หลังจากาของเทอร์ร่า และแพนล่าจบลง ก็ได้มีนานาประเทศมาขอเป็พันธมิตรจำนวนมาก เหนือสิ่งอื่นใดก็มีพันธมิตรจากกลุ่มดาวไกอามาขอเป็พันธมิตรด้วย
ดินแดนแห่งนั้นมีชื่อว่า ดินแดน ลานิสเซีย เป็ดินแดนแห่งความสงบสุข และร่มเย็น มีระบบกษัตริย์ ระบบขุนนาง แต่ก็ยังคงตั้งอยู่ในมิติที่สาม
มิติที่สาม คือโลกแห่งกายภาพ และสสาร เป็มิติที่จิติญญาสวมชุดร่างกายมนุษย์ ลงมาเล่นเกมเพื่อััประสบการณ์ตรงผ่านขี้เลื่อย ข้อจำกัด และผัสสะทั้งห้า ตา หู จมูก ลิ้น กาย
มิติที่สาม เป็โลกแห่งความขัดแย้ง ตัวตนถูกแบ่งเป็ ขาว ดำ ดี เลว ถูก ผิด ฉัน เธอ โครงสร้างนี้สร้างอัตตา เพื่อให้มนุษย์รู้สึกแยกขาดจากกัน และเกิดประสบการณ์การเรียนรู้
ถ้าให้พูดกันตามตรง มิติที่สามคือสนามซ้อมที่ทรงพลังที่สุด เพราะความหนาแน่นและข้อจำกัดของมันคือเครื่องมือชั้นยอดที่ช่วยให้จิติญญาได้ฝึกฝนการก้าวข้ามอัตตา เรียนรู้เื่ความรักที่ไร้เงื่อนไข และการตระหนักรู้ในตนเองอย่างแท้จริง
สาธารณรัฐ ซันดรา เป็ดินแดนที่อยู่บนระบบดาวไกอาเช่นกัน อยู่ในมิติที่สาม ดินแดนแห่งนี้มีความสงบสุขและร่มเย็น ประชาชนส่วนใหญ่เป็มนุษย์รูปร่างภายนอกมีขนสัตว์ มีใบหูของสัตว์ ดำรงอยู่ด้วยสัญชาตญาณ
ราชอาณาจักร ซีลันดา ราชอาณาจักรแห่งนี้ตั้งอยู่ในระบบดาวไกอา ภายในราชอาณาจักรนั้นมีความอุดมสมบูรณ์มาก ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ปลูกอะไรก็ขึ้นเต็มไปหมด มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนดาวดวงนี้มีหน้ารูปไข่ มีความสูงสองเมตร
ราชอาณาจักร ซีลันดา ดำรงอยู่ในมิติที่สี่ ทำให้พวกเขาสามารถรับรู้ถึงเส้นเวลา สนามความถี่ทางอารมณ์ และความถี่ของสรรพชีวิต เวลาในมิติแห่งนี้สามารถยืดหยุ่นได้
มิตินี้ไม่ได้ประกอบด้วยสสารหนาแน่น แต่ประกอบด้วยความถี่อารมณ์และความคิด สิ่งที่คิด หรือรู้สึกจะปรากฏรูปร่างออกมาทันที เป็มิติที่รวมั้แ่ฝันร้าย ความกลัว ไปจนถึง์ชั้นอารมณ์ ความสุข และมโนภาพอันสงบ
มิติแห่งนี้เป็พื้นที่ที่จิติญญาเริ่มรู้ตัวว่าร่างกายไม่ใช่ตัวเรา และเริ่มใช้พลังจิต กระแสจิต หรือการถอดจิตได้อย่างเป็ธรรมชาติ มิติแห่งนี้ไม่ใช่มิติแห่งความตื่นรู้สมบูรณ์แบบ แต่เป็สนามทดสอบทางจิตมากกว่า
เนื่องจากมันรับแรงสะท้อนจากอารมณ์โดยตรง มิตินี้จึงเต็มไปด้วยสิ่งสร้างจากจิตทั้งฝั่งมืด และฝั่งสว่าง หรือสิ่งมีชีวิตในมิตินี้มีทั้งฝ่ายที่มาหลอกลวงเพื่อใช้ประโยชน์จากความกลัวและอัตตาของผู้คน และฝ่ายที่เป็ไกด์แนะนำ
และอีกดินแดนหนึ่งที่มาจากมิติที่สี่ นั่นคือดินแดนที่มีชื่อว่า จักรวรรดิ ฟาชามารุ เป็ดินแดนที่คล้ายกับแพนล่า แต่พวกเขาใช้เทคโนโลยีหุ่นรบที่ทันสมัย มีกองยานอวกาศมากมาย
