล่นสิงสู่ เฝ้าคิดถึงสมหมายที่ถูกเลิกจ้างไปก่อนหน้า งานร้อนแรงที่จะหมดคุณค่าลงในเวลาไม่ถึงห้าปีเมื่อตลาดจะวายในที่สุด อย่างน้อยก็มีตังค์ให้เก็บบ้าง สมหมายยังดีกว่าเขาตรงที่รู้ชะตากรรมของตนั้แ่ต้น วิทยาไม่คาดหวังว่าจะตกงานในเร็ววัน เสียงเชียร์กระหึ่มจากกองเชียร์กลุ่มเล็กๆที่จับกลุ่มกันอยู่รอบสนามกระตุ้นความสนใจของวิทยา
เธอยืนอยู่ที่นั่น เสียงเชียร์ดังกระหึ่มจากคนกลุ่มเล็กๆ รุ่นน้องนักกีฬามั้ง อรอนงค์เร่ิมออกวิ่ง เธอเร่งความเร็วด้วยการถีบพื้นดันตัวจนลอยไปข้างหน้าก่อนสองสามก้าว ต่อจากนั้นเธอเริ่งฝีก้าวสับขาทั้งสองเร่งความเร็วด้วยระเบียบร่างกายที่วิทยาไม่มีทางทำได้ กล้ามเนื้อทุกส่วนทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบในสายตาของวิทยา ร่างกายตั้งตรง คอระหงจ้องไปข้างหน้า หัวไหล่แต่ละข้างราวกับถูกจับยึดอยู่กับที่และทำหน้าที่ยึดร่างกายส่วนบนให้ตั้งตรงไม่ไหวเอน แต่ละก้าวเพียงบิดสะโพกเล็กน้อยส่งพลังจากแกนกลางผ่านต้นขาไปที่ปลายเท้า ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเสียเปล่า
แค่ดูและใช้ความคิดตามวิทยาก็หอบแฮ่กแต่ก้าวแรกในจินตนาการ ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสิบวินาที วิทยาสูญสิ้นกำลังไปทั้งสรรพางค์กาย แต่พลังความแข็งแกร่งที่ส่งผ่านออกมามากมายจนวิทยาสั่นเทาไปทั้งตัว เขาหลงรักท่วงท่าและกล้ามเนื้อที่ะเิพลังพาเธอพุ่งไปข้างหน้า และพาตัวของเธอลอยขึ้นเหนือบาร์สูงสามเมตรกับอีกเจ็บสิบเิเ—นี่แค่ผลัดแรก—ระเบียบร่างกายกลางอากาศทำเขาตาค้าง ราวกับเยื้องย่างไหลเลี้อยผ่านบาร์ไปโดยไม่มีส่วนใดแตะต้องัั ไม่มีส่วนขาดหรือเกินแม้แต่น้อย แม้แต่เสื้อตัวหลวมก็ดูจะปรับขยับท่วงท่าไหลตามไปด้วย มันสวยงามจนเขาไม่คาดคิดว่าจะมีสิ่งใดที่สวยงามได้เท่านี้อีก และต่อจากนั้นมาเขาก็กลายมาเป็แฟนกีฬาประเภทนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แน่นอนทุกประเภทกีฬา
แล้วสำหรับโอลิมปิกจะมีอะไรยิ่งใหญ่เท่ากรีฑาอีก ไม่ว่าจะลู่หรือลานล้วนยิ่งใหญ่ในสายตาของวิทยา
หลังขบวนแห่เดินแถวนักกีฬาสิ้นสุด เมื่อนักกีฬาเ้าภาพโบกมืออำลา เมื่อไฟที่เดินทางมาจากเอเธนส์ถูกจุดจนลุกโชติ่จากแก๊สปริมาณมหาศาลที่ครอบเอาไว้ในโดมแก้วสำหรับกรองคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทำให้ไฟจากโอลิมปัสดูเหมือนหลอดไส้ขนาดใหญ่จากสหัสวรรษก่อน โชว์อลังการของพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูร้อน—ที่นอกโดมแก้วคงร้อนยิ่งไปกว่านี้ได้อีก—ก็เริ่มต้นขึ้นด้วยภาพมุมสูงของประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาพถ่ายเร่ิมจากในอวกาศ ชาวอเมริกันโบกไม้โบกมือจากภายในสถานีอุตสาหกรรมข้างบน ก่อนกล้องจะหมุนกวาดลงมาบนพื้นโลก ที่ทวีปอเมริกาเหนือบ้านเมืองงดงามราวกับแก้วกระจก—ซึ่งมันก็ถูกครอบด้วยแก้วกระจกจริงๆ—ดนตรีประกอบจังหวะเร้าใจ
