ตอนที่ 1 Rebirth
“ท่านแม่ทัพหวังซิน” เสียงของรองแม่ทัพเอ่ยขึ้นทำลายห้วงความคิดของคนที่กำลังพิจารณาบางสิ่งอย่างถี่ถ้วน
แม่ทัพใหญ่หรี่มองสิ่งที่ขยับเคลื่อนไหวบนพื้นดินแห้งกรังแต่เจิ่งนองไปด้วยหยาดน้ำสีแดงฉานเขาโยนตัวเองลงจากหลังม้าก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ห่อผ้าเล็กๆสีขาวในอ้อมกอดของร่างไร้ิญญาของหญิงสาวคนหนึ่ง ดวงตากลมโตสีดำจ้องมองเขาเสียงร้องไห้แปรเปลี่ยนเป็เสียงหัวเราะอันใสซื่อ
“สงสัยจะชอบเคราของข้า” แม่ทัพวัยกลางคนพูดกลั้วหัวเราะเขาก้มลงไปช้อนห่อผ้าซึ่งหุ้มร่างเล็กๆ ที่แค่วงแขนของเขาก็โอบรัดจนเกือบมิดเพียงแค่ออกแรงนิดหน่อยสิ่งมีชีวิตกระจ้อยร่อยนี้ก็สามารถแหลกคามือของเขาได้ทันที
“ถึงจะเป็ทารก แต่ก็เป็คนของแคว้นเว่ย”รองแม่ทัพผู้มีผมสีน้ำตาลใบหน้านิ่งราวรูปสลักหินเปรย
“คุคุเ้าคิดว่าเด็กคนนี้จะกลายเป็คนที่ยอดเยี่ยมในอนาคตหรือเปล่าถิงเซียว”
“หากได้รับการสั่งสอนจากท่านหวังซิน ข้าเชื่อว่าเด็กคนนี้จะต้องเก่งกาจเหมือนท่านแน่นอน”ราวกับอ่านความคิดของผู้เป็นายได้ ไม่ว่าหวังซินจะเลือกแบบไหนถิงเซียวก็จะเคารพการตัดสินใจของเขาเสมอ
“คุคุคุข้าหวังว่าเขาจะโตมาเป็เด็กหนุ่มที่แข็งแรง...ั้แ่นี้ต่อไปชื่อของเด็กคนนี้คือ…”
หลี่หวังซิน1 ใน 7 แม่ทัพของแคว้นซู ผู้ถูกเรียกว่าแม่ทัพประหลาดเขาชื่นชอบในความสันโดษและไม่สนใจใคร ั้แ่สิ้นองค์ฮ่องเต้ผู้ซึ่งเป็สหายเก่าเขาก็เอาตัวเองออกจากสนามรบและใช้ชีวิตอิสระในที่ดินกว้างใหญ่ของตนกับบรรดาลูกน้องคนสนิทแม้อ๋ององค์ปัจจุบันจะเป็บุตรชายของเพื่อนสนิทก็ตาม ภายหลังศึกครั้งล่าสุดเมื่อ 10 ปีก่อนชีวิตของเขาก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย…ั้แ่ที่เขาได้รับเลี้ยงเด็กกำพร้าคนหนึ่งจากหมู่บ้านที่โดนลูกหลงจากาซึ่งเขาเป็ผู้นำทัพแม้จะเป็หมู่บ้านของฝ่ายตรงข้ามก็ตามที…
แม่ทัพหวังซินไม่มีภรรยา…อันที่จริงเขาสูญเสียคนรักตอนที่เธอกำลังจะคลอดลูกคนแรกในขณะที่เขาอยู่ในสนามรบ ข่าวร้ายเื่การเสียชีวิตของเธอส่งมาถึงเพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะเข้าปะทะกับทัพหลักของฝ่ายศัตรู…กระนั้นหวังซินก็ไม่อาจแสดงความโศกเศร้าออกมาได้เขานำชัยชนะมาให้กับแคว้นซูด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงความปีติยินดีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถึงอย่างนั้น...ผู้คนต่างกระซิบนินทาว่าเขาเป็มนุษย์ประหลาดไร้ความรู้สึกเพราะตลอดเวลาในงานศพของภรรยาบนใบหน้าหยาบกร้านของเขาไม่มีแม้ซึ่งน้ำตาสักหยดร่วงหล่นลงมา ข่าวลือแปลกๆเกิดขึ้นว่าตัวเขาเองไม่เคยรักฮูหยินของตนเลยเธอเป็บุตรีของขุนนางระดับสูงที่ถูกประทานให้ตอนที่เขานำทัพและได้รับชัยชนะติดต่อกันทั้งคู่จึงไม่เคยมีความรักใคร่ให้แก่กันการตายของเธออาจจะเป็สิ่งที่เขาหวังเอาไว้...นั่นคือสิ่งที่ผู้คนโจษจันและหวังให้มันเป็ดั่งเื่ราวที่ถูกปรุงสรรปั้นแต่ง…ทว่าก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะพูดมันออกมาตามตรง ทำได้เพียงนินทาลับหลังกันอย่างสนุกปากแต่หวังซินไม่เคยคิดจะใส่ใจเื่ราวเ่าั้เขามีเื่อื่นให้ใส่ใจมากกว่าจะมาสนคำติฉินนินทาไร้สาระ
