มีสถานที่บางแห่งที่ไม่ได้รอให้ใครค้นพบมันรอให้คนที่ใช่เดินเข้ามาเอง
ป่าไม่เปิดประตูให้ทุกคน มันเลือกเหมือนที่หัวใจเลือก
เมื่อต้นไม้โค้งกาย และดอกไม้บานรับมันไม่ได้ทำเพราะถูกสั่ง มันทำเพราะรู้สึกถึงบางอย่างที่เดินเข้ามา
บางอย่างที่ป่ารอมานานกว่าที่มนุษย์คนนั้นจะรู้จักตัวเองและเมื่อนักล่าก้าวเข้าสู่ป่าที่หายใจได้
เขาจะพบว่าป่าหายใจตามเขา หรือเขาหายใจตามป่าเส้นแบ่งนั้นบางกว่าที่คิด
สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]
เดือนแปดปีที่สี่แห่งรัชกาลหยวนเฉิง — วันที่สิบ
ซฺยงเิตื่นขึ้นก่อนฟ้าสาง
นิสัยที่ฝึกมาั้แ่อายุเจ็ดขวบครูฝึกคนแรกของเขาบอกว่านักล่าที่ดีตื่นก่อนเหยื่อเสมอ เพราะชั่วยามก่อนรุ่งสางคือชั่วยามที่สัตว์ส่วนใหญ่ผ่อนการระวังลงธรรมชาติกำหนดให้ความมืดก่อนฟ้าสางเป็เวลาที่ปลอดภัยที่สุดดังนั้นมันจึงเป็เวลาที่อันตรายที่สุดเมื่อมีนักล่าที่รู้ความจริงข้อนั้น
แต่วันนี้ซฺยงเิตื่นขึ้นมาพบว่าเขาไม่ใช่คนแรกที่ตื่น
หริณฉานนั่งอยู่ที่หน้าปากถ้ำ
ไม่ได้ยืนเตรียมพร้อมแค่นั่ง หลังพิงผนังหิน เข่าชิดอก มือพาดบนเข่า ดวงตาหลับท่าทางของคนที่นั่งรอมาสักพักแล้วและไม่รู้สึกเร่งรีบ
แสงเรืองสีทองอ่อนๆจากิัของเขาทำให้ถ้ำที่มืดสนิทมีแสงพอให้มองเห็นรูปร่าง
ซฺยงเินั่งตัวตรงในพริบตามือไปจับอาวุธที่เขาวางไว้ข้างๆ โดยสัญชาตญาณ
"ข้ารอให้ท่านตื่นเอง" หริณฉานพูดโดยไม่เปิดตาเสียงเรียบและสงบเหมือนคนที่ไม่ได้นั่งรออยู่นอกถ้ำของคนอื่นกลางดึก"ถ้าข้า้าทำร้าย ข้าทำตอนท่านนอนหลับง่ายกว่ามาก"
ซฺยงเิปล่อยมือจากอาวุธแต่ไม่วางกองลง "ท่านมาที่นี่เพราะอะไร?"
"มีเื่ที่ต้องพาท่านไปดู" หริณฉานเปิดตาแสงสีทองในนั้นสว่างกว่าในตอนกลางวัน ราวกับว่าความมืดทำให้มันชัดขึ้น"ต้องไปตอนนี้ ก่อนที่แสงจะเปลี่ยน"
"ท่านจะพาข้าไปไหน?"
