ยันต์ที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารพุ่งเข้าใส่ผลไม้รูปมนุษย์บนกิ่งไม้ ทันทีที่ทั้งสองัักันก็เกิดการะเิอย่างรุนแรง ผลไม้รูปมนุษย์ะเิออก ภายในไม่ใช่เนื้อหนังอย่างที่คิด แต่เป็เนื้อผลไม้สีเขียวขาว และที่ตำแหน่งตันเถียนยังมีเมล็ดผลไม้สีน้ำตาลอยู่หนึ่งเมล็ด
การะเิจากยันต์เกิดขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า คลื่นกระแทกที่ตามมาพุ่งชนต้นไม้ั์อย่างต่อเนื่อง ฉีกกระชากเงาร่างของต้นไม้ั์จนดูเหมือนเงาสะท้อนในทะเลสาบที่ถูกรบกวน
เมื่อเห็นว่าการะเิกำลังจะพุ่งมาถึงตรงหน้า ปีศาจต้นไม้ที่ซ่อนตัวอยู่ในผลไม้รูปมนุษย์ก็ไม่อาจนั่งนิ่งได้อีกต่อไป จึงรีบปลีกตัวออกมาอย่างรวดเร็ว
เงาสีเขียวขจีสายหนึ่งแยกตัวออกจากผลไม้รูปมนุษย์ ทันทีที่เขาถอนตัวออกมา การะเิจากยันต์ชุดต่อมาก็พุ่งเข้าใส่เขาทันที ปีศาจต้นไม้หนีช้าไปก้าวหนึ่ง จึงถูกแรงะเิซัดเข้าอย่างจัง ปราณคุ้มกายที่ใช้พรางตัวถูกทำลายจนแตกละเอียด เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง
เขาเป็ชายหนุ่มที่ดูอายุราวสามสิบปี หน้าตาหล่อเหลา ผิวสีทองแดง ผมสีเขียวมรกต รูม่านตาสีน้ำตาลเทา มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่เผ่ามนุษย์ ตรงลำคอที่เพิ่งถูกโจมตี ิัถูกเผาไหม้หายไปเป็วงกว้าง เผยให้เห็นลวดลายเนื้อไม้สีน้ำตาลแดงด้านใน
ทันทีที่เห็นเขา ฉีหลานชิงก็รู้ว่าลูกสาวพูดถูกอีกแล้ว
ปีศาจต้นไม้ตนนี้ดูเหมือนจะมีตบะเพียงขอบเขตหลอมความว่างเปล่า แต่ในเมื่อสามารถหลอกประสาทััของนางได้ แสดงว่าต้องมีวิธีการของขอบเขตผสานกายาเป็อย่างน้อย
"เ้าแฝงตัวอยู่ในสำนักฉีมู่มาหลายปี เพื่อจุดประสงค์ใด?"
ฉีหลานชิงเอ่ยถาม แต่การกระทำไม่หยุดนิ่ง นางควบคุมยันต์ให้พุ่งเข้าหาปีศาจต้นไม้ พร้อมกับแอบวางจุดเชื่อมต่อของค่ายกลอย่างลับ ๆ
"หึ" ปีศาจต้นไม้แค่นเสียงเ็า สะบัดมือซัดใบไม้สีเขียวมรกตนับไม่ถ้วนออกไป ตัดยันต์ที่พุ่งเข้ามาจนขาดสะบั้นทั้งหมด
ในพริบตาที่เขาลงมือ ฉีหลานชิงััได้ถึงกลิ่นอายของขอบเขตข้ามทัณฑ์สายหนึ่ง ยิ่งพลังบำเพ็ญสูงขึ้น ช่องว่างระหว่างสองขอบเขตที่ติดกันก็ยิ่งกว้างขึ้น
ใบหน้าของฉีหลานชิงซีดเผือด ไม่คาดคิดว่าปีศาจต้นไม้จะมีตบะถึงระดับนี้ นางตัวคนเดียว ทั้งยังต้องปกป้องลูกสาว ไม่มีทางเป็คู่ต่อสู้ของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตข้ามทัณฑ์ได้เลย
ในขณะนั้นเอง นางรู้สึกว่าลูกสาวในอ้อมอกดิ้นไปมา และกำลังเร่งรัดนางอีกแล้ว
[ฮือ ๆ ๆ หิวแล้ว ท่านแม่ทำไมยังไม่สนใจเื่ของกินของข้าอีก?]
