ผมนั่งคิดทบทวนความทรงจำในหัวอยู่เงียบๆ ไม่นานนัก อี้สาวใช้ประจำตัวของหานเหยียนก็ยกอ่างไม้เข้ามาในห้อง ผมพยายามสงบใจที่กำลังเต้นโครมครามเพราะกลัวว่าจะมีคนจับได้ว่าผมไม่ใช่จ้าวหานเหยียนตัวจริงเข้า ก่อนรีบคีพคาแรคเตอร์เป็จ้าวหานเหยียนที่ค่อนข้างเ็ากับคนในบ้านทันที
อันที่จริงจ้าวหานเหยียนเป็คนที่มีหลายบุคลิกอยู่พอสมควร เขาสามารถวางตัวได้อย่างเหมาะสมกับสถานที่และเวลาได้เป็อย่างดี ทั้งภาพลักษณ์ที่สูงส่งเ็า ไปจนถึงภาพจำที่ผู้คนคุ้นชินในฐานะคุณชายเ้าสำราญที่มีดีแค่หน้าตากับความร่ำรวยของวงค์ตระกูลเท่านั้น
เอวาที่กลายเป็จ้าวหานเยียนได้แต่พยายามคีพคาแรคเตอร์ให้เหมือนจ้าวหานเหยียนคนเดิมที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครระแคะระคายอะไรได้ทั้งนั้น เพราะถ้าหากมีใครจับได้ว่าเขาไม่ใช่จ้าวหานเหยียนตัวจริงแล้วล่ะก็ มีหวังเขาได้ถูกจับไปทรมานจนถึงขั้นแยกชิ้นส่วนแน่ๆ ..
ผมค่อยๆ ลุกจากเตียงก่อนล้างหน้าล้างตา อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่จนเรียบร้อย โดยมีอี้สาวใช้ประจำตัวคอยดูแลไม่ห่าง แม้ว่าความจริงผมอยากให้เธอออกไปก่อน แต่ว่าตอนนี้ผมยังทำแบบนั้นไม่ได้จึงต้องหลับหูหลับตาให้เธอดูแลต่อไปก่อนแล้วค่อยหาข้ออ้างเหมาะๆ ให้เธอไปทำอย่างอื่นแทน
เมื่อเสร็จเรียบร้อยผมจึงเดินไปยังห้องอาหารที่อยู่ไม่ไกลนัก บนโต๊ะมีอาหารมากมายหลายอย่างให้เลือกสรร ซึ่งเป็อะไรที่น่ากินมากทีเดียว ผมนั่งทานอาหารอย่างไม่เร่งรีบ พลางคิดว่าวันนี้ผมควรจะทำอะไรดี
ผมรู้สึกว่าผมไม่ควรจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของจ้าวหานเหยียนด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ซึ่งผมคิดว่าการคีพคาแรคเตอร์เป็จ้าวหานเหยียนต่อไปเป็เื่ที่จะทำให้ผมปลอดภัยที่สุดแล้ว และผมก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารูปแบบการใช้ชีวิตของจ้าวหานเหยียนนั้นดีอยู่แล้ว หรืออาจจะมีเพิ่มเติมอะไรบ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้การใช้ชีวิตของผมต่อจากนี้ง่ายขึ้น…
"พ่อบ้านเถา ท่านรู้จักพืชล้มลุกที่ชื่อว่าข้าวหรือไม่"
"...ข้าน้อยไม่เคยได้ยินชื่อพืชชนิดนี้ขอรับ"
ผมครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ "งั้นรึ อืม ถ้าจำไม่ผิด วันนี้จะมีเรือสินค้าจากต่างแดนมาจอดเทียบท่าเรือของเราสินะ"
"ขอรับคุณชาย..ให้ข้าน้อยเตรียมรถม้าไว้ให้หรือไม่ขอรับ"
"อืม ก็ดีเหมือนกัน"
..เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยผมก็นั่งรถม้ามายังท่าเรือทันที ที่นี่มันน่าจะมีข้าว หรือพริกมาขายบ้างแหละ..หวังว่านะ
อันที่จริงอาหารที่นี่ก็จัดว่าอร่อยอยู่หรอกนะ แต่ผมเป็คนที่ชอบกินอาหารรสจัด แต่พอได้มากินแต่อาหารที่มีรสชาติหวานบ้าง เค็มบ้าง เปรี้ยวบ้าง แต่แทบจะหารสเผ็ดไม่ได้เลยสักนิด มันเหมือนชีวิตขาดสีสันยังไงชอบกล
