CHAPTER 14 : ชนวนเหตุ
พรึ่บ!
ฉันปิดโน้ตบุคลงอย่างแรงหลังจากนั่งมองมาพักใหญ่ๆ แต่ก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำยังไงต่อไป รู้ไหมว่าวันที่ชวนพี่ธามไปดูนาฬิกาพี่ธามพาไปร้านประจำแล้วนาฬิกาที่เขาสะสมอยู่ราคาแรงมาก ไม่มีต่ำกว่าหมื่นเลยเว้ย แล้วจะให้เด็กมหาลัยแบบฉันไปเอาเงินมาจากไหนทุกวันนี้ยังขอเงินแม่ใช้อยู่เลยอ่ะ ให้เอาค่าขนมมาซื้อแล้วฉันจะเอาอะไรกินล่ะ พี่มาร์คก็หมดไปกับการลงทุนเยอะแล้ว นั่นจึงเป็สาเหตุให้ฉันต้องมานั่งหางานในอินเตอร์เน็ตอยู่นี่ไง แต่มันจะมีงานอะไรที่ทำไม่กี่วันแล้วจะได้เงินเยอะขนาดนั้นล่ะ รู้นะว่าของมันแพงและไม่จำเป็ที่ฉันจะต้องซื้อก็ได้ แต่มันเป็ของขวัญชิ้นแรกไง ของชิ้นแรกที่อยากจะมอบให้ผู้ชายคนนึงที่ฉันชอบมาตลอดสามปี ใครจะรู้ว่ามันอาจจะเป็ชิ้นสุดท้ายด้วยก็ได้ ไม่มีใครรู้ว่าตอนจบมันจะเป็แบบไหนฉันถึงอยากทำให้เขาประทับใจที่สุดไงล่ะ
“เป็อะไรเนี่ย ทำหน้าเครียดมาทั้งวันแล้วนะ” พี่มาร์คคนเดิมเพิ่มเติมคืออยู่ห้องเดินมานั่งลงข้างฉันแล้วถามขึ้น วันนี้พี่มันไม่ต้องเข้าผับเพราะทุกอย่างเข้าที่หมดแล้ว รอฤกษ์เปิดอย่างเดียว แต่อย่าเพิ่งดีใจเพราะหลังจากเปิดผับพี่มันได้หัวหมุนกว่านี้แน่ ่นี้เลยหาเวลามาอยู่กับฉันนี่ไง
“พี่มาร์ค มุกยืมเงินสักหมื่นนึงสิ” ไหนๆ ก็ไหนละ ยืมพี่มันเนี่ยแหละเพราะฉันจนปัญญาแล้วจริงๆ
“จะบ้าเหรอม่าน เอาเงินไปทำอะไรเยอะแยะ” พี่มาร์คโพล่งออกมาอย่างใ อยู่ๆ มายืมเงินเป็หมื่นไม่ใสิแปลก ปกติฉันก็ใช้เงินที่แม่ส่งมาให้ไม่เคยขอเงินพี่มันหรอก
“เอาไปซื้อของขวัญให้พี่ธาม”
“วันเกิด?”
“อื้อ ใช่”
“จะซื้อนาฬิกา?”