"ที่ที่ท่าน้าเห็น" หริณฉานลุกขึ้นอย่างเงียบ"ถ้าท่านยัง้าเข้าใจว่าป่านี้คืออะไร"
ซฺยงเิมองเขาในความมืดก่อนรุ่งสางประเมินทุกสิ่งที่เขาสังเกตได้ในเวลาสั้นๆ
ไม่มีอาวุธไม่มีกับดัก ท่าทางสงบผิดปกติแม้แต่สำหรับหริณฉาน และที่สำคัญกว่านั้น สัญชาตญาณสัตว์บอกว่าไม่อันตราย
"รอให้ข้าใส่รองเท้า" ซฺยงเิพูด
พวกเขาเดินในความมืดก่อนรุ่งสางโดยไม่มีตะเกียง
หริณฉานนำทางเดินด้วยความมั่นใจที่ไม่มีสะดุดแม้แต่ครั้งเดียว ก้าวข้ามรากที่โผล่พ้นดินหลบกิ่งห้อยต่ำ เดินอ้อมหินที่ซฺยงเิไม่เห็นจนกว่าจะเกือบชนราวกับว่าเขาอ่านแผนที่ป่าทั้งหมดอยู่ในหัวและกำลังเดินตามมัน
ซฺยงเิเดินตามด้วยสัญชาตญาณสัตว์ที่ขยายออกไปรอบๆรับรู้อุปสรรคก่อนจะชน แต่ยังช้ากว่าหริณฉานอยู่ดี
"ท่านมองเห็นในความมืดได้" ซฺยงเิพูดขึ้น ไม่ถาม แต่ยืนยัน
"ข้ารับรู้ผ่านรากมากกว่าที่ใช้ตา" หริณฉานตอบ ไม่หันมา"รากในดินใต้เท้าส่งข้อมูลสภาพพื้นผิวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเหมือนการเห็นด้วยเท้า"
"และตาสีทองที่เรืองแสงในความมืด?"
"ออกแบบมาสำหรับแสงน้อย" หริณฉานพูดมีน้ำเสียงอธิบายข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา "ภพพืชพันธุ์มีแสงน้อยกว่าโลกมนุษย์ดวงตาของสิ่งมีชีวิตในนั้นพัฒนามาเพื่อสภาวะนั้น"
"และเมื่ออยู่ในโลกมนุษย์ที่มีแสงมากกว่า?"
"บางครั้งก็สว่างเกินไปสักหน่อย" หริณฉานพูดเงียบๆและซฺยงเิไม่แน่ใจว่าเขาหมายถึงแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว
พวกเขาเดินต่อไปในความเงียบเสียงฝีเท้าบนดินชื้นและเสียงแมลงยามดึกเป็เพลงประกอบกลิ่นของหริณฉานแ่เบากว่าในตอนกลางวัน แต่ยังคงชัดพอที่ซฺยงเิจะรับรู้ได้ทำให้การเดินในความมืดรู้สึกผ่อนคลายกว่าที่ควร
เขาสังเกตว่าตัวเองไม่ได้ต้านกลิ่นนั้นเต็มที่ในตอนนี้
แล้วก็สังเกตว่าตัวเองสังเกตเื่นั้น
แล้วก็เลือกที่จะไม่คิดต่อ
พวกเขาหยุดที่ขอบลานกว้างในป่า
ลานที่ซฺยงเิไม่เคยเห็นในสี่วันที่เดินสำรวจป่านี้ทั้งที่เขาคิดว่าเขาสำรวจอย่างละเอียดแล้ว
ตรงกลางลานมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งใหญ่กว่าต้นไม้อื่นในป่าทั้งหมด ลำต้นใหญ่จนคนห้าคนกอดโอบไม่หมดเปลือกไม้สีเทาเข้มมีรอยย่นลึกราวกับผิวหน้าของคนชราที่มีชีวิตยาวนานรากออกมาจากโคนต้นแผ่กว้างออกไปทุกทิศ บางรากใหญ่จนอาจนั่งได้สบายๆ
แต่สิ่งที่ทำให้ซฺยงเิหยุดหายใจชั่วขณะไม่ใช่ขนาดของต้นไม้
มันคือแสง
ต้นไม้นั้นเรืองแสงสีทองสว่างกว่าทุกอย่างในป่านี้รากทุกเส้น กิ่งทุกกิ่ง ใบทุกใบ เรืองแสงอย่างสม่ำเสมอ ไม่กะพริบไม่เปลี่ยนความเข้ม แต่ให้ความรู้สึกว่ามีชีวิตและหายใจราวกับว่าแสงนั้นไม่ได้เรืองออกมา แต่ถูกปล่อยออกมาด้วยเจตจำนง