ลูกรักเอ๋ย ภัยใหญ่หลวงมาถึงตัวแล้ว ยังจะคิดถึงเื่กินอีกหรือ? ไม่ใช่ว่าฉีหลานชิงไม่อยากดูแลเื่อาหารการกินของลูกสาว แต่เป็เพราะปีศาจต้นไม้จ้องนางอยู่ หากนางวอกแวกเพียงนิดเดียว สองแม่ลูกคงต้องตายโดยไม่มีที่ฝังศพ
[ร่างแยกของปีศาจต้นไม้นี่แค่ขอบเขตหลอมความว่างเปล่าเอง ท่านแม่ทำไมยังไม่ซัดหัวมันให้กระเด็นไปอีก?]
[ว้าว! เขากล้าปลอมตัวเป็ร่างหลักขอบเขตข้ามทัณฑ์ด้วย ฉลาดไม่เบาเลยนะเนี่ย]
[ท่านแม่ตีมันเลย! ตีให้กลายเป็เศษไม้น้อย ๆ แล้วเอามาทำฟืนเลยเ้าค่ะ!]
เสียงเล็ก ๆ นุ่มนิ่มส่งเสียงให้กำลังใจฉีหลานชิงอย่างฮึกเหิม มืออ้วนป้อมโบกสะบัดอย่างแรง พร้อมกับส่งเสียงอ้อแอ้ ราวกับอยากจะเหวี่ยงแขนออกไปสู้ด้วยตัวเอง
ในเมื่อมีพลังบำเพ็ญเพียงขอบเขตหลอมความว่างเปล่า ฉีหลานชิงก็ไม่กลัวแล้ว นางและสามีต่างเฝ้ารอการเกิดของลูกสาว จึงได้เตรียมสิ่งของที่จำเป็ต้องใช้หลังคลอดไว้ล่วงหน้า ฉีหลานชิงหยิบขวดแก้วใบเล็กออกมาจากแหวนมิติ ปากขวดเป็จุกนมที่ออกแบบมาเป็พิเศษสำหรับทารก ภายในบรรจุนมแพะฉางหลิง
แพะิญญาเป็สัตว์อสูรระดับต่ำที่พบเห็นได้ทั่วไปในโลกแห่งการบำเพ็ญ ขนแพะสามารถนำมาทอเป็ผ้า เนื้อแพะนำมาปรุงอาหาร และนมแพะมีรสหวานอร่อย ดื่มง่ายมาก
เจียงซินเพิ่งเกิด ยังไม่ได้ดึงปราณเข้าสู่ร่าง จึงไม่สามารถรับปราณิญญาจำนวนมากในคราวเดียวได้ ในนมแพะฉางหลิงมีปราณิญญาไม่มากนัก แต่มีสารอาหารครบถ้วน เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดอย่างยิ่ง
ปราณิญญาจาง ๆ ลอยออกมาจากขวดนม เจียงซินจำได้ทันทีว่านี่คือนมแพะฉางหลิงที่นางชอบดื่มที่สุด จึงรีบยื่นมืออ้วนป้อมไปกอดขวดนมใบเล็ก แล้วดื่ม "อึก อึก" อย่างรวดเร็ว
[อร่อยจัง!]
[ให้ข้าดื่มอีกสิบขวดยังได้เลย!]
