หลังจากมหันต์ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอารีเซียกว่า500 ล้านดอลลาร์แล้ว เขาก็นำเงินดังกล่าวไปซื้อตัวพวกนักการเมืองนายทหารและข้าราชการระดับสูงให้เข้ามาเป็พวกของเขา หากใครไม่ยอมร่วมมือด้วยก็จะถูกกำจัดโดยหลี่จิงจิง และเนเลม่า มนุษย์กินคนจากปาปัวนิวกินีซึ่งคนที่ถูกเนเลม่าฆ่าตาย ก็จะถูกผ่ากระโหลกควักสมอง ควักไส้ออกมากินสด ๆอย่างสยดสยอง ส่วนใครที่ถูกหลี่จิงจิงฆ่า ก็จะมีแต่รูะุพรุนไปทั้งตัวบ้างก็ถูกฟันถูกแทงยับด้วยดาบซามูไร
กองพลทหารที่มหันต์ส่งไปยังหุบเขาปีศาจเพื่อทำลายฐานปฏิบัติการของพวกเสรีโซวาเนียนนั้นเดินทางไปยังไม่ทันถึงปากทางเข้าหุบเขาก็ติดอยู่ในกับดักที่พวกเสรีโซวาเนียนวางไว้เป็ลักษณะแผงลูกกรงเหล็กสูงท่วมหัวคนผูกติดกันเป็แผงยาวสองแถวซ่อนเอาไว้ใต้ผืนทรายบนทางเดินเข้าช่องแคบระหว่างูเาเมื่อทหารของสดมภ์เหยียบถูกกลไกแผงเหล็กนั้นก็โผล่ขึ้นมาปิดกั้นขบวนทัพของสดมภ์ไว้ระหว่างกลาง พวกนักรบเสรีโซวาเนียนก็ระดมขว้างไหบรรจุน้ำมันเข้าใส่ทหารเ่าั้แล้วจุดไฟเผา เปลวเพลิงลุกไหม้ทหารเ่าั้ตายสิ้น กว่าไฟจะมอดก็กินเวลาเกือบสองวัน
ฝ่ายเ้าค้ำฟ้าเมื่อได้ทราบชัยชนะของฝ่ายตนก็หาได้มีจิตโสมนัสยินดีไม่กลับทรงปลงธรรมสังเวชสงสารทหารที่ถูกไฟคลอกตายเ่าั้ว่าเป็คนในแผ่นดินเดียวกันแท้ ๆกลับต้องมาเข่นฆ่ากันเอง นั่นเพราะพวกเผด็จการโดยแท้ ที่เป็ต้นเหตุ
เมื่อมหันต์ได้รู้ข่าวว่ากองทัพที่ตนส่งไปประสบความปราชัยจนทหารตายเกลี้ยงเช่นนั้น ก็คลั่งแค้นเดือดดาลเป็การใหญ่จึงเรียกประชุมแม่ทัพนายกองทั้งของโซวันน่า และของอารีเซียเพื่อวางแผนหาทางทำลายพวกเสรีโซวาเนียนให้ได้
ณ บ้านพักของบุหงา
ยายมะมาหาบุหงาเพื่อถามข่าวคราวของโรส
“ ั้แ่พี่โรสเอามะเหมี่ยวมาฝากไว้แล้วก็หายเงียบไปเลยค่ะ เคยโทรไปถามพี่สดมภ์ก็บอกว่าโรสไปทำบุญต่างจังหวัดหนูก็ไม่กล้าซักไซ้มาก ว่าแต่ยายหายไปไหนมา พี่โรสยังบ่นถึงเห็นว่าไปทำบุญที่อินเดียหรือคะ ” บุหงาบอกยายมะ
“ ใช่จ้ะ ยายไปอินเดียไปแสวงบุญทีสังเวชนียสถาน 4 ตำบล เพิ่งกลับมาถึงก็พบว่าโรสหายตัวไป ”
“ เดี๋ยวนี้พี่ชายหนูเขาย้ายเข้าไปอยู่ในวังหลวงแล้วนะยายไม่ลองเข้าไปถามเขาดูล่ะ ”