รอบๆโคนต้นไม้ ดอกไม้ที่ซฺยงเิไม่เคยเห็นชนิดนี้บานอยู่เต็มกลีบสีขาวนวลมีเส้นสีทองบางๆ พาดผ่าน กลิ่นของมันอ่อนแต่ลึกเหมือนกลิ่นของสิ่งที่เก่าแก่มากจนกลายเป็ส่วนหนึ่งของอากาศ
"ต้นไม้นี้คืออะไร?" ซฺยงเิถามเสียงเบาโดยไม่รู้ตัวว่าลดระดับเสียงลงเหมือนคนที่เข้าไปในที่ศักดิ์สิทธิ์
"ไม่มีชื่อในภาษามนุษย์" หริณฉานพูดเบาเช่นกัน "ในภาษาของข้าเรียกว่า 'ภพต้นกำเนิดราก' มันคือจุดที่ภพพืชพันธุ์และโลกมนุษย์เชื่อมต่อกันหนาแน่นที่สุดในบริเวณนี้รากของมันแผ่ออกไปทั้งสองภพพร้อมกัน"
ซฺยงเิขยายสัญชาตญาณสัตว์ออกไปรอบๆ
และรับรู้ถึงบางอย่างที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน
ไม่ใช่อารมณ์ของสัตว์ไม่ใช่ความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกชัดเจนแต่เป็บางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น กว้างกว่านั้นราวกับว่าเขากำลังัักับบางอย่างที่มีจิตสำนึกแบบต่างออกไปไม่ใช่จิตสำนึกของสิ่งมีชีวิตเดียว แต่เป็จิตสำนึกของระบบ
"ป่าทั้งหมด..." เขาพูดโดยไม่ได้ตั้งใจจะพูดออกมา
"ป่าทั้งหมดเป็สิ่งมีชีวิตเดียวกัน" หริณฉานพูดเบา"เชื่อมต่อกันผ่านรากใต้ดิน ต้นไม้นี้คือหัวใจ"
ซฺยงเิดึงสัญชาตญาณกลับมาอย่างช้าๆรู้สึกถึงการดึงกลับที่แปลกกว่าปกติราวกับว่าบางอย่างในป่าต้านการดึงกลับนั้นเล็กน้อย ไม่ใช่การบังคับแต่เป็การเชิญชวนให้อยู่ต่อ
"ท่านอยากให้ข้าเห็นสิ่งนี้เพราะอะไร?" เขาถาม
หริณฉานเดินไปยืนใกล้โคนต้นไม้ใหญ่มือััเปลือกไม้อย่างระมัดระวัง ราวกับการทักทายมากกว่าการัั
"เพราะท่านตั้งคำถามผิด" เขาพูดหลังจากนิ่งสักครู่
"คำถามผิดอย่างไร?"
"ท่านถามว่าสัตว์หายไปไหน" หริณฉานหันมามอง ใบหน้างดงามของเขาในแสงทองของต้นไม้มีรายละเอียดที่ซฺยงเิไม่เคยเห็นในแสงธรรมดา"แต่คำถามที่ควรถามคือ ทำไมสัตว์ถึงอยากไป"
"ต่างกันอย่างไร?"
"ต่างกันทุกอย่าง" หริณฉานพูด "ถ้าถามว่าหายไปไหนคำตอบคือข้อมูลตำแหน่ง ถ้าถามว่าทำไมถึงอยากไปคำตอบคือความจริงของสิ่งมีชีวิต"
ซฺยงเิเดินเข้าไปในลานอย่างช้าๆรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศเมื่อเข้าใกล้ต้นไม้ใหญ่มันไม่ได้เย็นลงหรือร้อนขึ้น แต่มีน้ำหนักต่างออกไปราวกับว่าอากาศบริเวณนี้มีส่วนผสมที่ต่างออกจากอากาศทั่วไป
"สัตว์อยากไปเพราะอะไร?" เขาถามเสียงนุ่มลงโดยไม่ตั้งใจ
"เพราะมันรู้สึกว่าที่นั่นดีกว่า" หริณฉานพูดเรียบๆ "ภพพืชพันธุ์ไม่มีนักล่าไม่มีโรค ไม่มีความหิว ทุกอย่างมีพลังงานพอเพียง มันคือสถานที่ที่ตรงกับสัญชาตญาณพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตความปลอดภัยและความพอเพียง"
"แต่มันออกจากโลกที่มันเกิดมา"
"มนุษย์ก็ออกจากหมู่บ้านที่ตัวเองเกิดเพื่อหาชีวิตที่ดีกว่า"หริณฉานพูด "ต่างกันอย่างไร?"
