ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 89 พี่ใหญ่โง่ พี่ใหญ่งี่เง่า

            คางของฮวาเหยียนเกือบจะยื่นถึงพื้น

            เหลวไหล อย่างไรก็เป็นเพียงเรื่องเหลวไหล

            ยังมิต้องกล่าวถึงความเลื่อมใสที่พี่หญิงมู่มีต่อคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ ยามนี้มาว่ากันเรื่องความรักลึกล้ำที่ตี้หลิงหานมีต่อมู่อันเหยียนเสียก่อน

            “พี่หญิงมู่ท่านเข้าใจผิดแล้ว องค์รัชทายาทหลิงหานผู้นี้นิ่งดูดายครั้งแม่นางมู่อันเหยียนประสบอุบัติเหตุเมื่อสี่ปีก่อนจากนั้นเขาก็ตกบ่อแล้วยังปาหินใส่ [1] จัดการยุติงานหมั้นหมายทั้งผลักแม่นางมู่อันเหยียนที่จมบ่อไฟลงสู่นรก บุรุษผู้นั้นไร้มนุษยธรรมและเปี่ยมด้วยความอยุติธรรมไร้ความรู้สึก โหดเหี้ยมน่ารังเกียจ คนเช่นนั้นจะมีความรักยิ่งใหญ่ดั่งมหาสมุทรได้อย่างไรเจ้าคะ?”

            ฮวาเหยียนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

            ตี้หลิงหานผู้นั้นช่างเก่งกาจในการยัดเยียดบทละครให้ข้าเสียจริง น่าโมโหนัก

            ความรักลึกล้ำมารดาเจ้าสิ เป็นผู้ใดกันที่จับบุตรชายของนางไปเรียกค่าไถ่? เป็นผู้ใดกันที่พานางเข้าคุกมืดเพื่อดูเขาลงโทษคนโดยการแล่เนื้อเถือหนัง? เป็นผู้ใดกันที่เกือบรัดคอนางจนตาย มิหนำซ้ำยังกัดนางอีกด้วย และที่สำคัญยังวางอุบายให้นางติดหนี้สัญญาเป็นเงินจำนวนสามล้านตำลึงบุรุษใจจืดใจดำเช่นนี้มีหรือจะเข้าใจคำว่าหลงรักอย่างสุดหัวใจ

            ฮวาเหยียนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างชัดเจนยิ่งจนทำให้มู่เฉิงอินรู้สึกวิงเวียนขึ้นมา

            “น้องหญิงเจ้ามีอคติที่ล้ำลึกยิ่งต่อองค์รัชทายาทใช่หรือไม่?”

            “ฮึตี้หลิงหานคือบุรุษที่น้องเกลียดที่สุดอย่างหาผู้ใดเปรียบ”

            ฮวาเหยียนตอบอย่างเย็นชา

            “เอ๋? เช่นนั้นที่เมื่อครู่เจ้าบอกว่าสนใจองค์รัชทายาท...”

            มู่เฉิงอินไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่ง

            “ที่น้องสนใจกลับคือวิธีที่จะฉีกผิวอันเนียนนุ่มของเขาออกมา...”

            ฮวาเหยียนกัดฟันกรอด

            มู่เฉิงอินรีบลุกขึ้นไปปิดปากนาง“น้องหญิง เจ้าช่วยเบาเสียงลงหน่อยเถิด อย่าให้ผู้อื่นได้ยินเชียว มิเช่นนั้นจะเป็นการสร้างปัญหาใส่ตัวเจ้าเอง”

            “ฮึ”

            ฮวาเหยียนยังคงไม่พอใจและโมโหอยู่หลายส่วน

            ตอนนั้นเองที่นางได้ยินมู่เฉิงอินส่งเสียงหัวเราะเบาๆออกมา “เอาเถิด น้องหญิงก็อย่าได้โกรธไปเลย เช่นนั้นต่อไปพี่หญิงจะไม่พูดดีๆเกี่ยวกับองค์รัชทายาทอีก ไท่จื่อผู้นั้นโหดเหี้ยมไร้ความรู้สึกจริงๆ แม้ว่าจะทะนุถนอมคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ดั่งหยกบริสุทธิ์มานานหลายปีแต่เมื่อตกบ่อแล้วยังปาหินใส่ ยกเลิกงานหมั้นเช่นนั้น อืมช่างไร้ความปรานีและเปี่ยมด้วยความอยุติธรรม นับว่ามากเกินไปแล้ว”

