"ฟรืดดดด… อยู่ไหน…… มันหายหัวไปที่ไหนกัน… ฟรืดดด" สี่แขนบ่นออกรสอย่างหัวเสีย ตัวมันนั้นวิ่งพล่านทั่วทั้งเกาะแล้ว แต่ไม่ว่าจะหายังไงก็หาไรเซลไม่พบ ไม่แม้แต่จะเจอร่องรอยอะไรด้วยซ้ำไป
"เสียเวลาไปตั้งเยอะ.. ฟรืดดดด.. แต่ไม่มีร่องรอยอะไร ฟรืดดด… ด้วยซ้ำ… ฟรืดดด… ถึงมันจะหายตัวได้ก็ไม่น่าจะเป็แบบนี้" หลังจากเริ่มสงบจิตสงบใจ สี่แขนก็วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล
"ฟรืดดด… หรือว่า" สี่แขนเหมือนฉุกใจคิดอะไรได้บางอย่าง
ทันใดนั้นการก้าววิ่งอันรวดเร็วก็หยุดลง ตัวมันในตอนนี้ยืนอยู่ข้างหนองน้ำใจกลางเกาะที่ไรเซลใช้ดื่มกินมาตลอด
ซ่าา… เสียงลมพัดใบไม้ปลิวไหวบวกกับเสียงคลื่นน้ำเอื่อยๆ ทำให้จิตใจรู้สึกสงบ ทัศนียภาพโดยรอบก็มีเพียงบ่อน้ำใหญ่และโขดหินน้อยเรียงราย ดูแล้วร่มรื่นนัก เพียงแต่อุณหภูมิร้อนลวกและไอน้ำที่แผ่ออกมาจากมนุษย์สี่แขนนั้น ช่างทำให้ดูน่าอึดอัดเหลือเกิน มันในตอนนี้กางแขนทั้งสี่ออกพร้อมทั้งแหงนหน้าขึ้นฟ้า
"อวู๊วววววว… โออออออออ… " เสียงคำราม? เสียงหอน? นี่เป็เสียงที่ไม่อาจบอกได้ว่ามันคืออะไรกันแน่
"ฟรืดดด.. ใช่จริงๆ มันไม่ได้ ฟรืดดด.. อยู่บนเกาะนี้" สี่แขนเหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง การหอนคำรามเมื่อครู่นี้ชัดเจนว่าใช้เพื่อตรวจหาบางอย่าง แน่นอนว่าบางทีอาจใช้วิธีการส่งคลื่นเสียงแบบค้างคาวเพื่อรับรู้สภาพพื้นที่โดยรอบ เสียงเมื่อครู่สะท้อนดังไปทั่วเกาะ ทำให้เหล่าสัตว์ภายในเกาะแตกตื่นหลบซ่อนกันจนเงียบกริบ สิ่งที่พวกมันััได้ในยามนี้คือความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณของสัตว์ที่มีต่อผู้ล่าตามธรรมชาติ
"ถ้างั้น… ฟรืดดด…. ตอนนี้มันคงอยู่ที่ยานแน่.. ฟรืดดด…. ไม่มีทางที่มัน… ฟรืดดด… จะหนีลงทะเลแน่นอนแน่นอน ฟรืดดดด…" หลังจากคาดเดาได้แบบนี้สี่แขนก็หันหน้ากลับไปทางยานบินทันที ก่อนที่จะก้าววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ฟิ้วววววว… ทิ้งเส้นทางที่วิ่งผ่านให้เหลือแต่สายลมตามหลังเท่านั้น
**********************************************
"นี่ๆ นายจะทิ้งคนที่ถูกจับมาไว้ไว้ห้องขังจริงๆ เหรอ" สตางค์ถามไรเซลด้วยความสงสัย พวกเขาตอนนี้เดินออกมาจนถึงหน้าห้องพักที่อยู่ติดกับห้องนักบินแล้ว
"เธอนี่.. ช่วยเรียกชั้นอย่างสุภาพหน่อยได้มั้ย ชั้นอายุมากกว่าพวกเธอนะ" ไรเซลพยายามเบี่ยงประเด็นเพราะว่าเขานั้นรำคาญเกินไปที่จะตอบปัญหานี้
"อายุมากแล้วไง? นายเองก็ไม่เห็นจะสุภาพกับใครเลยซักนิด เื่อะไรชั้นต้องสุภาพกับนาย" สตางค์ยักไหล่พร้อมกับทำหน้าปลดปลง ใครมันจะไปสุภาพกับคนอารมณ์ฉุนเฉียวชอบทุบตีคนอื่นกัน
"เธอนี่นะ..!! ต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ เพราะถูกตามใจมากเกินไปทำให้มันเอาแต่ใจแบบนี้แหละค่ะ" มลฤดีรู้สึกได้ว่าไรเซลไม่อยากตอบเลย่เบี่ยงประเด็นให้
"ช่างเถอะๆ ชั้นไม่ถือสาอะไรยัยโง่นี่หรอก" ไรเซลโบกมือหยอยๆ ก่อนที่จะหันไปหาสตางค์และสีแสดงสีหน้าอย่างผู้ชนะ นี่มันน่าหมั่นไส้จริงๆ ไอ้นี่เป็เด็กรึไง
" ยัยมล!! เธอหักหลังช้านนน!! " สตางค์วิ่งเข้าหามลฤดีประหนึ่งนักมวยปล้ำบ้าพลัง สองสาวใช้มือยันกันไว้ในท่านักมวยปล้ำประลองกำลัง
"เฮ้อออ…… ร่าเริงกันดีจริงๆ นี่มันเวลาคับขันอยู่นะ" ไรเซลรำพึงในใจกับท่าทางไม่ทุกร้อนของทั้งสองคนพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
ติ๊ดด.. ครืดดดด….