ซฺยงเินึกถึงคำถามนั้นเดินวนรอบโคนต้นไม้อย่างช้าๆ มองดูรากที่แผ่ออกไปทุกทิศ รากบางเส้นใหญ่เป็พิเศษผิวเรียบกว่ารากทั่วไป มีแสงทองเข้มกว่าส่วนอื่น
"รากเหล่านี้" เขาพูด "แผ่ไปถึงไหน?"
"ถ้าท่านหมายถึงในโลกนี้ ไปทั่วป่าหนานลู่ทั้งหมด" หริณฉานพูด"ถ้าท่านหมายถึงทั้งสองภพรวมกัน ข้าไม่รู้ขอบเขต"
"ท่านเชื่อมต่อกับรากเหล่านี้ตลอดเวลา?"
"ตลอดเวลาที่ข้าอยู่ในป่านี้" หริณฉานพูด"มันเหมือนการได้ยินเสียงเบาๆ ที่ไม่เคยหยุด ข้อมูลไหลเข้ามาตลอดบางครั้งมากเกินไปจนต้องกรอง"
"ท่านกรองอย่างไร?"
หริณฉานนิ่งสักครู่ดูเหมือนจะไม่ได้คาดว่าจะถูกถามเื่นั้น"เหมือนกับที่ท่านกรองเสียงในตลาด" เขาพูดในที่สุด"ท่านได้ยินทุกเสียงในตลาดแต่สมองกรองเสียงส่วนใหญ่ออกและโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญข้าทำแบบเดียวกันกับข้อมูลจากราก"
"และตอนนี้ท่านโฟกัสกับอะไร?"
หริณฉานมองซฺยงเิสักครู่ก่อนตอบ"ตอนนี้ข้าโฟกัสกับอุณหภูมิกายของท่านที่เพิ่มขึ้นสององศาั้แ่เข้ามาในลานนี้และจังหวะหายใจที่เปลี่ยนไป"
ซฺยงเิไม่ขยับแต่รู้ว่าการไม่ขยับก็เป็การยืนยัน
"ท่านอ่านร่างกายของข้าผ่านรากใต้ดิน" เขาพูด
"ผ่านรากและผ่านอากาศ" หริณฉานพูดเงียบๆ"ท่านอยู่ในขอบเขตที่ข้ารับรู้ได้ตลอดเวลาที่ท่านอยู่ในป่านี้"
"ั้แ่วันแรก"
"ั้แ่วันแรก"
ซฺยงเิยืนนิ่งรับข้อมูลนั้นในยี่สิบแปดปีของชีวิต เขาเป็คนที่สังเกตคนอื่นเสมอ ไม่ใช่คนที่ถูกสังเกตหรืออย่างน้อยก็คิดว่าตัวเองไม่ได้ถูกสังเกต
"แล้วท่านรู้ว่าข้ารู้สึกอะไรตลอดเวลา" เขาพูดเสียงแบนและสงบเกินไปจนหริณฉานจับน้ำเสียงใต้นั้นได้
"ไม่" หริณฉานตอบ "ข้ารับรู้สัญญาณกาย ไม่ใช่ความคิด อุณหภูมิชีพจร การหายใจ ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อข้อมูลเ่าั้บอกได้แค่ว่าท่านรู้สึกอะไรบางอย่างไม่บอกว่าท่านกำลังคิดอะไร"
"นั่นยังเป็การละเมิดที่ข้าไม่ได้อนุญาต"
"ใช่" หริณฉานพูดโดยไม่ปฏิเสธ "ข้าขอโทษ"
สองคำนั้นเรียบและตรงไม่ตกแต่ง ไม่อธิบาย แค่ยอมรับ
ซฺยงเิไม่ได้คาดว่าจะได้ยิน
"ท่านบอกก่อนได้ไหม?" เขาพูดในที่สุด"ก่อนที่ท่านจะอ่านข้อมูลนั้น"
หริณฉานพิจารณาอยู่สักครู่"มันไม่ได้เป็การตั้งใจอ่าน มันเป็การรับข้อมูลตลอดเวลาเหมือนการมองเห็นท่านไม่ได้ตั้งใจมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันเกิดขึ้นเอง"