ถึงแม้ว่ามิคาเอลจะค่อนข้างใ ที่พันธมิตรคนนี้อยู่ในระดับอารยธรรมอวกาศแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะมิคาเอลค่อนข้างเอนเตอร์เทนคนเก่ง ทำให้ทั้งสองดินแดนเป็พันธมิตรกันอย่างรวดเร็ว
จักรวรรดิ ฟาชามารุ เป็ดินแดนที่มีคาเอลเข้า ๆ ออก ๆ บ่อยมาก เพราะว่าจักรพรรดินีของฟาชามารุค่อนข้างชื่นชอบในตัวมิคาเอล ถึงแม้จะรู้ว่ามิคาเอลมีภรรยาอยู่แล้ว
นอกเหนือจากนั้นยังมีดินแดนอื่น ๆ ที่เข้ามานับสิบแดน โดยที่มิคาเอลได้ส่งจดหมายเชิญให้พวกเขามาร่วมงานเลี้ยงเปิดตัวบุตรสาว และบุตรชาย ว่าที่ผู้นำประเทศในอนาคต
ภายในงานเลี้ยงนานาประเทศได้เข้ามาร่วมด้วย โดยที่จัดเป็โต๊ะกลมขนาดใหญ่มีอาหารจำนวนมากมหาศาลกองอยู่บนโต๊ะ ด้วยความที่ชาวเทอร์ร่า นิยมกินเนื้อหางัเป็อาหารจึงมีเมนูเนื้อหาัเป็จำนวนมาก
หางัเป็เนื้อตายที่พวกมันจะสลัดทิ้งทุก ๆ หนึ่งปี นับว่าไม่มีการเบียดเบียนสัตว์อย่างแน่นอน อีกทั้งพืชพันธุ์ของเทอร์ร่ายังเขียวสดงดงาม เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับเกิดใหม่
ในงานเลี้ยงเปิดตัวบุตรสาวและบุตรชายนี้ยังมีดินแดนสุขาวดีมาด้วย ดินแดนสุขาวดีตั้งอยู่ในมิติที่หก ดินแดนที่ไร้ซึ่งกายภาพและรูปแบบของร่างกาย มิติแห่งนี้คือห้วงอารามแห่งพิมพ์เขียวจักรวาล
ที่ซึ่งสัจธรรมและภาษาแห่งการสร้างสรรค์ถูกถักทอขึ้นจากแสง ภาษาตัวเลข และลวดลายเรขาคณิตศักดิ์สิทธิ์ ณ ดินแดนแห่งนี้ ทุกสรรพสิ่งปรากฏเป็โครงข่ายพลังงานแสงที่ถักประสานกันเป็รูปทรงเรขาคณิตอันซับซ้อน
มิติแห่งนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์แบบมนุษย์ แต่มันคือห้องควบคุมระบบของจักรวาล ทุกดวงดาว ทุกเส้นทางชีวิต ทุกกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ และทุกกฎแห่งฟิสิกส์จะไปปรากฏ
จิติญญาที่ดำรงอยู่ในมิตินี้คือสถาปนิกแห่งจักรวาล สภาวะของพวกเขาไร้รูปทรง คงอยู่เป็รูปทรงพลังงานแสงที่สื่อสารกันด้วยสัญลักษณ์ และความรู้บริสุทธิ์โดยไม่ต้องผ่านภาษาหรืออารมณ์
พวกเขาสามารถมองเห็นสายธารความเป็ไปได้นับล้านของทุกมิติในเวลาเดียวกัน และขยับปรับเปลี่ยนโครงสร้างเรขาคณิตเพื่อสร้างความเป็จริงใหม่ขึ้นมา
ด้วยความที่มิติแห่งนี้เป็กายแสงไปแล้ว ในงานเลี้ยงดินแดนสุขาวดีจึงต้องมีกายทิพย์เป็มนุษย์รูปงามเพื่อมาร่วมฉลองด้วย การเฉลิมฉลองดำเนินต่อไป จนในที่สุดมิคาเอลก็ได้ก้าวขึ้นเวที เพื่อประกาศเปิดตัวบุตรสาวและบุตรชายของตนเองแด่พันธมิตรทราบ
การเปิดตัวนั้นมีภรรยาของมิคาเอลมาด้วย เธอชื่อเอลิออน เป็สาวผมยาวสีขาวสวยงาม ดวงตาประกายสีแดงเพลิง ใบหูของเธอมีลักษณะเป็หูของจิ้งจอกและหางของจิ้งจอก
