ผมเล่น ROV แต่ดันเทพเกินไป ไม่มีใครแบกผมได้ นอกจากตัวผมเอง

    ตอนที่ 33 : การแข่งขันครั้งแรก

    หลังจากชื่อของ KhinZ เริ่มเป็นที่พูดถึงในกลุ่มผู้เล่นระดับสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ชีวิตของภาคินก็เริ่มวุ่นวายกว่าเดิมอย่างชัดเจน เพราะจากเดิมที่เขาแค่เล่นเกมกับเพื่อนตอนกลางคืน ตอนนี้กลับเริ่มมีคนส่งข้อความมาหาแทบทุกวัน ทั้งคำชวนเข้าทีม คำท้าแข่ง รวมถึงข้อความจากเพจเกมที่อยากสัมภาษณ์เขา ซึ่งภาคินเองก็ยังไม่ค่อยชินกับเรื่องแบบนี้นัก เพราะลึก ๆ แล้ว เขายังคงมองตัวเองเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าในความเป็นจริง ตอนนี้ชื่อของเขากำลังเริ่มถูกพูดถึงในวงการ Realm of Victory ของประเทศไทยอย่างรวดเร็วแล้วก็ตาม



    เย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน ภาคินนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่กับบิ้ก ป๊อป บอย และนัทที่โรงอาหารตามปกติ ขณะที่บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของนักศึกษา แต่จู่ ๆ ป๊อปก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาวางตรงหน้าภาคิน พร้อมพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า



    “มึงดูนี่ดิ รายชื่อทีมแข่งคัดเลือกมหาลัยออกแล้ว ทีมมึงอยู่สายเดียวกับแชมป์เก่าด้วย”



    “เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ” ภาคินถามกลับพลางมองหน้าจอ ซึ่งมีรายชื่อมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เรียงเต็มไปหมด พร้อมโลโก้ทีมแข่งอย่างจริงจัง จนให้ความรู้สึกเหมือนการแข่งขันกีฬาอาชีพมากกว่าแค่แข่งเกมธรรมดา



    “เออดิ แล้วคนในคอมเมนต์เริ่มพูดถึง KhinZ กันเต็มเลย” บอยพูดเสริมทันที “บางคนบอกว่า ถ้าทีมมึงมี KhinZ จริง ปีนี้อาจมีม้ามืดก็ได้”

    บิ้กหัวเราะเสียงดัง ก่อนพูดแซวว่า “ไอ้ภาค จากเด็กติดเกมจะกลายเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตแล้วเว้ย”



    ภาคินได้แต่ยิ้มบาง ๆ พร้อมส่ายหน้า เพราะแม้เรื่องทั้งหมดจะเริ่มจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ แต่ลึก ๆ แล้ว เขาก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังเดินไปทางไหนกันแน่ เขาเพียงแค่เล่นเกม… แต่ดูเหมือนโชคชะตากำลังพาเขาไปไกลกว่านั้นทีละนิด



    คืนนั้นหลังกลับถึงบ้าน ภาคินเปิดคอมตามปกติ ก่อนจะเห็นข้อความจาก RavenStorm เด้งขึ้นมาทันทีว่า “พรุ่งนี้มาซ้อมที่ Gaming House ด้วยนะ จะมีประชุมเรื่องการแข่งขัน แล้วก็มีคนอยากเจอนาย”



    ภาคินอ่านข้อความนั้นเงียบ ๆ ก่อนตอบกลับไปสั้น ๆ ว่า “โอเคครับ”



    วันต่อมา หลังเลิกเรียน ภาคินนั่งรถไฟฟ้าไปยัง Gaming House ของทีมเป็นครั้งแรก ซึ่งทันทีที่เดินเข้าไปในตึก เขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ต่างจากการเล่นเกมทั่วไปอย่างชัดเจน ภายในห้องเต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์สเปกสูง โต๊ะยาวสำหรับซ้อมทีม จอมอนิเตอร์หลายจอ รวมถึงผนังที่ติดโลโก้การแข่งขันต่าง ๆ เอาไว้มากมาย ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนศูนย์ฝึกของนักกีฬา มากกว่าห้องเล่นเกมธรรมดา



    “มาถึงแล้วเหรอ” RavenStorm เดินเข้ามาทัก พร้อมยื่นขวดน้ำให้ “ตามมาทางนี้ เดี๋ยวแนะนำให้รู้จักทีมงาน”



    ภาคินพยักหน้าช้า ๆ ก่อนเดินตามไป ขณะเดียวกัน สายตาหลายคู่ในห้องก็เริ่มมองมาทางเขา บางคนมองด้วยความสนใจ บางคนมองด้วยความสงสัย และบางคนก็มองเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่างอยู่เงียบ ๆ



    “นี่เหรอ KhinZ” ชายวัยประมาณสามสิบพูดขึ้น พลางพิจารณาภาคินตั้งแต่หัวจรดเท้า “เด็กกว่าที่คิดนะ”



    RavenStorm พยักหน้าทันที ก่อนตอบกลับว่า “ครับ คนนี้แหละ”

    ชายคนนั้นจึงเดินเข้ามายืนตรงหน้า ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ฉันชื่อโค้ชวิน เป็นโค้ชของทีมนี้ ก่อนหน้านี้ฉันดูรีเพลย์ของนายมาหลายเกมแล้ว ต้องบอกตรง ๆ ว่า นายเล่นแปลกมาก”