"แต่ข้าสามารถหลับตาได้"
ความเงียบสั้นๆ
"ข้าสามารถตัดการเชื่อมต่อจากรากในบริเวณที่ท่านอยู่" หริณฉานพูดช้าๆ"แต่มันจะทำให้ข้าตาบอดในส่วนนั้นของป่าซึ่งอาจเป็อันตรายถ้ามีสิ่งมีชีวิตศัตรูเข้ามา"
"หรือท่านสามารถแจ้งให้ข้ารู้เมื่อท่านกำลังอ่าน"
"ได้" หริณฉานพูดเงียบๆ "ข้าสามารถทำได้"
"แล้วเราตกลงกันแบบนั้น"
หริณฉานมองเขาด้วยดวงตาที่มีบางอย่างที่ซฺยงเิจะเรียนรู้ภายหลังว่าคือความประหลาดใจในแบบของสิ่งมีชีวิตที่ไม่คุ้นเคยกับการต่อรองจากสถานะที่เท่ากัน
"ตกลง" เขาพูด
ฟ้าเริ่มสางเมื่อพวกเขาตกลงกันได้
แสงสีเทาอ่อนค่อยๆเข้ามาแทนความมืด ทำให้แสงทองของต้นไม้ใหญ่ดูจางลงเปรียบเทียบแต่ยังคงชัดเจนพอที่จะมองเห็นว่าต้นไม้นั้นมีชีวิตในแบบที่ต้นไม้ทั่วไปไม่มี
หริณฉานนั่งลงบนรากใหญ่ข้างโคนต้นท่าทางผ่อนคลายกว่าที่ซฺยงเิเคยเห็น ราวกับว่าการอยู่ใกล้ต้นไม้นี้ทำให้เขาวางการป้องกันลงบางส่วน
"นั่งด้วยได้ถ้า้า" เขาพูด"ต้นไม้นี้ไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้มาด้วยเจตนาร้าย"
"มันอ่านเจตนาได้?"
"มันรับรู้สัญญาณกาย เหมือนข้า" หริณฉานพูด "ความกลัวความก้าวร้าว ความตึงเครียดก่อนการโจมตี มันอ่านออกหมด"
ซฺยงเินั่งลงบนรากข้างๆระยะห่างพอดี
ทันทีที่ััรากด้วยฝ่ามือเขารับรู้ถึงบางอย่างที่เคลื่อนผ่านมือเขาขึ้นมา ไม่ใช่ไฟฟ้า ไม่ใช่ความร้อนแต่เป็บางอย่างที่เขาไม่มีคำอธิบายรู้สึกเหมือนการัักับจิตใจขนาดใหญ่มากที่เพิ่งรู้ว่าเขามีอยู่
"ต้นไม้รับรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่" เขาพูด
"ใช่" หริณฉานมองมือของซฺยงเิที่วางบนราก"และมันสนใจท่าน"
"สนใจในแบบที่ดีหรือแบบที่น่ากลัว?"
"สนใจในแบบที่สงสัย" หริณฉานพูด "ท่านผิดปกติสำหรับมันเช่นกันกลิ่นและสัญญาณกายของท่านไม่ตรงกับมนุษย์ทั่วไปในฐานข้อมูลของมัน"
ซฺยงเิถอนมือออกช้าๆความรู้สึกนั้นลางลง แต่ไม่หายไปทันทีราวกับว่ามีรอยที่เหลือค้างอยู่ในฝ่ามือสักครู่
"ฐานข้อมูล" เขาทวน "ต้นไม้มีฐานข้อมูล"
"มีความทรงจำ" หริณฉานแก้ไข"ความทรงจำของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เคยััรากของมันสะสมมาหลายร้อยปี"
"ต้นไม้นี้อายุเท่าไหร่?"
หริณฉานพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง"ในหน่วยปีมนุษย์ ประมาณสี่ร้อยปี แต่เวลาในภพพืชพันธุ์เดินต่างจากที่นี่ดังนั้นถ้าคิดตามประสบการณ์ที่มัน ..." เขาหยุดสักครู่"มันเก่าแก่กว่าตัวเลขนั้นมาก"
ทั้งสองนั่งในความเงียบสักพักแสงฟ้าสางค่อยๆ สว่างขึ้น เสียงนกเริ่มร้องทีละตัวสองตัว ค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็เสียงประสานของเช้าใหม่
"ท่านพาข้ามาที่นี่เพราะ้าให้ข้าเห็น" ซฺยงเิพูดในที่สุด"แต่ท่านยังไม่บอกว่า้าให้ข้าเห็นอะไรจริงๆ"
หริณฉานมองต้นไม้ใหญ่อยู่ครู่หนึ่งสายตามีบางอย่างที่ซฺยงเิยังอ่านไม่ออก
"ข้า้าให้ท่านเห็นว่าสิ่งที่ท่านมาล่าไม่ใช่ศัตรู"หริณฉานพูดช้าๆ "ป่านี้ไม่ได้ขโมยสัตว์ มันรับสัตว์ที่อยากมาความแตกต่างนั้นสำคัญมาก"
"แต่ถ้าสัตว์เ่าั้เป็สัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน ชาวบ้านสูญเสียทรัพย์สิน"
"ข้ารู้" หริณฉานพูด เสียงไม่ปฏิเสธ "ข้าได้คืนสัตว์บางตัวตัวที่มีเ้าของชัดเจนและเ้าของ้ามันกลับ สัตว์ที่หายไปส่วนใหญ่ไม่มีเ้าของหรือเ้าของไม่ตามหา"
ซฺยงเินึกถึงรายงานจากชาวบ้านอีกครั้งพยายามจำว่ามีกรณีไหนที่เ้าของตามหาสัตว์และไม่พบบ้าง
มีน้อยกว่าที่เขาคาดไว้
"ท่านตรวจสอบก่อนที่จะรับสัตว์" เขาพูด
"เสมอ" หริณฉานพูด แล้วหันมามองเขา"ข้าไม่ได้ไร้ความรับผิดชอบ"
ซฺยงเิมองเขาในแสงรุ่งอรุณที่ค่อยๆสว่างขึ้น
ในแสงนี้หริณฉานดูต่างออกไปจากทุกครั้งที่พบกัน ไม่มีความระมัดระวังแบบในตลาดไม่มีความสงบที่ตั้งใจแบบในการสนทนา เขาแค่นั่งอยู่ในป่าที่เขารู้สึกว่าเป็บ้านและดูเหมือนตัวเองมากที่สุด
นี่คือเขาจริงๆ ซฺยงเิคิด คนที่นั่งอยู่กับต้นไม้ใหญ่ในยามรุ่งสางไม่ได้พยายามเป็อะไรมากกว่าที่เขาเป็
"ท่านรักป่านี้" ซฺยงเิพูดโดยไม่ได้ตั้งใจ
หริณฉานหันมามองเขาดวงตาสีทองในแสงเช้าดูอบอุ่นที่สุดเท่าที่ซฺยงเิเคยเห็น
"ใช่" เขาพูดเบาๆ "มากกว่าหลายสิ่งหลายอย่าง"
"มากกว่าภพพืชพันธุ์ที่ท่านมาจาก?"