ตัดกับมิคาเอลที่ทรงผมสีน้ำตาลและดวงตาสีฟ้าบริสุทธิ์มีใบหูจิ้งจอกและหางจิ้งจอกเช่นเดียวกัน แต่จะแต้มสีขาวตรงหางจิ้งจอกเล็กน้อย คิดไม่ออกเลยว่าลูกของทั้งสองจะออกมามีหน้าตาเป็ยังไง
ลูกชายคนโต มาร์ทธาเรียน เขามีเรือนผมสีน้ำตาลเหมือนดั่งพ่อ ดวงตาสีฟ้าสวยงาม ตัวสูงและบุคลิกภาพนั้นเรียบร้อยแต่งกายด้วยชุดสุภาพ ดูจากภายนอกจะเป็คนที่ค่อนข้างเงียบขรึม แฝงไปด้วยความเป็ผู้นำสูง
ลูกชายคนกลางนั้น ชื่อเอเรวาธอส เขามีใบหน้าที่ค่อนข้างบิดเบี้ยว เกิดจากพลังงานมืดจากบิดาตกทอดลงมาสู่บุตรชายคนกลาง ทำให้เขาต้องสวมใส่หน้ากากรูปหน้ายิ้มตลอดเวลาเพื่อปกปิดบังใบหน้าของตนเอง
เขามีเรือนผมสีขาวดวงตาสีแดงฉาน ได้แม่มาเต็ม ๆ เื่ความสูงนั้นมีความสูงเทียบกับบุตรสาวคนเล็ก เรียกได้ว่าเป็เด็กที่ร่างกายอ่อนแอมาั้แ่กำเนิด และมาพร้อมกับพลังที่ไม่สามารถอธิบายได้
ลูกสาวคนเล็ก เซเชสเทีย เธอมีเรือนผมยาวสีน้ำตาลอมแดง มีดวงตาสีแดงสง่างามราวกับเม็ดทับทิม ออร่าของเธอนั้นเปล่งปลั่งกว่าลูกทั้งสองคนอยากเห็นได้ชัด มองจากภายนอกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็เด็กที่ร่าเริงมาก
งานเลี้ยงฉลองนี้ได้จัดขึ้นและจบลงอย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือของนานาพันธมิตร และคำยินดีของพันธมิตรทั้งหลาย ที่พร้อมจะอวยพรให้ดินแดนแห่งนี้มีแต่ความสงบร่มเย็นสืบไป
เหนือสิ่งอื่นใดยังมีดินแดนจากแรฟทีเลี่ยนเข้ามาด้วย พวกเขาเป็พันธมิตรกับสาธารณรัฐ แพนล่า ตอนที่พวกเขาเข้ามา นารุคามิ ก็ทำสีหน้าลังเลใจเหมือนกันว่าจะให้พวกเขาเข้ามาไหม
แต่ด้วยความไม่อคติจึงนำพาพวกเขาเข้ามา ถึงแม้จะอยู่ภายใต้การปกครองของแรฟทีเลี่ยน แต่ประชาชนส่วนใหญ่ของดินแดนแห่งนี้มีรูปร่างเป็มนุษย์ อยู่ในมิติที่สาม และสี่
พวกเขาปกครองกันด้วยความกลัว ความหลงในอำนาจ และความโหยหาในอำนาจ พวกเขาไม่ยอมอยู่ใต้ใคร ถ้าหากมีดินแดนไหนเด่นกว่าเขาก็จะทำลาย และแน่นอนว่าดินแดนเทอร์ร่า ก็ตกเป็เป้าหมายของพวกเขาเช่นกัน
พวกเขามีชื่อว่าสหพันธ์อวกาศนานาชาติ ถึงแม้จะชื่อว่าสถาบันอวกาศนานาชาติแต่กลับเป็ประเทศเดียว ไม่ได้มีนานาชาติอยู่เลย ราวกับว่าจะตั้งชื่อตบตาก็แค่นั้น
และแน่นอนว่ามิคาเอลก็ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับสหพันธ์อวกาศนานาชาติเช่นกัน แต่เป็พันธมิตรกันได้ไม่นานพวกสหพันธ์อวกาศนานาชาติกลับส่งประชาชนของตนเองมาอยู่ที่ดาวดวงนี้จำนวนสองร้อยล้านคน
อีกทั้งยังส่งยานรบจำนวนมากเข้ามาประจำการรอบ ๆ ดวงดาว พร้อมกับขุดแร่ทรัพยากรหายากจำนวนมากจากดาวของเราไปด้วย ถึงแม้ว่ามิคาเอลจะไม่ได้เซ็นสัญญาเื่นี้แต่ด้วยความที่เกรงอกเกรงใจจึงปล่อยไป ประชาชนจำนวนมากเริ่มไม่พอใจและประท้วง
