ตอนที่20 โอนเนอร์สามารถปฏิบัติภารกิจที่สองได้สำเร็จ
“ไชโย! พวกเราเจอทางรอดแล้วนี่ต้องเป็เส้นทางของกิ้งกือหรือหนอนเป็แน่”
มดนิวแสดงความคิดเห็นอย่างมีความสุขเนื่องด้วยอุโมงค์ขนาดเล็กนั้นมีขนาดใกล้เคียงกับลำตัวของกิ้งกือหรือหนอนพอดีนั่นเอง
“ถูกต้อง.....และเส้นทางนี้จะนำพวกเราไปหาเสด็จพ่อได้”
เ้าหญิงพยักหน้ากล่าวยืนยันความคิดเห็นของมดนิวจากนั้นเ้าหญิงเป็คนนำทุกคนมุดตัวเข้าไปในอุโมงค์เล็กที่ต้องย่อตัวเดินตลอดเวลาเพราะมีความสูงต่ำกว่าส่วนสูงของทุกคน
เสิ่นอี้เดินรั้งท้ายคนอื่นเขารู้สึกโล่งอกที่พบว่าทหารแมงป่องไม่สามารถตามหาตัวพวกตนได้อีกพลางรู้สึกคิดถึงบ้านและการนอนแช่อาบน้ำอุ่นในอ่างจากุซซีขนาดใหญ่ที่คฤหาสน์หลังงาม
‘เห็นทีภารกิจบนดาวผีเสื้อกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว อยากไปนอนแช่ในอ่างน้ำอุ่นเสียจริงไม่รู้ว่าทางซินดี้กับน้องชายจะเป็ยังไงบ้าง?’
ขณะที่เสิ่นอี้กำลังคิดถึงบ้านและอ่างน้ำวนแสนสบายอยู่นั้นสองพี่น้องกำลังง่วนอยู่กับการปรับปรุงบ้านให้น่าอยู่เพื่อรอเวลาเ้านายผู้หล่อเหลาให้กลับมาชื่นชม
เทาเซียวเอ่ยถามพี่ชายในร่างหญิงด้วยความสงสัยในระหว่างที่ทั้งคู่นั่งกินอาหารเช้าด้วยกันว่า
“พี่ซินดี้พี่ว่าเ้านายเราหายไปไหน? นี่มันก็หลายวันแล้วนะ ไม่โทรมาสั่งงานหรือถามข่าวอะไรพวกเราเลย? จู่ ๆ ก็หายไปเฉย ยังดีนะที่ผมเอะใจกลับไปห้างอีกไม่งั้นรถคงถูกจอดทิ้งไว้ที่นั่น บางทีอาจถูกขโมยไปด้วยซ้ำ”
ซินดี้ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจในพฤติกรรมของเสิ่นอี้เช่นกันทว่าเขาจดจำคำสั่งของชายหนุ่มได้เป็อย่างดีที่เอ่ยเกี่ยวกับภารกิจเร่งด่วนซึ่งจะต้องมีการเดินทางแบบปุบปับ ทำให้เขาตอบกลับน้องชายตามจริงว่า
“ไม่รู้สินะ.....แต่เ้านายก็เคยบอกพวกเราแล้วนี่หากเ้านายหายไปเลยก็แสดงว่าไปทำงาน พวกเรามีหน้าที่ดูแลบ้านจัดบ้านให้สะอาดและน่าอยู่ ก็ทำตรงนี้ให้ดีแล้วกัน เวลาเ้านายกลับมาจากทำงานจะได้ไม่เสียอารมณ์ไม่งั้นงานและเงินเดือนดี ๆ แบบนี้ จะหาได้จากเ้านายที่ไหนอีกละ?”