หริณฉานพิจารณาอยู่สักครู่ก่อนตอบ"ภพพืชพันธุ์คือที่ที่ข้าเกิด" เขาพูดเงียบๆ"แต่ป่านี้คือที่แรกที่ข้ารู้สึกว่า ... อยากอยู่"
"อยากอยู่ต่างจากอยู่เพราะภารกิจ"
"ต่างกันทุกอย่าง" หริณฉานพูดด้วยน้ำเสียงที่ซฺยงเิจำได้มันเป็น้ำเสียงเดียวกับที่ซฺยงเิใช้ตอบเื่สัญชาตญาณสัตว์
และซฺยงเิรู้ว่าหริณฉานรู้ว่าเขาจำได้
ทั้งสองนั่งอยู่กับความสมมาตรนั้นในความเงียบ
พระอาทิตย์ขึ้นอย่างเต็มตัวเมื่อพวกเขาเริ่มเดินกลับ
แสงทองของเช้าส่องผ่านใบไม้สร้างลวดลายแสงเงาบนพื้นดิน ดอกไม้บานอีกชนิดหนึ่งที่ซฺยงเิไม่รู้ชื่อกลีบสีม่วงอ่อนเปิดรับแสง ผีเสื้อสีขาวตัวหนึ่งบินผ่านระหว่างทั้งสอง
ซฺยงเิสังเกตว่าเดินขบวนนั้นต้นไม้รอบๆตอบสนองต่อหริณฉานอย่างละเอียดอ่อน กิ่งที่ห้อยต่ำค่อยๆ ยกขึ้นเมื่อเขาเข้าใกล้รากที่โผล่พ้นดินดูเหมือนค่อยๆ ลงไปเมื่อเขาจะก้าวข้ามราวกับว่าป่าทั้งหมดกำลังเคลียร์ทางให้เขา
"ป่าเปิดทางให้ท่าน" เขาพูด
"ป่ารู้ว่าข้ามาจากที่ไหน" หริณฉานพูด "มันทำตามสัญชาตญาณเหมือนที่ท่านรู้สึกสบายใจกับสัตว์มากกว่ากับคน"
"ข้าไม่ได้บอกว่ารู้สึกอย่างนั้น"
"ท่านไม่ต้องบอก" หริณฉานพูดเบาๆ"ท่านผ่อนคลายมากกว่าเมื่ออยู่ในป่าเปรียบกับในตลาด ชีพจรสงบกว่าการหายใจลึกกว่า กล้ามเนื้อไหล่ตึงน้อยกว่า"
ซฺยงเิจำได้ว่าเขาตกลงกับหริณฉานเื่การแจ้งก่อนอ่านแต่ข้อมูลนี้ดูเหมือนสะสมมาก่อนหน้านั้น
"ข้อมูลที่ท่านสะสมมาก่อนหน้า" เขาพูด"ก่อนที่เราจะตกลงกัน"
"ใช่" หริณฉานพูดโดยไม่ปฏิเสธ
"ท่านจะแบ่งปันสิ่งที่ท่านสังเกตเห็นเกี่ยวกับข้าได้ไหม? ทั้งหมด"
หริณฉานเดินต่อไปสองสามก้าวโดยไม่ตอบแล้วพูดเงียบๆ "ทั้งหมดนั้นมาก"
"ข้าอยากรู้ว่าท่านเห็นข้าอย่างไร"
อีกสักครู่ของความเงียบ
"ท่านมาที่นี่คนเดียวเพราะท่านเลือก ไม่ใช่เพราะไม่มีคนอื่น"หริณฉานพูดในที่สุด เสียงเงียบแต่ชัด
"ท่านแบกความเหงาไว้ในไหล่ที่กว้างนั้นราวกับว่ามันเป็ส่วนหนึ่งของอุปกรณ์การล่าท่านวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ก่อนที่จะรู้สึก และเมื่อท่านรู้สึกแล้วท่านเขียนมันลงในสมุดเพื่อให้มันกลายเป็ข้อมูลแทน" เขาหยุด
"ท่านกลัวบางอย่างแต่ข้ายังไม่รู้ว่ากลัวอะไร"
ซฺยงเิเดินต่อไปโดยไม่ตอบก้าวเท้าเท่ากัน ใบหน้าเท่ากัน
แต่ข้างในเขามีบางอย่างเคลื่อนไหว
เหมือนรากที่เพิ่งได้รับน้ำหลังจากแล้งมานาน
"ท่านเคยถูกอ่านขนาดนี้ไหม?" หริณฉานถามเบาๆ
"ไม่" ซฺยงเิตอบตรงๆ เป็ครั้งแรก
"รู้สึกอย่างไร?"