ไรเซลเอื้อมมือไปกดสวิตช์ก่อนที่ประตูเบื้องหน้าจะเปิดออก ตัวเขานั้นก็เดินเข้าไปทันที
ฟรึ่บ…
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องระบบแสงไฟอัตโนมัติก็ทำงาน ส่งผลให้สิ่งที่อยู่ภายในห้องปรากฏสู่สายตาทั้งสามคน
"โอ้ววว… ไม่นึกว่าจะอยู่นี่เยอะแยะขนาดนี้ เ้านี่มันนักสะสมชั้นดีเลยนี่หว่า" ไรเซลพูดด้วยตาเป็ประกาย นี่มันเหนือกว่าที่เขาคิดไว้จริงๆ
"พวกเธอเลิกเล่นแล้วมาช่วยชั้นดูของพวกนี้เร็ว พวกเธอน่าจะรู้ใช่มั้ยว่ามันใช้ทำอะไรได้บ้าง" ไรเซลกวักมือไหวๆ พร้ะโกนเรียกให้สองสาวมาดูเหล่าอาวุธกอพะเนินตรงหน้า
"ว้าวววว… นี่มันคลังแสงชัดๆ" สตางค์ตาเป็ประกาย ด้วยนิสัยเหมือนเด็กผู้ชายทำให้เธอค่อนข้างตื่นเต้นกับสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาตอนนี้มาก
"อาวุธพวกนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย พวกกอร์ก็อธไม่เคยเอาออกมาใช้ด้วยซ้ำ.. บางที.." มลฤดีบ่นพึมพำ ดูเหมือนว่าเธอจะคิดอะไรได้บางอย่าง
"มีอะไรงั้นเหรอ? " ไรเซลจับท่าทางได้และถามมลฤดีทันที
"บางทีนี่อาจจะเป็ของเหยื่อที่พวกมันยึดมาก็ได้ค่ะ พวกกอร์ก็อธชอบฆ่าและทำเหมือนว่าตัวเองเป็พราน นี่อาจจะเป็ของที่พวกมันเอามาสะสมเป็ที่ระลึก" มลฤดีบอกสิ่งที่ตัวเองคิดกับไรเซล
"ฉลาดเหมือนกันนะเนี่ย.. " ไรเซลชมมลฤดีด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น หายากจริงๆ ที่คนอายุ 19 ปีจะวิเคราะห์ได้อย่างชาญฉลาดขนาดนี้
มลฤดีก้มหัวลงทำหน้าเขินอาย เธอไม่นึกไม่ฝันว่าไรเซลจะชมอย่างจริงจังแบบนี้ แม้ว่าเธอจะถูกคนอื่นยกย่องบ่อยๆ แต่ตอนนี้ความรู้สึกกลับไม่เหมือนทุกครั้ง
บรรยากาศทั้งสองมันเริ่มดีจนสตางค์รู้สึกแปลกๆ ตอนนี้เองที่เธอคิดว่าต้องทำลายบรรยากาศนี้ "อะแฮ่ม!!"
มลฤดีตื่นจากภวังค์ก่อนที่จะเริ่มทำหน้าตาแตกตื่น เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอกัน
"ชุดอะไรกันเนี่ย..!!" ไรเซลเผลอหลุดะโออกมาทันทีที่หันไปเจอชุดสูทบางอย่างตั้งอยู่ในหลอดแก้ว ชุดนี้มัน….