“ อืม ไว้ยายจะลองไปถามดู ”
ทางฝ่ายจอมพลสดมภ์ซึ่งบัดนี้มีสีหน้าหมองคล้ำ ร่างกายซูบซีด ไร้ความสง่างามอย่างแต่ก่อนก็ยังคงเรียกร้องเงินจากมหันต์เพื่อนำมาบำรุงความหฤหรรษ์ของตนแต่มหันต์ก็ให้มาแค่หลักหมื่นต่อเดือนเท่านั้นจนบรรดาอนุภรรยาหลายคนก็เก็บข้าวของเสื้อผ้าลากลับไปเยี่ยมบ้านแล้วไม่กลับมาอีกเลยคงเหลือแต่ชบากับอิสรีย์เท่านั้นที่ยังคงอยู่กับสดมภ์ต่อไป
อยู่มาวันหนึ่งมหันต์เข้าไปในวังหลวงอกานันดอ พบว่าจอมพลสดมภ์ล้มป่วย ได้เชิญหมอหลวงมารักษาและเขียนใบสั่งยาให้ หลังจากหมอกลับไปแล้ว ชบาก็เตรียมจะออกไปซื้อยาตามใบสั่งแพทย์มหันต์ก็รับอาสาพาชบาไปซื้อยา ชบาก็นั่งรถไปกับเขา
หลังจากซื้อยาเสร็จมหันต์ก็พาเธอไปรับประทานอาหารในภัตตาคารแห่งหนึ่งชบาเห็นว่าจอมพลสดมภ์เริ่มจะเสื่อมอำนาจลงแล้ว จึงแสร้งถามมหันต์ไปว่า
"จอมพลสดมภ์สามีของดิฉันละทิ้งหน้าที่ไปขลุกตัวอยู่กับบรรดาอนุภรรยาก็นานจะครบขวบปีแล้วเกรงว่าราชภัยจะมาเยือนจนต้องถอดยศหลุดจากตำแหน่งในไม่ช้าท่านรองนายกมีแนวทางช่วยแก้ไขประการใดวานท่านจงบอก"
มหันต์ก็ว่า
"ผมเองก็แปลกใจอยู่ว่าเหตุใดท่านนายกจึงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้ราวกับต้องมนต์เสน่ห์คุณไสยให้ใหลหลง เพียงแต่ยังหาหลักฐานเอาผิดกับตัวคนใดไม่ได้"
ชบาได้ฟังก็เสียววูบในหัวใจแต่ยังรักษาสีหน้าเป็ปกติ แล้วพลอยผสมโรงไปกับมหันต์ว่า
"ที่ท่านกล่าวมาก็น่าคิดอยู่ในบรรดาอนุภรรยาที่ยังอยู่ก็มีเหลือแต่ดิฉันกับลูกสาวท่านทูตนามอิสรีย์เท่านั้นฤาท่านสงสัยใครคนใดคนหนึ่งเล่า "
มหันต์ก็ว่า
"ผมไม่กล้าคิดเช่นนั้นกับคุณชบาดอก"
ชบาจึงว่า
"ถ้าเช่นนั้นเป็ธุระดิฉันจะไปสืบหาหลักฐานเองด้วยว่าปกติก็สนิทสนมกับอิสรีย์จนเข้านอกออกในตำหนักน้อยได้เป็ประจำ"
มหันต์ก็ว่า
"ดีแล้วขอให้ได้พบหลักฐานโดยไว"
แล้วชบาก็นัดแนะวันเวลาให้มหันต์ไปรอชมหลักฐานที่เรือนของอิสรีย์ในวันพรุ่ง