    “แปลก?” ภาคินถามกลับเล็กน้อย



    “ใช่” โค้ชวินตอบทันที “นายไม่ได้เล่นแบบผู้เล่นทั่วไป เพราะจังหวะการตัดสินใจของนายมันเร็วเกินไป บางครั้งนายเหมือนรู้ว่าศัตรูจะเดินไปไหน ทั้งที่ไม่มีข้อมูลในแมพเลย ซึ่งต่อให้เป็นโปรเพลเยอร์ระดับสูงหลายคน ก็ยังทำไม่ได้ขนาดนี้”



    ภาคินยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบกลับเรียบ ๆ ว่า “อาจจะเดาทางเก่งมั้งครับ”



    โค้ชวินหัวเราะเบา ๆ แต่สายตายังคงจริงจัง “หวังว่าจะเป็นแบบนั้น เพราะถ้าไม่ใช่ นายอาจเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากมากจริง ๆ”



    หลังจากนั้น ทีมก็เริ่มซ้อมทันที โดยครั้งนี้เป็นการซ้อมแบบจริงจังที่สุดเท่าที่ภาคินเคยเจอ ทุกคนมีหน้าที่ชัดเจน มีการจับเวลา วิเคราะห์แผน และหยุดเกมเป็นช่วง ๆ เพื่ออธิบายข้อผิดพลาด ซึ่งแตกต่างจากการเล่นแรงค์ธรรมดาโดยสิ้นเชิง



    “เกมการแข่งขันจริง ไม่มีคำว่าเล่นตามใจ” โค้ชวินพูดขึ้นระหว่างยืนดูทีมซ้อม “ทุกการเดิน ทุกสกิล ทุกการเปิดไฟต์ ต้องมีเหตุผล เพราะถ้าพลาดเพียงครั้งเดียว เกมอาจจบได้ทันที”



    ภาคินนั่งฟังเงียบ ๆ พลางมองแผนที่บนหน้าจอ ก่อนที่ภาพหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัว เป็นภาพของสนามรบใน Realm of Victory ที่เขาเคยยืนสั่งการกองทัพจริง ๆ



    สำหรับเขาแล้ว…



    คำว่า “พลาดครั้งเดียว เกมอาจจบ” ไม่ใช่แค่คำพูด

    แต่มันคือเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว



    เกมซ้อมเริ่มขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้ทีมของภาคินต้องเจอกับทีมกึ่งโปรที่ถูกเชิญมาซ้อมโดยเฉพาะ ซึ่งทันทีที่เกมเริ่ม ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เพราะอีกฝ่ายเล่นดุดันมาก ทั้งการบุกป่า การเปิดไฟต์ และการเดินเกมเร็วชนิดไม่ปล่อยให้หายใจ



    “แครี่ระวังหลัง!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นใน Discord เมื่อแอสซาซินของอีกฝ่ายหายไปจากแมพ



    แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันเข้าถึงตัว ภาคินก็กลิ้งหลบออกด้านข้างทันที พร้อมยิงสวนกลับแบบแทบไม่ต้องมอง



    ปัง!



    กระสุนพลังงานพุ่งทะลุพุ่มไม้จนอีกฝ่ายเลือดหายไปเกือบครึ่งหลอด ทำให้ทุกคนในห้องชะงักทันที



    “เมื่อกี้นายเห็นมันเหรอ” โค้ชวินถามขึ้นทันทีจากด้านหลัง



    ภาคินนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับว่า “เดาทางครับ”



    แต่ความจริงแล้ว เขารู้สึกได้ถึง “จังหวะสังหาร” ตั้งแต่ก่อนอีกฝ่ายจะพุ่งออกมาด้วยซ้ำ เพราะร่างกายของเขาจดจำความรู้สึกแบบนั้นได้แล้วจากการต่อสู้จริงในอีกโลกหนึ่ง



    หลังจากนั้น เกมก็เริ่มกลายเป็นโชว์ของภาคินทีละนิด ทุกจังหวะการยืนตำแหน่งของเขาแทบไม่มีช่องโหว่ การยิงแม่นยำจนอีกฝ่ายไม่กล้าเปิดไฟต์ตรง ๆ และที่สำคัญที่สุด คือการอ่านเกมที่น่ากลัวเกินไปจนแม้แต่โค้ชวินยังเริ่มเงียบ



    “เด็กคนนี้…” เขาพึมพำเบา ๆ ระหว่างมองหน้าจอ “พรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดจริง ๆ”



    หลังซ้อมเสร็จ ทุกคนต่างแยกย้ายพัก แต่โค้ชวินกลับเรียกภาคินไว้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “อีกสามวันจะเริ่มแข่งรอบแรกแล้ว ฉันอยากให้นายลงตัวจริง”



    ภาคินชะงักไปเล็กน้อย “ให้ผมลงเลยเหรอครับ”



    “ใช่” โค้ชวินตอบทันที “เพราะตอนนี้ นายคือไพ่ลับที่น่ากลัวที่สุดของทีมนี้”



    บรรยากาศเงียบลงชั่วครู่ ขณะที่ภาคินมองออกไปนอกหน้าต่าง Gaming House ซึ่งเต็มไปด้วยแสงไฟของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ก่อนจะสูดหายใจลึกช้า ๆ



    เขาไม่คิดเลยว่า หลังกลับมาจาก Realm of Victory ชีวิตของตัวเองจะเริ่มเดินเข้าสู่เส้นทางใหม่แบบนี้

    เส้นทางของ “การแข่งขัน”  ที่อาจพาเขาไปไกลกว่าที่เคยคิดไว้มาก…

    คล้ายกับเรื่องผมเล่น ROV แต่ดันเทพเกินไป ไม่มีใครแบกผมได้ นอกจากตัวผมเอง ที่คุณอ่าน