เปลี่ยนองุ่นให้เป็นไวน์ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 26 ขอเวลาห้าปี

            “สวัสดีค่ะคุณนายเย่ ฉันหลี่ซูหว่านนะคะ เราเคยเจอกันมาครั้งแรกในวันเปิดตัวไวน์ตัวใหม่ของหลิงกรุ๊ป ไม่รู้ว่าคุณจำฉันได้หรือเปล่า” หลี่ซูหว่านเดินเข้ามาทักทันทีที่เห็นเจียงหว่านเดินซื้อของอยู่คนเดียว

            เจียงหว่านมีนัดจะมาเดินซื้อของกับจินลี่ซือและหลิงผูเถา แต่เธอมาถึงก่อนเวลา ก็เลยแวะมาดูสินค้าคอลเลคชันใหม่ที่ Sindy Design เพื่อฆ่าเวลา

            “ไม่นะคะ ก่อนหน้านั้นเราก็เคยเจอกันมาก่อนแล้ว” เจียงหว่านทำท่านึก “ตอนที่คุณกับลูกสาวจะขอนั่งร่วมโต๊ะทานข้าวกับเรานั่นต่างหากถึงเป็๲ครั้งแรกที่เราเจอกัน”

            หลี่ซูหว่านไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะจำเหตุการณ์น่าอายของตัวเองได้ แต่เพื่อสานสัมพันธ์และเพื่ออนาคตของลูกสาว เธอทำได้แค่หัวเราะกลบเกลื่อน “แย่จังเลยนะคะ ฉันลืมวันนั้นไปได้ยังไง ไม่คิดว่าคุณยังจำมันได้”

            “ฉันเป็๲คนความจำดีน่ะค่ะ”

            “เราเจอกันมาหลายครั้งขนาดนี้ก็นับว่าเรามีวาสนาต่อกัน อีกอย่างสามีของเราก็ทำงานอยู่ในแวดวงเดียวกัน ฉันคิดว่าเรามาทำความรู้จักกันไว้ก็ดีนะคะ อืม...ปกติแล้วฉันจะให้เพื่อนๆ ที่สนิทกันเรียกฉันว่าซูหว่าน งั้นคุณก็เรียกฉันว่าซูหว่าน ส่วนฉันจะเรียกคุณว่าอาหว่านดีไหมคะ”

            “ขอโทษนะคะคุณนายหาน คุณเรียกฉันว่าคุณนายเย่ดีกว่า เพราะเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” เจียงหว่านรีบบอก ๻ั้๹แ๻่เธอมีเพื่อนสนิทเพิ่มมาอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็๲จินลี่ซือ (แม่ของหลิงผูเถา) จ้าวหราน (แม่ของโจวต้าเหนิง) และหนานเยี่ย (แม่ของเจิ้งซิงอีหรือซินดี้) ทำให้เธอกล้าที่จะสื่อสารกับคนอื่นมากขึ้น 

            และเพื่อนใหม่ยังสอนให้เธอรู้จักมองคนให้เป็๞ อย่างหลี่ซูหว่านเธอก็มองออก๻ั้๫แ๻่แรกแล้ว มันจะบังเอิญอะไรนักหนาที่ต้องมาเจอกันตามสถานที่ต่างๆ อีกฝ่ายต้องคอยติดตามความเคลื่อนไหวของเธออยู่แน่ อีกอย่างลูกชายก็บอกให้เธอระวังคนตระกูลหานกับตระกูลหวงเป็๞พิเศษ ไม่อย่างนั้นความรักของลูกชายกับหนูเถาเถาต้องถูกคนพวกนี้ทำลาย เธอไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายความรักของลูกชายหรอก และสะใภ้ที่เธอยอมรับก็มีแค่หนูเถาเถาเท่านั้น

            หลี่ซูหว่านได้ยินก็หน้าเจื่อน แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้

            “แหม...ทำไมคุณพูดซะห่างเหินขนาดนั้นล่ะคะ” หลี่ซูหว่านแสร้งปิดปากหัวเราะ “เราเจอกันบ่อยจนจะเป็๞เพื่อนกันได้แล้ว อีกอย่างจื่อหานลูกชายของคุณกับฉีฉีลูกสาวของฉันก็เป็๞เพื่อนร่วมชั้นกัน เดี๋ยวพอมีงานประชุมผู้ปกครอง เราก็ต้องได้เจอกันอยู่ดี”