“อ้าว รู้ได้ไงอ่า” ทำไมถึงรู้ว่าฉันจะซื้อนาฬิกาให้พี่ธาม ฉันไม่เคยบอกพี่มันเลยนะ
“มีไม่กี่อย่างหรอกที่ไอ้ธามมันชอบ”
นั่นน่ะสิ คงจะรู้กันหมดว่าพี่ธามชอบนาฬิกา แต่ใครจะไปรู้ว่าจะสะสมของแพงขนาดนี้ สำหรับพี่ธามมันอาจจะไม่แพงแต่สำหรับฉันคือไม่มีปัญญาซื้อไง ของตัวเองที่ใส่อยู่หลักพันยังไม่มีปัญญาซื้อจนพี่มาร์คต้องซื้อให้เลย
“แต่เงินมุกไม่ถึงอ่ะ”
“ไม่เห็นจะต้องให้ของแพงขนาดนั้นเลยม่าน มันเกินกำลังตัวเองไปหรือเปล่า พี่ว่าของมันจะมีค่าไม่ได้อยู่ที่ราคาเลยนะ มันอยู่ที่เราตั้งใจให้หรือเปล่าเท่านั้นเอง”
จุกเลยสิ พูดอะไรไม่ออกเลย ที่พี่มาร์คพูดมามันถูกทุกอย่างเลย ไม่จำเป็จะต้องให้ของแพงก็ได้ถ้าเราให้มันด้วยใจ แต่ไม่รู้สิ นอกจากนาฬิกาฉันก็ไม่รู้จะให้อะไรแล้วจริงๆ
“อึ้งไปเลยดิ พี่พูดดีใช่ป่ะล่ะ แม่งเอ๊ย! โคตรหล่อเลย” พี่มันตบขาตัวเองฉาดใหญ่อย่างชอบใจ ดีไม่ตลอดรอดฝั่งหรอกอวยเข้าตัวเองตลอด ฉันไม่น่าเคลิ้มตามเลย
“เบื่อพี่”
“อย่าเพิ่งเบื่อ เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันเนี่ย”
“แล้วพี่จะเริ่มเปิดผับวันไหน”
“อีกไม่นานหรอก ขอพักก่อน”
“เหนื่อยแย่เลยดิ” หน้าตาดูก็รู้ว่าอดหลับอดนอนขนาดไหน เพราะฉะนั้นฉันจะไม่หาเื่อะไรมาให้พี่มันคิดมากอีก เื่ของขวัญวันเกิดฉันจะจัดการเอง
“อืออ ตอนแรกก็เหนื่อยแต่พอกับมาเจอม่านแล้ว...”
“หายเหนื่อยเลยใช่ไหมล่ะ”
“เหนื่อยกว่าเดิมอีก!”
“พี่เวรรร”
เราสองคนหัวเราะออกมาพร้อมกันทั้งที่เพิ่งจะด่ากันอยู่หยกๆ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มานั่งคุยกันแบบนี้ หัวเราะด้วยกันแบบนี้ พี่มาร์คไม่อยู่ฉันก็เหงาเหมือนกันนะ แต่ดีหน่อยที่มีทาบิคอยเล่นด้วย พูดถึงทาบิน้องอ้วนกว่าตอนที่เอามามากเลย เป็เพราะพี่ธามน่ะสิชอบตามใจร้องนิดร้องหน่อยก็เอานมมาเทไม่เคยให้เป็เวลาจนทาบิเคยตัวแล้ว เดี๋ยวนี้ติดพี่ธามไม่สนใจฉันไปแล้ว น่าหมั่นไส้ สักวันฉันจะเอาไปปล่อย คอยดูเถอะ
“ม่าน”
“หืมม” พี่มาร์คหยุดหัวเราะแล้วเรียกฉันด้วยน้ำเสียงที่จริงจังไม่ต่างจากสายตาที่กำลังมองมาที่ฉันทำเอาฉันเปลี่ยนอารมณ์ตามไม่ทันเลย
“อย่าทำอะไรที่มันเกินตัวรู้ไหม ทำเท่าที่ตัวเราไหว อย่าลดค่าตัวเองเพราะคนอื่น” พี่มาร์คพูดเหมือนกับรู้ว่าฉันจะทำอะไรอย่างนั้นแหละ แต่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนี่นา
“อยู่ๆ มาพูดอะไรแบบนี้เนี่ย”
