ตอนที่ 20 : ศิลาสงบจิตฝัน
ม๋อเจียนเจี๋ยระบายความหงุดหงิดใส่ม๋อเป่ย เหตุผลหลักจริง ๆ ก็คือ เขาไม่สามารถทะลวง ผ่านระดับได้สักที นี่ก็ผ่านไปกว่า 8 ปีแล้ว ระดับพลังปราณปัจจุบัน ของเขาคือระดับ 5 ขอบเขตก่อเกิดจิต เป็หนึ่งในสามบุคคล ที่มีพลังมากที่สุดในเมืองจันทร์ล่อง นั่นคือเหตุผล ที่ไม่มีใครในเมือง กล้าเป็ศัตรูกับตระกูลม๋อ
“เอาล่ะ!!! เราจะปล่อยไอ้เด็กเวร... ม๋อเทียนไว้ไม่ได้ มันจะกลายเป็ภัยเงียบสำหรับตระกูลเรา เรียกประชุมตระกูล ด่วน!!!” ม๋อเจียนเจี๋ยสงบสติอารมณ์ และกล่าวอย่างชัดเจน
“รับทราบ!!!” ม๋อเป่ยรีบเดินออกไปด้วยความดีใจ ในใจลึก ๆ เขากลัวม๋อเทียน มากกว่าเชี่ยหลีเนียงหลายเท่านัก ดูจากพลังตอนที่ม๋อเทียนปล่อยออกมา ในตอนที่กำลังสู้กับม๋ออู๋เสียอยู่นั้น เหมือนเป็พลังปราณ ระดับ 5 ขอบเขตก่อเกิดกายา หากเป็เช่นนั้นจริง ๆ ด้วยพลังระดับนี้ แต่สามารถรับมือกับม๋ออู๋เสีย ที่มีพลังระดับ 10 ขอบเขตก่อเกิดกายาได้ นับว่าน่ากลัวอย่างที่สุด
เวลาสามวันผ่านไป……….
เชี่ยหลีเนียง… ยังไม่มีทีท่า ว่าจะตื่นขึ้นมาเลย เชี่ยอิงอิงเริ่มกระวนกระวายใจมากขึ้น
“เคร้งงงง... โอ๊ย!!!”
กระบี่ฉิงหัว กระเด็นหลุดจากมือของเชี่ยอิงอิงไป “น้องอิง เ้ากังวลเื่ท่านป้าเชี่ย จนเพลงกระบี่รวนไปหมดแล้ว ตั้งใจหน่อย... ข้าบอกแล้วว่าท่านป้าเชี่ย ไม่เป็อะไร??? เอาใหม่อีกรอบ... เริ่ม!!!” รันฟงเทียนกล่าวอย่างจริงจัง
เชี่ยอิงอิง พุ่งมาถึงหน้ารันฟงเทียน และตวัดกระบี่ ที่แฝงไปด้วยไอเย็น โจมตีใส่เขาอย่างรวดเร็ว ลมพายุเกิดขึ้นบนลานที่พัก เป็หมอกสีขาวสวยงาม ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากเพลงกระบี่เหมันต์ขั้นที่ 1
รันฟงเทียนหลบออกซ้ายและขวา การโจมตีนี้ราวกับพายุหิมะ ซึ่งถูกสร้างจากพลังของเพลงกระบี่ ถ้าเปลี่ยนเป็ฟางอี๋ มารับกระบวนท่านี้ ก็อาจพ่ายแพ้ลงในทันที
น่าเสียดาย เท่าที่สังเกตจากการควบคุม เพลงกระบี่ของนาง ยังคงมีช่องโหว่อยู่อีกมาก... จู่ ๆ รันฟงเทียนพลันหยุดลง ไม่ยอมหลบการโจมตี เนื่องจากเขาหยุดและรอ เพื่อรับการโจมตีของนาง
“โอกาสนี้แหละ!!!” เชี่ยอิงอิง คิดว่าเขาพลาดท่า นางจึงพุ่งตัวเข้าไป พร้อมทั้งตวัดกระบี่ฉิงหัวใส่เขา”
“ดีมาก!!!”