"ไม่มีใครแย่งเ้าสักหน่อย ดื่มช้า ๆ ก็ได้จ๊ะ" ฉีหลานชิงตบหลังนางเบา ๆ เพื่อไม่ให้ลูกสาวสำลัก
เมื่อเห็นภาพแม่ลูกรักกัน ปีศาจต้นไม้ก็ค่อย ๆ ลอยถอยหลังไปอย่างแเี เพื่อหาโอกาสหลบหนี ฉีหลานชิงคอยสังเกตการเคลื่อนไหวของเขาอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าเขาคิดจะหนี ฉีหลานชิงก็สะบัดมือวาดกลางอากาศ ยันต์นับไม่ถ้วนพุ่งแหวกความว่างเปล่าเข้าล้อมรอบปีศาจต้นไม้ ตัดเส้นทางถอยหลังของเขาทั้งหมด
ปีศาจต้นไม้ปล่อยกลิ่นอายขอบเขตข้ามทัณฑ์ออกมาอีกครั้ง แต่นั่นไม่สามารถหลอกฉีหลานชิงได้อีกต่อไป หากเป็ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตข้ามทัณฑ์จริง ๆ เมื่อเผชิญกับการยั่วยุเช่นนี้ คงลงมือสังหารนางจนไม่เหลือซากไปนานแล้ว ไม่ใช่แค่ปล่อยกลิ่นอายออกมาเพียงเล็กน้อย
ฉีหลานชิงควบคุมยันต์ให้ก่อตัวเป็ค่ายกลใหญ่ ขังปีศาจต้นไม้ไว้ที่ใจกลางค่ายกลโดยตรง เส้นสายปราณิญญาพันรอบกายของปีศาจต้นไม้ เขาพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตแต่ไม่สามารถหลุดพ้นได้
เมื่อรู้ว่าเล่ห์กลจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ[1] ของตนถูกจับได้ ปีศาจต้นไม้ก็คำรามลั่น "เ้ากล้าฆ่าข้าหรือ ไม่กลัวร่างหลักของข้าที่อยู่ในขั้นข้ามทัณฑ์ตามมาล้างแค้นหรือ?"
"เหอะ! ใครบ้างไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตข้ามทัณฑ์คอยหนุนหลัง?" ฉีหลานชิงไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย นางชี้มือออกไป ค่ายกลทำงานอย่างรวดเร็ว บดขยี้ปีศาจต้นไม้ทันที
ร่างของปีศาจต้นไม้สลายไป กลายเป็เศษไม้นับไม่ถ้วน แสงสว่างที่ดูเลือนลางค่อย ๆ ลอยออกมาจากเศษไม้เ่าั้ และค่อย ๆ จางหายไปในอากาศ ราวกับว่าไม่เคยมีอยู่จริง แสงสว่างเหล่านี้ให้ความรู้สึกที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกประหลาดแก่ฉีหลานชิง จนทำให้นางต้องขมวดคิ้ว
ร่างหลักของต้นไม้ประหลาดต้นนี้อยู่ในขอบเขตข้ามทัณฑ์ แต่กลับส่งร่างแยกขอบเขตหลอมความว่างเปล่ามาซ่อนตัวในสำนักระดับสองแห่งนี้ ย่อมต้องมีแผนการบางอย่างแน่นอน น่าเสียดายที่ระหว่างร่างแยกและร่างหลักมีความเชื่อมโยงกันบางประการ ฉีหลานชิง จึงไม่สามารถค้นิญญาจากร่างแยกได้โดยตรง
จุดแสงเล็ก ๆ ที่เลือนลางเหล่านี้ น่าจะเป็จุดประสงค์ที่ปีศาจต้นไม้แฝงตัวอยู่ที่นี่ สิ่งนี้คืออะไรกันแน่? ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยเช่นนี้?
