ในค่ำคืนอันเงียบสงัดของเมืองคาตาเรนีส ท่ามกลางพงพนาที่รายล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีแสงสีส้มเจิดจ้าจากตะเกียงเป็แหล่งพลังงานที่ให้แสงสว่างผสานรวมกับแสงอ่อนๆที่ส่องลงมาจากดวงจันทร์บนพื้นนภาลัย ใบหน้างดงามที่มีเสน่ห์เย้ายวนของหญิงสาวกำลังปรากฎความหวาดกลัวขึ้นในแววตา
ในขณะที่ั์ตาที่ดูน่ากลัวราวกับปีศาจแต่แฝงไปด้วยความขี้เล่นของเดียอาโบลุสกำลังจ้องมองเบลล์ั้แ่หัวจรดเท้าราวกับกรรมการที่กำลังพิจารณาผู้เข้าประกวดอะไรสักอย่าง
เบลล์พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะทั้งหมด " ชั้นฝันไป ! ไม่ ไม่! นี่ไม่จริง ตื่นสิ ตื่นๆ! " หญิงสาวยังคงไม่หยุดใช้มือตบที่แก้มของตัวเองพลางหมุนตัวไปรอบๆ จนทำให้ชายตัวเล็กผมหยิกสีน้ำตาลหัวเราะเสียงแหลมออกมาด้วยความชอบใจ
แบร์รี่ที่ยืนมองดูอยู่ทำท่าเหมือนจะเข้าไปหาเบลล์ แต่หญิงสาวหน้าสวยรีบขยับหนี " หยุด! อย่าเข้ามา " หัวใจดวงน้อยของหญิงสาวที่สวมกางเกงยีนส์กับรองเท้าผ้าใบกำลังเต้นรัวอยู่ในทรวงอกด้วยความหวาดระแวง
ทันใดนั้น ชายที่อารมณ์ดีก็ได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ขบขัน " ยินดีต้อนรับ.. เบลล์ " พูดเสร็จเขาก็ส่งเสียงหัวเราะอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมา แล้วก็ชูมือข้างหนึ่งขึ้นมาในระดับเดียวกับศีรษะ ชายตัวเล็กดีดนิ้วเพียงทีเดียว
-พรึ่บ-
ชุดที่หญิงสาวผู้มาเยือนสวมใส่ก็เปลี่ยนไปทันทีในพริบตา ตอนนี้นางกำลังใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทำจากหนังสัตว์แบบยุคสมัยกลาง ั้แ่เสื้อยันรองเท้า เมื่อเบลล์เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนางแทบจะเป็ลมล้มพับ ดวงตาของนางก้มมองตัวเองอย่างตื่นตะลึงพลางขยี้ตาแล้วดูซ้ำอีกทีเพื่อความแน่ใจ
แบร์รี่ก้มไปหยิบตะเกียงสีส้มขึ้นมาจากพื้นแล้วพูดขึ้น " พวกเราไปจากตรงนี้กันเถอะ บ้านของข้าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ " และเมื่อเบลล์เงยหน้ามาอีกทีเดียอาโบลุสก็หายไปเสียแล้ว
" นี่มันเื่บ้าอะไรกัน " หญิงสาวพูดขึ้นด้วยความสับสนในขณะที่นางกำลังนำมือทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นมากุมอยู่ที่ศีรษะราวกับคนที่กำลังเครียด สายตาของนางมองต่ำลงไปที่พื้นดินท่าทางดูเหมือนคนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
" เอาไว้ข้าจะเล่าให้เ้าฟังทุกเื่ที่ข้ารู้ " ว่าแล้วเด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางก็ออกเดินนำทางหญิงสาวแล้วหันมาพูดกับนางต่อว่า " แต่ก่อนอื่น.. เ้าต้องเชื่อข้าก่อนว่าข้าไม่ได้เพี้ยนอย่างที่เ้าคิด.. ทุกสิ่งที่ข้าพูดมันคือความจริง.. เบลล์ " แบร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
.
