[ติ๊ง! โหลดเสร็จสิ้น!]
เสียงระบบที่เ็าดังแจ้งเตือนขึ้นในสมอง ไล่หยู่ตงค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ฉากตรงหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าขณะนี้คือกระจกบานใหญ่สะท้อนให้เห็นสภาพแวดล้อมที่แปลกตาของเขาด้านล่างซ้ายของกระจกมีสติกเกอร์ที่โดดเด่นติดอยู่ข้อความและรูปภาพรวมกันชัดเจนว่าเป็โลโก้ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดี
ที่นี่คือห้องพักหลังเวทีของรายการ ‘The Moon Idol’ ที่กำลังมีการประเมินครั้งแรก
‘TheMoon Idol’ เป็รายการประกวดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ผลิตโดย Sky Video รายการนี้ได้รวบรวมเด็กฝึกหัดจำนวน 101 คนเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมและประเมินผลแบบปิดเป็เวลาสี่เดือน ในที่สุดผู้เข้าแข่งขันทั้งเจ็ดคนที่ได้รับการโหวตจากคนทั้งประเทศ ก็จะได้รับการประกาศเดบิวต์เป็ไอดอลวงบอยแบรนด์ใน่เวลาหลังการประกาศผล
ส่วนไล่หยู่ตงมาปรากฏตัวที่นี่ ก็เนื่องจากถูกระบบบังคับลักพาตัวมา
เขาไม่ใช่เด็กฝึกหัดที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็พิเศษ และไม่ได้มีความฝันที่จะเปล่งประกายบนเวทีด้วยซ้ำและยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่เกี่ยวข้องกับการออดิชั่นของบอยแบนด์สังกัดใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็แค่ นักศึกษามหาวิทยาลัยโนเนมปี 2 แห่งหนึ่งคณะนิเทศศาสตร์ เอกวิทยุกระจายเสียงเท่านั้น
ยังไม่ต้องไปพูดถึงเอกที่เขาร่ำเรียนมาว่าจะไม่มีประโยชน์อะไรกับรายการนี้แต่พูดกันง่ายๆ ว่า เขาเป็แค่ไอ้นักศึกษามหาวิทยาลัยง่อยๆ คนหนึ่ง ที่ร้องเพลงและเต้นได้ห่วยแตกมากแค่นั้นเอง
และภารกิจที่ระบบมอบหมายให้เขาก็คือ เดบิวต์ให้สำเร็จ
โหย...มึงบ้าไปแล้ว
ไล่หยู่ตงมองตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกหมดอาลัยตายอยากหลังจากที่ถูกระบบโยนเข้ามาในโลกมิติมัลติเวิร์ส เขาก็เหมือนกับนักรบสาวสวยคนหนึ่งที่ถูกบังคับให้แปลงร่างเปลี่ยนจากผู้ชายดิบๆ ธรรมดาคนหนึ่ง ให้กลายเป็ศิลปินไอดอลที่พอส่องกระจกก็งงจนเกือบจำตัวเองไม่ได้
เด็กหนุ่มรูปงามในกระจก ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ผมดำตาดำผมเผ้ากระเซอะกระเซิงอีกต่อไปแต่เป็เด็กหนุ่มที่มีเรือนผมสีบลอนด์อ่อนอันจัดทรงมาอย่างดูดีแล้ว และดวงตาสีดอกโบตั๋นที่มาจากการสวมใส่คอนแทคเลนส์ยี่ห้อแพงประกอบกับการแต่งหน้าอย่างประณีตเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับใบหน้า ใครไม่รู้ก็คงคิดว่าเขาเป็ไอดอลหน้าใหม่ในวงการบันเทิงแน่นอน
ในขณะที่งุนงงราวกับถูกฟ้าผ่าซัดลงมารูปตาที่เชิดขึ้นกลับยิ่งเพิ่มความเ็าที่แปลกแยกออกไปจากโลก
พูดให้ชัดเจนก็คือ เขาราวกับิญญาที่สื่อสารกับมนุษย์บนโลกนี้ไม่ได้
จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ระบบอ้างว่าหากทำภารกิจสำเร็จก็จะสามารถปลดพันธะกับมันได้ หนำซ้ำเมื่อถึงเวลานั้นก็จะได้รับรางวัลลึกลับอีกต่างหากแต่เนื้อหารางวัลนั้นก็ต้องพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานของโฮสต์ก่อนจึงจะตัดสินของรางวัลได้
ระบบ : ของรางวัลที่โฮสต์จะได้ การันตีว่าคุ้มค่าความเหนื่อยยากแน่นอน
ฟังดูเหมือนเ้านายบริษัทที่กำลังวาดฝันให้กับลูกจ้างที่ต่ำต้อยยังไงไม่รู้
ไล่หยู่ตงไม่ค่อยสนใจรางวัลสักเท่าไหร่หรอกนะ เขาสนใจแค่เื่เดียว
ถ้าทำภารกิจไม่สำเร็จจะเป็ยังไง?