ซินดี้ไม่เข้าใจงานของเ้านายหนุ่มทว่าเขากลับรู้สึกดีที่เ้านายไม่จู้จี้จุกจิกเหมือนผู้ว่าจ้างคนอื่นที่ผ่านมา รวมทั้งเงินเดือนที่จ่ายให้ตนและน้องชายสูงมากพอทำให้ทั้งคู่มีเวลาทำงานและดูแลบ้านเป็อย่างดี
ซินดี้จัดซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รวมทั้งของกินของใช้ไว้รอคอยเ้านายอย่างมีความหวัง เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนเลือกไว้ให้นั้นจะถูกใจหรือทำให้เ้านายพึงพอใจหรือไม่
..........
ด้านเสิ่นอี้ที่เดินตามหลังเ้าหญิงผีเสื้อไปตามเส้นทางคดเคี้ยวใต้ดินโดยผ่านทางแยกหลายครั้งหลายคราจนเขาไม่เสียเวลาจดจำเพราะคิดว่าคงไม่ได้กลับมาที่ดาวผีเสื้ออีกแน่นอน
ในที่สุดเ้าหญิงนำทุกคนมาถึงโถงถ้ำใต้ดินที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่พระองค์หยุดยืนอยู่ขอบสระน้ำใต้ดินพร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างมีความสุขว่า
“พวกเรามาถึงเสียที”
เสิ่นอี้หยุดยืนแล้วกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความงุนงงเขาสอบถามเ้าหญิงด้วยความสงสัยว่า
“เอ๊!เผ่าผีเสื้ออยู่ที่ไหนครับ? ไม่เห็นมีใครสักคนมีแต่น้ำใต้ดินกับหินในโถงถ้ำนี้เต็มไปหมด”
“อยู่ที่นี่ไง”เ้าหญิงตอบกลับพร้อมกับเป่าปากส่งสัญญาณเป็เสียงเพลงแ่เบา
พลันผนังหินในโถงถ้ำด้านหนึ่งค่อยๆ สลายไปพร้อมกลายเป็อุโมงค์ขนาดใหญ่ที่มีทหารผีเสื้อในชุดเกราะและอาวุธพร้อมสรรพบินออกมาตั้งแถวรอรับเ้าหญิงอย่างเนืองแน่น
“ต้อนรับเ้าหญิงกลับสู่ที่มั่นอย่างปลอดภัย!”
เสียงต้อนรับจากทหารและผู้คนเผ่าผีเสื้อทั้งหลายดังกระหึ่มไปทั่วโถงถ้ำแห่งนี้
เสิ่นอี้จ้องมองภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจด้วยความรู้สึกอัศจรรย์เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นภาพของเผ่าผีเสื้อจำนวนมากเช่นนี้ โดยมีผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ซึ่งมีสีสันสวยงามต่างบินออกมาจากอุโมงค์ขนาดใหญ่เป็จำนวนมหาศาล
สักพักหนึ่งมีผีเสื้อตัวใหญ่บินออกมาพร้อมกับทหารผีเสื้อบินตามหลังเป็พรวนโดยชายหนุ่มมองเห็นชัดเจนว่าเป็ผีเสื้อชายชราในชุดคลุมยาวสีขาวมีปีกด้านหลังเป็สีม่วงเข้มขนาดใหญ่ พร้อมกับมีคทาหัวผีเสื้อและมงกุฏบนหัวครอบไว้เป็การแสดงฐานะาาอย่างแท้จริง
าาเผ่าผีเสื้อประกาศเสียงดังก้องอย่างพึงพอใจที่เห็นลูกสาวตนกลับมาหาด้วยความปลอดภัยว่า
“ลูกข้า!.....เ้ากลับมาอย่างปลอดภัยเสียที ใครกันคือผู้กล้าที่ไปช่วยเ้าออกมา?”