เมื่อถึงเวลานัดชบาก็ไปเที่ยวนั่งเล่นในตำหนักน้อยของอิสรีย์ตามปกติวิสัยที่เคยทำรอจนเมื่อมหันต์ไปถึง ชบาก็ชักชวนอิสรีย์ให้ทำอาหารว่างกินเล่นกัน แต่ต้องมีผักสดสมุนไพรที่ต้องมากินแกล้มขอให้อิสรีย์ไปเก็บผักมา ส่วนชบาจะปรุงน้ำยำเตรียมไว้อิสรีย์ก็ออกไปที่สวนหลังตำหนักนั้นชบาเห็นสบโอกาสก็ทำทีเข้าไปรื้อค้นในห้องนอนของอิสรีย์แล้วหยิบห่อผ้ามายื่นให้มหันต์เปิดดู เป็รูปดินปั้นชายหญิงมัดติดกันด้วยด้ายสายสิญน์ในลักษณะของการทำเสน่ห์คุณไสยจริง ๆ มหันต์จึงเชื่อว่าเป็ฝีมืออิสรีย์ที่กระทำแล้วเขาก็เอาห่อผ้าไปให้จอมพลสดมภ์ดู สดมภ์เห็นดังนั้นก็โกรธเรียกตัวอิสรีย์ไปพบเพื่อสอบสวนทวนความ อิสรีย์ปฏิเสธว่าไม่ใช่ฝีมือของตนและตัดพ้อว่าชบาไม่น่าแกล้งคนบริสุทธิ์อย่างเธอเลยชบาก็ใช้มนต์เสน่ห์ดลใจให้จอมพลไล่อิสรีย์ออกไปจากตำหนักดังนั้นจึงเหลือแต่ชบาคนเดียวที่ยังเป็เมียของสดมภ์
วันต่อมาชบาก็เรียกให้มหันต์มารับไปซื้อยาอีก และในระหว่างไปเดินซื้อของกันอยู่นั้นชบาก็แสร้งทำเป็เท้าแพลง จนมหันต์ต้องประคองเธอไว้ในอ้อมกอด เมื่อสายตามาประสานบวกกับกลิ่นน้ำหอมจรุงใจบนตัวของชบามหันต์ก็เกิดอารมณ์พิศวาสในตัวชบาขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาจึงพาเธอไปยังบ้านพักแล้วชบาก็ใช้ประสบการณ์เมื่อครั้งยังเป็นางโลม ปรนเปรอสวาทจนมหันต์อิ่มหนำสำราญกระทั่งตอนเย็น จึงกลับไปยังวังหลวง
หลี่จิงจิงแอบมองดูมหันต์ที่มาส่งชบากลับเข้ามาในวัง แล้วมหันต์ก็ขับรถออกไปนักฆ่าสาวก็หวนระลึกถึงความหลัง เมื่อครั้งที่แม่ของเธอป่วยหนักอยู่โรงพยาบาลแต่ไม่มีเงินจะจ่ายค่ารักษา แต่บังเอิญได้พบกับมหันต์ซึ่งเป็ลูกค้าที่มารับประทานในโรงแรมที่เธอทำงานเป็สาวเสิร์ฟจึงได้เกิดความสนิทสนมกัน แล้วมหันต์ก็ให้เงินก้อนโตมารักษาแม่ของจิงจิงจนหายป่วยเธอจึงตอบแทนบุญคุณด้วยการมารับใช้มหันต์ทั้งในฐานะนักฆ่าในการสังหารศัตรูของเ้านายและในฐานะคู่นอนสำหรับระบายความใคร่ให้มหันต์แต่ด้วยฤทธิของยาเสพติดที่มหันต์หลอกให้เธอเสพ จิงจิงจึงไม่สามารถถอนตัวจากมหันต์ได้
มนุษย์กินคนจากปาปัวนิวกินีคนนั้นเห็นหลี่จิงจิงมายืนซึมอยู่คนเดียวก็เอื้อมมือมาแตะไหล่ของหล่อน ถามว่ามายืนเหงาทำไมคนเดียวที่นี่แต่หลี่จิงจิงปัดมือของเขาออก แล้วบอกว่า อย่ามายุ่งกับฉัน เนเลม่าฉัน้าอยู่คนเดียวเงียบ ๆ แล้วหลี่จิงจิงก็เดินเข้าห้องไป