            “คงไม่มั้งคะ” เจียงหว่านรีบปฏิเสธ “ฉันได้ยินมาว่าลูกสาวกับลูกชายของคุณลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อยนักหรอก”

            หลี่ซูหว่านหน้าชาเป็๞ครั้งที่สอง เธอนึกโมโหตัวเองอยู่ในใจที่พยายามจะตีสนิทอีกฝ่ายจนลืมเ๹ื่๪๫ที่ลูกๆ ของตัวเองต้องลาออกไปสนิท “ฉันก็ลืมไปเลยว่าเด็กๆ กำลังจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ”

            “อุ๊ย! ไม่นึกว่าคุณนายหานจะเป็๲คนลืมง่ายขนาดนั้น เ๱ื่๵๹สำคัญอย่างการส่งลูกไปเรียนที่ต่างประเทศยังลืมได้” จินลี่ซือเดินเข้ามาพร้อมหลิงผูเถา “ขอโทษนะอาหว่านที่ฉันมาช้า”

            “ไม่เป็๞ไร เพิ่งเข้ามาเดินเล่นได้ไม่นาน” เจียงหว่านตอบ

            “สวัสดีค่ะคุณป้าหว่าน” หลิงผูเถาทัก

            “เหนิงเหนิงกับซินดี้ฝากบอกว่าพวกเขาจะไปรอหนูที่ร้านไอศกรีมเ๯้าประจำนะจ๊ะ”

            “ถ้างั้นหนูขอตัวไปเจอเพื่อนๆ ก่อนนะคะ เที่ยวให้สนุกนะคะคุณแม่ คุณป้า” หลิงผูเถาขอตัว เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองหลี่ซูหว่าน

            หลี่ซูหว่านยืนอยู่อย่างกระอักกระอ่วนที่ทุกคนทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน “สวัสดีค่ะคุณนายหลิง คุณก็มาดูเสื้อผ้าคอลเลคชันใหม่ที่นี่เหมือนกันเหรอคะ”

            “เสื้อผ้าคอลเลคชันใหม่อะไรกันล่ะคะ ฉันกับสามีเป็๲แค่ชาวสวนยากจน จะมีปัญญาไปซื้อเสื้อผ้าแพงๆ ใส่ได้ยังไงกัน” จินลี่ซือตอบ เธอจำได้ดีว่าตระกูลหานกับตระกูลหวงพูดจาดูถูกลูกสาวของเธอว่าอะไร

            “อย่างเธอจนแล้วคนอื่นจะเรียกว่าอะไรล่ะจ๊ะ” เจียงหว่านพูดพร้อมกับปรายตามองไปที่หลี่ซูหว่าน

            “เธอก็พูดไปนะอาหว่าน สามีของฉันยังไม่มีปัญญาพาหลิงกรุ๊ปเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ด้วยซ้ำ มีแต่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นล่ะที่ทำได้” จินลี่ซือตอบพร้อมกับยักคิ้วที่เพื่อนส่งไม้มาให้ใช้ตบหน้าบางคน

            หลี่ซูหว่านจะฟังคำพูดประชดนั้นไม่ออกได้ยังไง เธอรีบขอตัวกลับก่อนที่จะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ “ฉันเพิ่งนึกได้ว่ายังมีธุระ ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ เอาไว้โอกาสหน้าฉันจะเชิญพวกคุณไปทานข้าวด้วยกัน”

            เจียงหว่านเห็นหลี่ซูหว่านเดินไปก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “เฮ้อ...คุยกับผู้หญิงคนนี้ทีไร เล่นเอาฉันหมดแรงทุกที”

            “เธอมีโอกาสเจอหลี่ซูหว่านบ่อยเหรอ” จินลี่ซือถาม

            “ฉันเคยเจอเธอครั้งแรกตอนที่คุณเย่พาฉันกับจื่อหานไปทานข้าว ตอนนั้นคุณเย่ก็เตือนฉันแล้วว่าหลี่ซูหว่านพยายามจะเข้ามาตีสนิทกับฉัน เขาบอกให้ฉันระวังตัวไว้ แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะคิดว่าคงไม่มีโอกาสไปเจอกันที่ไหนอีก แต่ไม่คิดว่าจะมีเ๱ื่๵๹บังเอิญที่ทำให้ฉันกับเธอได้เจอกันอยู่ตลอด ฉันนึกถึงคำสามีก็เลยพยายามไม่ไปคุยกับเธอ แต่ใครจะรู้ว่าเธอยังพยายามเข้าหาและพยายามชวนฉันคุยอยู่อย่างนั้น”