เพียงไม่นาน…เขาก็เป็ที่พูดถึงอีกครั้งข่าวการรับเด็กมาเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรมของเขาสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้คนไม่น้อยเด็กทารกไม่รู้ที่มาที่ไปถูกรับเลี้ยงโดยแม่ทัพใหญ่ผู้รักสันโดษไม่มีใครเคยเห็นเด็กคนนั้นนอกจากบรรดาทหารภายใต้สังกัดของเขา ข่าวลือมีเพียงแค่นางเป็เด็กผู้หญิงที่มีร่างกายอ่อนแอจนไม่อาจออกมาภายนอกได้ มีเพียงก็แต่ข่าวลือว่าเป็เด็กผู้หญิงหน้าตาอัปลักษณ์ขี้ริ้วขี้เหร่และมีผิวสีเข้มถึงอย่างนั้นแม่ทัพใหญ่ก็รักและหวงแหนเด็กน้อยมากทว่าความใคร่รู้ของมนุษย์นั้นน่ากลัว มีหลายคนพยายามจะสืบหาตัวตนของเด็กสาวแต่คนเ่าั้กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย…
“บางทีข้าก็คิดว่าท่านมีลูกชายมากกว่าลูกสาว”ถิงเซียวถอนหายใจเมื่อนึกไพล่ไปถึงบางเื่ซึ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยใจเป็เท่าตัว
“คุคุคุ ทั้งข้าและเ้าเองต่างก็ใกับความจริงหลังจากนั้นแต่นางก็เติบโตมาอย่างดีเหมือนที่ข้ากับเ้าหวังไว้”หวังซินทอดสายตามองร่างที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลด้วยความเอ็นดู เด็กสาวอายุ 10 ปี ในมือถือดาบยาวซึ่งวาดปลายลงพื้น เบื้องหน้ามีร่างของชายฉกรรจ์ 2คนหมอบราบอยู่
“หุหุ สมเป็บุตรีของท่านจริงๆ”ถิงเซียวหัวเราะโดยที่ดวงตายังนิ่งจนน่าขนลุก
เรือนผมยาวสีดำสลวยถูกมัดรวบเป็หางม้าดวงตาคมสีรัตติกาลดูลึกลับน่าค้นหา ริมฝีปากเรียวกระตุกยิ้มน้อยๆเมื่อมองผลงานของตน เธอสูงราวๆ 155 เิเและมีผิวสีน้ำผึ้งอ่อนนวลเนียนอันหาได้ยากบางครั้งหวังซินก็แอบคิดว่าบุตรสาวของตนอาจจะเป็คนที่มาจากแคว้นอันไกลโพ้นซึ่งข้ามพ้นทะเลอันสุดลูกหูลูกตา
หลี่อ้ายซิน…เด็กสาวผู้เป็ดั่งทองคำล้ำค่าของเขา
“ท่านพ่อ”เสียงใสของเธอเรียกเขาให้ตื่นจากภวังค์ความคิดก่อนที่ร่างเล็กกว่านั้นจะสืบเท้าเข้ามาใกล้“จริงหรือที่ท่านจะกลับสู่สมรภูมิอีกครั้ง”แววตาสีดำพราวระยับรอคำตอบ ชายวัยกลางคนพยักหน้าน้อยๆเรียกสายตาวาวโรจน์จากอีกฝ่ายได้ดีทีเดียว “ถ้าอย่างนั้นข้าเองก็จะมีโอกาสได้ร่วมรบกับท่านแล้วใช่มั้ย”เธอถามอย่างตื่นเต้น แทบจะเก็บอาการดีใจไม่อยู่
“คุคุคุ อันนั้นก็ไม่รู้สินะ ข้ายังไม่อยากจะเปิดเผยตัวเ้าสักเท่าไหร่”ผู้เป็พ่อลูบหัวลูกสาวเบาๆ อย่างเอ็นดูในความช่างเจรจาของเธอ “แต่คงอีกไม่นาน ท่านอ๋ององค์นี้น่าสนใจทีเดียว คุคุคุข้าอยากจะเห็นอนาคตของประเทศนี้ภายใต้การปกครองของเขาเสียแล้วสิ”
“แล้วท่านจะถูกเรียกตัวเมื่อไหร่หรือ” เด็กสาวมองด้วยความใคร่รู้ดวงตากลมโตของเธอไม่เคยเก็บอาการได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้เป็พ่อ