ต่อมาในเช้าวันหนึ่งบังเอิญลูกหมูในเล้าที่โสมสุดาเลี้ยงไว้ได้หลุดออกมาและวิ่งเข้าไปในถ้ำบนหุบเขาปีศาจนั้นโสมสุดาก็วิ่งตามเข้าไป โดยมีไมตรีวิ่งตามเข้าไปด้วยเมื่อเข้าถึงทางสามแพร่งในถ้ำนั้น ก็มิอาจคาดเดาได้ว่าลูกหมูหนีเข้าไปทางไหนจึงเสี่ยงเดินเข้าไปทางแยกซ้ายก่อน แต่เนื่องจากในถ้ำมืดมากไมตรีก็จุดไฟจากตะเกียงที่เตรียมมา ทั้งสองเดินลึกเข้าไปได้ราวห้าร้อยเมตรก็พบห้องโถงใหญ่ บนผนังถ้ำมีภาพวาดของคนโบราณอยู่มากมายเต็มผนังทุกด้านและยังมีอักษรโบราณอธิบายแต่ละภาพด้วย ไมตรีพินิจดูแล้วเป็อักษรมอญโบราณ และภาพวาดเ่าั้ก็คือเคล็ดวิชาการต่อสู้ของบรรพชนชาวโซวาเนียนนั่นเองโสมสุดาให้ไมตรีแปลทีละภาพ ๆ แล้วเขาและเธอก็ฝึกฝนตามไป จนเกิดความคล่องแคล่วชำนาญเพียงไม่กี่วัน ไมตรีก็สำเร็จวิชาฝ่ามือนรสิงห์ ส่วนโสมสุดาสำเร็จเคล็ดวิชาพลังดูดิญญาซึ่งพลังนี้ยังช่วยขับพิษไอเย็นจากคราวที่โดนฝ่ามือของหลี่จิงจิงให้สลายไปสิ้นอีกด้วย
เมื่อกลับไปถึงฐานปฏิบัติการแล้ว ไมตรีและโสมสุดา ก็ได้รับมอบหมายภาระกิจให้ไปเผาเครื่องบินของอารีเซียที่จอดอยู่ในฐานทัพอากาศส่วนมะลังคะได้รับมอบหมายให้ออกไปปราบผู้เป็พรรคพวกของจอมพลสดมภ์
ครั้นไมตรีและโสมสุดาบุกเข้าไปยังฐานทัพอากาศของอารีเซียก็มีทหารยามออกมาขัดขวางทั้งสองคนก็ใช้วิชาที่เรียนมาจากในถ้ำฟาดฝ่ามือเข้าใส่จนทหารแน่นิ่งไปแล้วเขาและเธอก็วางเพลิงเผาโรงเก็บเครื่องบิน จนวายวอดไปหลายหลังเครื่องบินก็เสียหายไปหลายลำ
หลังจากความปราชัยของกองพลที่มหันต์ส่งไปหุบเขาปีศาจในคราวก่อนและการลอบโจมตีของพวกไมตรีที่ฐานทัพอากาศอารีเซียในคราวนี้ มหันต์ก็นำบทเรียนนั้นมาทบทวนและวางแผนให้รอบคอบกว่าเดิมคราวนี้เขาจึงขอรับการสนับสนุนจากกองทัพอารีเซียอีกครั้ง ทั้งอาวุธและกำลังพลโดยวางแผนโจมตีแบบถอนรากถอนโคนเลยทีเดียว แต่ในเบื้องต้นนี้ มหันต์ก็ให้เนเลม่าระดมกองทัพมนุษย์กินคนจากปาปัวนิกินี จำนวน 500 คนเพื่อมาเป็เครื่องมือสังหารพวกเ้าเมืองและผู้บัญชาการค่ายทหารที่ไปเข้าร่วมกับเสรีโซวาเนียนใช้เวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์ นักฆ่าจากเผ่าไปย่าจำนวนครึ่งพันพร้อมล่ามแปลภาษาในจำนวนเท่ากันก็ถูกส่งออกไปยังหัวเมืองต่างๆ ในโซวันน่า เพื่อปลิดชีพผู้ไม่ภักดีต่อรัฐบาลเผด็จการ