จู่ ๆ รันฟงเทียนก็หัวเราะขึ้น พร้อมกับะเิพลังปราณ ที่ไม่มีสิ้นสุดออกมาจากร่างกาย กระบี่จิตบริสุทธิ์ที่เขาวาดออกไปนั้น มีสายฟ้าเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวกระบี่ กระแทกกระบี่ฉิงหัว ในมือของนางกระเด็นหลุดออกไป
“เพล้งงงง... อ๊า!!!” ในเวลานั้นเชี่ยอิงอิงร้องออกมา เพราะสะดุด… ตัวของนางพุ่งไปที่เขา
“โอ๊ย!!! ไอ้พี่ลามก เอามือมาจับที่เดิมอีกแล้วนะ” เชี่ยอิงอิงหน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะรอบนี้นางไม่สามารถ สลัดหลุดจากอ้อมกอดเขาได้
“เอ่อ!!! ข้าแค่กลัวเ้าได้รับาเ็เท่านั้นเอง ข้าไม่ได้ตั้งใจ” รันฟงเทียนรีบกล่าวปฏิเสธ
“ยัง!!!... ยัง!!!... ยังไม่เอามือออกไปอีก” เชี่ยอิงอิงเริ่มร้องโวยวายเสียงดัง
“ข้าปล่อยแล้ว!!!” เขารีบปล่อยมือที่กอดทันที
“ไม่ใช่ข้างนั้น!!! ตุบ!!!...” แล้วนางก็สามารถ หลุดจากน้ำมือมารได้เป็ผลสำเร็จ
ขณะนั้นเอง เชี่ยหลีเนียงก็เปิดประตู แล้วเดินออกมาจากห้องพัก นางเห็นหน้าของเชี่ยอิงอิงแดงก่ำ จึงถามว่า “อิงเอ๋อ เ้าไม่สบายตรงไหนหรือไม่??? ... แล้วเทียนเอ๋อ!? ใครทำร้ายเ้า ทำไมตาเ้าถึงได้เป็แบบนั้น?? ”
“ไม่มีอะไรครับท่านป้าเชี่ย พอดีตอนที่พวกเรา กำลังฝึกเพลงกระบี่อยู่ ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น” รันฟงเทียนตอบพร้อมยกมือกุมไปที่ดวงตา
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ข้าเพิ่งปรับสภาพของพลังปราณ ให้บริสุทธิ์ได้ทั้งหมดแล้ว...หืม!!... อิงเอ๋อ... เ้า... เ้าทะลวงระดับพลังปราณ เป็ระดับ 6 ขั้นสูงสุด ของขอบเขตก่อเกิดกายาแล้ว ดีมาก ๆ ”
“ต้องขอบคุณพี่ฟงเทียน เพราะน้ำยาโอสถกายาเปลี่ยน ที่เขาหลอมให้มีประสิทธิภาพมาก ทำให้สามารถทะลวงระดับได้อย่างไม่ยากนัก” เชี่ยอิงอิงกล่าวอย่างพอใจ
เชี่ยหลีเนียง มองกลับไปที่รันฟงเทียน และขมวดคิ้ว แล้วถามว่า “พลังปราณของเ้าตอนนี้ อยู่ระดับใดกันแน่ ทำไมตอนนี้… ข้าถึงไม่สามารถ ัักระแสพลังปราณของเ้าได้เลย”
“ท่านป้าเชี่ย ข้าเพิ่งทะลวงระดับ มาอยู่ที่ระดับ 7 ขอบเขตก่อเกิดกายา เมื่อวานนี้เอง” รันฟงเทียนกล่าวพร้อมยิ้มให้นาง
“เทียนเอ๋อ...!!! อิงเอ๋อ...!!! พรุ่งนี้เราออกเดินทางกันเถอะ ไปเมืองฝู่หลงก่อน ข้าจะไปพบสหาย และอาศัยอยู่ที่นั่นสักระยะ และข้าอยากให้เ้า พาอิงเอ๋อไปสมัคร เป็ศิษย์สำนักัฟ้า เพื่อฝึกฝนอย่างจริงจังด้วย” เชี่ยหลีเนียงกล่าวอย่างจริงจัง
ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน และเดินเข้าไปในห้อง ส่วนเชี่ยหลีเนียง หยิบกระบี่ของนางขึ้นมา แล้วสักพักน้ำตาของนางก็เริ่มไหล นางพึมพำว่า “ม๋อฝ่านเ้าคงไม่โทษข้า ที่ต้องออกจากตระกูลม๋อใช่หรือไม่... ข้าขอโทษ” นางก้มมองและลูบกระบี่เล่มนั้นอยู่นาน
จากนั้น นางก็เริ่มร่ายรำกระบวนท่า ตามเคล็ดวิชากระบี่ศรทิพย์วารี ที่รันฟงเทียนมอบให้ ซึ่งเป็เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขั้นกลาง ท่วงท่าอ่อนช้อยงดงาม จากช้าไปเร็วคล้ายระลอกคลื่นในแม่น้ำ จากเร็วไปช้าคล้ายคลื่นซัดสาดรุนแรง.....