“ก็แค่บอกไว้เฉยๆ เวลาม่านคิดจะทำอะไรจะได้นึกถึงประโยคที่พี่พูดไง”
“มุกจะทำอะไรเล่า พี่ก็พูดไปเรื่อย”
“อย่าทำให้พี่ผิดหวัง พี่ขอแค่นั้น”
ฉันแยกกับพี่มาร์คที่ขอตัวไปนอนหลังจากกินข้าวเสร็จแล้วก็ไปเล่นกับทาบิก่อนจะมาอาบน้ำแล้วเอาโน้ตบุคมาเปิดอีกรอบ เข้าไปดูในประวัติการค้นหาแล้วเข้าไปในหน้าเว็บที่ฉันเข้าไว้ก่อนจะปิดไป
เอาไงดี
คำนี้วนเวียนอยู่ในหัวฉันอย่างสับสน มันเป็ประกาศหางานที่ได้ค่าตอบแทนสูงจนทำให้ฉันคิดมากอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่ว่าฉันทำไม่ได้นะแต่ถ้าพี่มาร์ครู้ฉันต้องตายแน่ๆ เลย ยิ่งวันนี้มาพูดอะไรแปลกๆ ด้วย แต่อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดพี่ธามแล้ว ฉันเองก็ไม่มีทางเลือกมากนัก
“ขอโทษนะพี่มาร์ค” ฉันตัดสินใจกรอกใบสมัครออนไลน์ไปด้วยความหวั่นใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
เอาน่า ฉันอาจจะไม่ได้ถูกเลือกก็ได้ ถ้าแบบนั้นค่อยว่ากันอีกทีแต่ถ้าได้สาบานเลยว่าจะไม่ให้ใครรู้ โดยเฉพาะพี่มาร์ค
หลังวันที่สมัครไปฉันก็ได้รับการติดต่อกลับมาในวันรุ่งขึ้นเรียกฉันไปดูตัว และแน่นอนคือฉันถูกเลือกและวันนี้เป็วันที่ฉันต้องมาทำงานนี้ ซึ่งทั้งหมดนี่ไม่มีใครรู้เพราะฉันไม่ได้บอกใครเลยสักคน ดีหน่อยที่วันนี้พี่มาร์คไปผับเลยไม่ต้องหาเื่โกหกเพื่อที่จะออกมาอีก แล้วไม่ใช่แค่พี่มาร์คไงรวมไปถึงพี่ธามด้วย ที่เวลาไปไหนต้องรายงานตลอดวันนี้ฉันเลยตัดปัญหาโดยการไม่ไปเล่นกับทาบิเพราะี้เีหาข้ออ้างตอนจะออกมา
“มุกพี่เอาชุดมาให้”
พี่โรสคนที่เลือกฉันมาทำงานนี้เข้ามาในห้องที่ฉันรออยู่โดยที่มือถือถุงกระดาษที่มีชุดที่ฉันจะต้องใส่ในวันนี้ด้วย
“ขอบคุณค่ะ” ฉันยกมือไหว้อย่างมีมารยาท
“ยังมีเวลาอีกสองชั่วโมงเปลี่ยนชุดเสร็จเดี๋ยวพี่แต่งหน้าให้” พี่โรสบอกพร้อมกับยิ้มให้ฉันหายประหม่า ยอมรับเลยว่าถ้าไม่ได้พี่โรสฉันคงทำอะไรไม่ถูก เธอดีกับฉันมากั้แ่วันแรกที่มาที่นี่รวมถึงวันที่มาซ้อมบ่อยๆ ด้วย
“มุกตื่นเต้นจังเลยค่ะ กลัวทำได้ไม่ดี” ฉันยอมรับตรงๆ เลยว่ากลัวมาก กลัวไปหมด
“ไม่ต้องกลัวน่า แปบเดียวก็เสร็จแล้ว อยากได้เงินไปซื้อของให้แฟนไม่ใช่หรือไง”
“ไม่ใช่แฟนสักหน่อย”
ตอนที่มาดูตัวโดนถามว่าอยากได้เงินไปทำอะไรและด้วยความที่ซื่อหรือโง่ไม่รู้เลยตอบออกไปว่าจะเอาไปซื้อของขวัญวันเกิดให้กับคนที่ชอบ หลังจากนั้นพี่โรสก็ล้อฉันมาตลอดเลย ถึงแม้จะเพิ่งรู้จักกันแต่ฉันกับพี่โรสก็สนิทกันระดับนึงเลยนะเพราะเธอบอกว่าเอ็นดูฉันเหมือนเห็นตัวเองตอนสาวๆ ทั้งที่ตอนนี้ตัวเองก็ยังไม่สามสิบด้วยซ้ำพูดเหมือนแก่ไปได้