ซฺยงเิคิดอยู่ครู่หนึ่งคำที่ถูกต้องมีหลายคำ น่ากลัว ล่อแหลม เปราะบางแต่มีอีกคำหนึ่งที่อยู่ใต้ทั้งหมดนั้นซึ่งเขาเลือกพูดออกมาเพราะเขาจำสัญญาที่ทำกับตัวเองว่าจะพูดความจริงเท่าที่ทำได้
"บางส่วนรู้สึกดีกว่าที่ควร"
หริณฉานไม่ได้ทำอะไรกับคำตอบนั้นไม่แสดงความพึงพอใจ ไม่แสดงความประหลาดใจ แค่รับไว้และเดินต่อ
แต่ซฺยงเิสังเกตว่าก้าวเดินของหริณฉานเบาขึ้นเล็กน้อย
ในแบบที่สังเกตได้ก็เพราะสัญชาตญาณสัตว์
พวกเขากลับมาถึงบริเวณใกล้ถ้ำที่พักเมื่อแสงสายสูงขึ้น
หริณฉานหยุดที่จุดแยกทางจุดที่ทิศหนึ่งไปยังถ้ำของซฺยงเิ อีกทิศไปยังบ้านของเขา
"ขอบคุณ" ซฺยงเิพูด ไม่ใช่คำขอบคุณสำหรับการนำทางแต่เป็คำขอบคุณสำหรับสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น
หริณฉานมองเขาสักครู่
"ถ้าท่าน้าเห็นภพพืชพันธุ์" เขาพูดเงียบๆ "ข้าพาไปได้แต่ต้องรอเวลาที่ถูกต้อง"
"เวลาที่ถูกต้องคือเมื่อไหร่?"
"เมื่อขอบเขตบางที่สุด" หริณฉานพูด "คืนเดือนมืดสามวันข้างหน้า"
แล้วเขาก็เดินไปทางบ้านของเขา
ซฺยงเิยืนอยู่ที่จุดแยกทางมองตามจนร่างนั้นหายไปในแสงเช้า
เขาควักสมุดบันทึกเขียนสั้นๆ
วันที่สิบเช้า ภพต้นกำเนิดราก : สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีชื่อในภาษามนุษย์ เชื่อมต่อทั้งสองภพมีความทรงจำสี่ร้อยปี รับรู้ข้าและสนใจ
ตกลงกับหริณฉาน: เขาแจ้งเมื่ออ่านข้อมูลกาย ข้ารับรู้เขาตามที่ตกลง
สามวันข้างหน้า: คืนเดือนมืด — ภพพืชพันธุ์
เขาวางปากกาลงมองข้อความสุดท้าย
คืนเดือนมืด เขาคิด สามวัน
แล้วเขาก็เขียนเพิ่มในส่วนที่เขาเขียนด้วยอักษรเล็กกว่าปกติเสมอ
วันนี้: รู้สึกว่าป่านี้หายใจ และป่าหายใจตามข้า
ไม่รู้ว่าจะบันทึกความรู้สึกนั้นว่าอะไร
บางทีบางสิ่งไม่้าชื่อเพื่อที่จะจริง
ต้นไม้ที่มีอายุสี่ร้อยปีรู้เื่หนึ่งที่คนอายุยี่สิบแปดปียังไม่รู้
ว่าสิ่งที่หยั่งรากลึกที่สุด
ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความตั้งใจ
มันเริ่มด้วยการยืนอยู่ในที่เดียวกันนานพอที่รากจะพันกัน โดยที่ไม่มีใครสั่ง
และไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไหรที่มันเริ่ม
..สุสาส์นราคะ..