"อ๊ะ.. ชุดนี้มันคล้ายกับที่พวกสี่แขนชอบใส่เลยนี่นา… " สตางค์ที่หันขวับไปเห็นก็อุทานออกมาชุดนี้มองที่แรกก็นึกว่าเป็แบบเดียวกันกับชุดรบของพวกกอร์ก็อธ แต่ว่ารูปลักษณ์และคลื่นบางอย่างที่แผ่ออกมานั้นให้ความรู้สึกที่ต่างกันมากเหลือเกิน
สิ่งที่อยู่ในหลอดแก้วเบื้องหน้านี้เป็ชุดสีดำน้ำเงินคล้ายกับสีของท้องฟ้าตอนกลางคืน ตรงอกเป็เกราะเหล็กเบาขนาดเล็กเข้ารูปคล้ายกับชุดเกราะอัศวินที่พวกอัศวินในหนังชอบใส่กัน สีตัวเกราะเป็สีดำมีแสงสีม่วงเป็เส้นวิ่งผ่าน พาดไปทั้งชุด ส่วนประกอบแขนและขานั้นไม่ได้มีเกราะเหมือนลำตัว หากแต่เป็เนื้อสูทธรรมดาที่มีเส้นสีม่วงวิ่งผ่าน เป็สายเชื่อมต่อกับปลายนิ้วและข้อต่อ คล้ายกับว่าเป็วงจรอิเล็กทรอนิกส์
"เทห์จัง!!!" ไรเซลมองชุดสูทด้วยสายตาราวกับเด็กน้อยเจอของเล่นก่อนที่จะสังเกตุเห็นบางอย่าง
ตรงตำแหน่งอกซ้ายมีรูรูปสามเหลี่ยมกลับหัวขนาดเล็ก ที่เส้นแผงวงจรทั้งหมดลากมาที่รูนี้ คล้ายกับว่ามันเป็จุดศูนย์กลางของชุด
"นี่มัน…. หรือว่าแหล่งพลังแหล่งพลังงานของมันจะหายไปงั้นเหรออออ!!!" ไรเซลไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขาเฝ้าบอกตัวเองว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นมันไม่ถูกต้อง ใช่แล้ว… นี่มันต้องเอาไว้ประดับเฉยๆ แน่ๆ
"ดูเหมือนจะเป็อย่างนั้นนะคะ" และแล้วเสียงที่ลอดออกมาก็ทำลายความหวังของชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิง มลฤดีที่เดินมาถึงข้างหลังช่างพูดความจริงที่ทำร้ายจิตใจของไรเซลได้ถูกเวลานัก
หมด.. ความหวังนั่งน้ำตาริน…..
"ถึงอย่างนั้นชั้นก็จะใส่!!" ไรเซลไม่สนใจอะไรแล้ว!! เขาถอดกระโปรงหนังออกโชว์ตูดอันกลมกลึงโดยไม่สนใจผู้หญิงทั้งสองคนด้วยซ้ำ ความเสียใจนี้ทำให้เขาช็อค!!
"กรี๊ดดดดด…. นี่แกทำบ้านอะไรกันกัน!!" สตางค์กรีดร้องพร้อมกับปิดตาตัวเองไว้แน่น นี่ไอ้บ้านั่นมันไม่มียางอายเลยรึไง
ผิดกับมลฤดีที่ตอนนี้แม้จะเหมือนว่าปิดตาอยู่ แต่ถ้ามองดีๆ จะรู้ว่าที่จริงแล้วนิ้วมือกางออกเล็กน้อย…. นี่เธออยากดูสินะ ช่างใจกล้าจริงๆ
ไรเซลเปิดหลอดแก้วออกอย่างมุ่งมั่นและหยิบชุดสูทหมายที่จะเอามาใส่ ทว่า.. เพียงแค่แตะัั ชุดสูทก็แตกตัวออกเป็ชิ้นๆ ก่อนที่จะไต่มาตามปลายนิ้วและครอบคลุมไปทั่วทั้งตัวเพียงเวลาเสี้ยวอึดใจ นี่มัน…. น่าอัน่าอัศจรรย์ใจนัก
"อาาา.." ไรเซลครางออกมาอย่างเบาบาง ความรู้สึกหลังจากได้ใส่ชุดสูทนั้นทำให้เขารู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก ร่างกายตอนนี้เบาสบายและผ่อนคลายนัก เขารู้สึกว่าร่างกายมีพละกำลังมากขึ้นและมีการเชื่อมต่อบางอย่างกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ เขารู้สึกว่าพลังจิตของเขาใช้พลังน้อยลงมากกว่าปกติ