“โอเคๆ ไปเปลี่ยนชุดก่อนไปเดี๋ยวพี่รอดู”
“แล้วพี่ไม่ไปดูคนอื่นเหรอ” งานนี้ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวไง แต่ที่ฉันมาอยู่คนเดียวเพราะพี่โรสบอกว่าอีกห้องนึงเต็ม แต่ฉันว่าแบบนี้ก็ดีนะเพราะในห้องนั้นมีแต่เด็กเก่ามีแต่ฉันคนเดียวที่เพิ่งมาทำงานนี้
“ไม่ล่ะพี่อยากอยู่กับมุกมากกว่า”
“งั้นมุกไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ”
เมื่อพี่โรสพยักหน้ารับฉันก็ถือถุงกระดาษเข้ามาให้ห้องเปลี่ยนชุด ทำการถอดชุดเดิมของตัวเองออกแล้วเอาชุดที่พี่โรสให้ออกมาดู แค่เห็นว่ามันเป็ยังไงเท่านั้นแหละฉันก็แทบจะปาทิ้งเลย ไม่ต้องใส่ก็รู้สึกหวิวแล้วอ่ะ ชุดอะไรของพี่โรสนี่ย ฉันไม่เคยใส่เสื้อผ้าที่มันน้อยชิ้นขนาดนี้มาก่อนเลยนะ
“พี่โรส พี่ให้ชุดมาผิดหรือเปล่าเนี่ย” ฉันะโถามพี่โรสที่อยู่ข้างนอก
“ไม่ผิดหรอกน่า เป็พริตตี้นะมุก ไม่ได้ไปขายผัก”
ฟังไม่ผิดหรอก งานที่ฉันมาทำคือการเป็พริตตี้ล้างรถ ไม่ใช่ยืนเฉยๆ แต่ฉันต้องล้างรถด้วย ฉันไม่ได้คิดว่ามันจะยากอะไรจนมาเห็นชุดนั่นแหละ เกาะอกสีขาวกับกระโปรงยีนส์สั้นเลยเข่า แต่ไม่อยากคิดสภาพถ้าพี่มาร์คมาเจอเลย ไม่ๆ ๆ ฉันจะไม่คิดถึงใครทั้งนั้นเวลานี้ เคยได้ยินไหมเข้าป่าอย่าพูดถึงเสือ สถานการณ์นี้ฉันจะไม่พูดถึงพี่มันเด็ดขาด อยู่ๆ มาเจอจะทำยังไง
ฉันกัดปากพลางมองชุดอีกครั้งอย่างลำบากใจก่อนจะหยิบมันมาใส่ มาขนาดนี้แล้วคงกลับลำไม่ได้แล้ว ถ้าฉันไม่ทำก็ต้องวุ่นวายพี่โรสอีก ให้หาคนตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วอีกอย่างอาทิตย์หน้าก็เป็วันเกิดพี่ธามแล้วฉันจะมาอิดออดไม่ได้ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจก่อนจะออกมาข้างนอกที่พี่โรสนั่งรออยู่
“ว้าว พี่เลือกคนไม่ผิดจริงๆ ด้วย” พี่หวานมองมาที่ฉันด้วยสายตาลุกวาวจนฉันเริ่มเขินแล้ว ขนาดพี่โรสเป็ผู้หญิงฉันยังทำตัวไม่ถูกเลยไม่ต้องคิดว่าอยู่ท่ามกลางสายตาผู้ชายจะเป็ยังไง
“มันไม่ได้โป๊ไปใช่ไหมคะ” ฉันกำลังไม่มั่นใจสุดๆ เลย มันรู้สึกหวิวๆ แปลกๆ อ่ะ
“ไม่เลยจ้ะ มาเดี๋ยวพี่แต่งหน้าให้”