คิดดูแล้วกลับยิ่งกังวล
ถึงแม้หนทางข้างหน้าจะมืดมน แต่เขายังไม่สามารถคิดยอมแพ้ั้แ่ยังไม่เริ่มต้นได้หรอก
จากประสบการณ์ในการอ่านนิยายออนไลน์มาหลายปีระบบในปัจจุบันมีการแข่งขันกันอย่างสูงมาก ไม่ว่าจะเป็ แนวเอาชีวิตรอด ผจญภัยลี้ลับการไขปริศนาต่างๆ ภารกิจยากๆ พวกนี้ก็ผุดขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อนบางทีการเดบิวต์เป็ไอดอลอาจเป็ภารกิจที่ง่ายที่สุดที่เขาโชคดีได้รับมาก็ได้
ดังนั้น ไปได้ไกลแค่ไหนก็ไปให้สุด
ความฝันยังไงก็ต้องมีทางตันบ้างล่ะวะ!
ไล่หยู่ตงสูดหายใจเข้าลึกๆ เต็มปอดในขณะที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นป้ายชื่อที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าเสียงก็ดังขึ้นข้างหูอย่างกะทันหัน
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังเวที
“เชิญผู้เข้าแข่งขันท่านต่อไป จาก LYTEntertainment มิอุระ ยูกิ”
ไล่หยู่ตง : “หา!!! ”
จบเห่แล้ว เขาแม้แต่ภาษาญี่ปุ่นยังอ่านไม่ออกเลย!
เอากูมาอยู่อะไรในร่างนี้เนี่ย!
เขาไม่รู้ว่าจะบ่นเื่ชื่อบริษัทที่ดันเป็อักษรย่อชื่อของเขาก่อน หรือจะหลอกตัวเองว่า“มิอุระ ยูกิ” ไม่ใช่ชื่อของเขากันแน่.
แต่บ้าไปแล้ว ชื่อป้ายที่ติดตรงอกเขา มันก็เป็ชื่อที่พิธีกรประกาศเรียกนี่หว่า
ระบบอยากให้เขาเดบิวต์จริงๆ แน่ใช่ไหมเนี่ย
ทำไมต้องให้เด็กนักศึกษาคณะนิเทศที่พูดภาษาจีนกลางได้ยอดเยี่ยมอย่างเขาต้องมาทนปลอมตัวเป็ผู้เข้าแข่งขันชาวต่างชาติในรายการแข่งขันแบบนี้ด้วย
ไอ้ระบบบ้านี่มันจงใจแกล้งเขาชัดๆ เลย
ไล่หยู่ตงไม่สนใจที่จะคิดว่าทำไมชื่อนี้ถึงได้คุ้นหูนักเขาเดินออกจากห้องพักด้วยท่าทางแข็งทื่อราวกับคนใกล้จะตาย พร้อมกับตั้งคำถามอย่างสิ้นหวังในใจว่าระบบกำลังเล่นอะไรอยู่
คำตอบของระบบน่าหงุดหงิดเหมือนกับพวกคอลเซ็นเตอร์ที่ถามอะไรไปก็ไม่รู้สักอย่าง
ระบบ : อยู่ระหว่างการตรวจสอบ กรุณารอสักครู่
ไล่หยู่ตง : แล้วตอนนี้จะให้ฉันทำยังไงต่อ ฉันแสดงอะไรไม่เป็สักอย่างเลยนะเว้ย! นี่มันไม่มีทางเลือกอื่นให้แล้วจริงๆ เหรอ ช่วยติดตั้งฟังก์ชันภาษาญี่ปุ่นให้ไปเลยได้ไหม
ระบบ : โฮสต์สามารถเลือกยกเลิกภารกิจนี้ได้
ไล่หยู่ตง : ไม่ต้อง!ขอบคุณ
เกิดไปเจอภารกิจที่ยากกว่านี้อีกกูจะทำไงล่ะ
เฮ้อ
เื่ร้ายยังไม่หมดแค่นี้
ระบบประกาศว่าจะเปิดฟังก์ชันแสดงความคิดเห็นแบบเรียลไทม์ให้
ไล่หยู่ตงรู้สึกมืดแปดด้านไปหมด ขออะไรที่ช่วยเหลือเขาได้ด้วยเถอะ ไม่ได้อยากรู้เลยว่าผู้ชมจะแสดงความคิดเห็นยังไงด้วยความหวังอันริบหรี่ เขาจึงถามด้วยเสียงสั่นๆ ว่า รายการนี้เป็แบบถ่ายทอดสดหรือบันทึกเทปล่วงหน้า
แน่นอน เขาก็แอบหวังว่ามันจะเป็แบบบันทึกเทปล่วงหน้านะเพราะนั่นจะทำให้เขามีโอกาสถูกโปรดิวเซอร์รายการตัดต่อให้ดูแย่น้อยลงบ้าง ซึ่งจะบอกตามความจริงว่าถึงแม้จะเป็การตัดต่อใดๆ ชะตากรรมของเขาก็ยังขึ้นอยู่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์แถวสตูดิโออยู่ดีเพราะสุดท้ายก็ยังต้องหวังพึ่งว่าโปรดิวเซอร์จะจัดการยังไง แต่ก็ยังดีกว่าถ่ายทอดสดละกัน
แม้จะรู้จักสูตรสำเร็จของรายการแข่งขันแบบนี้มาบ้าง แต่สุดท้าย ระบบก็ทำลายกำแพงความหวังของไล่หยู่ตงอย่างไม่ไว้หน้า
ระบบ : “The MoonIdol” เป็รายการแข่งขันที่ถ่ายทอดสดตลอดทั้งรายการไม่เพียงแค่บนเวทีที่เป็การแสดงสด เท่านั้นแต่ชีวิตประจำวันของผู้เข้าแข่งขันก็มีการถ่ายทอดสดตลอด 24 ชั่วโมงด้วยกล้อง Gopro เช่นกันแต่เพื่อให้ผู้ชมบางส่วนที่มีเวลาไม่มากพอหรือไม่มีความอดทนในการรับชมจนจบ ทีมงานจึงมีตัวเลือกเป็การออกอากาศแบบบันทึกเทปย้อนหลังที่ตัดต่อแล้วทุกสัปดาห์ให้ผู้ชมอีกรอบด้วย
ดีมาก...ไอ้...ชิบหาย
แปลว่าเขาจะไม่ได้แค่ถูกประจานสดๆ ต่อหน้าคนทั้งประเทศเท่านั้นแต่ยังอาจจะถูกนำไปล้อเลียนหลายต่อหลายรอบหลังจากที่ดูเทปย้อนหลังจบด้วยหรือแม้กระทั่งถูกกำหนดให้เป็ไอ้ตัวที่มีแต่คนเกลียดขี้หน้าทั้งประเทศ
แค่ฟังระบบพูดก็เหนื่อยแล้ว เหนื่อยใจอ่ะ ปล่อยให้พังพินาศไปเถอะ
เฮ้อ
ระบบ : เพื่อเป็การชดเชยที่ตัวตนของโฮสต์อาจมีข้อผิดพลาดเราสามารถให้โหมดสีเขียวแก่คุณได้ ้าเปิดใช้งานหรือไม่?
ไล่หยู่ตง : มันคืออะไร
ระบบ : กรองความคิดเห็นที่เป็การดูิ่ส่วนบุคคล ข้อความสแปมของผู้ชมและความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ ทั้งหลาย
ไล่หยู่ตง : ......เปิด เปิด เปิด!
หลังจากเปิดใช้งานโหมดสีเขียว ความคิดเห็นก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาเหมือนภาพโปรเจ็กต์3 มิติ
ไล่หยู่ตงมองคร่าวๆ ก็พบว่าความคิดเห็นส่วนใหญ่พูดถึงผู้เข้าแข่งขันที่เพิ่งขึ้นแสดงบนเวทีแต่ละคอมเมนต์ไม่ได้มีการชมเชยที่ไร้สาระ หรือการโจมตีผู้เข้าแข่งขันจนทำให้ใครที่อ่านหดหู่ได้
สมแล้วที่เป็โหมดสีเขียว
หวังว่าหลังจากการแสดงของเขาจบลงแล้ว จะยังคงเป็แบบนี้ต่อไปนะ
เส้นทางไปยังสตูดิโอนั้นสั้นมาก แต่ไล่หยู่ตงกลับรู้สึกราวกับผ่านไปนานหลายศตวรรษแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาเดิน หัวใจก็เต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ
เขาไม่ใช่คนที่ตื่นเต้นเมื่อขึ้นเวที แต่มักจะยืดหยุ่นปรับตัวไปตามสถานการณ์ได้เสมอ
ไม่ว่าจะปัจจัยต่างๆ เช่น กล้อง การถ่ายทอดสด ผู้ชม และขนาดสถานที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเขามากนัก ระดับความตึงเครียดหลักๆ จึงขึ้นอยู่กับความมั่นใจของเขามากกว่ายิ่งมั่นใจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งคล่องแคล่วมากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อตอนสอบสัมภาษณ์่ที่เพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่ง
ในทางกลับกัน หากเขาเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายวิชาชีพที่เรียนมาเลยก็จะรู้สึกตื่นเต้น เวียนหัว จนแทบจะอาเจียนออกมา
ในขณะที่เขาเดินออกจากทางเดินที่เชื่อมไปยังสเตรทใบหน้าของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ และผู้ชมในห้องส่งนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาหลายสิบสายตาไม่ว่าจะตรวจสอบ สำรวจ หรืออยากรู้อยากเห็น ก็จ้องมาที่ใบหน้าของไล่หยู่ตงเขาไม่สามารถควบคุมความรู้สึกเวียนหัวได้สักนิด ความตึงเครียดที่มากมายก็ถาโถมราวกับคลื่นทะเลที่โหมกระหน่ำและกลืนกินเขา
เขาหยุดอยู่กลางเวที แสงไฟที่สว่างจ้าทำให้สมองแทบขาดออกซิเจนชั่วขณะหนึ่ง รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดอย่างไรอย่างนั้น
ไล่หยู่ตงสูดหายใจลึกๆ แล้วโค้งคำนับ 90 องศาเสียงที่ชัดเจนและทรงพลังก็กู่ร้องเปล่งออกมาจากพื้นด้านล่างเวที
“หูย! ทำไมหน้าตาไอ้นี่มันหล่อเ็าขนาดนั้น! ”
“ฉันว่าเขาเป็ตัวเต็งแน่เลย แค่หน้าตาก็กินขาดแล้ว”
“แกๆๆๆ ฉันรักเขา”
“หน้าตาหล่อเว่อร์มาก ชายนิ่งสุดๆ ฉันว่ารูปภาพตอนเปิดตัวทีมงานไม่ได้ปรับแต่งมั้ง’
“ออร่าคนนี้ลุคทรงแบดมากอ่ะแก ต้องเต้นเก่งมากๆ แน่”
“แต่เหมือนเป็มือใหม่เลย ฉันไม่เห็นเคยได้ยินชื่อมาก่อน”
“นั่นสิ ชื่อในวงการเค้าคืออะไร”
“คิดว่าน่าจะเป็พวกนักเต้นนะ”
ความคิดเห็นต่างๆ ทำให้ความตึงเครียดของไล่หยู่ตงพุ่งสูงขึ้น
อย่าเพิ่งแพร่กระจายข่าวลือผิดๆ แบบนั้นได้ไหม...เขาไม่ได้เป็อะไรทั้งนั้นแหละ
“สวัสดีทุกคนครับ”
พูดจบก็เงียบไป
ผู้ชมในห้องส่งก็เงียบตามไปด้วย
“พูดภาษาจีนกลางได้เป๊ะมากแก”
“งือ...เสียงหล่อมากเลย ใครเนี่ยๆๆ ”
“เขาไม่ใช่ตัวละครลับที่ทีมงานแอบเชิญมาใช่ไหมเนี่ยฮ่าๆๆๆๆ ”
“เทียบกับคนอื่นที่เป็แค่เด็กฝึกระดับ A B C แล้ว เขาดูขึ้นระดับ A1 ไปเลยนะ”
ไล่หยู่ตง “...”
เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากๆ บางคนก็มักจะแสดงด้านที่ตนถนัดและมั่นใจกว่าโดยไม่รู้ตัวเพื่อปกปิดจุดด้อยของตัวเอง ซึ่งก็คล้ายกับแมวที่จะโกรธและขู่ฟ่อเมื่อเจอสัตว์ที่แข็งแกร่งกว่าเพื่อให้ดูน่าเกรงขามและเขาก็เป็หนึ่งในนั้น
แต่ทำไมต้องเป็เวลานี้!
เขาไม่ได้้าโชว์สกิลการพูดภาษาจีนกลางให้คนอื่นอึ้งทึ่งแบบนั้น
เพราะคาแรกเตอร์ของเขาคือผู้เข้าแข่งขันชาวต่างชาติ!ถ้าพูดภาษาจีนกลางได้มาตรฐานขนาดนี้ มันก็ไม่ใช่ตัวตนของเขาแล้วสิ!? มันจะไม่ดูหลอกลวงมากเกินไปเหรอ
แต่เขาก็ดันทำผิดพลาด
เฮ้อ...
ฟู่ฮั่นอวี่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กรรมการ เป็พิธีกรเริ่มรายการ ‘The Moon Idol’ และเป็ศิลปินรุ่นแรกของวงบอยแบนด์ที่มีความสามารถรอบด้านเขาเหลือบมองข้อมูลในมือแล้วก็ยิ้มอย่างเป็มิตร พูดเสียงใส่ไมค์โครโฟนว่า “ฝึกภาษาจีนมาเป็พิเศษเลยเหรอ”
ไล่หยู่ตงไม่กล้าตอบ
แต่พอลองเปลี่ยนความคิดดู ตัวตนของเขาอาจจะเป็ผู้เข้าแข่งขันชาวต่างชาติที่พูดภาษาจีนกลางเก่งก็ได้นี่
ไล่หยู่ตงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ละทิ้งสำเนียงต่างชาติที่คิดไว้ในใจแล้วกดเสียงให้ต่ำลงอย่างคลุมเครือ“ใช่ครับ”
“เอ๊ะ เสียงเขาสั่นหรือเปล่า”
“จริงด้วย ทีแรกฉันอุตส่าห์นึกว่าไอ้หนุ่มหน้าหล่อคนนี้จะไม่ตื่นเต้นแล้วซะอีกฮ่าๆๆๆ ”
“แต่พอเขายืดอกและเงยหน้าขึ้นแบบนี้ ดูแบบเชี่ยวชาญบนเวทีมากเลยนะ”
(หัวหน้าแก๊ง.jpg)
หัวหน้าแก๊งอะไร เชี่ยวชาญตรงไหนก่อน?
ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย!
ไล่หยู่ตงอยากจะร้องไห้เมื่อมองคอมเมนต์ต่างๆ ผ่านหน้าจอของระบบ แต่ก็ไม่มีทางลงจากเสตรทเพื่อชี้แจงใครได้
แน่นอนว่าเรือนผมสีบลอนด์อ่อน และชุดสูทสีดำหลวมๆ ผนวกกับการแต่งหน้าแบบไอดอลเกาหลีนี้ตามสไตล์ก็ถือว่าค่อนไปทางแนวเท่ๆ อยู่แล้ว บวกกับวิชาเรียนที่ถูกสอนให้จัดวางท่าทางมาั้แ่สมัยเด็กๆอีก ก็ได้ซึมซาบเข้าไปใน DNA ทำให้เขาดูสง่ามีออร่ามากยิ่งขึ้นยังไม่รวมสีหน้าที่ไร้อารมณ์เพราะความตื่นเต้นนั่นอีกเมื่อมองแวบแรกก็มีกลิ่นอายของหนุ่มหล่อเท่อยู่ไม่ใช่เล่น
แต่บุคลิกที่แท้จริงของเขากับหนุ่มหล่อเบื้องหน้าเวทีนี้กลับไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันเลย
“หวังว่าการแสดงของคุณจะยอดเยี่ยมเหมือนกัน” อีกหนึ่งคณะกรรมการอย่างจูซิ่วิพูดให้กำลังใจด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
เขาข้ามส่วนของการพูดภาษาจีนกลางไปได้อย่างฉิวเฉียด ไล่หยู่ตงถอนหายใจโล่งอกในใจเกือบจะแพ้ศึกั้แ่ยังไม่ทันออกรบแล้ว แต่ไม่นานเขาก็กลับมาตื่นเต้นอีกครั้งคำพูดของคณะกรรมการก็เหมือนูเาใหญ่ที่มองไม่เห็นกดทับอยู่บนตัวเขา
มีใครบอกได้บ้างไหมว่าเขามีความสามารถอะไรที่จะงัดออกมาแสดงโชว์ได้บ้าง
มวยไทเก็กที่เป็วิชาเรียนบังคับตอน ม.4 งั้นเหรอ
ขณะที่ไล่หยู่ตงกำลังลังเลว่าจะงัดความสามารถที่ซ่อนอยู่ไว้ใช้ดีหรือไม่จู่ๆ ก็มีเสียงระบบดังขึ้นในหัวของเขา
เป็ระบบที่ไม่ว่าจะปรากฏตัวขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่เคยมีเื่ดี
ระบบ : ต่อไปนี้จะให้โหมดแนะนำสำหรับมือใหม่แก่โฮสต์เนื่องจากเป็การประเมินครั้งแรก
โหมดแนะนำมือใหม่?
ไล่หยู่ตงยังไม่ทันได้คิดว่าระบบกำลังจะเล่นตลกอะไรอีกเพลงก็ดังขึ้นอย่างฉับพลัน
ระบบ : เปิดโหมดการเต้น
วินาทีถัดมา ก็มีภาพโฮโลแกรมปรากฏขึ้นตรงหน้าไล่หยู่ตงภาพชายหนุ่มสุดเท่ที่สร้างจากภาพเคลื่อนไหว 3 มิติยืนอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมด้วยโหมดป้องกันการมองเห็นจากบุคคลภายนอกคอมเมนต์ลอยผ่านมาจากด้านหลังของชายหนุ่มสุดเท่ไม่ได้หยุดพัก
ไล่หยู่ตงจ้องภาพโฮโลแกรมตรงหน้าด้วยความมึนงง พยายามทำความเข้าใจโหมดแนะนำสำหรับมือใหม่ที่ว่า
บอกตามตรงเลยว่า ปฏิกิริยาแรกของเขาคือ นี่มันเกมเต้นในคอมพิวเตอร์หรือไงวะ?
หลังจากดนตรีดังขึ้นไม่กี่วินาที รอบตัวของหนุ่มหล่อ 3มิติก็ปรากฏลูกศรและวงกลมแปลกๆ ขึ้นมา
ในเสี้ยววินาทีนั้น ไล่หยู่ตงเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้
เขา รีบก้มลงมองด้านล่างทันใดนั้นก็เห็นว่าเวทีที่อยู่ใต้เท้าก็เปลี่ยนไป มีปุ่มกด 5ปุ่มที่แทนทิศทางต่างๆ และปุ่มโบกมือ 4 ปุ่มเพิ่มขึ้นมา
อ๋อ! ที่แท้ก็คือเครื่องเต้นตามตู้เกมส์อาเขตนี่เอง!