"นี่มันชุดสูทเพิ่มสมรรถนะสินะเนี่ย… รู้รู้สึกได้เลยว่ามีพลังในร่างกายมากขึ้นกว่าแต่ก่อนลิบลับ" ไรเซลพูดกับตัวเองและเหมือนกับถามคำถามมลฤดีไปในตัว
"ดูเหมือนจะเป็อย่างนั้นค่ะ แม้ว่าแกนกลางจะไม่มีอยู่ แต่ว่าก็ยังมีประโยชน์หลายอย่าง ทางกองทัพเองก็มีโอกาสได้วิเคราะห์ชุดสูทของพวกกอร์ก็อธที่ได้จากาเหมือนกัน แต่ก็ไม่พบว่ามีจุดที่ต้องใส่แกนกลางที่เป็แหล่งพลังงาน บางที… นี่อาจจะเป็ชุดต้นแบบก็ได้ หนูเชื่อว่าพวกกอร์ก็อธอาจได้สิ่งนี้มาจากดาวดวงอื่นและเอามาดัดแปลงให้เป็ชุดสำหรับตัวเองค่ะ" มลฤดีบอกสิ่งที่ตัวเองรู้กับไรเซลทั้งหมด
" อย่างนี้เอง.. ดูเหมือนว่าแม้จะไม่มีแหล่งพลังงานแต่มันก็สามารถใช้งานได้ในระดับหนึ่งสินะ" ไรเซลถามเพิ่อยืนยันบางสิ่ง
"ค่ะ" มลฤดีตอบ
"แล้วยัยโง่นั่นเป็อะไรอีก" ไรเซลเลิกเห่อของเล่นใหม่และมองท่าทางของสตางค์อย่างสงสัย
สตางค์ในตอนนี้ยังคงอยู่ในท่าปิดตาหันหน้าไปอีกทางเหมือนเดิม ดูไปเหมือนกับว่าเธอจะกลายเป็หินไปแล้ว
"หุบปากกก.!! อย่ามาพูดกับชั้นนะไอ้พวกวิตถาร" สตางค์ะโกลับไป
"อ๋ออ…. ยัยเด็กนี่ใกับความสวยงามของร่างกายเราสินะ" ไรเซลทุบมือลงบนฝ่ามืออีกข้าง ท่าทางตอนนี้เหมือนกับว่าเขาได้รู้อะไรบางอย่าง คงช่วยไม่ได้ละนะที่จะมีคนตกตะลึงไปกับกล้ามเนื้ออันงดงามของเขา
"สวยงามกับตูดแกสิ อย่ามาพูดกับช้านนนน!! " สตางค์ยังคงสติแตกเหมือนเดิม ดูเหมือนว่าอาการสติแตกของเธอจะเกิดขึ้นถี่ๆ ั้แ่เจอไรเซล
"พรู่ดด….." มลฤดีตอนนี้กลั้นขำเกือบจะไม่ไหว
.
.
.
"โออออออออ…………."
ทว่าตอนนี้เองที่ทำให้ทุกคนตื่นจาก่เวลาที่ผ่อนคลายและหันหน้ามารับกับความเป็จริง เสียงโหยหวนนี้ น่าขนลุกจริงๆ
"นี่มัน…. เสียงของ.. กอร์ก็อธ" สตางค์พูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก
"แย่แล้วค่ะคุณไรเซล..!! พวกกอร์ก็อธมันใช้เสียงหอนเพื่อหาตำแหน่องของสิ่งมีชีวิตรอบๆ ตอนนี้ไม่แน่ว่ามันอาจจะกำลังตรงมาทางนี้ก็ได้" มลฤดีเตือนไรเซลอย่างร้อนรน
"มีอะไรสะดวกแบบนี้ด้วย? ดูท่าคงต้องรีบกันหน่อย" ไรเซลตอนนี้ก็ยังคงผ่อนคลายเหมือนเดิม
"นี่มันแย่จริงๆ นะคะ!! " มลฤดีพยายามเตือนไรเซลอีกครั้ง ดูเหมือนคนๆ นี้จะไม่รู้จักมนุษย์ต่างดาวนี่เลยว่ามันน่ากลัวแค่ไหน
"เอาน่าๆ ตอนนี้พวกเธอสองคนไปดูที่ห้องนักบินแล้วกันว่าพอจะขับมันได้รึป่าว.. ส่วนชั้นเดี๋ยวหาอะไรติดไม้ติดมือได้แล้วจะออกไปเล่นกับมันซะหน่อย" ไรเซลเริ่มแจงหน้าที่ให้กับสาวๆ ทั้งสอง