หลังจากนั้นประชาชนก็ลุกฮือขึ้นมาขับไล่ด้วยตัวเอง พวกเขาขับไล่พวกอวกาศนานาชาติจนประชาชนต้องกลับดาวไปจนหมด นั่นเองทำให้สัมพันธ์เริ่มสั่นคลอน มิคาเอลพยายามติดต่อหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็ผล
กองกำลังอวกาศของพวกเขาก็ยังคงอยู่รอบ ๆ หมู่ดาว และยังคงเฝ้ามองต่อไปเนื่องจากความสัมพันธ์ยังไม่ได้แย่ลงขนาดนั้น หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็เหมือนจะพยายามใส่ร้ายป้ายสีเทอร์ร่าทุกวิถีทาง
และหนึ่งในเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ที่สุดก็คือ เหตุการณ์ที่พวกเขาแจ้งว่าัออกมาโจมตียานอวกาศของพวกเขา และต้องจ่ายค่าชดใช้ โดยที่ัไม่ได้มาจากเทอร์ร่าเลย
นารุคามิตรวจสอบเื่นี้ก็พบว่าัตนนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากห้องทดลอง และเป็ัของพวกแรฟทีเลี่ยน ดราโกเนี่ย ลำตัวของมันมีขนาดยาว เกล็ดสีเขียวปกคลุมร่างกาย หัวของมันมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับเมืองหนึ่ง
กองกำลังของเทอร์ร่าเองก็ตรวจพบัไม่ทราบแหล่งที่มา ทางกองกำลังป้องกันตัวเองได้ตอบโต้แต่กลับบินหนีไปทางเมืองหลวง และเมื่อกองกำลังตามไปก็พบว่ามันมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่ากับทวีป
แม้ว่ากองกำลังป้องกันตนเองจะใช้เวทมนต์สกัดแต่ก็ไม่ได้ผล มันบินเร็วเกินไป และมีขนาดมหึมา ทันใดนั้นเองก็มีแสงประหลาดออกมาจากั มันร่ายเวทวงแหวนขนาดใหญ่ในทันใดนั้น
ก็มีอุกกาบาตก้อนใหญ่ตกลงมาจากวงแหวนเรานั้นเกิดเสียงะเิดังสนั่น ความเสียหายกินเป็วงกว้างเทียบเท่ากับพื้นทวีป มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก แม้จะใช้เวทมนต์ระดับสูงก็ไม่สามารถทำลายมันได้เลย
อุกกาบาตยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมันก็กำลังใช้ลมหายใจัซึ่งมีอนุภาคทำลายล้างดวงดาว ทันใดนั้นเองก็มีเสียงะเิ ทำให้พื้นที่ทั่วทวีปปกคลุมไปด้วยเถิด
“ท่านนารุคามิ…โปรดช่วยพวกเราด้วย มันร้อนเหลือเกิน ทรมานเหลือเกิน”
เหล่าประชาชนผู้ขอร้องอ้อนวอนต่อเทพเ้าของตนกำลังทุกข์ทรมานกับเหตุการณ์ตรงหน้า ถึงแม้ว่านารุคามิจะอยากเข้าไปช่วยมากแค่ไหนแต่ก็ไม่อยากจะออกหน้าออกตามากเกินไป
เมื่อมิคาเอลทราบเื่ ก็รีบกลับมาทันที ในตอนนี้ดาวของเราที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์กลับกลายเป็เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำและผู้คนล้มตายจำนวนมาก
เมื่อติดต่อกับเทพเ้ากลับพบว่าทูต์ก็ได้ถูกกินไปแล้ว และไม่สามารถติดต่อนารุคามิได้ ทำให้ดินแดนเทอร์ร่าล่มสลายเป็ปลิดทิ้ง นารุคามิเห็นดังนั้นจึงเมตตาอพยพเหล่าประชาชนไปที่ดาวเคราะห์ดวงใหม่