ฉันปล่อยให้พี่โรสจัดการกับใบหน้าของและผมของตัวเองจนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงกว่าจะเสร็จ ฉันมองตัวเองในกระจกก็ได้แต่เบิกตากว้างด้วยความใ ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนฉันเกือบจะจำตัวเองไม่ได้ ริมฝีปากถูกฉาบด้วยลิปสติกสีแดงสดอย่างที่ฉันไม่เคยทามาก่อน ไหนจะผมที่ถูกรวบขึ้นไปเป็ก้อนอยู่กลางหัวยิ่งทำให้ฉันเย็นะเืแถวต้นคอไปอีก ปกติก็แต่งหน้าใสๆ พอมาแต่งแบบนี้ก็ดูสวยไปอีกแบบเหมือนกัน
“อึ้งความสวยตัวเองล่ะสิ พี่เนี่ยตาถึงสุดๆ” พี่โรสปรบมือให้กับตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ ดูเธออารมณ์ดีซึ่งแตกต่างกับฉันในตอนนี้มาก
กลัวอ่ะ กลัวทุกอย่างเลยถึงชุดที่พี่โรสเอามาให้เวลาฉันใส่มันไม่ได้ดูโป๊อะไรมากเพราะว่าฉันหน้าอกเล็กก็เถอะ แต่มันก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี กลัวทำไม่ได้กลัวทำให้พี่โรสเสียหน้าและที่กลัวที่สุดคือกลัวเจอคนรู้จักเนี่ยแหละ พี่มาร์คคงไม่ได้มางานอะไรแบบนี้อยู่แล้วแต่กลัวว่าเื่จะไปถึงหูพี่มันจากคนอื่นไง กลัวพี่มาร์คผิดหวัง
“อย่าทำหน้าแบบนั้นเราทำงานสุจริตนะมุก พริตตี้ไม่ใช่งานผิดกฎหมายถึงหลายคนอาจจะมองว่ามันไม่ดีแต่เรารู้อยู่แก่ใจว่าเราทำอะไรอยู่”
นั่นน่ะสิ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย มั่นใจหน่อยสิม่านมุก
“มุกต้องทำได้ค่ะ”
“ต้องแบบนี้สิ พร้อมแล้วใช่ไหมจะได้ไปแสตนบาย อีกสิบนาทีก็จะได้เวลาแล้ว”
ฉันพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะเดินตามพี่หวานออกไป อีกไม่นานมันก็จะจบแล้วแค่ทำตามที่ซ้อมไว้ก็พอ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
เชี่ย!!!
คนเยอะอะไรขนาดนี้เนี่ย เพิ่งจะสร้างความมั่นใจได้ไม่ถึงสิบนาทีเลยนะตอนนี้ติดลบไปแล้ว ฮืออออ ใจร่วงไปอยู่ตาตุ่มแล้วเนี่ย ขาก้าวไม่ออกแถมยังสั่นอีกด้วย
“พะ พี่โรส ทำไม คนเยอะแบบนี้” ฉันพูดตะกุกตะกักเพราะเสียงมันสั่นจนฟังแทบจะไม่รู้เื่ จะให้ฉันไปยืนล้างรถท่ามกลางสายตาและกล้องมากมายแบบนี้จะไหวได้ไง แค่คิดก็จะเป็ลมแล้ว
“ตั้งสติก่อนมุก มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น พี่ขอแค่มุกทำเต็มที่ก็พอ จำไว้ว่าพวกเขาทำได้แค่มอง” พี่โรสจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันไว้เพื่อดึงสติที่เตลิดไปให้กลับและมองมาที่ฉันอย่างให้กำลังใจ
“ถึงเวลาที่ทุกคนจะได้ดูโชว์สุดพิเศษจากทางโชว์รูมของเราแล้วนะคะ วันนี้เราพาพริตตี้หน้าใหม่ที่สุดแสนจะน่ารักมาเจอทุกคนค่ะ อดใจรอไม่ไหวแล้วใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นไปเจอกับเธอเลยค่า”