โดมขนาดใหญ่ครอบมหานครต่างๆเอาไว้ภายใน มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการปลดปล่อยมลพิษ แก้วใสเป็เกราะสะท้อนแสงแดดและอุณหภูมิ ปัดเป่าพิษภัยจากสภาพอากาศอันบ้าคลั่งบนพื้นโลก หมู่คาวบอยและชนชาวอเมิกันพื้นเมืองขี่ม้าควบผ่านทุ่งข้าวโพดและสวนผลไม้ในโดมั์ควบคุมอุณหภูมิเป็อย่างดี ในมือถือเอาผลผลิตที่ชาวเท็กซัสภูมิใจ—ขอบคุณนักอนาธิปไตยเมื่อสี่ศตวรรษก่อน อเมริกาเลยมีกฎหมายควบคุมปืนและอาวุธกับเขาเสียที อุดมการณ์ของชาวไร่สมัยก่อตั้งอเมริกาถูกเพิกถอนออกจากรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะเมื่อความเป็เอกชนถูกนิยามใหม่อีกรอบ—ภาพตัดเข้าสู่ภายในโดมมหานครออสติน มหานครสวยงามอลังการด้วยถนนและถนน พาดผ่านด้วยทางหลวงที่เชื่อมระหว่างเมือง รถยนตร์และรถยนตร์ ผู้คนหน้าตาอิ่มเอิบสดใสพร้อมไก่ทอดในปาก พร้อมขนส่งสาธารณะทันสมัยอีกนิดหน่อยตามชานเมือง (ก็เท่าที่มีความจำเป็)
วิทยาดันหน้าต่างเปิดออก ลมจากชั้นเก้าสิบเก้าปะทะหน้าเข้าอย่างแรง เขายื่นหน้ามองดูกรุงเทพฯเบื้องล่าง และถอนหายใจ
“ถ้าเทียบกันแม่งโครตอัปรีย์จังไรเลยว่ะ”
“เราโชคที่แค่ไหนแล้วที่ได้อยู่ที่นั่น” สมหมายชี้ไปทางอาคารสูงตระหง่านห้าหลังที่รองรับหอคอยขนาดใหญ่อยู่ หอคอยใหญ่ั์กินพื้นที่ไปหนึ่งในสามของอยุธยาเห็นได้ชัดแม้แต่จากกรุงเทพฯ ลิฟต์อวกาศเชื่อมต่อกับสถานีบนวงโคจร ลงทุนให้โดยสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่เลือกเฟ้นหาจุดที่ดีที่สุดสำหรับก่อสร้างลิฟท์อวกาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้คำตอบว่าสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีที่ไหนที่ตั้งไอ้นี่ได้ดีที่สุดก็ต้องตรงนั้นเท่านั้น อยุธยา ใครจะไม่เอาล่ะ และส่วนใหญ่ก็เป็เหตุผลทางการเมืองที่ทำให้วิศวกรปวดหัว
“ช่าย และเื่แปลกคือศูนย์ราชการแม่งก็อยู่ที่นั่นหมด รวมถึงสวัสดิการของเราด้วย” วิทยาถอนหายใจอีกรอบและคิดถึงสหรัฐอเมริกาในจอโทรทัศน์ เขาแสนสงสัยทำไมไม่ย้ายเมืองหลวงไปอยุธยาให้รู้แล้วรู้รอด รวมถึงไอ้ตึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเวรนี่ด้วย