"เอิ๊ก~" เจียงซินที่กินอิ่มดื่มเต็มส่งเสียงเรอออกมาคำโตอย่างสบายใจ ขัดจังหวะความคิดของฉีหลานชิง
นางยื่นมือไปหยิบขวดนมออกจากอ้อมกอดของลูกสาว เมื่อมือว่างเปล่า มืออ้วนป้อมของเจียงซินก็โบกสะบัดตามสัญชาตญาณ
[ท่านแม่เอาคืนมาให้ข้าสิ ข้ายังดื่มไม่เสร็จ]
"หมดแล้ว ดูสิ" ฉีหลานชิงเขย่าขวดนมที่ว่างเปล่าตรงหน้าเจียงซิน เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาวเริ่มยับยู่ยี่
[ยังอยากดื่มอยู่เลย ยังหิวอยู่เลย เอิ๊ก..]
คำพูดในใจยังไม่ทันจบ นางก็เรอออกมาอีกครั้ง
ฉีหลานชิงอดหัวเราะไม่ได้ "ลูกรัก พักสักหน่อยแล้วค่อยดื่มอีกนะจ๊ะ"
เจียงซินลูบท้องป่อง ๆ ของตนด้วยความผิดหวัง นางยังดื่มได้อีกจริง ๆ นะ
จุดแสงเลือนลางที่ลอยออกมาจากร่างปีศาจต้นไม้ค่อย ๆ ลอยมาทางพวกนาง ฉีหลานชิงกังวลว่าสิ่งเหล่านี้จะมีปัญหา จึงใช้ปราณิญญาเป่าจุดแสงที่เข้ามาใกล้ให้กระเด็นออกไป
เจียงซินเบิกตากว้างทันที
[ว้าว! นี่มันไม่ใช่โชคชะตาของโลกแห่งการบำเพ็ญหรอกหรือ? ทำไมถึงกลายเป็จุดแสงเล็ก ๆ ไปได้?]
ฉีหลานชิงตกตะลึง
นี่คือโชคชะตาของโลกแห่งการบำเพ็ญที่ปรากฏเป็รูปธรรมอย่างนั้นหรือ? มิน่าเล่านางถึงรู้สึกคุ้นเคยเช่นนี้! แต่โดยปกติแล้ว โชคชะตานั้นเลื่อนลอย ไม่สามารถมองเห็นหรือััได้ และยิ่งไม่มีทางแยกตัวออกมาเมื่อผู้บำเพ็ญเพียรดับสูญ ทำได้เพียงประเมินจากสิ่งที่แต่ละคนประสบเท่านั้น
หลายปีมานี้ ฉีหลานชิงสังหารพืชปีศาจที่ทำร้ายผู้คนมามากมาย ไม่เคยมีพืชปีศาจต้นใดที่ตายแล้วแยกจุดแสงโชคชะตาออกมาเลย
[ว้าว! ต้นไม้ต้นนี้แอบดูดโชคชะตาของโลกแห่งการบำเพ็ญในที่ลับ! ร้ายกาจที่สุด!]
[ที่ท่านแม่ไม่ให้ข้าดื่มนมขวดที่สอง ต้องเป็เพราะเ้าต้นไม้นิสัยไม่ดีแอบดูดโชคชะตาของข้าไปแน่ ๆ !]
[หึ!]
ฉีหลานชิงที่กำลังจะใกับประโยคแรก พอได้ยินประโยคหลัง ก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา
ลูกรักเอ๋ย แม้ว่าต้นไม้ต้นนี้จะร้ายกาจจริง ๆ แต่ที่แม่ไม่ให้เ้าดื่มนมขวดที่สองก็ เพื่อตัวเ้าเอง จะไปโทษเขาไม่ได้หรอกนะ
[1] จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ เป็สำนวนจีน มีความหมายว่า การแอบอ้างอำนาจ บารมี หรืออิทธิพลของผู้อื่นมาข่มขู่หรือวางอำนาจใส่คนอื่น