            “แล้วอยู่ดีๆ ทำไมหลี่ซูหว่านต้องมาตีสนิทกับเธอด้วยล่ะ”

            “หลี่ซูหว่านมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งไม่ใช่เหรอ ฉันคิดว่าหล่อนคงเข้าหาฉันเพราะเ๱ื่๵๹ลูกชายฉันนั่นล่ะ” เจียงหว่านยิ้มให้เพื่อน “แต่เธอไม่ต้องเป็๲ห่วงหรอก ลูกสะใภ้ของฉันจะมีแค่หนูเถาเถาเท่านั้น”

            “ถ้าเกิดเธอมีลูกชายเพิ่มมาอีกคนจะทำยังไง” จินลี่ซือยิ้ม

            “ถ้างั้นฉันขอเปลี่ยนคำพูดเป็๲ลูกสะใภ้ใหญ่ของฉันจะต้องเป็๲หนูเถาเถา อย่างนี้พอใจหรือยัง”

     

            “เถาเถา” 

            หลิงผูเถาที่เพิ่งปลีกตัวออกมาจากคุณแม่และคุณป้าเย่เพื่อไปเจอกับโจวต้าเหนิงและเจิ้งซิงอีที่ร้านไอศกรีม จากที่กำลังอารมณ์ดีก็เปลี่ยนเป็๞อารมณ์เสียทันทีที่เห็นว่าใครเดินมาขวางหน้า

            “หลบไป” หลิงผูเถาเสียงเข้ม

            “ไม่หลบ ฉันมีเ๹ื่๪๫สำคัญต้องพูดกับเธอ”

            “แต่ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนาย” หลิงผูเถาพูดพร้อมกับเบี่ยงตัวเพื่อที่จะเดินเลี่ยงไปทางอื่น

            แต่หานซ่งเฉวียนรู้ทัน เขายังคงเดินมาขวางหน้าเธอไว้ “เธอกับเย่จื่อหานคบกันจริงๆ เหรอ”

            “ฉันเคยบอกนายไปแล้วว่าจื่อหานคือคนรักของฉัน”

            “เธอไม่ได้ทำเพราะประชดฉันใช่ไหม ถ้าเป็๞อย่างนั้นเธอไปบอกเลิกกับเขาเถอะ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันขาดเธอไม่ได้ อีกอย่างฉันถอนหมั้นกับ        หวงเหมยลี่แล้ว ถ้าเธออยากให้ฉันไปขอหมั้นเธอกับคุณลุงคุณป้า ฉันจะกลับไปบอกพ่อกับแม่ฉันตอนนี้เลย จากนั้นเราก็จะไปเรียนที่เมืองนอกด้วยกัน พอเรียนจบ เราก็จะกลับมาแต่งงานกัน”

            หลิงผูเถามองหานซ่งเฉวียนอย่างเหลือเชื่อ “นายฟังไม่รู้เ๱ื่๵๹หรือไงว่าฉันไม่เคยสนใจนาย หรือว่านายหลงตัวเองจนเป็๲บ้าไปแล้ว”

            “ที่ฉันบ้าอยู่อย่างนี้ก็เพราะเธอไม่ใช่เหรอ เมื่อไหร่เธอจะหายโกรธฉันสักที” หานซ่งเฉวียนคว้ามือหลิงผูเถามากุมไว้ “ฉันบอกเธอแล้วไงว่าตอนนี้ฉันเป็๞อิสระแล้ว ฉันกลับมาหมั้นกันเธอได้แล้ว เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมเถอะนะ”

            หลิงผูเถาสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุม จากนั้นก็ยกเท้าขึ้นเตะไปที่หว่างขาของหานซ่งเฉวียน “ไอ้บ้า คราวหน้าถ้ายังมายุ่งกับฉันอีก ฉันจะจัดการนายให้หนักกว่านี้”

            หานซ่งเฉวียนได้แต่มองดูหลิงผูเถาวิ่งไปหาเย่จื่อหานอย่างเจ็บใจ แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงก็มีภาพข่าวกระจายไปทั่วสังคมออนไลน์ ‘ไฮโซหนุ่มโรคจิต แอบสะกดรอยตามหญิงสาวในห้างดัง แต่หญิงสาวรู้ตัวจึงป้องกันตัวเองแล้วเตะไปโดนจุดยุทธศาสตร์ ไฮโซหนุ่มถึงกับหน้าเขียว’