.
.
บ้านไม้หลังเล็กที่สภาพเริ่มทรุดโทรมตั้งอยู่บริเวณชายป่า อยู่ห่างจากหมู่บ้านแถวนั้นราวห้าร้อยเมตร บ้านหลังที่อยู่ใกล้ที่สุดคือบ้านใหญ่ของเศรษฐี
เด็กหนุ่มผมสีดำแดงเดินถือตะเกียงมาถึงบ้านโดยมีหญิงสาวที่ยังไม่คุ้นชินกับเสื้อผ้าที่สวมใส่เดินตามมาติดๆ
" ที่นี่คือบ้านข้า เ้าเข้าไปนั่งรอก่อน เดี๋ยวข้ามา " แบร์รี่เปิดประตูบ้านออกแล้วผายมือเข้าไปข้างในบ้าน
เบลล์ยังคงนิ่งเงียบเนื่องจากนางยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้นางยังจำได้ว่ายังนั่งอยู่ที่สวนสาธารณะอยู่เลย
เด็กหนุ่มหายไปพักหนึ่งเขาก็เดินกลับมาพร้อมกับเด็กสาวผมสีบลอนด์ นางมาพร้อมกับอาหารต่างๆที่กอดอยู่ในอ้อมแขนของนาง
" เบลล์ นี่คือเว็นลี่ย์ คืนนี้นางจะมาอยู่เป็เพื่อนเ้า "
เด็กหนุ่มพาเพื่อนบ้านของเขาเดินเข้าไปในบ้านเล็กพร้อมกับแนะนำให้นางได้รู้จักกับหญิงงามที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
เว็นลี่ย์มองไปยังหญิงสาวที่อายุมากกว่านางหกปีด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความชื่นชมในความสง่างามของหญิงสาวผู้นี้ " นี่.. ข้าเอาอาหารมาให้ท่านเพียบเลย แบร์รี่บอกว่าตอนที่เขาไปดินแดนของท่าน ท่านได้ให้อาหารแก่เขา " ว่าแล้วเด็กสาวที่มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าตลอดเวลาก็วางอาหารลงบนโต๊ะแล้วนางก็เดินไปนั่งใกล้ๆกับเบลล์
ั์ตาสีน้ำตาลในดวงตาคู่นั้นของเบลล์เริ่มมีน้ำใสๆไหลออกมา นางเอาฝ่ามือสองข้างขึ้นมาปิดหน้าของตัวเองจนมิด ข้อศอกทั้งสองข้างวางลงบนโต๊ะ เสียงสะอึกสะอื้นแ่เบาดังเล็ดลอดออกมา
นี่มัน.. คือเื่จริงสินะ
คืนวันนั้นเบลล์อยู่ในบ้านกับเว็นลี่ย์ ในขณะแบร์รี่ออกไปนั่งก่อกองไฟแล้วนอนอยู่หน้าบ้าน แววตาคมคายของเด็กหนุ่มที่กำลังมองขึ้นไปยังดวงดาวฉายชัดไปด้วยความกังวลในใจ เขานอนคิดทั้งคืนเกี่ยวกับเื่ราวที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้..
.
.
.
