ตอนที่54 : รอยเท้าในควัน
สองคืนหลังคณะทูตแคว้นฉินเข้าพำนักในเมืองหลวง
วังหานหลงกลับเงียบสงัดจนน่าประหลาด
ทั้งที่เป็นเมืองหลวงแห่งชัยชนะ แต่บรรยากาศกลับอบอวลด้วย“ความเงียบที่น่าระแวง”
พ่อบ้านเก่า อวิ๋นหง รายงานเสียงเบา
“องค์ชาย... มีคนในคณะทูตเดินทางออกจากจวนที่พักตอนยามสองพ่ะย่ะค่ะ
แต่เมื่อข้าส่งคนตาม กลับพบว่า... พวกเขาหายไปในตรอกด้านทิศเหนือ”
รัชทายาท หานอวี้จิน
นั่งฟังโดยไม่แสดงสีหน้า
เขาวางถ้วยชาเบา ๆ แล้วกล่าวเรียบ
“ควันเริ่มลอย...แสดงว่าไฟยังไม่ดับ”
หลี่อวิ๋นจิว นางมองเขาด้วยความกังวล
“ท่านหมายถึงพวกเขากำลังสืบความลับของเรา?”
“ไม่เพียงเท่านั้น...พวกเขากำลังทดสอบว่าเรารู้หรือไม่ต่างหาก”
“และเมื่อศัตรูใช้กลซ่อน — ข้าจะใช้ ‘กับดักที่เห็นได้ชัด’ตอบกลับพวกมัน”
รุ่งเช้า รัชทายาทสั่งให้ ไป๋หงเหวินหัวหน้าหน่วยข่าวสาร
นำคนไปตรวจรอบจวนรัชทายาทโดยละเอียด
ไม่นานก็พบร่องรอย ฝ่าเท้าเปื้อนฝุ่นแร่เงิน
ลากยาวจากกำแพงด้านทิศเหนือถึงหลังคาคลังอาวุธ
ไป๋หงเหวินรายงาน
“รอยนี้มีเพียงแร่เงินจากภูเขาฉู่เหนือเท่านั้น
ซึ่งเป็นแร่ที่ใช้ขัดเหล็กในแคว้นฉิน — ไม่พบในหานเลยพ่ะย่ะค่ะ”
รัชทายาทหัวเราะเบา ๆ
“แปลว่าพวกมันไม่ปิดบังร่องรอย เพราะต้องการให้เรารู้”
“ข้าจะเล่นตามเกมนั้น... แต่ให้ผลลัพธ์ต่างกัน”
คืนนั้นเขาเรียกหัวหน้าหน่วยทั้งหมดมาประชุม
“พวกมันเข้ามาเพื่อสืบเคล็ดลับอาวุธของเรา
งั้นเราจะสร้าง ‘ของปลอม’ ให้พวกมันขโมยไป”
เขากางแผนที่ห้องคลังอาวุธ และสั่งให้
ย้าย ต้นแบบจริงของเกราะไท่ซวี และ แบบร่างปืนหอกเพลิง ไปซ่อนไว้ในห้องลับใต้ค่ายสร้างแบบจำลองปลอม ด้วยตัวเลขผิดเพี้ยนเพียงเล็กน้อย แต่พอให้ใช้งานไม่ได้“พรุ่งนี้ข้าอยากให้พวกมันได้เห็นทุกอย่างชัดเจน — ชัดจนเกินไป”
ยามสามของคืนนั้น
เสียงเท้าแผ่วเบาดังจากบนหลังคาจวนรัชทายาท
สี่เงาดำในชุดรัดกุมสีเทาเคลื่อนไหวราวแมวในรัตติกาล
หัวหน้ากลุ่มคือชายที่ชื่อ อี้เหวิน— มือสังหารจากหน่วยหลิงซือ
เขากวาดตาไปรอบทางเดิน
“ไม่มีทหารยามเพิ่ม... ดูเหมือนพวกมันยังไม่รู้ตัว”
เขาใช้เข็มเหล็กเปิดประตูคลังอาวุธ
สิ่งแรกที่เห็นคือ โต๊ะขนาดใหญ่ที่วางแบบร่างเต็มไปหมด
“นี่ไงแบบอาวุธใหม่ของหาน!”