องค์าา้ารู้ว่าใครคือผู้กล้าหาญที่เสี่ยงชีวิตไปช่วยเหลือธิดาตนออกมาจากการถูกจับคุมขังของกองทัพดาวดีวาย
เขา้าปูนบำเหน็จให้กับอีกฝ่ายที่ได้เสียสละอย่างยินดี
เ้าหญิงตอบกลับพ่อตนอย่างมีความสุข“กราบทูลเสด็จพ่อ เป็ทหารมดผู้กล้าและชายจากแดนไกล เขามีชื่อว่าเสิ่นอี้เพคะ”
เ้าหญิงกล่าวตอบพร้อมกับชี้นิ้วแนะนำตัวมดนิวกับเสิ่นอี้ที่ยืนอยู่ข้างกายตามจริง
องค์าาเหลือบมองชายหนุ่มและมดนิวด้วยสายตาขอบคุณพร้อมกล่าวเสนอรางวัลให้อย่างมีเมตตาว่า
“อย่างนั้นหรอกหรือ? ในเมื่อพวกเ้าทั้งสองคนมีความดีความชอบช่วยให้ธิดาของข้ากลับคืนสู่เผ่าผีเสื้ออย่างปลอดภัย ข้าจะมอบรางวัลให้ในการเสียสละครั้งนี้เอง”
จากนั้นองค์าาชูคทาที่ถือมาด้วยขึ้นเหนือหัวพลันมีแสงสว่างส่องประกายเจิดจ้าจากปลายคทาจนทำให้ผู้คนในโถงถ้ำ
ต้องยกแขนหรือมือขึ้นปิดบังแสงจ้าอันแสบตาในทันที
ติ๊ง !
ระบบโกลาหลส่งเสียงราบเรียบขึ้นมาขัดจังหวะของาาว่า“ขอแสดงความยินดี โอนเนอร์สามารถปฏิบัติภารกิจที่สองได้สำเร็จ ระบบกำลังนำตัวโอนเนอร์กลับสู่ที่เดิมห้า!...สี่!...สาม!...สอง!...หนึ่ง!...เริ่ม!”
เสิ่นอี้รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาทันทีทันใดพร้อมกับความรู้สึกคล้ายถูกดูดลงสู่หลุมลึกในฉับพลันเขารับรู้ได้ว่าตนกำลังจะเดินทางกลับบ้านแล้วเพราะมีเสียงสัญญาณแจ้งเตือนมาจากระบบโกลาหลพอดี
ทันใดนั้นเขาััได้ถึงบางสิ่งกระทบเข้ากับตัวอย่างแรงทว่าไม่มีเวลาตรวจสอบจึงนำบางสิ่งเก็บเข้าไว้ในกล่องล่องหนด้วยปฏิกิริยาตอบสนองจากสัญชาตญาณอย่างอัตโนมัติ
แว่บ !
ร่างของเสิ่นอี้หายตัวไปจากโถงถ้ำใต้ดินในจังหวะเดียวกับที่องค์าาโยนสมบัติบางอย่างให้กับเขาชายหนุ่มหายตัวจากดาวผีเสื้อมาโดยที่ยังไม่ได้สั่งลาใครสักคน
เขาโผล่เข้ามาอยู่ในห้องน้ำของห้างสรรพสินค้าเหมือนเดิมโชคดีที่เป็่เวลากลางดึกซึ่งห้างปิดทำการไปแล้ว
ชายหนุ่มรีบสำรวจตัวเองโดยไปยืนส่องกระจกในห้องน้ำเขาพบสภาพชายที่เปื้อนเปรอะไปด้วยคราบสกปรกทั่วตัว ซึ่งสกปรกยิ่งกว่าขอทานที่เคยพบเห็นมาก่อนโดยไม่หลงเหลือเค้าชายหนุ่มที่หล่อเหลาสักนิด
“นี่ฉันไปผจญภัยจนมีสภาพแบบนี้เลยหรือ? หมดกันเสื้อผ้าหรูราคาแพงของฉัน”
เสิ่นอี้พึมพำอย่างสงสารตัวเองพลางก้มมองดูเสื้อผ้าและรองเท้าที่ขาดวิ่นซึ่งเต็มไปด้วยคราบเลอะเทอะอย่างหดหู่ใจเขาไม่คาดคิดว่าการผจญภัยจะทำให้ตนกลายสภาพเป็คนสกปรกโสโครกได้มากขนาดนี้
“ไปดูรถที่จอดไว้ดีกว่าไม่รู้ว่าเสี่ยวเซียวจะเอาไปเก็บแล้วหรือยัง?”