สำหรับผมที่เป็คนไทย กินข้าวเป็อาหารหลัก กินอาหารรสจัดเป็เื่ปกติ มันเลยรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องกินแต่อาหารรสจืดแบบนี้
จริงๆ แล้วผมไม่ใช่คนที่เลือกกินอะไรหรอกนะ แต่ถ้าหากเป็ไปได้ผมก็อยากกินอาหารที่ถูกปากตัวเองสักหน่อย แน่นอนว่าผมค่อนข้างคาดหวังที่จะได้สิ่งที่ผม้าจากเรือสินค้านี้อยู่พอสมควร
และเมื่อมาถึงที่ท่าเรือ ผมเห็นข้าวของมากมายถูกนำมาวางขายทั้งสองฟากถนน ไม่ว่าจะเป็อาวุธ เครื่องลายคราม อัญมณี ผ้าไหม หรือของประดับ แต่ของพวกนี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจของผมสักเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่ผมสนใจคือ อาหาร พืชผลทางการเกษตร เครื่องปรุงรสจากต่างแดนต่างหาก
ผมซื้อในสิ่งที่ผม้ามาเยอะอยู่พอสมควร ส่วนมากจะเป็เครื่องปรุงรสเสียมากกว่า แต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังหาสิ่งที่ผม้าจริงๆ ไม่พบ ผมเดินออกมาจากท่าเรืออย่างสิ้นหวัง ไม่มีทั้งข้าวไม่มีทั้งพริกให้ผมซื้อ หรือผมควรจะใช้กิจการตระกูลจ้าวให้เป็ประโยชน์ดี…
ในขณะที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั้น สายตาของผมก็ไปสะดุดเข้ากับพ่อค้าเร่กลุ่มหนึ่ง ที่วางสินค้ามากมายหลายชนิดเอาไว้แล้วะโเรียกลูกค้าให้มาเลือกสรร
"ขอเชิญท่านทั้งหลายเข้ามาชมสินค้าของพวกเราก่อนนะขอรับ ร้านของเราไม่้าเงินแต่อย่างใด หากท่านมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่พวกเราพอใจของที่ท่านถูกใจจะกลายเป็ของท่านทันที…”
หืมมม...สิ่งแลกเปลี่ยน?
และด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คนมากมายมาหยิบจับสินค้าภายในร้านเป็จำนวนมาก บางคนหยิบอาวุธ บางคนหยิบของมีค่าต่างๆ บางคนหยิบตำราหายาก แต่ของพวกนั้นมันไม่ได้อยู่ในความสนใจของผมเลยสักนิด
จนกระทั่งเหลือบไปเห็นสิ่งที่อยู่ในถุงผ้าเก่าๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก
นั่นมัน...ข้าว!!!
ในที่สุดผมก็เจอหนึ่งในสิ่งที่ผม้า!!!
ข้าวจ๋า รอผมก่อนนะ!
ผมเดินไปคว้าถุงข้าวเอาไว้อย่างไม่ลังเล ซึ่งมันเป็สิ่งที่คนอื่นมองข้ามไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับผมข้าวในถุงผ้าเก่าๆ นี้มีค่ามาก
เมื่อแต่ละคนพยายามแลกเปลี่ยนสิ่งที่ตัวเองมีเพื่อสิ่งที่ตนเอง้าไปทีละคนซึ่งแต่ละคนก็มีสิ่งแลกเปลี่ยนต่างกันออกไปทั้งนี้น่าจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขาเลือก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีใครสามารถทำการแลกเปลี่ยนกับพ่อค้าเร่กลุ่มนี้ได้เลยสักคน จนกระทั่งมาถึงผมที่ยืนจ้องถุงข้าวอยู่
"คุณชายท่านเลือกถุงผ้าถุงนี้หรือ..ท่านรู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร"
“นั่นคือสิ่งแลกเปลี่ยนหรือ..”
