“สวัสดีค่ะคุณนายเย่ ฉันหลี่ซูหว่านนะคะ เราเคยเจอกันมาครั้งแรกในวันเปิดตัวไวน์ตัวใหม่ของหลิงกรุ๊ป ไม่รู้ว่าคุณจำฉันได้หรือเปล่า” หลี่ซูหว่านเดินเข้ามาทักทันทีที่เห็นเจียงหว่านเดินซื้อของอยู่คนเดียว
เจียงหว่านมีนัดจะมาเดินซื้อของกับจินลี่ซือและหลิงผูเถา แต่เธอมาถึงก่อนเวลา ก็เลยแวะมาดูสินค้าคอลเลคชันใหม่ที่ Sindy Design เพื่อฆ่าเวลา
“ไม่นะคะ ก่อนหน้านั้นเราก็เคยเจอกันมาก่อนแล้ว” เจียงหว่านทำท่านึก “ตอนที่คุณกับลูกสาวจะขอนั่งร่วมโต๊ะทานข้าวกับเรานั่นต่างหากถึงเป็ครั้งแรกที่เราเจอกัน”
หลี่ซูหว่านไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะจำเหตุการณ์น่าอายของตัวเองได้ แต่เพื่อสานสัมพันธ์และเพื่ออนาคตของลูกสาว เธอทำได้แค่หัวเราะกลบเกลื่อน “แย่จังเลยนะคะ ฉันลืมวันนั้นไปได้ยังไง ไม่คิดว่าคุณยังจำมันได้”
“ฉันเป็คนความจำดีน่ะค่ะ”
“เราเจอกันมาหลายครั้งขนาดนี้ก็นับว่าเรามีวาสนาต่อกัน อีกอย่างสามีของเราก็ทำงานอยู่ในแวดวงเดียวกัน ฉันคิดว่าเรามาทำความรู้จักกันไว้ก็ดีนะคะ อืม...ปกติแล้วฉันจะให้เพื่อนๆ ที่สนิทกันเรียกฉันว่าซูหว่าน งั้นคุณก็เรียกฉันว่าซูหว่าน ส่วนฉันจะเรียกคุณว่าอาหว่านดีไหมคะ”
“ขอโทษนะคะคุณนายหาน คุณเรียกฉันว่าคุณนายเย่ดีกว่า เพราะเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” เจียงหว่านรีบบอก ั้แ่เธอมีเพื่อนสนิทเพิ่มมาอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็จินลี่ซือ (แม่ของหลิงผูเถา) จ้าวหราน (แม่ของโจวต้าเหนิง) และหนานเยี่ย (แม่ของเจิ้งซิงอีหรือซินดี้) ทำให้เธอกล้าที่จะสื่อสารกับคนอื่นมากขึ้น
และเพื่อนใหม่ยังสอนให้เธอรู้จักมองคนให้เป็ อย่างหลี่ซูหว่านเธอก็มองออกั้แ่แรกแล้ว มันจะบังเอิญอะไรนักหนาที่ต้องมาเจอกันตามสถานที่ต่างๆ อีกฝ่ายต้องคอยติดตามความเคลื่อนไหวของเธออยู่แน่ อีกอย่างลูกชายก็บอกให้เธอระวังคนตระกูลหานกับตระกูลหวงเป็พิเศษ ไม่อย่างนั้นความรักของลูกชายกับหนูเถาเถาต้องถูกคนพวกนี้ทำลาย เธอไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายความรักของลูกชายหรอก และสะใภ้ที่เธอยอมรับก็มีแค่หนูเถาเถาเท่านั้น
หลี่ซูหว่านได้ยินก็หน้าเจื่อน แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้
“แหม...ทำไมคุณพูดซะห่างเหินขนาดนั้นล่ะคะ” หลี่ซูหว่านแสร้งปิดปากหัวเราะ “เราเจอกันบ่อยจนจะเป็เพื่อนกันได้แล้ว อีกอย่างจื่อหานลูกชายของคุณกับฉีฉีลูกสาวของฉันก็เป็เพื่อนร่วมชั้นกัน เดี๋ยวพอมีงานประชุมผู้ปกครอง เราก็ต้องได้เจอกันอยู่ดี”