ทางด้านมะลังคะก็ได้ออกไปเกลี้ยกล่อมเ้าเมืองและผู้บัญชาการทหารประจำค่ายต่าง ๆให้หันมาช่วยเ้าค้ำฟ้ากู้ราชบัลลังก์คืนก็ต้องปะทะกับนักฆ่าจากปาปัวเ่าั้ซึ่งมีวิชาไสยศาสตร์ไม่แพ้เขาขุนหลวงชาวลัวะจึงเสียเวลารบพุ่งติดพันอยู่ในหัวเมืองเป็เวลาแรมเดือน
ณ หุบเขาปีศาจ
ทารกน้อยนาคินมณีก็โตวันโตคืนด้วยว่ามีหญิงชายนุ่งห่มชุดขาวคู่หนึ่งมาหานางม่านทิพย์แล้วยื่นตะกร้าใบหนึ่งให้ภายในบรรจุไว้ด้วยวัตถุประหลาดลักษณะคล้ายดังไข่ต้มจำนวน 12 ใบเมื่อใช้มีดผ่าออกดูจะมีน้ำนมขาวข้นมีกลิ่นหอมดังข้าวหอมที่เพิ่งหุงเสร็จใหม่ ๆอาคันตุกะคู่นั้นบอกว่านี่คืออาหารทิพย์อันจะช่วยเร่งให้ทารกเจริญเติบโตเร็วกว่าเด็กสามัญทั่วไปตั้งสามเท่าพอกล่าวจบ หญิงชายทั้งสองก็เดินหายลับไปในป่าก่อนจะกลายร่างเป็พญางูเผือกสองตนแล้วเลื้อยลงเมืองบาดาลไปนางม่านทิพย์จึงใช้ไข่ประหลาดนั้นป้อนให้ลูกกินวันละใบ
ครั้นครบ 12 วันเด็กน้อยนาคินมณีก็โตราวกับเด็กอายุขวบเศษ สามารถเดินเตาะแตะไปรอบ ๆกระท่อมได้แล้ว
เมื่อไมตรีกับโสมสุดากลับถึงฐานที่มั่นในหุบเขาปีศาจก็ได้คิดที่จะกลับไปจับตัวจอมพลสดมภ์ในวังหลวงอีกกระทั่งคืนเดือนแรมสิบสี่ค่ำเขาและเธอก็บุกเข้าไปยังวังหลวงจนถึงตำหนักใหญ่ที่สดมภ์พักอาศัยอยู่ แต่ก็โดนขัดขวางโดย หลี่จิงจิง และเนเลม่าเช่นเคย เพียงแต่คราวนี้โสมสุดาให้วิชาพลังดูดิญญาดึงดูดพลังฝีมือจากหลี่จิงจิงจนอ่อนแรงส่วนไมตรีก็ซัดฝ่ามือนรสิงห์ปล่อยพลังพุ่งเข้าทำร้ายเนเลม่าจนบอบช้ำไปทว่าเมื่อเข้าไปถึงในตำหนักใหญ่ จอมพลสดมภ์ก็หลบลี้หนีหน้าไปจากที่นั้นเสียแล้วพวกเขาจึงกลับไปมือเปล่า
ทางฝ่ายมหันต์ยังไม่สิ้นความพยายามในการตามตื๊อบุหงาจึงสั่งให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลางส่งตัวบุหงามาเป็พยาบาลส่วนตัวที่บ้านพักของเขา แต่บุหงาไม่ยอมไปจึงยื่นหนังสือขอลาออกจากงาน แล้วเดินทางไปพบพี่ชายคือจอมพลสดมภ์ท่านจอมพลจึงให้น้องสาวกับมะเหมี่ยวมาพักอยู่ด้วยกันเสียในพระราชวังอกานันดอนั้นและให้จัดทหารมาเฝ้าเวรยามคุ้มกันบุหงาตลอดเวลาแล้วก็เรียกตัวมหันต์เข้าไปพบพร้อมต่อว่าด่าทอใส่มหันต์อย่างรุนแรงที่ไปตามตื๊อบุหงามหันต์ก็ระงับโทสะไว้ ไม่แสดงออก จอมพลเองก็ไม่กล้าจะทำอะไรมหันต์ไปมากกว่านี้เนื่องเพราะต้องพึ่งพาอาศัยรองนายกคนนี้ช่วยบริหารงานแทน
