ไวทินสลึมสลือลืมตาขึ้น รู้สึกถึงเสียงเรียกจากหน้าห้อง หันมองดูนาฬิกา พบว่าตนเองสลบไปถึง 4 ชั่วโมง
" พี่คะ พี่เป็อะไรรึเปล่า "
เสียงเรียกของไอรินยังคงดังอย่างต่อเนื่อง
" พี่ไม่เป็อะไร พี่แค่หลับไป "
" อาหารเย็นเสร็จแล้ว แม่รอนานแล้วค่ะ "
" ได้ พี่ล้างหน้าแป๊บ เดี๋ยวพี่ไป "
................................................
หลังจากทานอาหารเย็นกับครอบครัวเสร็จ ไวทินกลับมานั่งศึกษาพลังของตนเอง
นั่งสมาธิผ่อนลมหายใจ มุ่งเน้นจิตใจไปที่ผลึกเคออส
ภาพที่เห็นตรงหน้า เป็ผลึกเคออสที่ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 1 เท่า ภายในเป็ของเหลวใสสีทองหมุนวน
ไวทินรู้สึกสุขใจและสบายใจ พัฒนาขึ้นแล้ว ไวทินสังเกตผลึกเคออสอย่างละเอียด พบความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้น
ไวทินพบว่านอกจากหมอกที่เปลี่ยนเป็ของเหลวแล้ว ของเหลวยังเคลื่อนออกมาจากผลึกเคออสได้ ไวทินรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที หรือจะสามารถส่งพลังออกมานอกร่างกายได้
ไวทินสงบใจใช้สมาธิควบคุมของเหลวออกมาจากผลึกเคออส แต่ไวทินพบว่าของเหลวที่ออกมา กระจัดกระจายออกไปทุกทิศทาง ไม่นานของเหลวก็หมดไปถึงครึ่งของทั้งหมด ไวทินรีบหยุดทันที
ปล่อยออกมาแบบนี้ไม่ได้ ต้องปล่อยออกมาทีละนิด ส่งออกมาเป็เส้นเล็กได้รึเปล่า ไวทินคิดในใจแล้วทดลองทำดู
เส้นสายพลังงานสีทองขนาดเล็กเท่าเส้นผมค่อยๆไหลออกมาจากผลึกเคออส ยาวขึ้น ยาวขึ้น ยาวจนประมาณ 5 เมตร ก็ไม่สามารถส่งพลังออกมาได้ เส้นพลังหมุนวนอยู่รอบผลึกเคออส
ไวทินรู้สึกถึงความสำเร็จและล้มเหลวไปพร้อมกัน
ผลสำเร็จที่สามารถรีดของเหลวออกมาเป็เส้นได้ แต่ยังล้มเหลวที่ไม่สามารถส่งเส้นพลังออกมาจากบริเวณรอบศีรษะได้ พอเส้นพลังออกห่างจากศีรษะเกิน 10 เิเ พลังก็ค่อยๆหายไป ไวทินรู้สึกห่อเหี่ยวนัก
ลองใช้เส้นพลังแตะกระบี่สั้นตรงปลอกคอ พบว่าส่งพลังได้ปกติ อาจจะดีกว่าก่อนตรงที่สามารถควบคุมทิศทางได้ ไม่เหมือนตอนเป็หมอกที่ต้องส่งพลังออกมารอบศีรษะเพื่อให้พลังแตะโดนกระบี่ตรงปลอกคอ ทำให้ประหยัดพลังงานไปได้มาก
ไวทินมองกระบี่ที่ชักออกมาจากปลอกคอ ทันใดนั้นไวทินก็ตาสว่างวาบ เกิดความคิดบางอย่างขึ้น ไวทินรีบพุ่งลงไปที่ใต้ดินชั้น 5
คลังอาวุธ !!!
..................................................
ผ่านไปหนึ่งวัน ไวทินเดินออกมาจากคลังอาวุธด้วยความสุขใจ
การทดลองประสบความสำเร็จ
กลับมาที่ห้อง มองกองผลึกเคออส เหลือผลึกสีทองที่เป็หมอกอยู่ 1 ก้อน ไวทินทำยาอีกเข็มและฉีดอีกครั้ง ผลปรากฏว่า พลังแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย ของเหลวไม่ดูข้นขึ้นซักนิด
" จากตอนที่เป็หมอก เราฉีดเข็มแรกที่เป็หมอกสีทอง จากนั้นมาฉีดเพิ่มอีก 9 เข็ม หมอกถึงเต็ม รับเพิ่มไม่ได้อีก ถ้าจะเพิ่มพลังขั้นถัดไป น่าจะต้องใช้ขั้นเดียวกัน 10 เข็ม และขั้นต่อไป 1 เข็มเป็การข้ามขั้น "
มองทั้งกองผลึกเคออส ไวทินหาไม่พบผลึกที่เป็ของเหลวอีกเลย นี่บ่งบอกได้เลยว่าผลึกของเหลวหาได้ยาก
" มีผลึกสีแดงของไอริน 14 ก้อน สีเขียวของแม่ 5 ที่เหลือเป็สีอื่นๆ ทำของไอรินให้ก่อนละกัน "
" หืม ??? ลืมเื่นี้ไปได้ยังไง "
ไวทินตบหน้าผากตัวเองด้วยความเหนื่อยใจ ลืมเื่สำคัญไปได้ ยาโนแวนวันใกล้จะหมดแล้ว
หลังจากไวทินและครอบครัวฉีดยาโนแวนวันแล้ว ไวทินก็ไม่ได้สนใจยานี้อีกเลย ไวทินมีไว้ติดตัวเพียงเพื่อช่วยบางคนที่ไม่มีตัวยาเท่านั้น หลังจากใช้กับผลึกเคออสมาซักพัก ยาก็เหลือเพียง 12 หลอด
" ผสมผลึกเคออสแบบของเหลวยังต้องใช้ 10 หลอดต่อ 1 ผลึก ต่อไปไม่รู้จะต้องใช้อีกเท่าไหร่ "
" ไอรินใช้ไปเข็มนึงแล้ว ทำให้อีก 9 เข็มหมอกเต็มพอดี ของแม่คงต้องรอก่อน "
หลังจากนั้นไวทินก็นำยาสีแดงไปให้ไอริน พร้อมกับฝึกการใช้พลังร่วมกับไอรินอยู่ 7 วัน จนไวทินคิดว่าใช้พลังพอชำนาญแล้ว
ขณะทานอาหารเย็นกับครอบครัว
" แม่ครับ พรุ่งนี้ผมจะเข้าเมืองไปหายาโนแวนวันนะครับ "
ดานิการู้ถึงความสำคัญของยาโนแวนวันจากการบอกเล่าของไวทินนานแล้ว จึงไม่ได้ห้ามอะไร เพียงบอกให้ไวทินระวังตัวเท่านั้น
.......................................................
เช้ามืดวันต่อมา ไวทินออกจากบ้านเดินทางเข้าไปในเมือง
วันนี้ไวทินตัดสินใจเดินทางตอนกลางวัน เพราะไวทินมีความมั่นใจในการเอาตัวรอดมากขึ้น การเดินทางตอนกลางคืนมีข้อดีในการหลบหนีได้ง่าย แต่ก็เดินทางลำบาก การเดินทางในตอนกลางวันแม้จะหลบหนียากขึ้นแต่ก็สามารถต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าตอนกลางคืนเช่นกัน แต่ที่สำคัญที่สุดเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้คือค้นหายาโนแวนวัน การค้นหาในตอนกลางวันง่ายกว่าตอนกลางคืนมากนัก
ไวทินไม่ได้มีความหวังว่าจะเจอยาโนแวนวันมากนัก เนื่องชาวคีอัสรู้ว่า ยาโนแวนวันทำให้ไวรัสเคออสเปลี่ยนไป ดังนั้นเป้าหมายแรกที่ชาวคีอัสทำ คือการทำลายยาโนแวนวันให้หมดไปจากโลกแน่นอน
ที่ไวทิน้าที่สุดในตอนนี้คือวัสดุอุปกรณ์และส่วนผสมในการทำยาโนแวนวันมากกว่า เพราะไวทินมีสูตรยาโนแวนวัน และเป็คนแรกที่สกัดทำยาโนแวนวันได้
ไวทินอาศัยตรอกซอยแคบ ลัดเลาะตามซอกตึก เดินทางเข้าเมือง เป้าหมายแรก คือโรงพยาบาลที่ไวทินเคยทำยาโนแวนวัน โรงพยาบาลที่มีภาพสาวสวยในแดดยามเช้า ที่ยังคงติดตราตรึงใจไวทินเอาไว้ ไม่ยอมลืมเลือนห่างหายไป
แปะ !!!
กระดาษแผ่นหนึ่งติดลงบนผนังตึก เป้าหมายที่สองของไวทิน กระจายวิธีการพัฒนาพลังพิเศษ ข้อมูลวิธีการต่างๆในการเพิ่มพลัง ไวทินไม่รู้ว่าจะมีคนพบหรือได้อ่านมันไหม แต่ขอแค่มีโอกาส ไวทินจะไม่พลาดการทำแบบนี้ ในยุคที่ใช้อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์ไม่ได้แบบนี้ การกระจายข่าวที่ดีที่สุดก็คือการย้อนไปสู่ยุคอดีต ยุคกระดาษ ใบปลิว และป้ายโฆษณา
การขีดเขียนกำแพงหรือผนังหิน อาจจะทนทานมากกว่า แต่ไวทินไม่มีเวลาขนาด การทำให้เกิดเสียงขีดเขียน ขุดเจาะผนังกำแพง เป็การฆ่าตัวตายดีๆนี่เอง
ไวทินเดินทางมาถึงโรงพยาบาลอย่างราบรื่น แต่สภาพซากปรักหักพังด้านหน้า ไม่สามารถเรียกว่าโรงพยาบาลได้อีกแล้ว ไวทินเดินทางไปเวทีมวยต่อ ไวทินเคยบอกอาจารย์มวยไทยทุกอย่างแล้ว อีกทั้งชักชวนอาจารย์ไปหลบภัยที่บ้านตนเอง แต่อาจารย์ปฏิเสธ อาจารย์อยากอยู่กับเวทีมวย ตายก็ขอตายอยู่กับเวทีมวย ไวทินจึงต้องปล่อยอาจารย์ทำตามใจท่าน
ตึกเวทีมวยก็เป็เศษซาก ไวทินไม่สามารถเข้าไปได้ ทำได้เพียงมองอยู่ด้านนอก กราบแบบไทยและรำมวยไทยภายนอกตึกด้วยน้ำตาเท่านั้น นี่เป็วิธีการเคารพที่อาจารย์เคยสอนสั่งไว้ ไวทินทราบดีว่าภายในตึกนี้ อาจารย์ยังอยู่ภายในแน่นอน
ไวทินนั่งสงบอยู่หน้าตึกมวยไทยอยู่นาน ค่อยลุกขึ้นทำความเคารพครั้งสุดท้าย ก่อนเดินจากไปด้วยสายตามุ่งมั่น
ไวทินไม่มีความหวังกับโรงพยาบาลเท่าไหร่แล้ว เพราะเป็เป้าหมายทำลายที่เด่นชัดเกินไป ชาวคีอัสไม่มีทางปล่อยไว้ซักที่แน่นอน
เมื่อไม่สามารถเลือกเป้าหมายใหญ่อย่างโรงพยาบาล ก็ต้องเลือกเป้าหมายเล็กอย่าง ร้านขายยา
" จำได้ว่ามีร้านขายยาอยู่ในห้างสรรพสินค้า ลองไปดูหน่อยละกัน "
ไวทินพึมพำ
ไม่นานไวทินก็มาถึงห้างสรรพสินค้าภายในเมือง ไวทินมีความหวังกับห้างนี้ไม่น้อย เพราะเป็ห้างขนาดไม่ใหญ่มาก ไม่น่าเป็เป้าหมายในการทำลายมากเท่าใหร่ ร้านขายยาเองก็อยู่ชั้นใต้ดินของห้าง โอกาสที่ไม่ได้รับความสนใจมีสูง