พ่อค้าเร่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนพูด “..ใช่ หากท่านสามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร ใช้ทำอะไรและสร้างประโยชน์ใดให้แก่ผู้คนได้บ้างมันจะกลายเป็ของท่าน”
เอาล่ะสิทีนี้..จอมเนียนอย่างผมจะแถยังไงให้ดูดีล่ะ
ผมนิ่งเงียบไปสักพักก่อนสร้างเื่ราวที่ฟังดูดีขึ้นมาสักเื่ ยังไงผมก็เคยเป็นักเขียนฝึกหัด การจะสร้างเื่กลวงๆ ขึ้นมาสักเื่ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร
"...สิ่งที่อยู่ในถุงผ้านี้คือข้าว เป็พืชล้มลุกที่ใช้เวลาในการเพาะปลูกประมาณสามถึงสี่เดือนจึงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้..ในหนังสือเล่มหนึ่งเขียนไว้ว่า มีเมืองที่แสนห่างไกลเมืองหนึ่งที่เคยยากจนข้นแค้น ผู้คนหิวโหยและล้มตายเป็จำนวนมากเพราะขาดแคลนอาหาร จนผู้คนในเมืองต้องกินต้นพืชหรือกาบไม้เป็อาหารประทังชีวิต จนกระทั่งเ้าเมืองได้ค้นพบพืชชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาเป็อาหารเพื่อขับไล่ความหิวได้ดีที่สุด เ้าเมืองจึงตั้งชื่อพืชชนิดนี้ว่าข้าว และผลักดันให้คนในเมืองปลูกข้าวและกินข้าวเป็อาหารหลัก เนื่องจากข้าวมีรสััที่นุ่มละมุนและหอมอร่อย ผู้คนในเมืองนั้นจึงทำการปลูกข้าวอย่างแพร่หลาย และส่งข้าวออกไปขายในเมืองต่างๆ ที่อยู่รอบข้าง ทำให้เศรษฐกิจในเมืองเฟื่องฟู ทุกครัวเรือนมีรายได้บ้านเมืองจึงมั่นคงเป็ปึกแผ่น และได้รับการพัฒนาในเื่ต่างๆ อีกมากมายหลากหลาย อีกทั้งข้าวยังสามารถเก็บไว้ได้นานกว่าอาหารชนิดอื่นๆ และสามารถนำออกมาปรุงเป็อาหารได้ไม่ยาก อย่างเช่นนำมาใส่หม้อแล้วเติมน้ำพอประมาณตั้งไฟอ่อนให้สุกได้ที่ก็จะได้ข้าวสวยที่สามารถทานคู่กับอาหารได้ หรือไม่ก็สามารถนำข้าวไปต้มเป็โจ๊กด้วยการใส่น้ำให้มากหน่อยแล้วปรุงรสซักเล็กน้อย"
ให้ผมเถอะครับ! นี่ผมอุตส่าห์แถจนสีข้างถลอกหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นได้โปรดยกมันให้ผมเถอะ!!
พ่อค้าเร่ยิ้มเล็กน้อยก่อนยื่นถุงผ้าที่ใส่ข้าวให้ "เช่นนั้นพวกข้าขอยกข้าวถุงนี้ให้กับท่าน คุณชายช่างมีความรู้กว้างขวาง ไม่ทราบว่าคุณชายมีนามว่าอะไรหรือขอรับ"
"นามของข้าคือจ้าวหานเหยียน และอีกอย่างข้ามิใช่ผู้ที่มีความรู้กว้างขวางอย่างที่ท่านกล่าว ข้าเป็เพียงคุณชายเ้าสำราญที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองเท่านั้น..ขอบคุณสำหรับข้าวถุงนี้นะ"
"คุณชายเ้าสำราญอย่างนั้นหรือ..เมื่อพบพานก็ถือว่าเป็วาสนา เช่นนั้นข้าขอมอบถุงพืชอีกสองถุงนี้ให้ท่านไปเลยก็แล้วกัน หวังว่าท่านจะมีความสุขกับ ‘ของขวัญ’นี้..แล้วพบกันใหม่คุณชายจ้าว"
..หืม ของขวัญ?
"ขอบคุณ แล้วพบกันใหม่ในสักวัน"
แปลก...ผมรู้สึกว่าพ่อค้าเร่กลุ่มนี้มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างไปจากคนอื่น ซึ่งผมก็อธิบายไม่ถูกนัก แต่ลางสังหรณ์ของผมบอกว่าจะต้องได้เจอพ่อค้าเร่กลุ่มนี้อีกอย่างแน่นอน…
ผมทิ้งความรู้สึกแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ถูกพวกนั้นเอาไว้เื้ัแล้วเดินทางกลับจวนด้วยความรู้สึกปลื้มปีติอย่างที่สุดแทน เพราะอย่างน้อยวันนี้ผมก็ได้ในสิ่งที่ผม้าแล้ว คราวนี้แหละผมจะได้มีข้าวกินสักที!
แต่ยังไงก็คงไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอก เพราะข้าวเปลือกที่ผมได้มามีไม่มากนัก ผมต้องรีบทำการเพาะปลูกและขยายพันธุ์มันให้ได้มากที่สุดก่อน
ส่วนถุงผ้าอีกสองถุงที่พ่อค้าเร่แถมมาให้ คือถุงพริกที่มีหลากหลายสายพันธุ์ กับถุงที่ใส่เมล็ดกะเพราอีกจำนวนหนึ่ง
ผมขมวดคิ้วมุ่นกับถุงของขวัญที่ได้มา แปลก มีอะไรบางอย่างทำให้ผมรู้สึกว่าเื่เรียบง่ายในวันนี้มีอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล ถึงจะไม่รู้ว่าทำไม แต่ผมรู้สึกแบบนั้น ซึ่งผมก็ได้แต่หวังว่ามันจะเป็แค่เื่ที่ผมคิดมากไปเองเท่านั้น แต่ถ้าไม่ใช่ ผมคงต้องเริ่มคิดแล้วล่ะว่าการที่ผมเข้ามาอยู่ในร่างจ้าวหานเหยียนนั้นอาจไม่ใช่แค่เื่บังเอิญ..
.
อีกด้าน
ในสถานที่ที่เงียบสงัดและอึมครึมซึ่งเป็สถานที่ที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ยังมีคนผู้หนึ่ง ไม่สิ ต้องบอกว่ามีสิ่งหนึ่งที่อยู่ในรูปลักษณ์ของคนผู้หนึ่ง นั่งมองถ้วยชาในมือพร้อมกับหมุนไปมาอย่างอารมณ์ดี ในเงามืดมิดพลันปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งยืนกอดอกด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักกล่าวขึ้น
“..วันนี้เ้าเข้าใกล้เขามากเกินไปแล้ว”
“เป็เ้าเองไม่ใช่หรือที่ขอให้ข้าไปมอบของขวัญให้เขาน่ะ นี่ข้าก็อุตส่าห์ทนอยู่ในรูปลักษณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้เพื่อทำตามคำขอของเ้าเลยนะ แล้วเ้าจะยังไม่พอใจอะไรอีก”
“ห้ามเ้ายุ่งกับเขา”
“น่าสนใจดีนี่ ดวงิญญาที่เ้าใช้พลังเกือบทั้งหมดดึงมาจากอีกโลก จนกระทั่งตัวเ้าเองก็ยังไม่สามารถกลับรูปลักษณ์เดิมได้..เช่นนั้นในระหว่างนี้ขอข้าเล่นสนุกกับเขาหน่อยจะเป็ไรไป”
“เชื่อหรือไม่ต่อให้ข้าต้องอยู่ในรูปลักษณ์นี้ข้าก็สามารถบดขยี้เ้าให้สูญสลายได้.. คิดจะแย่งของเล่นของข้าต้องดูว่าจิติญญาของเ้าทนมือทนเท้าของข้าได้ขนาดไหนกัน”
“..ไม่เอาน่าข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น ใครจะกล้าแย่งของเล่นของเ้ากัน ถึงจะน่าเสียดายแต่ถ้าจะให้สู้กับเ้าเพื่อแย่งดวงิญญาเพียงดวงเดียวข้าก็ไม่เอาด้วยหรอก..ว่าแต่อะไรทำให้เ้ายอมลงทุนถึงเพียงนี้กันนะ ถึงขนาดยอมละทิ้งรูปลักษณ์ที่แสนเลอค่ามาติดอยู่ในรูปลักษณ์มนุษย์ที่แสนน่าอึดอัดเช่นนี้ ดวงิญญาดวงนั้นมีค่าถึงขนาดนั้นเชียวหรือ”
“มันไม่เกี่ยวกับเ้า อีกอย่างตอนนี้เ้าก็ไม่ได้อยู่ในรูปลักษณ์ที่แท้จริงของตนเองไม่ใช่หรือ”
“นานๆ ทีลองเปลี่ยนตัวเองเป็สิ่งอื่นดูบ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน ถึงแม้มันจะดูทุลักทุเลไปสักหน่อยก็เถอะ..”
“งี่เง่า”
“แล้วจะเอาอย่างไรต่อ จะปล่อยดวงิญญาดวงนั้นไว้เช่นนั้นสักพักงั้นหรือ”
“ไม่หรอก อีกไม่นานเขาก็จะได้เจอกับดวงิญญาดวงนั้น น่าสนุกจริงๆ ”
“..นั่นสินะมันก็น่าสนุกจริงๆ นั่นแหละ”
จะทนได้นานสักแค่ไหนกันนะดวงิญญาที่มาจากอีกโลก...
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
หากชอบอย่าลืม comment เป็กำลังใจให้นามิด้วยนะคะ
ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายของนามิ
รักลีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