เสียงนกน้อยเริ่มส่งเสียงร้องเรียกหากันดังขึ้นราวกับเป็นาฬิกาปลุก ทำให้หญิงสาวที่เผลอฟุบหลับไปเมื่อคืนได้ตื่นขึ้นอย่างสลึมสลือ แสงแดดยามเช้ากำลังอาบไล้ไปตามผิวดินอย่างช้าๆ กลิ่นหอมของอาหารบางอย่างลอยมาตามอากาศจนมาปะทะเข้ากับจมูกของสาวสวย
เบลล์ลุกขึ้นนั่งบนเตียงเล็กๆพลางขยี้ตามองดูเด็กสาวผมหยักศกสีบลอนด์ที่สวมชุดกระโปรงสีขาวยาวจนถึงข้อเท้ากำลังจัดเตรียมอาหารวางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ภายในชามเ่าั้ยังไม่รู้ว่ามันคืออาหารประเภทใด แต่ไออุ่นๆที่ลอยออกมาจากชามขึ้นสู่อากาศกับกลิ่นหอมๆของมันกำลังเชื้อเชิญให้หญิงสาวได้ลุกขึ้นมาจากเตียง
แต่ทันใดนั้นเอง ประตูบ้านก็ถูกเปิดพรวดออกอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มเ้าของดวงตาคมคายวิ่งเข้ามาอย่างหูตาตื่น เขารีบปิดประตูอย่างรวดเร็วแล้วไปแอบส่องดูอยู่ที่หน้าต่าง
" มัลวาด้าใช่หรือไม่ นางกำลังมารึ "
เด็กสาวที่เพิ่งทิ้งก้นลงนั่งบนเก้าอี้ได้เอ่ยถามขึ้น
" ใช่ นางกำลังผ่านมาทางนี้ "
น้ำเสียงของแบร์รี่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล จนทำให้เบลล์เริ่มมีสีหน้าที่สับสนแล้วถามขึ้นว่า " ใครคือมัลวาด้า แฟนเก่านายหรอ แบร์รี่ " เพิ่งจะผ่านพ้นมาได้คืนเดียวในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย แต่เ้าของเสียงหวานที่แฝงด้วยความทะเล้นคนเดิมก็กลับมาแล้ว
แววตาที่กำลังหวาดกลัวของแบร์รี่ได้สิ้นสุดลงทันที เขาขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วกระพริบตาปริบๆ ในขณะที่มือน้อยๆของเว็นลี่ย์ที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากก็ต้องหยุดชะงักลง คำพูดเพียงประโยคเดียวของเบลล์ได้หยุดการเคลื่อนไหวของทุกคนในบ้านโดยที่นางไม่ตั้งใจ
เว็นย์ลี่วางช้อนที่มีอาหารกลับลงในชาม นางเงยหน้าขึ้นมองเบลล์ที่กำลังเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วพูดขึ้น " เอ่อออ… เมื่อครู่นี้คือภาษาของดินแดนของท่านรึ "
" ใช่แล้วเว็นลี่ย์ ผู้คนที่นั่นที่ข้าไปพบเจอมา พวกเขาก็พูดกันเช่นนี้แหละ " แบร์รี่ตอบคำถามของเด็กสาวแทนเบลล์ จากนั้นเขาก็เดินมานั่งร่วมโต๊ะ หลังจากที่เสียงม้าวิ่งผ่านหน้าบ้านไปแล้ว
เบลล์ตักอาหารหน้าตาแปลกๆที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนเข้าปาก ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร แต่ขอแค่มันมีรสชาติที่ดีก็เพียงพอแล้ว " แล้วตกลงมัลวาด้าคือใคร " หญิงสาวถามขึ้นในขณะที่ยังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ
แบร์รี่ทำท่าทางเหมือนจะเอ่ยปากพูด แต่ก็ไม่ทันความไวของเว็นลี่ย์ " นางเป็ราชินีของเมืองนี้ นางชั่วร้ายมากจนผู้คนขนานนามกันว่าราชินีปีศาจ ถ้าผู้ใดขัดขวางนาง ผู้นั้นก็มักจะลงเอ่ยด้วยความตาย หรือไม่ก็ถูกจับขังคุกใต้ดินไม่ได้ออกมาเห็นแสงตะวันอีกเลย " เมื่อพูดจบเด็กสาวก็ตักอาหารคำโตเข้าปาก
เบลล์ที่นั่งฟังอย่างตั้งใจเมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็ทำตาปริบๆด้วยแววตาที่ให้ความรู้สึกหดหู่ " นี่ชั้นมาทำอะไรที่นี่เนี่ย " หญิงสาวเพียงแค่บ่นเบาๆกับตัวเองจนทำให้ผู้ร่วมโต๊ะอาหารคนอื่นได้ยินไม่ถนัดนัก
" ข้าคิดว่าคงไม่ใช่เื่ดีแน่ถ้านางได้พบเ้า " แบร์รี่หันไปพูดกับหญิงสาวผมสีดำเจือน้ำตาลที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือของเขา เบลล์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันขวับด้วยสายตาที่แฝงด้วยความไม่พอใจไปทางเด็กหนุ่ม " เป็เพราะนายนั่นแหละ ที่ทำให้ชั้นต้องมาเจอเื่บ้าๆแบบนี้ " เบลล์ตวาดเสียงดังออกมา สีหน้าของนางที่มองแบร์รี่ให้ความรู้สึกราวกับจะกินเืกินเนื้อกัน
ทำเอาเว็นลี่ย์สะดุ้งและนั่งมองตาค้างด้วยความงุนงง ทางด้านเด็กหนุ่มที่กำลังตักอาหารจะเข้าปากก็ต้องหยุดชะงัก เขาหันไปมองหน้าเด็กสาวผมบลอนด์ก่อนจะหันไปมองหน้าหญิงสาวที่กำลังทำตาเบิกโพลงใส่เขา " เพราะเ้าคือผู้ที่จะปกป้องดินแดนแห่งนี้ ข้าจึงต้องพาเ้ามา ข้า.. "
" เลิกพูดเื่นี้ได้แล้ว ปกป้องบ้าบออะไรกัน ตอนนี้ข้ายังปกป้องตัวเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ " ั์ตาสีน้ำตาลฉายแววดุดันปรากฎให้เห็นเป็ครั้งแรก
เบลล์ลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะเดินออกไปนอกบ้าน แต่เด็กหนุ่มรั้งแขนนางเอาไว้ก่อนจะพูดขึ้น
" ข้า.. ข้าขอโทษ ที่ทำให้เ้าต้องมาเจอเื่พวกนี้ "
เบลล์เพียงแค่จะสะบัดมือเขาออก แต่ปรากฏว่าการสะบัดแขนของหญิงสาวสง่างามผู้นี้ทำให้ร่างของเด็กหนุ่มลอยละลิ่วจากเก้าอี้จนไปกระแทกกับผนังบ้านอย่างแรง ทุกคนในบ้านต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็นรวมถึงตัวของเบลล์เอง
แววตาของหญิงสาวเบิกโต นางยกสองมือของตัวเองขึ้นมาดูด้วยความไม่เข้าใจ " ชั้น… ชั้น.. " เบลล์พูดไม่ออกกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป
เว็นลี่ย์รีบลงไปดูอาการของแบร์รี่ที่นั่งอยู่ที่พื้นบ้านแล้วพูดขึ้น " หรือบางทีนี่อาจเป็วิธีที่ท่านจะปกป้องดินแดนของข้า ตามที่อาจารย์โซโฟสได้ว่าเอาไว้ " เด็กสาวพูดจบก็พยุงเด็กหนุ่มขึ้นมา
" นาย.. นายโอเคมั้ย " เบลล์เข้ามาช่วยพยุงแบร์รี่ให้ไปนั่งที่เก้าอี้
" ข้าไม่เป็ไร.. " น้ำเสียงของแบร์รี่กระอักกระอ่วนเล็กน้อย " สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ มันคือพลังของเ้า ข้าไม่รู้เกี่ยวกับเื่นี้มากนัก เพราะข้าไม่มีมัน " เด็กหนุ่มผมสีดำแดงอธิบาย
.
.
.