"นี่นายตั้งใจจะออกไปสู้กับมันจริงๆ งั้นเหรอ" สตางค์ถามด้วยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ ั้แ่ทำามาสามปี ยังไม่มีมนุษย์คนไหนออกไปสู้กับมันเพียงลำพังได้เลย ไม่ว่าจะอาวุธหรือทักษะล้วนเทียบกับมนุษย์ต่างดาวไม่ได้ซักนิด นั่นทำให้ผู้คนที่พบเจอกับมันล้วนต้องรอความตายอย่างสิ้นหวัง
"ละเมออะไรของเธอ… ไอ้ตัวแบบนั้นมีไรน่ากลัวกัน มันก็แค่มีแขนเพิ่มมาอีกสองแขนเอง.." ไรเซลเหนื่อยหน่ายกับปฏิกิริยาของผู้คนตอนนี้นัก ทำไมต้องทำเหมือนกับว่าไอ้พวกนี้มันไร้เทียมทานขนาดนั้น "เลิกโอ้เอ้แล้วไปทำงานที่สั่งได้แล้ว อย่าถ่วงเวลาชั้นให้มากนักเลย"
"นายนี่มัน!! " สตางค์จนใจกับผู้ชายคนนี้นัก นี่มันจะทำตัวตามสบายไปถึงไหน
" เอาล่ะๆ ยัยตางค์เราทำตามที่คุณไรเซลพูดเถอะ" มลฤดีต้องคอยขัดเพื่อนของเธอทุกครั้ง นั่นเพราะว่านิสัยไม่ยอมคนของสตางค์จะทำให้พวกเธอเสียเวลาโดยใช่เหตุ
"ชิ.. เอาอย่างนั้นก็ได้" สตางค์สงบใจก่อนที่จะทำตามที่เพื่อนแนะนำ เธอไม่เคยว่าง่ายกับใครเลยซักครั้งนอกจากเพื่อนของเธอ
"อย่าเข้าไปตายโง่ๆ ซะล่ะ" สตางค์บอกกับไรเซล
"เธอนั่นแหละโง่ ยัยโง่!!" ไรเซลตอบกลับไปด้วยท่าทางเอาเื่ ยัยโง่นี่มันกล้ามาว่าคนอื่นโง่ได้ยังไง
"นายย..!! ไอ้วิตถาร" สตางค์ะโกลับ
สองคนนี้จะตีกันอีกแล้ว น่าเหนื่อยใจจริงๆ
"พอได้แล้วน่าาา!!" มลฤดีแยกเพื่อนเธอออกจากไรเซลอีกครั้ง เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสถานการณ์แบบนี้เพื่อนเธอยังทำตัวเหลวไหลแบบนี้ได้
"ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ" มลฤดีหันไปบอกกับไรเซลด้วยสายตาที่เป็ห่วง พร้อมกับกำลังดันเพื่อนเธอให้ออกไปจากห้องนี้
ไรเซลไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่โบกมือและยิ้มให้
.
.
.
.
เมื่ออยู่เพียงลำพังแล้ว ตอนนี้ไรเซลกลับมาทำสีหน้าเคร่งขรึม เขาเข้าใจดีว่าไอ้ตัวที่จะไปสู้ด้วยมันอันตราย แค่ดูจากของสะสมของมันก็เดาได้ทันทีว่า ที่ผ่านมามันทำลายล้างดวงดาวไปมากแค่ไหน นั่นเพราะในของสะสมมากมาย ไม่มีอันไหนที่มันคล้ายกันเลยซักนิด รู้เลยว่าพวกมันเก็บของที่ระลึกมาดาวละอย่างเท่านั้น
"ดูเหมือนงานนี้จะหนักหน่อยสินะ สภาพตอนนี้เองก็ยังห่างจากตัวเราในอดีตอยู่มาก คงต้องรอบคอบซะหน่อย" ไรเซลบอกกับตัวเองอีกครั้งเพื่อให้ฉุกคิดว่าตัวเองในยามนี้ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนแต่ก่อน เขากลัวว่าตัวเองจะประมาท
"คงต้องตรวจสอบชุดนี้ดูก่อน… ตรวจตรวจสอบสถานะ" ไรเซลออกคำสั่งเพื่อเช็คการทำงานของสูทเสริมสมรรถนะ
[ยืนยันคำสั่ง เริ่มการตรวจสอบ] เสียงปัญญาประดิษฐ์ของผู้หญิงดังขึ้นภายในหัวของไรเซล นี่มันทำให้รู้สึกจั๊กจี้อยู่บ้างเพราะความไม่เคยชิน
ติ้ง ๆๆๆ ๆ ๆ ๆๆ ตอนนี้ในกรอบสายตาของไรเซลปรากฏหน้าต่างโฮโลแกรมบอกสถานะของชุดที่มีเพียงไรเซลที่เห็นออกมามากมาย