            หลังจากมู่เฉิงอินพูดจบนางก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น

            “เช่นนี้ค่อยดีขึ้นหน่อยเจ้าค่ะ”

            เมื่อได้รับถ้อยคำปลอบโยนของมู่เฉิงอินที่สุดหัวใจของฮวาเหยียนจึงรู้สึกดีขึ้นมาก แต่หลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้ว นางก็รู้ว่าคำพูดของมู่เฉินอิงแฝงการเกลี้ยกล่อมอยู่ไม่น้อยจริงๆ

            ทั้งสองคุยกันอีกพักหนึ่งจนกระทั่งท้องฟ้าภายนอกเริ่มมืดแล้ว พวกนางจึงลุกขึ้นกล่าวคำอำลาอย่างไม่ใคร่เต็มใจนักหลังจากนัดหมายกำหนดการสำหรับวันพรุ่งเสร็จเรียบร้อยฮวาเหยียนและมู่เฉิงอินก็แยกย้ายกันกลับจวน

            ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าแสงเงาสาดส่องกระจัดกระจาย ฮวาเหยียนรีบร้อนเดินกลับไปยังจวนตระกูลมู่นางคุยเพลินจนเวลานี้ท้องฟ้าใกล้มืดเสียแล้ว และท้ายที่สุดเมื่อนางกลับมาถึงประตูจวนจึงพบว่ามีร่างน้อยๆ รออยู่หน้าประตูด้วยใจจดจ่อ

            หากมิใช่หยวนเป่าน้อยแล้วจะเป็นผู้ใด

            เด็กน้อยยังคงอุ้มเสี่ยวไป๋ที่กำลังหลับสนิทไว้ในอ้อมแขนเมื่อเห็นนางกลับมา ดวงตาของเขาพลันทอประกายเจิดจ้าขึ้น “ท่านแม่ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว ข้ารอท่านอยู่นานมากเลยขอรับ”

            “อา ท่านตาเล่าอยู่ที่ใด? ท่านลุงใหญ่ของเจ้าด้วย”

            “ท่านตายังไม่กลับมาส่วนท่านลุงใหญ่กลับมาครั้งหนึ่งและออกไปอีกครั้งแล้วขอรับ”

            หยวนเป่าน้อยตอบ

            “พวกเราเข้าไปในจวนก่อนเถิด”

            ฮวาเหยียนเดินนำหยวนเป่าน้อยเข้าไปในจวนทั้งสองมุ่งตรงไปยังห้องของนาง

            “ท่านแม่ท่านถามแล้วเป็นเช่นไรบ้างขอรับ?”

            “หยวนเป่าเจ้าได้สืบเรื่องมาจากท่านลุงใหญ่หรือยัง?”

            ทันทีที่สองแม่ลูกนั่งลงพวกเขาก็เปิดปากพร้อมกัน ก่อนจะมองหน้ากันและยิ้มออกมา

            “ท่านแม่พูดก่อนเถิดขอรับ”

            หยวนเป่าเอ่ย

            “แม่สืบเรื่องมาจากท่านป้ามู่ของเจ้าแล้วท่านป้ามู่มีความรู้สึกดีๆ ต่อท่านลุงใหญ่ของเจ้าไม่น้อย แต่ท่านลุงกลับส่งจดหมายถึงท่านป้ามู่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องการสมรสทำให้ท่านป้ามู่ของเจ้าเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว และไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับท่านลุงของเจ้ากันแน่?”

