หลังจากที่ลูคัสรักษาร่างกายหายดีแล้ว ก็เตรียมตัวเดินทางกลับหมู่บ้านเพื่อที่จะตามหาอัลเลน ก่อนที่จะออกเดินทางเขาก็ไม่ลืมที่จะตรวจสอบข้าวของจำเป็ใส่ในห่อผ้าของสีเทาดูเก่า
“ปลาตากแห้ง ผลไม้ มีดหิน เท่านี้ก็ครบแล้ว”
ลูคัสมีแผนจะเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้ หลังจากเก็บของเสร็จแล้วก็ได้นั่งพักลงบริเวณมุมหนึ่งของถ้ำ ไม่นานก็เผลอหลับไปเนื่องจากอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน
เช้าวันถัดมาลูคัสได้ลืมตาขึ้นรับแสงแรกของวัน เขาเดินมาถึงลำธารจึงรีบล้างหน้าล้างตา เสร็จแล้วก็เดินกลับที่พักจัดการทำอาหารเช้าเตรียมพร้อมกับหารเดินทาง เมนูคือปลาย่าง หลังจากกินเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบห่อผ้าด้านในที่พักเดินออกมาด้านนอก เขาหันไปมองรอบๆ อีกครั้ง ไม่นานลูคัสก็หันหลังให้กับที่พักและออกเดินทวนลำธารขึ้นไป
เขาเดินตามริมลำธารไปเรื่อยๆ ที่ลูคัสต้องเดินทางทวนลำธารขึ้นไป ก็เพราะว่าทั้งตัวลูคัสและอัลเลนได้ตกลำธารจากหุบเหวน้ำตกที่อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้านของเขา ลูคัสมีความคิดว่า
“ยังไงก็ต้องกลับหมู่บ้านก่อน ไม่แน่อัลเลนก็อาจอยู่ที่หมู่บ้านแล้ว”
แต่ลูคัสหารู้ไม่ว่าลำธารที่ตนเองถูกพัดตามกระแสน้ำมา ได้มีทางแยกของแม่น้ำออกไปหลายสายหลายทาง ซึ่งจริงๆ แล้วลูคัสไม่สามารถใช้ตรรกะเดินทวนลำธารกลับหมู่บ้านได้ หมายความว่าตอนนี้ลูคัสได้หลงทางเข้าแล้ว
ระหว่างที่ลูคัสเดินทางมาผ่านมา2วัน ั้แ่่บ่ายเมื่อวานจนถึงตอนนี้เขารู้สึกเหมือนมีใครกำลังแอบมองเขาอยู่ พอหันหลังกลับและมองไปรอบๆ ก็ไม่เจออะไร คิดว่าเหนื่อยจากการเดินทางคงคิดมากไปเอง
ในอีกมุมหนึ่งในพุ่มไม้ห่างจากลูคัสไม่ไกลนัก มีชายคนหนึ่งกำลังหลบในพุ่มไม้สายตากำลังจ้องไปที่ลูคัสอย่างไม่ละสายตา ชายปริศนาได้ติดตามลูคัสต่อไปอย่างระมัดระวัง
เข้าวันที่3ที่ลูคัสออกเดินทาง เขาได้หยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ความสูงประมาณ2เมตร ขนาดลำต้นมีขนาดใหญ่กว่าแขนของลูคัสนิดหน่อย บริเวณส่วนปลายได้ขาดออกจากลำต้น ตรงจุดที่ขาดปรากฏรอยเหมือนรอยเล็บของสัตว์ใหญ่
ลูคัสค่อยๆ ยกมือซ้ายขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้ๆต้นไม้ มือของเขาแนบแปะกับลำต้นตรงที่หัก เบื้องลึกในใจลูคัสตอนนี้เป็ความรู้สึกที่ไม่อยากให้ต้นไม้ต้นนี้เป็แบบนี้ เขาอยากให้ต้นไม้กลับมาเป็ปกติที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
ในตอนนั้นเองตรงฝ่ามือของลูคัสก็มีแสงสีเขียวอ่อนๆสว่างขึ้น ตรงบริเวณลำต้นที่หักก็ได้มียอดอ่อนแทงทะลุออกมา ยอดอ่อนค่อยๆ เติบโตๆ จากยอดอ่อนกลายเป็ลำต้นที่แข็งแรง ตอนนี้ต้นไม้นั้นกลับมาสู่สภาพเดิมแล้ว แต่มันไม่หยุดแค่นั้น ขนาดของต้นไม้ก็ค่อยๆ ขยายๆ ขึ้นจนมีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง3เท่า ลูคัสใและประหลาดใจอย่างมาก รีบถอยออกห่างจากตรงนั้นทันที