ในคืนนั้นรันฟงเทียนใส่ชุดสีดำ แอบเข้าไปในตระกูลม๋อ เพื่อไปเก็บของที่เขาประมูลมา จากหอการค้าเทียนเซียน แต่หน้าประตูโกดัง มียามเฝ้าอยู่ถึงสี่คน
“เหอะ!!! ไอ้พวกตระกูลม๋อ คิดจะฮุบสมบัติของข้าอย่างนั้นหรือ” รันฟงเทียนโกรธจัด และค่อย ๆ แฝงตัวในความมืด
“พี่ม๋อกวง ทำไม??? พลังระดับขอบเขตก่อเกิดิญญา อย่างพวกเรา ต้องมาเฝ้าสมบัติของไอ้ขยะนี้ด้วย” ยามอีกคนกล่าวออกมา
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน… แต่เป็คำสั่งของท่านประมุข เราก็ต้องทำตาม” ม๋อกวงซึ่งเป็หัวหน้ายามกะนี้กล่าว
“แล้วทำไม ถึงไม่เอาไปเก็บไว้ ในคลังของตระกูลกันเล่า” ยามชุดขาวกล่าว
“อืม... ข้าได้ยินว่า ไอ้ขยะ... ม๋อเทียนไปประมูลของ มาจากหอการค้าเทียนเซียน เ้าเห็นผนึกบนของชิ้นนี้หรือไม่ มันเป็ผนึกที่ต้องใช้ตราเทียนเซียน ของหอการค้าปลดผนึกเท่านั้น” ม๋อกวงกล่าว
“ก็ถึงว่า… ท่านประมุขจึงไม่สามารถ เคลื่อนย้ายสินค้าพวกนี้ได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าขโมยสินค้า และหอการค้าเทียนเซียน จะส่งคนมาตรวจสอบ” ยามชุดขาวก็เริ่มเข้าใจ
“ถ้าอย่างนั้น… ตราปลดผนึกก็ต้องอยู่ที่ตัว เ้าม๋อเทียนนั่นแหละ พวกเราถึงต้องมาเฝ้าที่นี่เอาไว้” ม๋อกวงกล่าวด้วยอารมณ์หงุดหงิด
รันฟงเทียนได้ยินพวกยามคุยกันอย่างชัดเจน จึงพึมพำขึ้นว่า “กะเอาไว้แล้วเ้าม๋อเป่ยจริง ๆ มันเป็คนชั่วในฝักเช่นนี้... เหอะ!!! คิดว่าเอาพวกยามระดับ 1 ระดับ 2 ขอบเขตก่อเกิดิญญามาเฝ้านี่นะ”
“พี่ม๋อกวง แล้วถ้าเชี่ยหลีเนียงบุกมาเราจะสู้ไหวหรือ” ยามชุดขาวกล่าว
“จะไหวได้ยังไงกันเล่า แต่เรามีนี่...!!!” ม๋อกวงหยิบบางอย่างคล้ายระฆังออกมา
“นี่มัน...!!! ระฆังกังวาน มันคืออุปกรณ์ระดับปฐีขั้นต้น ใช้ส่งเสียงเพื่อเรียกรวมพลนี่”
ขณะนั้นเอง ก็มีชายชุดดำโผล่ออกมาจากเงามืด…..
“วูบ!!!” ก่อนยามจะทันได้เห็น
“ผัวะ!!! ผัวะ!!! ผัวะ!!! ผัวะ!!!”
รันฟงเทียนใช้ท่าร่างเหินนภา เคลื่อนที่มาปรากฏ ที่ด้านหลังของยามทีละคน แล้วอัดยามแต่ละคนจนหมดสติ เขาหยิบระฆังกังวานขึ้นมา ปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายอย่างที่สุด
รันฟงเทียนหยิบตราเทียนเซียนสีดำ ของหอการค้าเทียนเซียนขึ้นมา ทำการปลดผนึกสินค้าทั้งหมดทันที จากนั้นเขาก็ส่งทุกอย่าง เข้าไปในโลกแห่งมิติสีขาว ยกเว้นเพียงศิลาเทพแปรจิต (ศิลาสงบจิตฝัน) ถ้าข้าถ่ายพลังจิติญญาศักดิ์สิทธิ์ลงไปตอนนี้ จะสามารถสร้างตาข่ายความฝัน ที่เล่าลือในตำนาน ได้สักกี่ตารางเมตรกันนะ
รันฟงเทียนหลับตาลงทันที และทาบฝ่ามือทั้งสอง ลงบนศิลาเทพแปรจิต จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นเบา ๆ ว่า “เคล็ดวิชาจิตเทพโลกา” แสงสีขาวะเิออกมา ครอบคลุมร่างกายเขาโดยทันที หลังจากนั้นจึงเริ่มโคจร พลังจิติญญาศักดิ์สิทธิ์ ลงไปบนก้อนศิลา
“วูบ...!!! วูบ...!!! วูบ...!!!”