            ฮวาเหยียนตอบ

            น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

            “ข้าทราบขอรับข้าทราบ”

            หลังฟังจนจบหยวนเป่าน้อยก็เข้าใจอย่างถ่องแท้เขารีบลุกขึ้นและจับมือของฮวาเหยียน “ท่านแม่ พวกเราทำเรื่องนี้นับว่าถูกต้องแล้ว เพื่อช่วยพวกเราหาเงินสามล้านตำลึงท่านลุงใหญ่จึงหักใจตัดความสัมพันธ์กับท่านป้ามู่และนำเงินจากคลังส่วนตัวออกมาทั้งหมดดังนั้นแม้แต่เงินหมั้นหมายก็ไม่เหลือสักแดงเดียวขอรับ...”

            “ว่าอย่างไรนะ?”

            ฮวาเหยียนทั้งตกตะลึงและประหลาดใจกับคำพูดของหยวนเป่า

            “เป็นเรื่องจริงขอรับข้าสืบทราบความรู้สึกแท้จริงที่ท่านลุงใหญ่มีต่อท่านป้ามู่จากปากของเขาเองแต่ท่านลุงกลับบอกว่าท่านป้ามู่ไม่ชอบเขา ข้าได้ข่าวนี้มาจากคนรับใช้ของท่านลุงโดยไม่ตั้งใจท่านแม่ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของพวกเรา!”

            หยวนเป่าน้อยลนลานจนไม่รู้จะทำเช่นไรแล้ว

            “กล่าวคือ เพราะพี่ใหญ่ไม่มีเงินซื้อของกำนัลงานหมั้นและเกรงว่าจะมอบความสุขให้พี่หญิงมู่มิได้ จึงส่งจดหมายไปเช่นนั้นหรือ?”

            “ใช่แล้วขอรับใช่แล้ว”

            หยวนเป่าน้อยพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            โชคดีที่เขารู้ความจริงของเรื่องนี้โดยบังเอิญมิเช่นนั้นคงทำผิดต่อท่านลุงใหญ่กับท่านป้ามู่แล้ว

            ฮวาเหยียนรู้สึกเต็มตื้อในอกไม่มีคำใดสามารถสื่อถึงอารมณ์ ณ เวลานี้ของนางได้

            พี่ชายใหญ่ของนางไม่ชอบเปลืองน้ำลายเขามักจ่ายเงินโดยไม่พูดจาและทำหลายสิ่งด้วยตัวคนเดียวเสมอมา

            แม้เงินจำนวนสามล้านตำลึงนี้สำหรับตระกูลมู่แล้วอาจมิได้มากมายอันใด แต่เพราะกลัวว่าครอบครัวจะล้มละลายพี่ชายใหญ่จึงเขียนจดหมายเช่นนั้นถึงพี่หญิงมู่ ตัดขาดความสัมพันธ์เพราะเกรงว่าพี่หญิงมู่จะต้องร่วมทนทุกข์ไปกับเขาด้วย

            พี่โง่ของนาง

            ดวงตาของฮวาเหยียนแดงก่ำใจนางเจ็บจนแทบทนไม่ไหว

            พี่ใหญ่โง่พี่ใหญ่งี่เง่า เขาทำเพื่อนางถึงเพียงนี้

            ฮวาเหยียนรู้สึกผิดอย่างยิ่ง

            “ท่านแม่อย่าเศร้าไปเลยขอรับ พวกเราสองคนต้องรีบหาทางแก้ไข ต้องไม่ปล่อยให้เรื่องของท่านลุงใหญ่กับท่านป้ามู่ผิดพลาดไป”

            เมื่อเห็นว่าดวงตาของท่านแม่กลายเป็นสีแดงท่าทางคล้ายรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง เด็กน้อยก็รีบเปิดปากพูดขึ้น

            ฮวาเหยียนจึงกลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง

            “หยวนเป่าเจ้าไม่ได้บอกท่านลุงใหญ่หรือว่าเรามีเงินพอจะคืนหนี้แล้ว?”