เสิ่นอี้ตัดสินใจกลับไปอาบน้ำแปลงโฉมที่บ้านโดยไม่แน่ใจว่าที่เขาสั่งงานไปกับสองพี่น้องนั้น ทั้งคู่จะมานำรถไปเก็บที่บ้านหรือไม่
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกล่องล่องหนเพื่อตรวจสอบวันเวลาในปัจจุบันโดยไม่แน่ใจว่าตนเองหายตัวไปเท่ากับวันเวลาที่แสดงในโลกนี้หรือไม่
“ฮ้า! ฉันหายไปนานถึงเจ็ดวันเลยหรือ? เป็ไปได้ยังไง?!”
เสิ่นอี้อุทานด้วยความตื่นตระหนกเขากำลังคิดว่าโทรศัพท์อาจถูกเก็บไว้ในกล่องล่องหนที่ทำให้การทำงานผิดเพี้ยนไปเพราะตนเพิ่งหายตัวไปสามวันเท่านั้นเอง
ทั้งนี้ภารกิจที่สองซึ่งได้รับมอบหมายจากระบบโกลาหลนั้นมีกำหนดระยะเวลาเพียงสามวัน จึงไม่คิดว่าเวลาที่แสดงบนโทรศัพท์จะคลาดเคลื่อนได้มากขนาดนี้
เมื่อชายหนุ่มเดินมาถึงลานจอดรถในอาคารของห้างสรรพสินค้าเขาเหลียวมองซ้ายขวาพลางพึมพำอย่างคาดหวังว่า
“สงสัยเสี่ยวเซียวจะเอารถไปเก็บที่บ้านแล้วมั้งโทรให้มารับดีกว่าเพิ่งยี่สิบสองนาฬิกาเอง หวังว่าจะยังไม่นอนกันหรอกนะ”
สักพักหนึ่งมีเสียงสอบถามอย่างตื่นเต้นยินดีของซินดี้และน้องชายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อทั้งคู่ได้ยินเสียงโทรศัพท์พร้อมเบอร์โทรที่มาจากเ้านายก่อนที่เสิ่นอี้จะได้กล่าวทักทายหรือสั่งงานอะไรออกไปด้วยซ้ำ
“เ้านายโทรมาแล้วเ้านายอยู่ที่ไหนคะ?ให้เสี่ยวเซียวออกไปรับไหม?เ้านายหิวข้าวไหมคะ?เดี๋ยวซินดี้จะทำอาหารง่าย ๆ ไว้รอ”
“เ้านายอยู่ไหนครับ? ผมจะได้ขับรถไปรับ”
เทาเซียวต้องสอบถามเสิ่นอี้ขึ้นอีกครั้งเนื่องจากพี่ชายในร่างหญิงพูดแทรกขึ้นเสียงดังจนกลบเสียงเขามิด ทำให้เขากังวลว่าเ้านายจะไม่ได้ยินข้อความที่เขาสอบถามไป
เสิ่นอี้ยิ้มน้อยๆ อย่างมีความสุขที่พบว่ายังมีคนรอคอยเขากลับบ้าน ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างเหมือนเช่นเคยเขาตอบกลับสองพี่น้องอย่างผ่อนคลายว่า
“มารับฉันที่หน้าห้างหน่อยห้างสรรพสินค้าที่พวกเรากินข้าวด้วยกันล่าสุดนั่นแหละ ผมเพิ่งเสร็จภารกิจพอดี”
“ได้ครับเ้านายรอสักครู่ ผมคงไปถึงไม่นานครับ” เทาเซียวขานรับคำสั่งจากเขาอย่างยินดี
“เ้านายหิวข้าวไหมคะ? ้ากินอะไรง่าย ๆ หน่อยไหม?”
ซินดี้เห็นว่าเ้านายยังไม่ตอบคำถามตนเองจึงสอบถามอีกครั้งด้วยความสงสัยใคร่รู้