แสงสีขาวกระจายออกไปครอบคลุมทั้งตระกูลม๋อโดยทันที
“เกิดอะไรขึ้น แสงอะไร...??? ตุบ...!!!” ม๋อเจียนเจี๋ยกล่าวจบก็ล้มลง
“ตุบ...!!!”
“ตุบ...!!!”
คนในตระกูลม๋อทั้งหมด ค่อย ๆ หมดสติลงไป ทีละคนจนหมด…..
“เยี่ยม!!! ศิลาก้อนนี้วิเศษจริง ๆ รวมผสานกับจิติญญาศักดิ์สิทธิ์ของข้า ก็สามารถสร้างมายาฝัน ครอบคลุมพื้นที่ได้สูงสุดกว่า 200 ตารางเมตร แต่พื้นที่ในตระกูลม๋อ มีเพียง 175 ตารางเมตร มาเริ่มแผนการกันดีกว่า!!!” รันฟงเทียนยิ้มอย่างชั่วร้าย
เขาเดินเข้าไปในห้องของม๋ออู๋เสีย และยิ้มขึ้น จากนั้นก็พึมพำขึ้นว่า “นายน้อยม๋ออู๋เสีย ขอให้สนุกนะขอรับ!!!”
เขาเริ่มจับม๋ออู๋เสียแก้ผ้าจนหมด แล้วนำหญิงสาวมีอายุนางหนึ่งเข้ามา นั่นคือ...ภรรยาของผู้าุโสอง ทั้งสองคนถูกรันฟงเทียนจัดท่วงท่าให้ จนเขาพึงพอใจ แล้วก็เดินออกไปจากห้อง
รันฟงเทียนวิ่งเข้าห้องนั้น ออกห้องนี้เป็ว่าเล่น โดยเฉพาะม๋อเป่ย บนตัวของเขาประกอบไปด้วย หญิงสาวมีอายุสองคน ด้านซ้ายคือ ภรรยาผู้าุโสาม ด้านขวาคือภรรยาผู้าุโหนึ่ง... แต่จนแล้วจนรอด รันฟงเทียนก็ต้องยอมแพ้ กับการหาคู่ให้แก่ ผู้าุโผมสีแดงเพลิง เนื่องจากหญิงสาวในคฤหาสน์ตระกูลนี้หมดแล้ว จึงจำใจต้องให้ผู้าุโหนึ่ง ซึ่งกำลังาเ็อยู่ ยอมเสียสละมาเป็คู่ ของผู้าุโท่านนั้น
รันฟงเทียนพาร่างผู้าุโหนึ่ง มาที่ห้องของผู้าุโผมสีแดงเพลิง จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าของทั้งสองออกจนหมด เขาใเป็อย่างมาก จนอุทานออกมาว่า “เฮ้ย!!! หนอนน้อยทั้งสองนี่หว่า วะ...ฮ่าฮ่า” กว่าจะจัดการงานศิลป์ชิ้นเอกนี้เสร็จ เขาหันไปมองทั้งสองอีกครั้ง พร้อมกล่าวว่า “เฮ้อ... ช่างเป็งานศิลป์ที่อุจาดตาที่สุดเลยก็ว่าได้”
ก่อนจะออกจากคฤหาสน์ตระกูลม๋อ เขาเก็บศิลาเทพแปรจิตลงไป ถ้าขาดพลังจิตฝัน ของศิลาเทพแปรจิตที่หนุนอยู่ สถานการณ์จะกลับมา เป็ปกติภายในครึ่งชั่วยาม
รันฟงเทียนแขวนระฆังกังวาน ไว้ที่หน้าประตูคฤหาสน์ ก่อนจะถ่ายพลังปราณเข้าไป เพื่อกระตุ้นให้ระฆังกังวานดังขึ้น
“ก๊อง!!! ก๊อง!!! ก๊อง!!!ก๊อง!!!”
เสียงระฆังดังลั่นที่ด้านหน้าประตูของคฤหาสน์ ทำให้ชาวบ้านและชาวยุทธที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นทั้งหมด ต่างพากันวิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งทหารยามประจำเมืองด้วย
“หลีกทาง!!! เราต้องเข้าไปดูในตระกูลว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ทหารยามกล่าวพร้อมเดินนำเข้าไปในคฤหาสน์ทันที
“พวกเราเข้าไปกันเถอะ!!!” รันฟงเทียนที่ใส่ชุดดำ ะโปลุกใจชาวบ้าน และทำเป็เดินนำเข้าไป
“ไป!!! พวกเราเข้าไป” .........
“ไปกันเถอะ!!!” .........