สิ้นสุดเสียงเอ็มซีก็ถึงเวลาที่ฉันจะต้องออกไป พี่โรสดึงฉันเข้าไปกอดก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ฉันมีกำลังฮึกเหิมอีกครั้ง
“พี่เชื่อในตัวเรานะ”
ฉันจะไม่ทำให้พี่โรสคิดผิดที่เลือกฉันมา ถ้าไม่ใช่พี่โรสก็คงไม่มีใครเลือกคนที่ไม่มีประสบการณ์มาทำโชว์พิเศษที่หลายคนอยากทำเพราะได้เงินเยอะแบบนี้หรอก และฉันรู้ว่าคนอื่นที่มาเป็พริตตี้ในงานวันนี้ไม่ชอบที่อยู่ๆ ฉันก็ได้มาทำโชว์นี้ทั้งที่เพิ่งมาใหม่ไม่อย่างนั้นฉันไม่ได้มาอยู่ในห้องแยกกับคนอื่นหรอก ที่รู้ก็เพราะแอบได้ยินพี่โรสคุยกับพี่อีกคนเฉพาะนั้นฉันจะไม่ทำให้พี่โรสผิดหวังเด็ดขาด
“มุกจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”
ฉันเดินขึ้นไปบนฟลอร์ที่มีรถหรูที่เป็จุดขายของงานนี้จอดอยู่แล้วโพสท่าตามที่พี่โรสสอนมาก่อนจะหยิบฟองน้ำขึ้นมาโดยไม่ลืมสาดน้ำไปที่ตัวรถตามด้วยการเอาน้ำมาราดตัวเองจนเปียกปอนไปหมด ได้ยินเสียงคนโห่ร้องอย่างชอบใจนั่นทำให้ฉันมีความมั่นใจมากขึ้น ฉันวาดลวดลายไปตามเพลงที่เปิดขึ้นมาโดยที่ตอนนี้แทบจะไม่มีความอายอะไรทั้งสิ้น
เกาะอกที่ฉันใส่ไม่ได้บางจนเห็นข้างในเวลาถูกน้ำดังนั้นมันจึงไม่ได้ดูโป๊เปลือยอะไร พี่โรสบอกฉันั้แ่แรกแล้วว่าอยากให้ฉันโชว์ความน่ารักมากกว่าเซ็กซี่เพราะฉันเหมาะกับแบบนี้มากกว่า จะบอกว่าไงดีเรียกว่าน่ารักแต่ก็ยังติดเซ็กซี่หน่อยๆ ก็ได้ ซึ่งพี่โรสบอกว่าอยากลองทำอะไรใหม่ๆ บ้างเพราะส่วนมากก็จะเน้นโชว์เนื้อหนังกันเยอะแล้ว
“แม่งโคตรน่ารักเลยว่ะ”
“ขาวมากกก”
ฉันโปรยยิ้มไปทั่วเมื่อได้รับเสียงชม แต่เพียงไม่นานรอยยิ้มของก็ค่อยๆ หุบลงเมื่อสายตาไปปะทะกับใครบางคนที่ยืนมองฉันอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังดูฉันอยู่ตอนนี้ คนที่ดึงดูดสายตาฉันแต่เพียงผู้เดียว
พี่ธาม
มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
ฉันรีบมองรอบๆ ตัวพี่ธามว่ามีใครมาบ้างแต่ก็พบว่ามีพี่คิมคนเดียว ฉันกลัว กลัวว่าพี่มาร์คจะมาด้วย กลัวว่าพี่มันจะมาเห็นฉันในสภาพนี้ แค่สายตาผิดหวังจากพี่ธามก็ทำให้ฉันรู้สึกแย่มากพอแล้ว
ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดอื่นออกไปก่อนจะกลับสนใจงานที่ตัวเองกำลังทำอยู่ พยายามดึงสติตัวเองให้กลับมาอีกครั้ง อีกไม่นานมันก็จะจบแล้ว
แปะๆ ๆ
“จบไปแล้วนะคะกับการโชว์ล้างรถที่สุดแสนจะน่ารัก ตอนนี้......”