            ฮวาเหยียนเอ่ยถามอีกครั้ง

            “ข้าลืมและไม่มีเวลาให้พูดขอรับ”

            หยวนเป่าตอบ

            “เช่นนั้นก็รอท่านลุงใหญ่ของเจ้ากลับมาแล้วพวกเราค่อยหาโอกาสบอกเรื่องนี้ให้เขาทราบเถิด จากนั้นค่อยหาวิธีให้ท่านลุงใหญ่ของเจ้าง้อท่านป้ามู่กลับมา”

            ฮวาเหยียนกล่าว

            “ขอรับ วิธีนี้น่าจะได้ผล”

            หยวนเป่าเองก็พยักหน้าเช่นกัน

            “คุณหนูใหญ่และคุณชายน้อยหยวนเป่าอยู่ที่ใด?”

            ตอนนั้นเอง น้ำเสียงทุ้มลึกของบุรุษก็ดังมาจากนอกห้องเสียงนี้หากมิใช่มู่เสวียนเย่แล้วจะเป็นผู้ใด?

            หยวนเป่าลุกขึ้นยืนทันทีแม้แต่ฮวาเหยียนก็ยังรู้สึกลนลานและประหม่าอย่างอธิบายไม่ถูก

            “เรียนคุณชายใหญ่คุณหนูและนายน้อยหยวนเป่าอยู่ในห้องเจ้าค่ะ”

            หลิ่วลวี่ตอบ

            ในขณะที่ฮวาเหยียนดึงหยวนเป่าน้อยออกเพื่อเปิดประตูนางพลันเห็นมู่เสวียนเย่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงราตรีด้วยใบหน้าสง่างามราวมงกุฎหยก ทั้งหล่อเหลาและแข็งแกร่ง

            “พี่ใหญ่”

            “ท่านลุงใหญ่”

            เมื่อฮวาเหยียนและหยวนเป่าเห็นมู่เสวียนเย่อารมณ์ของทั้งสองก็พุ่งถึงขีดสุด สองแม่ลูกร้องลั่นพลางรีบออกจากห้องด้วยดวงตาแดงก่ำทางหนึ่งเป็นหยวนเป่ากอดขาของมู่เสวียนเย่ อีกทางเป็นฮวาเหยียนพุ่งมาตรงหน้าเขา

            มู่เสวียนเย่“...!”

            “เกิดเรื่องใดขึ้น?”

            หัวใจของมู่เสวียนเย่บีบแน่นเขารีบเอ่ยถามเสียงดัง

            ฮวาเหยียนสะอื้นและมองมู่เสวียนเย่ด้วยดวงตาที่เปียกชุ่มท่าทางอ่อนไหวจนแทบขาดใจ ดวงตาของนางเปี่ยมล้นด้วยอารมณ์ ซึ่งทั้งหมดล้วนแสดงออกถึงความประทับใจ“พี่ใหญ่ ท่านเป็นพี่ใหญ่ที่ดีที่สุดในใต้หล้าเลยเจ้าค่ะ”

            “ใช่ๆๆ”

            หยวนเป่าน้อยเองก็พยักหน้าอีกครั้ง“ท่านลุงใหญ่ ท่านเป็นท่านลุงใหญ่ที่ดีที่สุดในใต้หล้าเลยขอรับ”

            มู่เสวียนเย่“...!”

            นี่มันเรื่องอันใดกัน? มู่เสวียนเย่มองไปที่ฮวาหงและหลิ่วลวี่ซึ่งอยู่ด้านข้างเอ่ยถามทั้งสองผ่านสายตาเขา แต่กลับเห็นว่าสาวใช้ทั้งสองก็สับสนไม่ต่างกัน

            “เอาล่ะบอกพี่ใหญ่มาว่าเกิดเรื่องใดขึ้น?”

             

            เชิงอรรถ

            [1] ตกบ่อแล้วยังปาหินใส่ 落井下石 (luò jǐng xià shí) หมายถึง ซ้ำเติมเมื่อผู้อื่นเพลี่ยงพล้ำ คล้ายกับคำว่า ได้ทีขี่แพะไล่

     

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508