"เอาล่ะแยกย้าย บอกพ่อครัวเตรียมอาหาร พวกเ้าไปพักได้ หยวนอิงคอยดูรองแม่ทัพกับหลี่เผิงทำงาน ถ้ารู้ว่าเ้าช่วยข้าจะโกนหัวเ้าอีกคน ส่วนเ้าอันดาตามข้ามา"แม่ทัพหยางเรียก อันดาก็เดินตามไป
“นั่งลงก่อน” เมื่อถึงห้องวางแผนรบก็เริ่มเปิดการเจรจา
“ข้าอยากมีเื่แลกเปลี่ยน” แม่ทัพหยาง
“อะไรเหรอ"อันดาถาม
“เ้า้าตามหาพ่อแม่ใช่หรือไม่” แม่ทัพหยางถาม
“ใช่” อันดา
“ข้าช่วยเ้าหาได้ ข้ารู้จักคนคนหนึ่งที่มีตาสีเดียวกับเ้า คนคนนั้นอาจจะช่วยให้เ้าตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของเ้าได้” แม่ทัพหยางนึกถึงคนคนนั้น
“แล้วทำไมข้า้าความช่วยเหลือจากท่าน” อันดาถาม เธอสามารถหาเขาเองก็ได้ คนที่มีตาสีเขียวคงไม่น่าจะหายากนี่นา
“เพราะคนคนนั้นไม่ใช่คนที่ใครจะเข้าถึงได้น่ะสิ แล้วในเมื่อเ้ามีเบาะแสแล้วเ้าจะไม่ลองเสี่ยงหรือยังไง” แม่ทัพหยางถาม
“แค่เสี่ยงจะไปเจอกันคนที่ไม่รู้ว่าจะรู้จักพ่อแม่ของแม่หรือไม่น่ะเหรอ แล้วท่าน้าอะไรแลกเปลี่ยน” อันดาเข้าประเด็น
“ข้า้าอาวุธของเ้า” แม่ทัพหยางตอบ
“ท่านว่าข้อตกลงมันไม่เอาเปรียบไปหน่อยหรือไม่” อันดาถาม
“จริงอยู่ที่อาวุธของเ้าอาจทำให้เราชนะาได้ แต่ถ้ายังมีาอยู่เ้าจะมีโอกาสให้เริ่มตามหาบิดามารดาของเ้าเมื่อใด” แม่ทัพหยางยื่นข้อเสนอ
“ถ้าข้าให้ท่าน ท่านจะปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้ได้หรือไม่” อันดาเกลียดาที่สุด เธอเติบโตมาท่านกลางหยาดเืและน้ำตาของคนบริสุทธิ์มากมายเพื่อสนองตัณหาของผู้ปกครองบางคน จะให้เธอร่วมมือได้อย่างไร
“เ้าเชื่อใจข้าหรือไม่” แม่ทัพหยาง
“ให้พูดตรงๆ หรือเอาใจท่านดีล่ะ” อันดาตอบแบบนั้นก็แสดงว่าไม่เชื่อนั่นเอง
“นี่คือแหวนประจำตำแหน่งของข้า” แม่ทัพหยางถอดแหวนออกจากนิ้วให้กับอันดาโดยไม่ลังเลเลย
“ท่านจะสัญญาอะไร” อันดา
“ข้าจะช่วยเ้าตามหาพ่อแม่ให้ได้ แม้ว่าพวกเขาอาจตายไปแล้วข้าจะขุดกระดูกของพวกเขามาให้เ้า หากข้าผิดสัญญาใช้แหวนนี้ทวงชีวิตข้าได้เลย” แม่ทัพหยางเลือกทางเจรจาทั้งที่จริงเขาบังคับเอาของจากอันดาได้เลยแต่เขาก็ไม่ทำ
“เก็บแหวนของท่านไว้เถอะ ถึงแม้ข้าจะอยากเจอพ่อแม่ข้ายังไง แต่การามันเป็การคร่าชีวิตผู้คน ข้าทำใจสนับสนุนไม่ได้” อันดารู้ทั้งรู้ว่าปฏิเสธอย่างนั้นตัวเองอาจมีภัย แต่เธอก็อยากวัดใจแม่ทัพคนนี้เช่นกัน
“งั้นตามข้ามานี่” แม่ทัพหยางเดินนำเธอออกไปที่คอกมา เลือกม้ามาตัวนึงแล้วอุ้มอันดาขี่ม้าออกจากค่าย ก่อนออกจากค่ายหยวนอิงยื่นถุงผ้าใหญ่ให้เขาด้วย
“ท่านพาข้ามาที่ไหน” อันดามองไปรอบๆ ที่แห่งนั้นเหมือนเคยเป็หมู่บ้านมาก่อน ดูมันช่างเงียบเหงาร้างผู้คน
“ตามข้ามา” แม่ทัพพาเธอขึ้นไปบนูเา มีที่แห่งนึงเมื่อเขาเปิดเถาวัลย์ก็ปรากฏว่าเป็ถ้ำที่มีผู้คนที่น่าจะเคยอยู่ในหมู่บ้านข้างล่างมาก่อน ส่วนมากมีแต่ผู้หญิงและเด็ก คนแก่มีจำนวนน้อยมาก
“ท่านจะบอกข้าว่าผลของาเป็อย่างไรน่ะเหรอ ท่านไม่จำเป็ต้องบอกข้า ข้าเห็นจนชินแล้ว” ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่เห็นภาพผู้คนที่ต้องทนทุกข์จากาเธอก็ไม่สามารถทำใจได้สักที
“ถ้าาไม่หยุดจะมีคนที่ถูกฆ่าและทำร้ายอย่างคนเหล่านี้อีกกี่คน” แม่ทัพหยาง
“….” อันดา
"กับคนถ่อยเ้าไม่สามารถใช้การเจรจาอย่างการทูตได้ พวกมันไม่ฟัง เราจำเป็ต้องป้องกันตัว
เดิมทีต้าซานนั้นยิ่งใหญ่มาก และเป่ยซานนั้นถึงแม้ว่าจะมาก่อกวนเป็ระยะแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรต้าซานได้ แต่เมื่อพวกมันที่อยู่ติดชายทะเล มีการเจรจาการค้ากับชาวโพ้นทะเล มันจึงได้ปืนคาบศิลามา แต่ข้อเสียคือต้องเสียเวลาบรรจุะุในแต่ละครั้งที่ยิง แต่ปืนย่อมมีอานุภาพร้ายแรงกว่าธนู
“มิน่าล่ะท่านถึงยิงปืนแม่น แล้วทำไมท่านไม่ซื้อจากชาวโพ้นทะเลเองล่ะ” อันดา
“เราเคยติดต่อแล้ว แต่การขนอาวุธเราต้องผ่านเป่ยซานเท่านั้น อาวุธไม่เคยมาถึงเราเลย” แม่ทัพหยางบอก เขาเองเคยเป็ผู้คุมกองทัพออกไปรับอาวุธเองแต่ด้วยภูมิประเทศที่เป็ูเาสูงนั้นมีกับดักวางไว้มากมาย เขาเห็นว่าแม้ปืนสั้นกระบอกเดียวยังสามารถสังหารข้าศึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นหากเธออนุญาตและให้ะุเพิ่มก็จะเป็การช่วยให้านี้จบลงได้ง่าย
“พี่ชาย” มีมือเล็กๆ มาจับปลายเสื้อของเธอ เป็เด็กน้อยตัวผอมและมีแผลที่ศีรษะ มีแค่ผ้าเก่าๆ พันเอาไว้แค่นั้น
“ว่ายังไง” อันดานั่งลงไปให้ตัวเสมอกับเด็กน้อย
"ท่านช่วยดูแม่ข้าให้หน่อยนางไม่ยอมตื่น ข้ากลัวว่า"เด็กน้อยเบะปาก
“พาข้าไปหน่อย” อันดาเดินตามเด็กน้อยที่น่าจะอายุห้าขวบไป ที่ที่เขาพามามีเด็กอีกคนน่าจะแค่สองขวบนั่งเขย่าตัวผู้หญิงคนหนึ่ง ร้องเรียกหาแม่อย่างน่าสงสาร
“ตัวเล็ก ให้พี่ตรวจแม่เ้าหน่อยนะ” อันดาปลอยเด็กน้อยที่ใจคอไม่ดี โดยที่พี่ของเขามาอุ้มตัวเขาออกไป
"ชีพจรอ่อนมาก นางกำลังจะตาย เพราะไม่มีทั้งอาหารและาเ็ที่ยื้อลมหายใจมาถึงตอนนี้ก็สุดยื้อแล้ว
หญิงคนนั้นใช้เฮือกสุดท้ายลืมตาขึ้นมา ปากที่แห้งผากนั้นพูดเสียงเบาว่า
“ฝากลูกข้าด้วย” แม่ของเด็ก
“เื่อะไรลูกของเ้า เ้าต้องดูแลเอง ข้าไม่ให้เ้าตายหรอก” อันดาไม่สนใจสายตาของแม่ทัพหยางที่เขาจับตาดูเธออยู่
เธอหยิบขวดหยกและหยดน้ำอมฤตลงไปที่ปากของหญิงชาวบ้านคนนั้น
“ขอน้ำหน่อย ท่านแม่ทัพต้มน้ำไว้เยอะๆ ท่านเอาอาหารมาด้วยไม่ใช่เหรอ” อันดาหันไปสั่งแม่ทัพที่ยืนจ้องเธอเขม็ง
"ได้ แม่ทัพหันไปสั่งชาวบ้านที่อยู่รอบๆ และเขาเองก็ออกเดินไปหาฟืนมาช่วยต้มน้ำ
ธรรมดาชาวบ้านจะกลัวทหารมาก แต่เพราะท่านแม่ทัพมักจะเอาอาหารมาให้และบอกให้พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในนี้จนกว่าาจะสงบ เคยมีคนก่อเื่วุ่นวายทำร้ายคนเพราะคลั่ง ก็โดนทางแม่ทัพตัดศีรษะ เหตุการณ์นั้นทำให้ทุกคนรู้สึกเกรงเขามาก
แม่ทัพหยางที่ทุกคนเรียกว่าเทพา แต่ที่จริงเขาเหมาะกับคำว่าปีศาจมากกว่า เขาฆ่าคนได้ไม่กะพริบตา ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีเมตตา แต่ว่าคนที่คลั่งเพราะถูกผงยาบางอย่างลุกมาฆ่ากันเอง และเขาไม่รู้วิธีรักษา จึงทำให้เขาต้องเลือกที่จะรักษาคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก่อน
หลังจากหยดน้ำอมฤต หญิงคนนั้นก็ฟื้นตัว แผลที่ศีรษะและที่ต้นแขนและที่หน้าท้องก็ดูเหมือนว่าจะแห้งลงไป และง่ายต่อการรักษามากขึ้น
“น้ำอมฤตนี่ใช้การได้จริงๆ” อันดายิ้ม แล้วทำแผลใหม่ให้เธอและใช้น้ำผสมกับน้ำอมฤตเช็ดล้างแผลให้เด็กน้อย ที่จริงเขาเป็เด็กผู้ชายและอายุก็เจ็ดขวบแล้ว แต่เพราะขาดสารอาหาร ตัวจึงเล็ก
“เ้าเก่งนะที่รอดมาได้ถึงป่านนี้” อันดามองที่แผลถลอกตามตัวจึงเดาได้ว่าเด็กนี่อาจเป็โรคกระดูก เพราะในวัยนี้ร่างกาย้าสารอาหารมาก เด็กอาจจะกระดูกเปราะไปแล้ว ในขณะที่กำลังล้างตัวเ้าตัวเล็กก็ได้ยินเสียงฮือฮา
เพราะแม่ทัพหยางเอาอาหารผงของเธอมาให้ชาวบ้าน แค่ต้มน้ำแล้วรอ ชาวบ้านตื่นเต้นมาก บางคนก็กลัวจนไม่ได้กินคิดว่าเป็อาหารที่เสกมา อาจมีอันตราย แต่บางคนไม่สนใจ เพราะไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว
“หยุดนะ อย่าเพิ่งกิน” อันดาถาม
“ทำไมล่ะ เราหิวจะตายอยู่แล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้นมา
“ไม่ได้กินอะไรกันมากี่วันแล้ว” อันดาถาม
________________________________
ที่จริงอยากจะแลกแหวนเหอะท่านแม่ทัพ