มันจบแล้ว
ฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นรัวเร็วด้วยความรู้สึกต่างๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาปนเปกันไปหมด ฉันเดินลงจากฟลอร์อย่างรีบร้อนเพราะอยากจะไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อยากที่ภาพที่ฉันเห็นเป็เพียงภาพลวงตาที่ฉันคิดไปเอง พี่ธามไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาไม่น่าจะมาในที่แบบนี้หรอก ฉันก็แค่ตาฝาดไป
“ว้ายย!”
“มานี่”
ฉันร้องออกมาอย่างใที่อยู่ๆ คนที่ฉันคิดว่าตัวเองตาฝาดมาลากฉันที่กำลังจะไปเดินหาพี่โรสที่ยืนรออยู่อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ฉันกำลังจะโวยวายแต่พอเห็นสายตาที่ตวัดมองกลับมานั่นทำให้ฉันปิดปากเงียบทันที พี่ธามพาฉันออกมาทางด้านหลังที่เป็ทางเชื่อมไปลานจอดรถจึงทำให้ไม่มีใครสังเกตนอกจากพี่โรสที่เห็นว่าฉันถูกลากออกมาต่อหน้าต่อตา ซึ่งเธอเองก็เหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ดีเลยไม่ตามออกมา
“ทำบ้าอะไรของเธอวะ!” พี่ธามตะคอกใส่ฉันทันทีที่ผลักฉันใส่ผนังด้านหลังอาคารอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่กล้าร้องออกมา
“มะ มันคืองาน” ฉันก้มหน้าไม่กล้าสบตากับพี่ธามเพราะกลัว พี่ธามในตอนนี้ดูโกรธจนแทบจะทำลายทุกอย่างได้อยู่แล้ว ทำไมต้องรู้สึกผิดทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย
ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเปล่าที่เห็นพี่ธามหัวร้อนขนาดนี้เพราะตัวเอง จะผิดหรือเปล่าถ้าฉันจะคิดว่าที่พี่ธามเป็แบบนี้เพราะหวงกัน
“บอกไอ้มาร์คหรือเปล่าว่ามาทำงานแบบนี้”
ฉันส่ายหัวแทนคำตอบ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าพี่มาร์ครู้แล้วจะเป็ยังไง จะน่ากลัวกว่าพี่ธามในตอนนี้หรือเปล่า
“เหอะ จะทำอะไรถ้าไม่อายก็น่าจะนึกถึงหน้าพี่ชายตัวเองบ้างนะ มันจะรู้สึกยังไงถ้ามาเห็นน้องสาวตัวเองมาเต้นยั่วผู้ชายด้วยเศษผ้าแบบนี้”
ฉันเงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไร คำพูดลอยๆ ในวันนั้นของพี่มาร์คลอยเข้ามาในหัวอีกครั้งทั้งที่เกือบจะลืมไปแล้ว
‘อย่าทำอะไรที่มันเกินตัวรู้ไหม ทำเท่าที่ตัวเราไหว อย่าลดค่าตัวเองเพราะคนอื่น’
ไม่รู้ว่าทำไมพี่มาร์คถึงได้พูดอะไรแบบนี้ออกมาแต่ยิ่งคิดมันยิ่งตอกย้ำตัวเองว่ากำลังจะทำให้พี่มาร์คผิดหวัง
“มันให้เงินไม่พอหรือไงถึงต้องมาหาเงินด้วยวิธีแบบนี้น่ะ”
“หนูจำเป็” ถ้าไม่จำเป็ฉันก็คงไม่มาทำแบบนี้หรอก
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาฉันก็คงไม่มาอยู่ในสภาพนี้
“ชอบหรือไง แต่งตัวแบบนี้ไปเต้นยั่วอยู่บนนั้นน่ะ”
ไม่ต้องมาเห็นสายตาน่าสมเพชเวลาที่มองฉันตั้งหัวจรดเท้าแบบนี้
“ชอบให้พวกมันมองด้วยสายตาแทะโลมแบบนั้นหรือไง!”