พวกเขารีบถ่ายแบบลงบนกระดาษ
แต่ทันใดนั้น —
เสียง “ปัง!” ดังสนั่น
ควันสีขาวพวยพุ่งจากผนังห้อง
ภายในควันปรากฏเงาคนจำนวนมาก
เป็นทหารหานในชุดเกราะเบา ถือหน้าไม้แรงสูงอยู่รอบห้อง
“เจ้า... รู้ตัวพวกเรา!?”— อี้เหวินตะโกน
เสียงหนึ่งดังจากเงามืด
“ข้าไม่ได้รู้ตัว...แต่ข้ารอเจ้ามาสองคืนแล้ว”
เงานั้นคือรัชทายาทหานอวี้จิน
ในมือถือกล่องโลหะขนาดเล็กที่ปล่อยควันออกอย่างต่อเนื่อง
“นี่คือ ‘ควันน้ำแข็ง’ที่ข้าทดลองจากแร่ดินประสิวกับเกลือแร่
ใช้ดับไฟ... และซ่อนความจริง”
เขาเดินเข้าไปทีละก้าว
เสียงเกราะเบาดังกึก ๆ ในความเงียบ
“ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามาเพื่อขโมยแบบร่าง
งั้นจงเอาไป... แล้วกลับไปบอกเจ้านายของเจ้าว่า
อาวุธของหานสร้างด้วย ‘ไฟ’ ที่พวกเจ้ามองไม่เห็น”
ขณะเดียวกัน ในจวนคณะทูต
องค์หญิง ฉินอวี้เหม่ย รู้สึกบางอย่างผิดปกติ
เสียงฝีเท้าในยามดึกดังนานเกินไป
นางเปิดหน้าต่างเห็นเงาควันลอยจากจวนรัชทายาททางทิศเหนือ
หัวใจสั่นวูบ
“พวกเขา... ลงมือแล้ว?”
นางรีบแต่งตัวออกจากจวน
แต่ทันทีที่ก้าวออกประตู —
ทหารหานสองนายเข้ามาขวาง
“องค์หญิงท่านได้รับคำสั่งให้พักในจวน ไม่อาจออกไปในยามนี้ได้”
“ข้ารู้!” —นางกัดริมฝีปาก
“แต่หากพวกเจ้าทำร้ายคนของข้า ข้าจะรับผิดชอบได้อย่างไร!”
เสียงทหารตอบอย่างเรียบ
“องค์หญิงอย่ากังวล...
รัชทายาทเพียง ‘เชิญแขกบางคนไปดื่มชา’ เท่านั้น”
นางนิ่งไปรู้ทันทีว่าหานอวี้จินรู้ทุกอย่างแล้ว
รุ่งเช้า
ข่าวแพร่ไปทั่วว่า “คนร้ายขโมยคลังอาวุธถูกจับได้”
แต่ไม่มีใครรู้ว่าขโมยนั้นเป็นใคร
ไม่มีศพ ไม่มีการประจาน — มีเพียงข่าวลือว่า “คนหายไปราวกับควัน”
องค์หญิงฉินได้รับเชิญให้เข้าเฝ้ารัชทายาท
ในห้องโถง
เขายืนรออยู่หน้าโต๊ะไม้ซานหู
รอยยิ้มอ่อนแต่สายตาคมราวมีด
“เมื่อคืนนี้...มีเงาหลายเงาเคลื่อนไหวในเมือง
ข้าเลยอดไม่ได้ที่จะเผาไฟให้สว่างหน่อย”
องค์หญิงตอบเสียงเรียบ
“ท่านทำให้ไฟนั้นเผาควันจนหมด...เหมือนจะไม่เหลือแม้เงาใดไว้”
“ข้าไม่ทำร้ายเงาเพราะเงาย่อมเกิดจากแสง
แต่ข้าเพียงทำให้แสงส่องแรงขึ้น —เพื่อให้เห็นว่ามันซ่อนอะไรไว้เท่านั้น”
ทั้งสองสบตากัน
ไม่มีคำว่า “ศัตรู” อีกต่อไป มีเพียง “ผู้ที่เข้าใจในกันและกัน”
แต่ในใจขององค์หญิง...
กลับเริ่มหวั่นไหวต่อชายผู้มองทะลุทุกสิ่ง ยกเว้น “หัวใจของตนเอง”
คืนนั้น หานอวี้จินเขียนจดหมายถึงพระมารดา“องค์ฮองเฮา”
“ศัตรูเริ่มใช้สมองแทนดาบ...
และนั่นทำให้ข้ารู้ว่า สงครามที่แท้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”
เขาวางพู่กันลง มองแสงตะเกียงที่ส่องผ่านม่านควัน
รอยยิ้มบางปรากฏขึ้น
“ควันหายไป...แต่เงายังอยู่
และข้าจะเป็นแสงที่ทำให้มันเผยตัวทุกครั้ง”