ที่ลูคัสในั้นไม่แปลกเลย เพราะตอนที่ลูคัสอาศัยอยู่ในถ้ำร้างในป่าลึก ตัวลูคัสได้ใช้ชีวิตประจำวันปกติทุกอย่าง ทำให้ลูคัสไม่ทราบเื่ราวที่เกิดขึ้นกับโลกภายนอก ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่ลูคัสเห็นอะไรน่าเหลือเชื่อแบบนี้ หลังจากที่ลูคัสตั้งสติได้ ก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง
“เป็ความสามารถที่ดี แต่น่าเสียดายที่มันคงช่วยอะไรนายไม่ค่อยได้มากในโลกตอนนี้”
ลูคัสรีบหันกลับไปด้านหลังตามเสียง พบชายหนุ่มรูปร่างกำยำหน้าตาดุดัน ในตาสีแดงฉานที่เป็เอกลักษณ์และมีกล้ามเนื้อเป็มัดๆ ชายคนนั้นมีความสูงประมาณ2เมตร ดูคล้ายกับหมีตัวใหญ่
“ฉันบิลลี่ นายชื่ออะไรล่ะ”
“ผมลูคัส”
“ที่คุณพูดหมายความว่ายังไงหรอ”
“นี่นายไปอยู่ที่ไหนมา ไม่รู้จริงๆ ใช่ไหมว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
ลูคัสเกิดความงุนงงและไม่เข้าใจเลยสักนิด บิลลี่เห็นลูคัสทำหน้างงๆ เขาจึงอธิบายต่อ
“ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ั้แ่วันที่อุกกาบาตตกลงมา แสงที่ออกมาจากอุกกาบาตทำให้เราเปลี่ยนไป ไม่สิ มันเปลี่ยนโลกเลยละ มันทำให้สิ่งมีชีวิตเกิดการกลายพันธุ์ นี่ก็ผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้ว นายไปอยู่ที่ไหนมา ถึงไม่รู้เื่อะไรเลย”
ลูคัสได้ยินสิ่งที่บิลลี่บอกก็นิ่งไปพร้อมกับย้อนความคิดกลับไป เขาค่อยๆ คิดตามในหัวปะติดปะต่อเื่ราวต่างๆ เข้าด้วยกัน ชั่วครู่หนึ่งลูคัสก็คิดไปถึงเหตุการณ์หนึ่งที่ตัวเขาสงสัย เป็เื่ที่พวกพืชพรรณต้นไม้บริเวณรอบๆ ที่เขาเคยอาศัยอยู่เติบโตรวดเร็วกว่าปกติ ถึงตรงนี้ลูคัสเข้าใจในทันที
“แล้วคุณทำอะไรได้เหรอ”
บิลลี่ได้ยินที่ลูคัสถามก็ลังเลสักครู่หนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็ทำอะไรบางอย่าง กล้ามเนื้อที่ใหญ่โต เริ่มขยับไปขยับมาก่อนที่จะมัดกล้ามเนื้อจะหายไป ก็ปรากฏร่างของเด็กคนหนึ่งต่อหน้าลูคัส
เด็กคนนั้นก็คือบิลลี่นั่นเอง ตอนนี้บิลลี่มีความสูงเท่าๆ ลูคัส ทั้งที่ก่อนหน้านี้นั้นบิลลี่มีร่างกายใหญ่โตเป็อย่างมาก ลูคัสเห็นแบบนั้นก็แปลกใจ บิลลี่ก็รีบอธิบายต่อ
“ฉันสามารถควบคุมกล้ามเนื้อ สามารถเพิ่มหรือลดก็ได้ อีกอย่างนายก็ช่วยเรียกฉันว่าบิลหรือบิลลี่ก็ได้ ฉันอายุก็น่าจะเท่าๆ กับนายนั่นแหละ”
“อะ โอเค”
ทั้งสองก็ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น บิลลี่เห็นว่าลูคัสไม่ใช่พวกคนเลวจึงขอร่วมเดินทางไปด้วย มีเพื่อนอยู่ด้วยก็ดีกว่าเดินทางคนเดียว พวกเค้าเดินทางมาหยุดพักที่ถ้ำแห่งหนึ่ง เพราะเวลานี้ใกล้จะมืดเต็มที ลูคัสกับบิลลี่ก็ได้นั่งคุยกันในต่อในหลายๆ เื่
“บิล แล้วนายทำไมถึงอยู่คนเดียวล่ะ”
“จริงๆ แล้วในวันที่อุกกาบาตตก ก่อนหน้านี้หมู่บ้านของฉันก็อยู่กันปกติดี ก่อนเหตุการณ์อุกกาบาตตก ก็ได้มีกลุ่มโจรที่ชื่อว่ากลุ่มโจรหมาป่าสีเทาเข้ามาปล้นที่หมู่บ้านของเรา