“เจ็บ” ฉันจับมือของที่ธามที่กำลังบีบไหล่ทั้งสองข้างของฉันไว้ให้ปล่อย มันเจ็บเหมือนกระดูกจะร้าวเลย
“ถ้าอยากได้เงินทำไมไม่ลองบอกฉันล่ะ บางทีฉันอาจจะให้มากกว่างานบ้าๆ นี่ที่เธอทำก็ได้” ฉันเงยหน้ามองพี่ธามอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ไม่ต้องไปเต้นยั่วยวนท่ามกลางผู้ชายนับร้อยแบบนั้น แต่ทำให้ฉันดูคนเดียวก็พอ ลองดูไหมล่ะ”
“พี่กำลังดูถูกหนู”
ฉันเกลียดสายตาที่กำลังโลมเลียร่างกายฉันอยู่ตอนนี้ ฉันรู้ว่าสิ่งที่ทำไปมันอาจจะดูไม่ดีนักในสายตาคนอื่น แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้กับฉัน ทำราวกับฉันเป็ผู้หญิงไร้ศักดิ์ศรีขนาดนี้
“ดูถูกเหรอ นี่ถ้าฉันไม่ลากออกมาก่อนตอนนี้ก็คงจะไปนอกรอบแล้วหรือเปล่า แต่มากับฉันแทนก็ได้นะ เธอก็ชอบฉันอยู่แล้วนี่ ส่วนเื่เงินฉันก็จ่ายหนักเหมือนกัน มีแต่ได้กับได้”
ฉันยกมือขึ้นมาเตรียมจะฟาดใส่หน้าของพี่ธามสักครั้งเผื่อจะเลิกพูดจาดูถูกกันสักที แต่พอเอาเข้าจริงๆ ฉันก็ทำไม่ลง ฉันค่อยๆ ลดมือลงแล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาแทน ดูสิ ขนาดเขาพูดจาทำร้ายจิตใจขนาดนี้ฉันยังกลัวเขาเจ็บเลย
น่าสมเพชเนอะ
“พี่อาจจะมองว่าหนูเข้าหาผู้ชายก่อน ใช่ หนูเคยเป็แบบนั้น เพราะหนูชอบพี่จนถึงตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ เพราะไม่อยากให้พี่เป็ของใครหนูถึงได้ยอมเป็ผู้หญิงน่าไม่อายที่เอาแต่วิ่งตามพี่มาตลอด หนูไม่สนว่าใครจะมองหนูไม่ดีหรือพี่จะพูดจาดูถูกหนูยังไงก็ได้ แต่ขอร้อง...”
“....”
“อย่าดูถูกความรักที่หนูมีให้พี่ได้ไหม”
ที่ฉันมาทำงานนี้ก็เพื่อจะเอาเงินไปซื้อของขวัญวันเกิดให้เขา ฉันแค่อยากทำให้เขาประทับใจแล้วทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย ที่ฉันทำไปมันไม่เคยดีสักอย่างเลยเหรอ ทำไมต้องมารู้สึกผิดและรู้สึกแย่ขนาดนี้ด้วย ถ้าเป็คนอื่นว่าฉันจะไม่สนใจสักนิดเลยแต่กับคนที่เราแคร์มันเ็ปจริงๆ นะ
ฉันชอบพี่ธามด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์มาตลอด ไม่เคย้าอะไรจากเขานอกจากเศษเสี้ยวของความรู้สึกดีๆ ไม่ได้้าร่างกายหรือว่าเงินทอง แต่ทำไมต้องเหยียบย่ำความรู้สึกของฉันขนาดนี้ด้วย
-TBC-