[สถานะผู้ใช้งานไม่ตรงตามความ้าฟังชั่นบางอย่างไม่สามารถใช้งานได้] เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
"ไม่ตรงตามความ้างั้นเหรอ หรือมันต้องมีรูปแบบทางชีวภาพอะไรบางอย่างรึป่าว" ไรเซลถามตัวเองด้วยความงุนงง นี่มีของดีใช้แล้วแต่ยังใช้ไม่ได้มันน่าหงุดหงิดจัง
[้าเครื่องจักชีวภาพขนาดเล็กเพื่อเชื่อมต่อและเปิดการใช้งาน]
"แล้วมันคืออะไรวะน่ะ" ไรเซลยิ่งสงสัยกว่าเดิม
ติ๊ง… และแล้วหน้าจอแสดงความ้าของระบบก็เด้งขึ้นมา
"แล้วจะไปหาของแบบนี้มาจากไหนวะเนี่ย ชิบหายเอ้ยยยยย" ไรเซลหัวเสียแล้ว ไอ้ของที่เรียกว่าเครื่องจักชีวภาพขนาดเล็กนี่ แท้จริงแล้วมันก็คือนาโนแมชีนที่สามารถแตกตัวเองเพื่อขยายพันธุ์ได้ นั่นถึงเรียกว่า "เครื่องจักรชีวภาพขนาดเล็ก" นั่นเอง… นี่มันเกิดมายังไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ
" ช่างมันก่อน ไม่แน่ว่าบางทีไอ้พวกสี่แขนอาจจะมีก็ได้ เอาไว้ค่อยหาอีกที" ไรเซลเก็ยเื่นี้ไว้ก่อน สถานะของสูทตอนนี้ถือว่าอยู่ในสภาพดี พลังงานในส่วนใช้งานก็สามารถฟื้นฟูได้เองโดยไม่มีอะไรน่าห่วง แปลว่าพวกสี่แขนมันก็รู้จักคำว่าบำรุงรักษาอยู่เหมือนกัน
"คงต้องหาอาวุธแล้วก็ลูกเล่นบางอย่างเแาไว้หลอกล่อ" ไรเซลเริ่มจัดการเตรียมเครื่องมือสำหรับตัวเองทันที เขาต้องเตรียมทางหนีทีไล่ให้ตัวเองเผื่อกรณีฉุกเฉิน
"ไอ้นี่ดีแฮะ.. ไอ้นี่ด้วย… เห้ยยยยยย…. ของดีๆ ทั้งนั้น" ไรเซลหยิบนั่นหยิบนี่อย่างสนุกสนาน ของที่เ้าต่างดาวเก็บไว้มีแต่อาวุธท่าทางเจ๋งๆ แต่ละอันคุ้นหน้าคุ้นตาชนิดที่ว่าแค่เห็นก็รู้แล้วว่าเอาไว้ทำอะไร ทั้งมีดสั้นที่ใบมีดสั่นะเืด้วยความเร็วสูง ดาวกระกายเลเซอร์ ะเิขนาดเล็กและปืนลำแสง เขานั้นหยิบมันมาติดไว้ตามช่องเก็บอาวุธแต่ละส่วนของชุดสูท นี่มันเหมือนชุดนินจาเลยนะเนี่ย
"รวยแล้วๆ นี่เรารวยแล้วววววว" ไรเซลสติแตกไปแล้ว เขาเข้าใจเลยว่าความรู้สึกของเศรษฐีเป็ยังไง
"แล้วไอ้แหวนนี่มันอะไรวะ!!" ไรเซลที่อารมณ์ดีนั้นเหลือบไปเห็นแหวนคู่หนึ่งที่วางอยู่ในตู้โชว์ตรงกลางห้อง ตำแหน่งที่มันอยู่นั้นเด่นเกินกว่าที่จะเป็แค่เครื่องประดับมาก นี่แปลว่ามันต้องเป็ของดีอีกแน่นอน
"ไหนดูซิว่านี่เอาไว้ทำอะไร" รุดถึงที่หมายไรเซลก็หยิบแหวนมาดูก่อนที่จะลองใส่อย่างไม่ระวังอะไรเลย แหวนคู่นี้สวมเข้าที่นิ้วชี้ทั้งสองข้างได้พอดี ตัวแหวนนั้นรูปร่างเรียบง่าย เป็แค่แหวนสีเงินที่้ามีทับทิมสีแดงเม็ดเล็กฝังอยู่
"อะไรวะ… ใส่ดูแล้วไม่เห็นจะมีอะไร นี่มันแหวนโง่ๆ วงนึงงั้นเหรอ" ไรเซลรู้สึกผิดหวังมากเขานึกว่าจะได้อะไรดีๆ ติดมือมาอีกซักอย่าง ตอนนี้เองที่เขาลองตรวจเม็ดทับทิมดู
กริ๊ก..