ตอนนั้นครอบครัวของฉัน ทั้งพ่อและแม่ก็ได้ให้รีบหนีออกมาด้านหลังหมู่บ้าน แต่ระหว่างทางหนีก็เจอพวกมันเข้า พวกมันดักทางหนีเราไว้ทุกทาง พ่อกับแม่เสียสละตัวเองเพื่อยื้อพวกมันไว้ให้ฉันหนีออกมา
ในตอนที่ฉันกำลังวิ่งหนีอย่างหัวซุกหัวซน ก็ได้มีอุกกาบาตตกลงมาพอดี พื้นดินเกิดการสั่นะเือย่างแรง หลังจากนั้นก็ได้มีแสงสีแดงแผ่ออกมาจากอุกกาบาตไปทั่ว ทำให้สิ่งมีชีวิตเกิดการกลายพันธุ์
3วันผ่านไปตอนที่กำลังเดินทาง ฉันเจอกับสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง ทันทีที่มันเห็นฉันมันก็พุ่งเข้ามาทันที เวลานั้นคิดแค่จะหนีเ้านั่นอย่างเดียวทำให้ใช้พลังโดยไม่รู้ตัว
ตั้งสติได้ก็วิ่งหนีมันอย่างสุดชีวิตจนหนีพ้น ั้แ่นั้นก็เดินทางคนเดียวมาเรื่อยๆ ฉันก็หลบๆ ซ่อนๆ พวกกลายพันธุ์คนอื่นๆ ที่น่ากลัวและพวกสัตว์อสูรพวกนั้นไปด้วย จนถึงวันนี้ฉันก็ได้เจอกับนายนี่แหละ”
บิลลี่เล่าไปด้วยน้ำตา ลูคัสเห็นเช่นนั้นก็กล่าวปลอบกับบิลลี่ บิลลี่ก็ถามเกี่ยวกับลูคัสบ้าง
“แล้วนายล่ะ นายยังไม่ตอบเลยนะ ทำไมมาอยู่คนเดียวและทำไมไม่รู้เื่อะไรเลย”
ลูคัสก็ได้เล่าเื่ราวที่ผ่านมาให้กับบิลลี่ฟัง บิลลี่ก็เข้าใจลูคัสมากขึ้น เขาทั้งสองก็ได้เสียคนสำคัญไปเหมือนกัน พูดคุยกันจนถึงนามดึกสงัด ทั้งสองก็ได้แยกย้ายไปพักผ่อนกันคนละมุมของถ้ำ
เช้าวันใหม่ลูคัสและบิลลี่ก็ได้ตื่นขึ้น ทั้งสองได้ทำอาหารโดยวัตถุดิบของลูคัสที่ได้เตรียมมา บิลลี่กับลูคัสจัดการกับอาหารอย่างรวดเร็วด้วยความหิว เสร็จจากการกินอาหารเช้าทั้งสองคู่หู่ก็ได้เดินทางออกจากถ้ำ
ณ สถานที่แห่งนึง ซึ่งตั้งอยู่ในป่าลึก มีกลุ่มคนรวมตัวกันประมาณสิบกว่าคน กลุ่มคนนิรนามนี้คือกลุ่มโจรป่า นามว่ากลุ่มโจรอสูรโลหิต กลุ่มอสูรโลหิตมีผู้นำเป็ชายวัยกลางคน มีนามว่า ลัค มีรองหัวหน้าอีก1คน ชื่อว่าลูก้า และที่เหลือประมาณ10กว่าคนก็เป็สมาชิกของกลุ่ม
“ทุกคนมารวมตัวกันครบแล้วใช่ไหม” เป็เสียงของลูก้าเอ่ยขึ้น
“ครบแล้ว”
“ครบแล้วครับ”
“วันนี้ที่เรียกทุกคนมา หัวหน้ามีเื่จะประกาศให้ทุกคนฟัง จงตั้งใจฟังให้ดี”
“ท่านหัวหน้า ทุกคนพร้อมแล้วครับ”
ลัคชำเลืองมองเหล่าสมาชิกทุกคนก่อนที่จะเอ่ยขึ้น
“ทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้ว สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก เหล่าสัตว์อสูรก็แข็งแกร่งขึ้นเป็อย่างมาก ข้าเกรงว่าหากเรายังอยู่กันตรงนี้จะไม่ปลอดภัย ข้ากับลูก้าจึงปรึกษากันและได้ข้อสรุปคือ เราจะย้ายที่อยู่กันไปที่อื่นที่ปลอดภัยจากสัตว์อสูรมากกว่านี้ ข้าจะไม่บังคับพวกเ้าหรอกนะ หากใครอยากติดตามข้าต่อก็จงตามข้ามา หากใคร้าเดินทางในทางของตนเอง ข้าก็ขอให้โชคดี”
“หัวหน้าไปไหนเราขอไปด้วย เราขอติดตามท่านไปทุกที่”
“ข้าด้วยๆ”
“พวกเราก็เหมือนกัน”
เสียงของเหล่าสมาชิกดังขึ้นเป็เสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง ลัคและลูก้าก็หันมามองตากัน ก่อนที่ลุคจะกล่าวอีกครั้ง
“งั้นเป็อันตกลงตามนี้ คืนนี้พักผ่อนให้เพียงพอ พรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางกัน”