บทที่ 22 ของขวัญปีใหม่
แสงระเรื่อของดวงอาทิตย์ยามเย็นตกกระทบสนามหญ้าเพิ่มสีทองและความอบอุ่นให้กับสนาม
สนามหญ้าได้รับการทำความสะอาดจนเป็ระเบียบเรียบร้อย ห้องครัวที่ทรุดโทรมในอาคารด้านข้างก็ได้รับการซ่อมแซมและทำความสะอาดแล้ว และยังมีหม้อเหล็กเตรียมพร้อมเอาไว้ ตอนนี้เธอสามารถทำอาหารได้แล้ว
ตอนที่แยกกับหูเสี่ยวหลิงเมื่อวาน อีกฝ่ายขอกุญแจประตูบ้านไป เธอบอกว่าวันนี้เธอจะมาช่วยเหวิน
หน่วนอุ่นแกงไว้ล่วงหน้า
เมื่อคิดว่าหูเสี่ยวหลิงอาจจำทำเื่ทั้งหมดนี้คนเดียว เหวินหน่วนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกะเืใจและกล่าวโทษตัวเอง
…
ในขณะเดียวกันที่บ้านเหวิน หวังเซียนฮัวและเหวินเจวียนเพิ่งทำอาหารเสร็จ
"วันนี้ไปดูมาหรือยัง" เหวินเฟิงฉีนั่งลงและถามเหวินเชี่ยง "วันนี้พี่สาวของแกยังไปทำงานอยู่หรือเปล่า"
“พี่สาวไม่ได้อยู่ในบ้าน มีแต่ผู้หญิงคนนั้นจากตระกูลหูช่วยพี่สาวทำความสะอาดสวน"
เหวินเฟิงฉีไม่ได้พูดอะไร แต่าแบนใบหน้าของเขาที่ถูกโถดินเผาแตกใส่นั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมเพราะมันกำลังกระตุก
"หูเสี่ยวหลิงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหวินหน่วน ฉันจึงเป็คนไปขอให้เธอช่วยเกลี้ยกล่อมเหวินหน่วน" หวังเซียนฮัวกล่าว "ตอนนี้เธอไม่ฟังคำพูดของเรา อาจจะดีกว่าถ้าให้คนนอกเป็คนเกลี้ยกล่อมเธอ"
นี่เป็ความคิดของเธอเอง เธอกลัวว่าเหวินเฟิงฉีจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้
นี่มันเื่อื้อฉาวในครอบครัว
หลายปีมานี้ มีเื่น่าอับอายอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัวของพวกเธอบ้างที่คนในหมู่บ้านซานชาไม่รู้เื่?
เหนือสิ่งอื่นใด ทุกครั้งที่เหวินเฟิงฉีทุบตีดุด่าเธอ เขาไม่เคยสนใจว่าจะมีคนดูอยู่มากหรือน้อยแค่ไหน เขาทำได้ทุกอย่างตอนที่เขาอารมณ์เสีย
ไม่มีความอัปลักษณ์แบบไหนในครอบครัวของพวกเธอที่ยังไม่ถูกเผยแพร่ให้คนนอกรู้
“แม่ทำได้ดีจริง ๆ” เหวินเจวียนพูดประชดประชัน “ตอนนี้หูเสี่ยวหลิงช่วยพี่สาวทำความสะอาดสนามจนสะอาดเอี่ยม เธอจะมีเกลี้ยกล่อมพี่สาวให้กลับมาได้อย่างไร? ไม่สิ บางทีเธออาจจะยิ่งยุพี่สาวเพิ่มก็ได้"
“แกเองก็ไปลองมาแล้วนี่!” หวังเซียนฮัวดุด้วยเสียงต่ำ “แกถูกพี่สาวของแกตอกกลับมาอย่างไรบ้างล่ะ!”
เธอกังวลเพราะโดยปกติแล้วลูกสาวเคยเชื่อฟังมาตลอด แต่ถ้าลูกสาวเกิดดื้อรั้นขึ้นมา ต่อให้ใช้วัวสิบตัวก็ดึงกลับมาไม่ได้
เหวินเจวียนไม่รู้จะทำอย่างไร เธอรู้แค่ว่าต้องวางแผนให้เหวินหน่วนแต่งงานกับลู่กัวจื่อให้ได้
บนโต๊ะอาหารเย็นเกิดความเงียบขึ้นมาทันที
เหวินเฟิงฉีใช้ตะเกียบคีบอาหารกินก่อนจะขมวดคิ้ว "ทำไมอาหารที่เธอทำถึงไม่อร่อยเลย!"
เหมือนอาหารหมู
จากนั้นเขามองไปที่เหวินเจวียน "เหวินเจวียน พรุ่งนี้แกเป็คนทำอาหาร!"
ดวงตาของเหวินเจวียนแดงก่ำ "หนูทำไม่เป็"
"ถ้างั้นแกก็ต้องเรียนจนกว่าจะทำเป็!" เขาพูดด้วยใบหน้าดำมืด "พี่สาวของแกทำอาหารได้ั้แ่อายุหกเจ็ดขวบ!"
เหวินเจวียนรู้สึกกรุ่นโกรธอยู่ในใจ แต่เธอก็ไม่กล้าพูดว่า ‘ทำไมพ่อไม่ไปตามเหวินหน่วนกลับมาทำเสียล่ะ’ ออกไป
"ไม่ต้องรีบ" เหวินเฟิงฉีพูดขณะรับประทานอาหาร "คงต้องใช้เวลาสักพักกว่ากัวจื่อจะกลับมา ใน่นี้ เราให้นังเด็กไม่รักดีคนนั้นสงบใจลงก่อน"
หญิงที่ปฏิเสธการแต่งงานอย่างดื้อรั้นแบบนั้น จะเอาชนะความโปรดปรานของผู้ชายได้อย่างไร?
ถ้าลู่กัวจื่อไม่ชอบเธอ เขาก็จะไม่ทำอะไรเพื่อครอบครัวเหวินอีกเลย
“มะรืนนี้เป็วันส่งท้ายปีเก่า เราควรให้เธอกลับมากินอาหารเย็นที่บ้านไหม” หวังเซียนฮัวถามอย่างอ่อนแรง
"เธอเป็แม่ของมัน เธอควรคิดเอาเอง!" เหวินเฟิงฉีกล่าว
หวังเซียนฮัวพยักหน้าพลางคิดในใจ ‘ไม่ว่าอย่างไรฉันก็จะต้องให้เหวินหน่วนกลับมากินข้าวเย็นให้ได้ อย่างน้อยก็ขอให้ทำอาหารเย็นส่งท้ายปีเก่าให้ครอบครัว’
เมื่อเร็ว ๆ นี้ เหวินเฟิงฉีไม่พอใจกับการทำอาหารของเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอพยายามปรุงอาหารอย่างตั้งใจแล้ว แต่อาหารก็ยังไม่อร่อยเหมือนของเหวินหน่วน
เช้าวันรุ่งขึ้น เหวินหน่วนเก็บข้าวของและไปหาหูเสี่ยวหลิงพร้อมนำนมมอลต์ของเมื่อวานไปให้ป้าหวังด้วย
ป้าหวังไม่ได้ถามอะไร แต่เหวินหน่วนรู้สึกไม่สบายใจปนรู้สึกผิดจึงถามขึ้นว่า "คุณป้าไม่กลัวพ่อของหนูจะมาหาเื่และทำให้เกิดปัญหาเหรอคะ"
เธอเสียใจมาก เมื่อเธอต้องพูดแบบนี้
ป้าหวังทนไม่ได้ที่เห็นเหวินหน่วนแสดงอาการไม่สบายใจ เธอพูดทันทีว่า "ฉันไม่กลัวเขาหรอก สาวน้อย"
นามสกุลที่มีอยู่ทั่วไปในหมู่บ้านซานชาคือหวังและเหวินคือผู้ที่มาที่หลัง ครอบครัวของป้าหวังมีพี่น้องหลายคน จริง ๆ แล้วครอบครัวหวังไม่ได้กลัวเหวินเฟิงฉีเลย แต่พวกเขาแค่ไม่้าไปยุ่งกับคนบ้าถ้ามันไม่จำเป็
เหมือนคำพูดที่ว่า คนที่ไม่สร้างปัญหา ใช่ว่าพวกเขาจะกลัวปัญหา
ป้าหวังเอามือแตะหน้าผากของเหวินหน่วน "เด็กน้อยน่าเอ็นดู"
เธอพูดอีกครั้ง "กลับมาก่อนเที่ยงนะ แล้วค่อยมาทำเนื้อในตอนบ่ายกัน"
จากนั้นป้าหวังก็มอบเงินและตั๋วให้หูเสี่ยวหลิงอย่างเงียบ ๆ "ดูว่าเหวินหน่วน้าซื้ออะไร ถ้าเงินนี้ไม่พอให้บอกป้า เดี๋ยวป้าให้ตั๋วและเงินเพิ่มในภายหลัง”
น้องสาวของป้าหวังทำงานในสหกรณ์การจัดหาและการตลาดในตัวมณฑล
นี่เป็การเดินทางครั้งแรกของเหวินหน่วนไปที่อำเภอเมืองั้แ่เธอเกิดใหม่ เมื่อคืนนี้เธอคิดไว้แล้วว่าต้องซื้ออะไรบ้าง หลัก ๆ เธอต้องซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันและหม้อกับกระทะ
ในยุคนี้ ถ้าไม่มีตั๋วจะซื้อของพวกนี้ไม่ได้เลย
เหวินหน่วนไม่มีตั๋วอุตสาหกรรม เธอไม่สามารถซื้อหม้อเหล็กได้ เธอจึงต้องหวังพึ่งป้าหวัง
“พวกเธอไปกันก่อนเถอะ เดี๋ยวป้าจะหาทางให้เอง” ป้าหวังตบหน้าอกของเธอแล้วพูดว่า “เดี๋ยวป้าจะดูให้ว่าจะได้ของใหม่ ๆ มาบ้างหรือเปล่า”
เหวินหน่วนอดไม่ได้ที่จะตื้นตัน
ตอนนี้เงินและตั๋วที่เธอได้มาใช้ซื้อของใช้ประจำวันไปเกือบหมดแล้ว
เหวินหน่วนถอนหายใจอีกครั้ง เธอต้องรีบหาทางหาเงินให้ได้มากกว่านี้
หูเสี่ยวหลิง้าส่งของบางอย่างไปที่บ้านป้าของเธอ เหวินหน่วนจึงคุยกับเธอและรอที่โรงแรมเจิ่นตงสักพัก
หลังจากแยกทางกัน เหวินหน่วนเดินเข้าไปในตรอกซ่อนอยู่ไม่ไกลนักจากโรงแรม หยิบเอาเนื้อ กะหล่ำปลี หัวไชเท้า และบะหมี่ออกมาจากครัวิญญา
เมื่อใกล้ถึงวันตรุษจีน ฝ่ายบริหารของมณฑลไม่เคร่งครัดมากนัก มีตลาดที่ผู้คนสามารถซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนสิ่งของจำเป็ในชีวิตประจำวันกันได้
เหวินหน่วนเดินไปรอบ ๆ สองรอบ พบพี่สาวสองสามคนกำลังทำงานอยู่ เธอนำสิ่งของที่เธอหยิบออกมาจากครัวิญญาไปแลกเปลี่ยนเป็เงินอีกครั้ง
เมื่อเธอกลับไปที่โรงแรมเจิ่นตง หูเสี่ยวหลิงก็รอเธออยู่ก่อนแล้ว
…
ณ บ้านตระกูลเหวินในหมู่บ้านซานชา
หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว เหวินเซียนฮัวตบฝุ่นบนตัวของเธอก่อนจะชี้ไปที่เหวินเจวียน "ล้างหม้อและชามด้วย แม่จะออกไปข้างนอกสักพัก ฤดูหนาวนี่มันหนาวเกินไปจริง ๆ ”
เหวินเจวียนไม่อยากทำมันเลยสักนิด "แม่ เหวินเชี่ยงยังไม่ตื่นอีกเหรอ"
พวกเขาทั้งคู่เป็ลูกของตระกูลเหวินเช่นกัน แต่เพราะเธอเป็เด็กผู้หญิง เธอจึงโดนปลุกั้แ่เช้าเพื่อตื่นมาทำอาหาร ตอนนี้เธอยังต้องล้างชามในน้ำที่เย็นมากอีก แต่เหวินเชี่ยงกลับนอนหลับเหมือนหมูตายอยู่บนเตียงได้ ตื่นมาก็มีอาหารให้กินอีก
ทำไมนะ?
เพราะเธอเป็เด็กผู้หญิงเหรอ?
“ลูกล้างไปก่อน เชี่ยงจือตื่นตอนไหนก็อย่าลืมอุ่นข้าวให้เขาด้วย” หวังเซียนฮัวกล่าว
"หนูไม่ล้าง" เหวินเจวียนพูดกระแทกเสียง "เขาตื่นสายขนาดนี้ก็ควรตื่นมาล้างของพวกนี้!"
“แกอยากตายเหรอไง" หวังเซียนฮัวตีเหวินเจวียนด้วยผ้ากันเปื้อน "อยากเป็เหมือนพี่สาวของแกหรือไง ไปล้างหม้อเร็วเข้า!”
"ทำไมนังเด็กหน้าตายคนนั้นยังไม่กลับมาอยู่บ้านอีก?" เมื่อเห็นประตูยังปิดสนิท หวังเซียนฮัวก็กระทืบเท้าแล้วเดินออกไป "คืนนี้ฉันจะไปหามัน มันจะไปซ่อนที่ไหนได้อีก"
เธอคิดว่าเหวินหน่วนกำลังหลบเลี่ยงเธอ
“คุณป้า” มีคนเรียกเธอ “คุณรู้ทางไปบ้านเหวินหน่วนไหม”
ตามหาเหวินหน่วน?
หวังเซียนฮัวมองผู้มาเยือนและพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ฉันเป็แม่ของเหวินหน่วน"
“ผู้อำนวยการลู่ส่งเรามาเพื่อมอบของขวัญปีใหม่ให้” ชายคนนั้นพูดด้วยรอยยิ้ม