ทันทีที่นิ้วกดลงไปที่ตัวทับทิม แหวนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงจนไรเซลตั้งตัวไม่ติด ตอนนี้แหวนที่เคยอยู่บนนิ้วมันเปลี่ยนตัวเองกลายเป็ถุงมือเกราะแล้ว ทั้งยังยาวครอบคลุมไปถึงข้อศอก
ถุงมือเกราะนี้เป็สีเงินแวววาวตรงหลังมือมีช่องเล็กๆ คล้ายกับฮู้ดดูอากาศ กระจายสี่ทิศ ใจกลางเป็เกจเหมือนกับมอนิเตอร์รถยนต์มีทับทิมสีแดงเป็ศูนย์กลาง ส่วนข้อมือด้านล่างมีรูแบนๆ คล้ายจะปล่อยอะไรบางอย่างออกมาได้ ส่วนท่อนแขนเองก็เป็เหมือนกัน ปลายสุดตรงข้อศอกมีท่อบางอย่างที่คล้ายกับจะเอาไว้ระบายอากาศ
"เห้ยยยยย…… แหวนนี่มันกลายเป็ถุงมือได้ เจ๋งโคตรรรรร!!" ไรเซลร่ำร้องใจจะขาด ตอนนี้เขาลืมไปแล้วว่ากำลังมีภัยมาเยือน การค้นพบตอนนี้ทำให้เขาหน้ามืดตามัว
"ไหนๆ ขอดูหน่อยซิ.." ว่าแล้วเขาก็สำรวจจุดที่ดูสำคัญที่สุดก่อนเลย นั่นคือหน้าจอมอนิเตอร์ ในหน้าจอนั้นไม่ได้มีอะไรมากนัก มีเพียงเกจพลังงานที่เหมือนเกจน้ำมันและตัวเลขเป็เปอร์เซ็นเท่านั่น เกจพลังงานตอนนี้มีเพียงครึ่งเดียวและตัวเลขเปอร์เซ็นต์คือ 0% นี่คงจะเป็เลขบอกสถานะการทำงานหรือสถานะความร้อน
"เห้ยยยย พลังงานเหลือนิดเดียวเองนี่หว่า" ไรเซลที่เห็นระดับพลังงานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้า เขารับไม่ได้จริงๆ ถ้ามันจะใช้ได้แค่แปบเดียว นี่มันเป็การสูญเสียที่ใหญ่เกินไป
"แล้วนี่มันใช้ยังไงวะเนี่ย" พูดจบไรเซลก็ลองจิ้มที่หน้าจอมอนิเตอร์ดู ทว่าก็ยังไม่มีอะไรเกิด จนกระทั่งลองจิ้มไปที่ทับทิม้ามอนิเตอร์ ตอนนั้นเองลวดลายสีแดงเป็เส้นเชื่อมต่อไปยังรูต่างๆ ในถุงก็ปรากฏขึ้น ทันใดนั้นวิธีใช้งานถุงมือนี้ก็ปรากฏชึ้นในหัวของไรเซล
"เจ๋งงง…. ทับทิมนี่เป็ปุ่นเปิดปิดสินะ ดูเหมือนว่าถ้ากดอีกครั้งมันจะกลับเป็แหวน การใช้งานเองก็ง่าย แค่ขยับมือเป็ท่าต่างๆ เท่านั้นเอง" ไรเซลชื่นชมเทคโนโลยีของพวกต่างดาวมากเลยตอนนี้
ตอนนี้เองที่ไรเซลลองทดสอบการทำงานดู เขาเกรงมือหนึ่งครั้งเพื่อให้ถุงมือชาร์จพลังงาน
กริ๊ก…. วูบบบบบบบบบบบบบบบบ…..
เมื่อเริ่มต้นชาร์จพลังงาน รูตรงหลังมือก็เริ่มดูดอากาศอย่างบ้าคลั่ง มวลอากาศโดยรอบถูกสบเข้าไปและคลายบางส่วนออกมาทางข้อศอก
ตัวเลขบอกสถานะวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว 1..2..3..4..5…………….90% ตัวเลขไหลขึ้นในพริบตาก่อนจะมาถึง 90% และเริ่มช้าลง จนในที่สุดก็ครบ 100%
"เอาล่ะเริ่มจากเบาๆ ก่อน" พูดจบไรเซลก็ตั้งท่าชกหมัดออกไปข้างหน้า ่เวลาที่กำหมัดนั้นถุงมือก็เริ่มทำงานทันที มันรั้งอากาศเข้ามาเก็บด้านในก่อนจะควบแน่นจนกลายเป็พลังงาน ท่อที่ข้อศอกนั้นเกิดความร้อนระบายออกมา มันทำหน้าที่เป็ไอพ่น เร่งความเร็วของหมัดที่ปล่อยออกไป
วูบบบบบบ….. หมัดที่ปล่อยออกไปนั้นถุงมือทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าไรเซลแค่ออกหมัดธรรมดา และใช้พลังถุงมือไปแค่ 5% แต่ทว่าพลังและความเร็วนั้นเร็วจนชนิดที่ว่าเกิดพาพติดตา
ตูมมมมมมมม….
เมื่อสุดระยะหมัดพลังทำลายก็แสดงอานุภาพออกมา รูทั้งสี่ตรงกำปั้นนั้นปล่อยพลังงานความเข้มข้นสูงออกมาะเิตรงหน้า เกิดเป็แรงกระแทกะเิเป็วงกว้าง
[พลังงานของหมัดลดเหลือ 95%]
"สุดยอดดดด!! นี่ใช้พลังแค่ 5% เองนะเนี่ย แถมตรงศอกนี่ยังเป็ไอพ่นอีก โคตรเท่!!" ไรเซลตื่นเต้นเหลือจะกล่าว ั้แ่มาห้องเก็บอาวุธนี่เขาก็แปลกใจซ้ำแล้วซ้ำอีก ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนคนถูกหวยรางวัลที่หนึ่งแบบยกชุดแล้ว ไอ้ต่างดาวนั่นเหรอเดี๋ยวจะอัดให้ยับ
"ไอ้ถุงมือนี่มันเปลี่ยนอากาศให้เป็พลังงานพลาสม่าสินะ ถุงมือต่างดาวมันจะเท่ห์ไปแล้ว" พูดจบไรเซลก็เกร็งมือเพื่อชาร์จพลัง
วูบบบบบ… ตอนนีีพลังงานมือขวากลับมาเต็มอีกครั้ง ไรเซลก็ตรวจสอบจอมอนิเตอร์
"เหี้ยยยยย!! นี่เพิ่งใช้ไปนิดเดียวไหงแบตเตอรี่มันลดไปขนาดนี้วะ" ไรเซลใไปอยู่ที่ตาตุ่ม การชาร์จพลังงานเข้าถุงมือนั้นกินแบตเตอรี่ไปมากทีเดียว ตอนนี้ทั้งสองข้างเหลือแบตเตอรี่แค่สามขีดจากทั้งหมดสิบขีด
"แล่วแล่วแล่วแล้วววว….. ช่องชาร์จแบตอยู่ไหนวะเนี่ย" ไรเซลคลำหาช่องเก็บแบตเตอรี่ตาเหลือก เขาต้องหามันให้เจอไวๆ จะได้เตรียมหนทางแก้ไข
"อยู่นี่เอง!!" ในที่สุดก็หาเจอช่องเก็บแบตเตอรี่อยู่ตรงตำแหน่งท่อนแขนด้านล่าง แค่หงายมือดูก็หาเจอแล้ว แต่ด้วยความร้อนรนไรเซลจึงลืมสังเกตุไป
เจอแล้วก็เปิดดูทันที เข้าในตอนนี้อยากรู้มากว่าจะหาวิธีเติมพลังงานให้มันได้มั้ย
กริ๊กกก…. ช่องเก็บแบตแบตเตอรี่ถูกเปิดออก ภายในนั้นบรรจุไว้ด้วยก้อนสีดำสองก้อน รูปร่างคุ้นตาไรเซลอีกแล้ว
"มันใส่ได้สามก้อนเชียว แล้วอีก้อนนึงไปไหนวะ" ไรเซลท่าทางสงสัย ใครกันที่กล้ามาลักแบตเตอรี่ของเขาไปก้อนนึง หลังจากมองได้พักหนึ่งเขาจึงแกะมันออกมาหนึ่งก้อนเพื่อตรวจสอบ ไรเซลจับดูหลายครั้งก่อนจะพลิกดูแต่ละด้าน
ตอนนี้เองที่ไรเซลสตั้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไม่เข้าใจเลยว่าพวกมนุษย์ต่างดาวเนี่ย แท้จริงแล้วครั้งหนึ่งมันเคยมาที่โลกซักครั้งรึเปล่า ทำไมมันถึงได้มีแรงบันดาลใจกับของแปลกๆ นัก
"ตลกแล้ว… ไอ้ถุงมือสุดอลังการเนี่ย เป็ไปได้ยังไงที่มันจะใช้ของแบบนี้เป็แบตเตอรี่ นี่เราต้องเห็นภาพหลอนแน่ๆ" ไรเซลหลับตานวดขมับก่อนที่จะลองดูสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง
ทว่าภาพที่เห็นก็ยังไม่เป็เปลี่ยนแปลง
มันคือถ่านไฟฉาย…
..
.
.
ไม่มีทางมองเป็อย่างอื่นไปได้เลย
.
.
นี่ก็คือถ่านไฟฉาย AAA ตราแมวดำ ถ่านที่อยู่คู่กับชาวไทยมาอย่างยาวนาน
..
.
.
.
.
.
ไรเซลนิ่งเงียบ เื่ช็อคตรงหน้าทำให้ไฟในการต่อสู้ที่ลุกไหม้เมื่อกี้มอดดับลง เขาเก็บถ่านตราแมวกลับเข้าถุงมือและปิดการทำงานให้กลับเป็แหวน ก่อนที่จะเหม่อลอยเพื่อครุ่นคิดบางอย่าง
.
.
.
.
.
"อาาา…… หวังว่าถ่านที่อยู่บนโลกจะใช้แทนกันได้นะ…"
ไรเซลรำพึงกับตัวเองด้วยท่าทีอ่อนแรง ตอนนี้เขาได้แต่ฝากความหวังของมนุษย์ชาติไว้กับถ่านไฟฉาย AAA ตราแมวดำที่เหลืออยู่บนโลกเท่านั้นแล้ว…….