“เห้อ นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกันละเนี่ย…”
นารุคามิอพยพโดยใช้พลังแห่งแสงสว่างอันบริสุทธิ์ช่วยเหลือประชาชนให้ไปดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าตัว
หลังจากการอพยพประชาชน นารุคามิก็ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น และสร้างเื่ว่า ฟาชามารุ และดินแดนสุขาวดี เป็คนพาประชาชนมาที่ดาวเคราะห์ดวงใหม่เอง
ท่ามกลางดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่เริ่มสร้างอารยธรรมแล้ว และมีพันธมิตรมาสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานของดาวของเรา ก็ทำให้เมืองหลวงแห่งใหม่ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมืองหลวงแห่งนั้นมีชื่อว่า เทอร์ราเลีย เป็ดินแดนที่พี่น้องทั้งสามเป็คนก่อตั้งขึ้นมาเองและปิดบังความลับบางอย่างไม่ให้ประชาชนได้รู้ ถึงแม้ว่าจะแอบติดต่อกับนารุคามิแบบห่าง
ๆ ก็เถอะ
“ท่านนารุคามิ ขอบคุณที่เมตตาช่วยเหลือพวกเรา ให้รอดพ้นจากภัยอันตรายจากอวกาศ”
เซเลสเทียสวดภาวนากับตนเองทุกวัน นารุคามิก็ได้รับคำภาวนานั้นเช่นกัน จึงได้อนุญาตให้เซเลสเทียบอกความลับที่ทางสหพันธรัฐจะได้ปกปิด
นั่นคือเหตุการณ์สวรรนคตของมิคาเอล เขาเป็คนที่เปี่ยมไปด้วยคุณจะทำและปรีชาสามารถ ในวาระสุดท้าย มิคาเอลได้ใช้พลังปกป้องประชาชนจากัตนนั้น และใช้พลังทั้งหมดของตัวเองทำให้ัตนนั้นได้ตายจากไป
ความโศกเศร้าของประชาชนได้ก่อกำเนิดขึ้น ท่ามกลางการประกาศแต่งตั้งจักรพรรดินี เซเลสเทีย และได้ตั้งชื่อดินแดนใหม่นี้ว่า ราชอาณาจักร เทอร์ราเลีย
ราชอาณาจักร เทอร์ราเลีย มีธงชาติที่เป็เอกลักษณ์ ้าเป็สีน้ำเงินเข้มบ่งบอกถึงท้องฟ้าอันสวยงาม ตรงกลางเป็สีขาวบ่งบอกถึงหิมะและความอุดมสมบูรณ์ ข้างล่างเป็สีดำบ่งบอกถึงป่าไม้
เหนือสิ่งอื่นใดยังมีตราสัญลักษณ์รูปจิ้งจอกอยู่กลางธง สัญลักษณ์จิ้งจอกนี้บ่งบอกถึงตำนานพื้นบ้านของเผ่าอานิมาเรียน ที่ว่าหากเจอจิ้งจอกสีทองก็จะนำพาความสงบสุขมาให้
จักรพรรดินี เซเลสเทีย ช่วยเหลือประชาชนจากความทุกข์ยากและความยากลำบากมาโดยตลอด และพี่น้องอีกสองคนก็ได้ช่วยเหลือเธอในครั้งนี้ด้วย
เธอได้สำรวจดาวแห่งนี้และตั้งชื่อมันว่า เทราเลีย ซึ่งมีขนาดใหญ่เกินกว่ากฎฟิสิกส์ใด ๆ จะสามารถใช้กับดาวดวงนี้ได้เพราะมันใหญ่มาก เธอจึงให้ประชาชนไปตั้งถิ่นฐานกันอยู่รอบดวงดาว
“ดูเหมือนว่าคำทำนายจะเริ่มั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป…บางทีตัวฉันก็คง เป็ผู้กำหนดคำทำนายเ่าั้ ใช่ ฉันเป็ผู้กำหนดคำทำนาย”
และสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตนี้อาจจะเป็ตราบาปของนารุคามิตลอดไป