“คงไม่มั้งคะ” เจียงหว่านรีบปฏิเสธ “ฉันได้ยินมาว่าลูกสาวกับลูกชายของคุณลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อยนักหรอก”
หลี่ซูหว่านหน้าชาเป็ครั้งที่สอง เธอนึกโมโหตัวเองอยู่ในใจที่พยายามจะตีสนิทอีกฝ่ายจนลืมเื่ที่ลูกๆ ของตัวเองต้องลาออกไปสนิท “ฉันก็ลืมไปเลยว่าเด็กๆ กำลังจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ”
“อุ๊ย! ไม่นึกว่าคุณนายหานจะเป็คนลืมง่ายขนาดนั้น เื่สำคัญอย่างการส่งลูกไปเรียนที่ต่างประเทศยังลืมได้” จินลี่ซือเดินเข้ามาพร้อมหลิงผูเถา “ขอโทษนะอาหว่านที่ฉันมาช้า”
“ไม่เป็ไร เพิ่งเข้ามาเดินเล่นได้ไม่นาน” เจียงหว่านตอบ
“สวัสดีค่ะคุณป้าหว่าน” หลิงผูเถาทัก
“เหนิงเหนิงกับซินดี้ฝากบอกว่าพวกเขาจะไปรอหนูที่ร้านไอศกรีมเ้าประจำนะจ๊ะ”
“ถ้างั้นหนูขอตัวไปเจอเพื่อนๆ ก่อนนะคะ เที่ยวให้สนุกนะคะคุณแม่ คุณป้า” หลิงผูเถาขอตัว เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองหลี่ซูหว่าน
หลี่ซูหว่านยืนอยู่อย่างกระอักกระอ่วนที่ทุกคนทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน “สวัสดีค่ะคุณนายหลิง คุณก็มาดูเสื้อผ้าคอลเลคชันใหม่ที่นี่เหมือนกันเหรอคะ”
“เสื้อผ้าคอลเลคชันใหม่อะไรกันล่ะคะ ฉันกับสามีเป็แค่ชาวสวนยากจน จะมีปัญญาไปซื้อเสื้อผ้าแพงๆ ใส่ได้ยังไงกัน” จินลี่ซือตอบ เธอจำได้ดีว่าตระกูลหานกับตระกูลหวงพูดจาดูถูกลูกสาวของเธอว่าอะไร
“อย่างเธอจนแล้วคนอื่นจะเรียกว่าอะไรล่ะจ๊ะ” เจียงหว่านพูดพร้อมกับปรายตามองไปที่หลี่ซูหว่าน
“เธอก็พูดไปนะอาหว่าน สามีของฉันยังไม่มีปัญญาพาหลิงกรุ๊ปเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ด้วยซ้ำ มีแต่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นล่ะที่ทำได้” จินลี่ซือตอบพร้อมกับยักคิ้วที่เพื่อนส่งไม้มาให้ใช้ตบหน้าบางคน
หลี่ซูหว่านจะฟังคำพูดประชดนั้นไม่ออกได้ยังไง เธอรีบขอตัวกลับก่อนที่จะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ “ฉันเพิ่งนึกได้ว่ายังมีธุระ ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ เอาไว้โอกาสหน้าฉันจะเชิญพวกคุณไปทานข้าวด้วยกัน”
เจียงหว่านเห็นหลี่ซูหว่านเดินไปก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “เฮ้อ...คุยกับผู้หญิงคนนี้ทีไร เล่นเอาฉันหมดแรงทุกที”
“เธอมีโอกาสเจอหลี่ซูหว่านบ่อยเหรอ” จินลี่ซือถาม
“ฉันเคยเจอเธอครั้งแรกตอนที่คุณเย่พาฉันกับจื่อหานไปทานข้าว ตอนนั้นคุณเย่ก็เตือนฉันแล้วว่าหลี่ซูหว่านพยายามจะเข้ามาตีสนิทกับฉัน เขาบอกให้ฉันระวังตัวไว้ แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะคิดว่าคงไม่มีโอกาสไปเจอกันที่ไหนอีก แต่ไม่คิดว่าจะมีเื่บังเอิญที่ทำให้ฉันกับเธอได้เจอกันอยู่ตลอด ฉันนึกถึงคำสามีก็เลยพยายามไม่ไปคุยกับเธอ แต่ใครจะรู้ว่าเธอยังพยายามเข้าหาและพยายามชวนฉันคุยอยู่อย่างนั้น”
“แล้วอยู่ดีๆ ทำไมหลี่ซูหว่านต้องมาตีสนิทกับเธอด้วยล่ะ”
“หลี่ซูหว่านมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งไม่ใช่เหรอ ฉันคิดว่าหล่อนคงเข้าหาฉันเพราะเื่ลูกชายฉันนั่นล่ะ” เจียงหว่านยิ้มให้เพื่อน “แต่เธอไม่ต้องเป็ห่วงหรอก ลูกสะใภ้ของฉันจะมีแค่หนูเถาเถาเท่านั้น”
“ถ้าเกิดเธอมีลูกชายเพิ่มมาอีกคนจะทำยังไง” จินลี่ซือยิ้ม
“ถ้างั้นฉันขอเปลี่ยนคำพูดเป็ลูกสะใภ้ใหญ่ของฉันจะต้องเป็หนูเถาเถา อย่างนี้พอใจหรือยัง”
“เถาเถา”
หลิงผูเถาที่เพิ่งปลีกตัวออกมาจากคุณแม่และคุณป้าเย่เพื่อไปเจอกับโจวต้าเหนิงและเจิ้งซิงอีที่ร้านไอศกรีม จากที่กำลังอารมณ์ดีก็เปลี่ยนเป็อารมณ์เสียทันทีที่เห็นว่าใครเดินมาขวางหน้า
“หลบไป” หลิงผูเถาเสียงเข้ม
“ไม่หลบ ฉันมีเื่สำคัญต้องพูดกับเธอ”
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนาย” หลิงผูเถาพูดพร้อมกับเบี่ยงตัวเพื่อที่จะเดินเลี่ยงไปทางอื่น
แต่หานซ่งเฉวียนรู้ทัน เขายังคงเดินมาขวางหน้าเธอไว้ “เธอกับเย่จื่อหานคบกันจริงๆ เหรอ”
“ฉันเคยบอกนายไปแล้วว่าจื่อหานคือคนรักของฉัน”
“เธอไม่ได้ทำเพราะประชดฉันใช่ไหม ถ้าเป็อย่างนั้นเธอไปบอกเลิกกับเขาเถอะ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันขาดเธอไม่ได้ อีกอย่างฉันถอนหมั้นกับ หวงเหมยลี่แล้ว ถ้าเธออยากให้ฉันไปขอหมั้นเธอกับคุณลุงคุณป้า ฉันจะกลับไปบอกพ่อกับแม่ฉันตอนนี้เลย จากนั้นเราก็จะไปเรียนที่เมืองนอกด้วยกัน พอเรียนจบ เราก็จะกลับมาแต่งงานกัน”
หลิงผูเถามองหานซ่งเฉวียนอย่างเหลือเชื่อ “นายฟังไม่รู้เื่หรือไงว่าฉันไม่เคยสนใจนาย หรือว่านายหลงตัวเองจนเป็บ้าไปแล้ว”
“ที่ฉันบ้าอยู่อย่างนี้ก็เพราะเธอไม่ใช่เหรอ เมื่อไหร่เธอจะหายโกรธฉันสักที” หานซ่งเฉวียนคว้ามือหลิงผูเถามากุมไว้ “ฉันบอกเธอแล้วไงว่าตอนนี้ฉันเป็อิสระแล้ว ฉันกลับมาหมั้นกันเธอได้แล้ว เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมเถอะนะ”
หลิงผูเถาสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุม จากนั้นก็ยกเท้าขึ้นเตะไปที่หว่างขาของหานซ่งเฉวียน “ไอ้บ้า คราวหน้าถ้ายังมายุ่งกับฉันอีก ฉันจะจัดการนายให้หนักกว่านี้”
หานซ่งเฉวียนได้แต่มองดูหลิงผูเถาวิ่งไปหาเย่จื่อหานอย่างเจ็บใจ แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงก็มีภาพข่าวกระจายไปทั่วสังคมออนไลน์ ‘ไฮโซหนุ่มโรคจิต แอบสะกดรอยตามหญิงสาวในห้างดัง แต่หญิงสาวรู้ตัวจึงป้องกันตัวเองแล้วเตะไปโดนจุดยุทธศาสตร์ ไฮโซหนุ่มถึงกับหน้าเขียว’
แม้จะมีการเบลอหน้า แต่ในหลายๆ คอมเมนต์ก็เดาได้ว่าเป็หานซ่งเฉวียน ส่วนหญิงสาวที่เป็เ้าของลูกเตะอันตรายนั้นกลับไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็ใคร ไม่เท่านั้น รูปที่หานซ่งเฉวียนถูกเตะยังถูกเอาไปทำเป็มีมตลกๆ ล้อเลียนว่อนไปทั่ว
“ไม่ต้องรออะไรแล้ว! แกสองคนบินไปเมืองนอกกันพรุ่งนี้เลย” หานเฟิงกลับมาบ้านอย่างอารมณ์เสีย ข่าวลือเื่ที่ลูกสาวโกงข้อสอบเพิ่งจะซาไป วันนี้กลับมีข่าวของลูกชายที่ถูกเรียกว่าไอ้โรคจิตว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ต “พวกแกรู้ไหมว่าเป็เพราะข่าวลือของพวกแกทำให้ฉันต้องล้มเลิกแผนที่จะเอาบริษัทของเราเข้าตลาดหลักทรัพย์ ฉันอยากจะตีพวกแกให้ตายจริงๆ”
“คุณใจเย็นก่อนนะคะ” หลี่ซูหว่านรีบห้าม เธอกลัวว่าสามีจะทำร้ายลูกจริงๆ “ข่าวของลี่ลี่ก็ไม่มีใครพูดถึงแล้ว ส่วนซ่งเฉวียนยิ่งไม่ต้องกังวล มันเป็แค่การคาดเดาเท่านั้นเอง และในรูปก็มองไม่เห็นด้วยว่าคนที่ถูกเตะนั้นเป็ใคร แค่เราเงียบไปก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอคะ”
“เธอรู้ไหมว่าทำไมหน้าของลูกชายเธอถึงถูกเบลอไว้ ฉันต้องจ่ายเงินไปสิบล้าน”
“สิบล้าน! คุณจ่ายไปเยอะขนาดนั้นแล้วทำไมคุณไม่ให้พวกเขาปิดข่าวไปเลยล่ะคะ”
หานเฟิงทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง “ฉันตกลงกับปาปารัสซีคนนั้นไว้ดีแล้ว แต่คนที่เอารูปนั้นไปโพสต์กลับเป็แฮกเกอร์ และจากที่ฉันให้เพื่อนที่เป็ตำรวจไซเบอร์ช่วยสืบ ถึงได้รู้ว่าแฮกเกอร์คนนั้นอาศัยอยู่ต่างประเทศ”
“อาศัยอยู่ต่างประเทศ แล้วเขาจะมาทำข่าวลูกชายของเราทำไมคะ หรือความจริงแล้วเขาอาศัยข่าวนี้เพื่อกีดกันไม่ให้คุณเอาบริษัทของเราเข้าตลาดหลักทรัพย์”
“ผมก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน เอาเป็ว่าตอนนี้สถานการณ์ของบริษัทเราไม่ค่อยดีเท่าไหร่” หานเฟิงหันไปมองลูกสาวกับลูกชาย “ถ้าพวกแกยังไม่อยากให้เราล้มละลาย พวกแกก็บินไปเก็บตัวที่เมืองนอกตามที่ฉันบอก เอาไว้เรียนจบเมื่อไหร่ค่อยกลับมา”
หานซ่งเฉวียนพอจะเดาได้ว่าข่าวในวันนี้เป็ฝีมือของใคร แต่เขาเห็นด้วยกับคุณพ่อ เขาขอเวลาห้าปี หลังจากนั้นเขาจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน ‘เย่จื่อหาน แกรอฉันก่อน สักวันฉันจะกลับมาทวงเถาเถาคืน ถึงตอนนั้นตระกูลเย่ก็จะไม่ใช่เศรษฐีอันดับหนึ่งอีกต่อไป’
หานซูฉีรู้ว่าเธอขัดคำสั่งของคุณพ่อไม่ได้ แต่เธออยากหาโอกาสสุดท้ายที่จะได้พบกับเย่จื่อหาน ‘ฉันเหลือเวลาอีกแค่คืนนี้ จื่อหาน...แม้จะต้องใช้แผนสกปรก แต่ฉันก็จะลองดู’