ณ ปราสาทแห่งหนึ่ง ดูจากภายนอกมันดูราวกับเป็ปราสาทรกร้าง มันตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา บรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกชวนขนลุก รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่หนาทึบ มีซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างบางอย่างอยู่บริเวณหน้าปราสาท
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาโดดเด่น ดูแล้วมันไม่น่าจะมาอยู่ที่หน้าปราสาทแห่งนี้ได้เลย มันคือดอกกุหลาบสีแดงสดดอกหนึ่งที่ตั้งตระหง่านขึ้นมาจากพื้นดินบริเวณใกล้ๆกับประตูทางเข้าปราสาท
ในห้องขนาดใหญ่ในตัวปราสาท มีแสงสีส้มจากเทียนไขที่อยู่บนผนัง รวมถึงบนโต๊ะ ผู้ชายตัวเล็กผมยาวปะบ่ากำลังยืนดูบางอย่างในกระจก ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่กระจกธรรมดา และใกล้ๆกันกับกระจกก็มีขวดแก้วใบใสขนาดเล็กสองใบวางอยู่
ใบหนึ่งบรรจุเส้นผมสองเส้น มันกำลังส่องแสงสีขาวเจิดจ้าออกมา
อีกใบหนึ่งบรรจุเส้นด้ายผูกข้อมือ มันกำลังส่องแสงสีน้ำเงินเจิดจรัสออกมา
" ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่ต้องใช้ถึงสี่ ไม่ใช่แค่หนึ่งเด็กหญิง แต่ต้องใช้ถึงสี่หญิงสาว " คำพูดชวนสับสนยากที่จะเข้าใจความหมายของชายตัวเล็กดังขึ้นอย่างแ่เบาออกมาจากริมฝีปากสีซีดๆของเขา
จากนั้นชายตัวเล็กก็หันหลังไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ที่อยู่ในห้องแห่งนั้น เขายืนมองอยู่นานราวกับกำลังมองใครสักคนที่กำลังนอนอยู่ สีหน้าของชายตัวเล็กตอนนี้ชั่งแปลกพิลึก เหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม เขาดูเหมือนคนที่พยายามจะกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลยังไงยังงั้น
.
.
.
่สายๆของวันรุ่งขึ้น เด็กสาวผมสีบลอนด์กับหญิงสาวผมสีดำน้ำตาลกำลังพากันเข้าป่าไปเก็บเห็ดเพื่อจะนำไปทำอาหาร
ในระหว่างที่เท้ากำลังก้าวเดิน เว็นลี่ย์ก็เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฎบนใบหน้า " เบลล์ ในดินแดนของท่านเป็อย่างไรหรือ เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ "
" ได้สิ " อีกฝ่ายเอ่ยตอบพร้อมยิ้มน้อยๆ " ที่ดินแดนของชั้น.. หมายถึงของข้า แตกต่างจากที่นี่มากเล…. "
เบลล์ยังไม่ทันจะเล่า เสียงของผู้คนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางเดิน มันเป็ทางสำหรับคนเดินผ่านไปมาและสำหรับราชรถของราชินี ทางเดินหรือถนนที่ว่านี้ก็คือเส้นทางการสัญจรหลักของเมืองคาตาเรนีสแห่งนี้ สองสาวจึงรีบตามเสียงนั่นไป
.