            แม้จะมีการเบลอหน้า แต่ในหลายๆ คอมเมนต์ก็เดาได้ว่าเป็๲หานซ่งเฉวียน ส่วนหญิงสาวที่เป็๲เ๽้าของลูกเตะอันตรายนั้นกลับไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็๲ใคร ไม่เท่านั้น รูปที่หานซ่งเฉวียนถูกเตะยังถูกเอาไปทำเป็๲มีมตลกๆ ล้อเลียนว่อนไปทั่ว

     

            “ไม่ต้องรออะไรแล้ว! แกสองคนบินไปเมืองนอกกันพรุ่งนี้เลย” หานเฟิงกลับมาบ้านอย่างอารมณ์เสีย ข่าวลือเ๱ื่๵๹ที่ลูกสาวโกงข้อสอบเพิ่งจะซาไป วันนี้กลับมีข่าวของลูกชายที่ถูกเรียกว่าไอ้โรคจิตว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ต “พวกแกรู้ไหมว่าเป็๲เพราะข่าวลือของพวกแกทำให้ฉันต้องล้มเลิกแผนที่จะเอาบริษัทของเราเข้าตลาดหลักทรัพย์ ฉันอยากจะตีพวกแกให้ตายจริงๆ”

            “คุณใจเย็นก่อนนะคะ” หลี่ซูหว่านรีบห้าม เธอกลัวว่าสามีจะทำร้ายลูกจริงๆ “ข่าวของลี่ลี่ก็ไม่มีใครพูดถึงแล้ว ส่วนซ่งเฉวียนยิ่งไม่ต้องกังวล มันเป็๞แค่การคาดเดาเท่านั้นเอง และในรูปก็มองไม่เห็นด้วยว่าคนที่ถูกเตะนั้นเป็๞ใคร แค่เราเงียบไปก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอคะ”

            “เธอรู้ไหมว่าทำไมหน้าของลูกชายเธอถึงถูกเบลอไว้ ฉันต้องจ่ายเงินไปสิบล้าน”

            “สิบล้าน! คุณจ่ายไปเยอะขนาดนั้นแล้วทำไมคุณไม่ให้พวกเขาปิดข่าวไปเลยล่ะคะ”

            หานเฟิงทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง “ฉันตกลงกับปาปารัสซีคนนั้นไว้ดีแล้ว แต่คนที่เอารูปนั้นไปโพสต์กลับเป็๲แฮกเกอร์ และจากที่ฉันให้เพื่อนที่เป็๲ตำรวจไซเบอร์ช่วยสืบ ถึงได้รู้ว่าแฮกเกอร์คนนั้นอาศัยอยู่ต่างประเทศ”

            “อาศัยอยู่ต่างประเทศ แล้วเขาจะมาทำข่าวลูกชายของเราทำไมคะ หรือความจริงแล้วเขาอาศัยข่าวนี้เพื่อกีดกันไม่ให้คุณเอาบริษัทของเราเข้าตลาดหลักทรัพย์”

            “ผมก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน เอาเป็๲ว่าตอนนี้สถานการณ์ของบริษัทเราไม่ค่อยดีเท่าไหร่” หานเฟิงหันไปมองลูกสาวกับลูกชาย “ถ้าพวกแกยังไม่อยากให้เราล้มละลาย พวกแกก็บินไปเก็บตัวที่เมืองนอกตามที่ฉันบอก เอาไว้เรียนจบเมื่อไหร่ค่อยกลับมา”

            หานซ่งเฉวียนพอจะเดาได้ว่าข่าวในวันนี้เป็๞ฝีมือของใคร แต่เขาเห็นด้วยกับคุณพ่อ เขาขอเวลาห้าปี หลังจากนั้นเขาจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน ‘เย่จื่อหาน แกรอฉันก่อน สักวันฉันจะกลับมาทวงเถาเถาคืน ถึงตอนนั้นตระกูลเย่ก็จะไม่ใช่เศรษฐีอันดับหนึ่งอีกต่อไป’

            หานซูฉีรู้ว่าเธอขัดคำสั่งของคุณพ่อไม่ได้ แต่เธออยากหาโอกาสสุดท้ายที่จะได้พบกับเย่จื่อหาน ‘ฉันเหลือเวลาอีกแค่คืนนี้ จื่อหาน...แม้จะต้องใช้แผนสกปรก แต่ฉันก็จะลองดู’