“อีก 3 วันข้าจะเข้าเมืองหลวงดูเหมือนว่าพวกอู๋จะเริ่มรุกล้ำชายแดนฝั่งตะวันออกของพวกเราเข้ามาแล้ว” คำกล่าวของหวังซินทำให้อ้ายชะงักดวงตาใสนั้นไหววูบน้อยๆ รอยยิ้มบางเลือนหายจนสังเกตได้
“สีหน้าของเ้าไม่สู้ดีเลยนะ เป็อะไรหรือเปล่า” คำถามด้วยความเป็ห่วงของผู้เป็พ่อแม้แต่ถิงเซียวยังต้องมองตาม
“ไม่…ไม่มีค่ะ ข้าว่าข้าขอตัวก่อนดีกว่า รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย”สิ้นคำกล่าว อ้ายซินก็หันหลังเดินจากไปด้วยความรวดเร็วทิ้งไว้เพียงความสงสัยให้แก่สองร่างเื้ั
…าหวนคืนของหลี่หวังซิน…เกิดขึ้นเมื่อซูอ๋องคนปัจจุบันขึ้นรักษาการณ์ได้1 ปี เขากลับสู่สนามรบได้อย่างภาคภูมิ แม้ 7 ยอดแม่ทัพแห่งซูจะเหลือเพียงแค่ชื่อเสียงของอดีตก็ตาม แม่ทัพ 4 ใน 7 เสียชีวิตจากการป่วยด้วยโรคร้าย ลอบสังหารและตายในการรบ ส่วน 1 ใน 3 ก็คือหวังซินเกษียณตัวเองถึงอย่างนั้นฝีมือของเขาก็ไม่ได้ด้อยลงไปแม้แต่น้อย
3 ปีงั้นเหรอ ไม่ถึงสิ….คิดสิ...เนื้อเื่ในนิยายที่อ่านมา ยัยบ้าเอสถ้ามันเป็ในเื่ Romance Dawn จริงแม่ทัพหวังซิน…แต่มันอาจจะไม่เหมือนก็ได้ ใช่สิ! คงไม่ใช่หรอก พลันความคิดเด็กสาวก็ตัวสั่นสะท้านน้อยๆ เธอสับสนและทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าควรจะจัดการตัวเองอย่างไร
หวังอ้ายซินหรือ เอส ชื่อในอดีตชาติของเธอหรือจะบอกว่าเธอพลัดหลงเข้ามาในนิยายที่เคยอ่านก็ดูจะเป็ไปได้ที่สุด…หญิงสาวป่วยตายและกลับมาเกิดใหม่ในโลกของนิยาย…มันช่างน่าเหลือเชื่อเสียเหลือเกิน!แน่ล่ะ ตัวเธอเองก็ยังทำใจเชื่อไม่ลงเลย! ความทรงจำในชาติที่แล้วค่อยๆผุดขึ้นเมื่อเธอเริ่มจำความได้ นี่คือโลกของ Romance Dawn และสาบานได้ว่าในนิยายไม่มีตัวละครชื่ออ้ายซิน เธอเป็สิ่งแปลกปลอมที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างนั้นสินะ…แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ต้องกลับชาติมาเกิดในโลกแห่งนี้กันล่ะ?
หรือพระเ้าอยากให้เธอมาเปลี่ยนแปลงอนาคตของนิยาย…ไม่มีทางหรอกน่ะพระเ้าไม่มีจริง และเธอก็ไม่เชื่อในพระเ้า ถ้าอย่างนั้นที่นี่ก็ไม่ใช่ในหนังสือ แต่เป็โลกที่มีอยู่จริงต่างหากในเมื่อเธอไม่ได้เกิดมาพบกับพระเอกหรือเป็นางเอกของเื่นี้นี่สิคิดได้แบบนั้นก็ทำให้เ้าตัวรู้สึกสบายใจขึ้นได้ในทันที…จนลืมไปว่าบางอย่างดำเนินไปเหมือนกับเนื้อเื่ที่เคยได้อ่านมา…สิ่งที่เธอกลัวที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้พ่อบุญธรรมของเธอ…
“เอาล่ะ ฉันตัดสินใจแล้ว” เด็กสาวสูดลมหายใจลึกๆแล้วรีบลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมตัวหลวมโคร่งมาสวมทับชุนนอนสีขาวแบบจีนโบราณ เธอมุ่งตรงไปยังเรือนพักของแม่ทัพใหญ่ที่ยังคงมีแสงเทียนริบหรี่ลอดผ่านหน้าต่างเธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูเพียงชั่วครู่แล้วจึงเอ่ยขึ้น
“ท่านพ่อ ข้าขอรบกวนเวลาสักครู่”