" ได้โปรดเมตตาพวกเราเถอะท่านราชินี " หญิงสาวผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นดิน นางร้องไห้ระงมประหนึ่งว่าหัวใจกำลังจะแหลกสลาย
ราชินีมัลวาด้าที่อยู่ในชุดสีแดงทั้งตัวแม้แต่ริมฝีปากก็ยังแดง กำลังใช้พลังเหนือธรรมชาติของนางในการบีบคอชายหนุ่มที่ดูท่าทางเหมือนชาวบ้านคนหนึ่งจนเท้าของเขาไม่ติดพื้นดิน
" รักกันมากนักใช่หรือไม่ " หญิงสาวผมสั้นสีดำเข้มพูดขึ้นด้วยแววตาเหี้ยมเกรียมดุจเปลวเพลิง ก่อนจะปล่อยพลังอันน่าพิศวงออกมาจากฝ่ามืออีกข้างจนทำให้หญิงสาวชาวบ้านลอยขึ้นกลางอากาศเคียงข้างสามีของนาง
เบลล์ที่กำลังแอบดูอยู่หลังพุ่มไม้ด้วยแววตาตื่นตะลึงทนต่อไปไม่ไหว จู่ๆนางก็พุ่งพรวดออกไปแบบไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน จนเว็นลี่ย์ก็รั้งเอาไว้ไม่ทัน ทว่าในระหว่างนั้นเองมีสายตาของใครบางคนกำลังจ้องมองการกระทำของเบลล์อยู่ พวกเขามองมาจากชายป่าอีกฟากของถนน
" นั่นนางกำลังจะทำอะไร " เสียงใสๆของหญิงปริศนาที่แอบดูอยู่พูดเบาๆกับผู้ชายรูปร่างเตี้ยที่ยืนอยู่ข้างๆกัน
" ปล่อยพวกเขาไปเถอะ ! "
หญิงสาวที่มีผมสีน้ำตาลยาวสยายจนถึงกลางหลังได้พูดขึ้นทันทีที่วิ่งไปถึงจุดเกิดเหตุ ั์ตาสีน้ำตาลของนางฉายแววเด็ดเดี่ยวจริงจัง แต่นางก็ไม่ทันได้ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา
แววตาสาดประกายอำมหิตของมัลวาด้าหันมาจ้องหญิงสาวอย่างรวดเร็ว นางปล่อยสองสามีภรรยาล่วงลงสู่พื้นทันทีก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายใหม่มายังเบลล์
ราชินีสืบเท้าเดินเข้าไปหาหญิงสาวอย่างช้าๆ " เ้าคือใคร ข้าไม่เคยเห็นเ้ามาก่อน แต่ขอเดาว่าเ้าคงไม่รู้จักข้าสินะ เพราะถ้าเ้ารู้จักข้า เ้าก็คงไม่ทำอะไรโง่ๆเช่นนี้ " หญิงสาวผมสั้นสีดำเข้มพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่บ่งบอกถึงอำนาจของนาง
" ทำไมท่านถึงต้องไปทำร้ายพวกเขาด้วย " เบลล์พยายามรวบรวมความกล้าแล้วพูดออกไปในขณะที่สองเท้าของเธอกำลังเริ่มขยับถอยหลังช้าๆ
มัลวาด้ากระตุกยิ้มๆเบาที่มุมปากด้วยสีหน้าที่ยียวนก่อนจะหงายฝ่ามือข้างหนึ่งขึ้นมา นางงอนิ้วทั้งห้าเล็กน้อย ทันใดนั้นแสงสีน้ำเงินที่เป็ลักษณะเหมือนลูกบอลแสงก็ปรากฏขึ้นอยู่ในอากาศเหนือฝ่ามือของนางเล็กน้อย แววตาดุราวกับเสือร้ายจ้องเขม็งไปยังสาวงามที่อยู่ตรงหน้า
มัลวาด้ายกแขนขึ้นมาแล้วเตรียมจะปล่อยพลังงานเหนือธรรมชาติออกไป แต่ทันใดนั้นเอง
-ฟุ้บ-
พลังเวทย์ลึกลับที่อยู่บนฝ่ามือของราชินีชั่วร้ายก็ดับวูบไปในขณะที่นางเอนตัวหลบลูกธนูที่พุ่งเข้ามาได้อย่างหวุดหวิด แววตาสาดประกายอำมหิตของมัลวาด้าหันไปมองในทิศทางที่ลูกธนูพุ่งออกมา นางหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกที่กำลังเดือดพล่าน
" โอ้วว..ไม่.. เ้าทำอะไรลงไปเนี่ยน้องสาว "
ชายรูปร่างเตี้ยที่มีจมูกโตพูดขึ้นทันทีหลังจากเห็นสิ่งที่หญิงสาวผิวขาวทำลงไป
……………..