ณ กระท่อมน้อย หุบเขาปีศาจ
ม่านทิพย์นำด้ายใยฝ้ายที่ย้อมสีเสร็จแล้วมาม้วนพันเป็หลอด ๆ แล้วบรรจุหลอดด้ายเ่าั้ใส่แผงไม้ซึ่งมีแกนอยู่ 8 ช่อง ๆละ 1 หลอด แล้วลากเส้นด้ายจากทั้ง 8 หลอดนั้นวิ่งไปพันรอบเสาที่อยู่ห่างออกไปราวสิบก้าว แล้ววิ่งกลับมาที่เดิมก่อนจะวิ่งไปพันรอบเสาอีก ทำซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้ จนได้ฝ้ายสำหรับทอผ้าเป็ไจ ๆเวลาจะทอก็เอาไปใส่หูกใส่กี่ ตบด้วยฟืม สอดกระสวยให้วิ่งไปมาจนได้ผ้าทอลายน้ำไหลเอกลักษณ์ของไทลื้ออันสวยงาม
ฝ่ายขุนหลวงมะลังคะเมื่อออกไปปราบปรามนักฆ่าจากเผ่าไปย่าได้ราบคาบแล้วก็เดินทางกลับมาหาลูกเมียที่หุบเขาปีศาจแต่เมื่อกลับมาถึงก็พบเด็กน้อยยืนขวางทางไม่ให้ผ่านไปมะลังคะก็ถามว่าเอ็งเป็ลูกใครมายืนเกะกะทำไม เด็กนั้นว่า ฉันเป็ลูกแม่ม่านทิพย์ลุงจะไปไหน ผ่านมาทำไมแถวบ้านฉัน มะลังคะก็คิดว่า อุเหม่ลูกเราอันเกิดแต่นางม่านทิพย์ก็เพิ่งอายุราวสามสี่เดือนคงไม่ใช่เด็กสามหาวคนนี้แน่ หรือว่าเมียเราจะแอบมีชู้ จึงได้มีลูกโตปานนี้ช้าไม่ได้ ต้องไต่สวนให้รู้ความเสียวันนี้แล้วมะลังคะก็ล่องหนย่นระยะทางเดินไปยังกระท่อมของตนทันทีเมื่อพบนางม่านทิพย์นั่งทอผ้าอยู่ก็ซักถามว่าลูกเราไปไหนเมียตอบว่ามันคงไปวิ่งเล่นอยู่รอบบ้าน เมื่อกี้ยังเห็นนั่งเล่นกับนกกาอยู่เลยมะลังคะก็โกรธนัก กล่าวว่า ลูกเต้าไม่รู้จักดูแลฉันเหน็ดเหนื่อยกลับมาแทนจะได้เห็นหน้าลูก เมื่อตะกี้ก็เจอเด็กคนหนึ่งมากล่าวตู่ว่าเป็ลูกของเ้ามันเป็จริงหรือไฉน พ่อของมันเป็ใครรึ จงว่ามา นางม่านทิพย์ได้ฟังก็หัวเราะว่าพ่อของมันชื่อว่ามะลังคะ เป็ขุนหลวงของชาวลัวะแต่ที่มันโตไวเพราะได้กินไข่ทิพย์ของชีปะขาวผัวเมียที่นำมาให้ท่านอย่าได้แคลงใจไปเลย มะลังคะได้ฟังก็รู้สึกประหลาดใจ ไม่ใคร่จะเชื่อก็พอดีนาคินมณีเดินเข้ามายังกระท่อม นางม่านทิพย์จึงร้องบอกว่า นาคินมณีไหว้พ่อสิลูก เด็กน้อยก็ยกมือไหว้ มะลังคะจึงได้เชื่อว่าเป็ลูกของตนจริงและทำการตีเส้นกำหนดอาณาเขตรอบกระท่อมนั้นพร้อมกำชับเมียว่า หากฉันไม่อยู่เธอและลูกจงอย่าได้ออกไปนอกเส้นรอบวงนี้เป็อันขาด
หลี่จิงจิงและเนเลม่าหลังจากบอบช้ำจากการต่อสู้กับพวกไมตรีแล้ว ก็พักรักษาตัวและฟื้นฟูพลังขึ้นใหม่เนเลม่าใช้วิธีนอนแช่ว่านยาในอ่างหิน หลี่จิงจิงนอนบนเตียงน้ำแข็ง และฝึกวิชาพลังสลายกระดูกขั้นสูงขึ้นจนกระทั่งทั้งคู่มีกำลังกลับคืนมาดังเดิม ต่างก็ซุ่มซ้อมฝึกปรือฝีมือให้คล่องแคล่วพร้อมจะรับมือศัตรูต่อไป
เมื่อมหันต์รู้ว่าพลพรรคของเนเลม่าถูกขุนหลวงมะลังคะสังหารหมดก็แค้นเคืองมากจึงเรียกเนเลม่ามาสอบถามว่าจะทำประการใด เนเลม่าบอกว่าไม่ยากหรอกแล้วก็ทำพิธีปลุกชีพพวกนักฆ่าของตนให้ฟื้นคืนมาทั้ง 500 นายพร้อมสั่งให้ไปยึดครองเมืองและค่ายทหารดังเดิมอีก เนเลม่าบอกกับมหันต์ว่าคราวนี้มะลังคะจะฆ่าอย่างไรพวกนี้ก็หาตายไม่ เนื่องด้วยมันกลายเป็ผีดิบไปแล้วแต่ที่เคลื่อนไหวได้ก็ด้วยฤทธิ์ของอาคมที่ตนกระทำนั้นแล
เมื่อมะลังคะได้รู้ว่าผีดิบที่เนเลม่าปลุกให้ฟื้นพากันไปยึดครองบ้านเมืองเช่นนั้นก็ออกไปติดตามกำจัด แต่ฆ่าอย่างไรพวกนั้นก็ไม่ตายมะลังคะจึงเสกบ่วงบาศรัดตัวพวกนั้นไว้ไม่ให้ไปไหนแล้วสั่งกำลังพลให้คอยเวรยามดูแลอย่าให้ใครมาแก้เชือกที่รัดตัวผีดิบเหล่านี้ได้ รอให้ตนไปจัดการกับเนเลม่าเสียก่อนเวทมนต์ที่กำกับศพเดินได้พวกนี้จึงจะหมดไป
มหันต์ยังไม่หายแค้นใจที่จอมพลสดมภ์ด่าว่าเสียๆหายๆจึงไปหาโรส และพูดจาหว่านล้อมให้โรสปลอมลายเซ็นของจอมพลสดมภ์และเซ็นชื่อของโรสเองในใบถอนเงินจากธนาคารที่สดมภ์เก็บไว้ในต่างประเทศโดยมหันต์รับปากว่าเมื่อได้รับเงินมาแล้วจะปล่อยตัวเธอเป็อิสระโรสจึงยอมเซ็นชื่อไปตามที่ขอ
ครั้นได้ถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารจนหมดแล้วมหันต์ก็ให้โรสออกจากบ้านลึกลับหลังนั้น แต่มิได้ปล่อยไปกลับนำตัวเธอไปยังฐานทัพอากาศของอารีเซีย แล้วทิ้งไว้ให้พวกทหารฝรั่งนับร้อยนายรุมย่ำยีเธอจนตายมหันต์ก็พูดเบาๆว่า
" อโหสิกรรมเถิดเธอมันหมดประโยชน์สำหรับฉันแล้ว "
ก่อนตายโรสก็ตั้งจิตอาฆาตมหันต์ไว้ว่าแม้ตายเป็ผีแล้วจะมาทวงคืน ปิดฉากชีวิตของหลานแม่ค้าคนหนึ่งแต่เพียงนี้
จบตอนที่25 โปรดติดตามตอนที่ 26 ฉีกหน้ากากซาตาน