ตอนที่ 15 : ใกล้ขึ้นทีละก้าว
ลมเช้าในมหาวิทยาลัยพัดเอื่อยกลิ่นหญ้าที่เพิ่งโดนน้ำรดลอยบาง ๆ ตามทางเดินเลียบตึกเรียน เสียงนกเกาะอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่หน้าอาคารสังคมศาสตร์ส่งเสียงร้องเป็จังหวะสม่ำเสมอ
ชัยยศเดินมาพร้อมเพื่อนกลุ่มเดิม
สมศักดิ์เดินนำหน้าอย่างไม่รีบร้อน
สมเกียรติถือแฟ้มเอกสารแนบอก
จรูญเดินเงียบ ๆ ตามหลัง
แต่สายตาของชัยยศกลับมองเลยไปไกลกว่านั้น
เขาเห็นปุ๊กยืนรออยู่ใต้ร่มไม้
ในมือถือสมุดกับดินสอ
ท่าทางเหมือนลังเลว่าจะเดินเข้ามาทักดีหรือไม่
“นั่น…น้องรหัสมึงหรือเปล่า”สมศักดิ์พยักพเยิดให้
ปุ๊กเห็นเขาแล้วพอดี
เธอยิ้มทันที รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ดูโล่งใจอย่างคนที่ตัดสินใจได้เสียที
จากนั้นก็รีบก้าวเข้ามาใกล้
“สวัสดีค่ะพี่ยศ”
“อืม…สวัสดี” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
ปุ๊กหันไปไหว้เพื่อน ๆ เขาทีละคน
มือสั่นนิดหน่อย แต่แววตาจริงใจ
“มารอพี่ั้แ่เช้าเลยเหรอ”เขาถาม
“ค่ะ…หนูไม่มั่นใจห้องเรียนเลยอยากเดินตามพี่ไว้ก่อน”
คำว่า “อยากเดินตามพี่”
ฟังแล้วไม่ได้หวือหวา
แต่กลับทำให้หัวใจเขาขยับเบา ๆ อย่างประหลาด
สมศักดิ์หัวเราะ
“เดินตามมันให้ดีนะปุ๊ก ระวังอย่าหลงผู้ชายก็พอ”
ปุ๊กหน้าแดง
สมเกียรติรีบเสริม
“มันแซวเล่น อย่าไปคิดมาก”
เธอพยักหน้าเบา ๆ
เดินเข้ามาอยู่ข้างชัยยศในระยะที่ไม่ชิดเกินไป
แต่ก็ไม่ห่างนัก
่ที่เดินผ่านลานหน้าตึก
แสงแดดลอดใบไม้ตกกระทบลงบนไหล่เสื้อของเธอ
ภาพเล็ก ๆ นั้นทำให้เขานึกถึงนิ่มในวัยสาว
วันที่เคยเดินด้วยกันหน้าหอพยาบาล
เขาสะดุดใจกับความคล้ายคลึงนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
่พักเที่ยง
โรงอาหารแน่นขนัด
เสียงช้อนกระทบจาน
เสียงคนเรียกเพื่อน
เสียงแม่ค้าตักกับข้าวอย่างคล่องแคล่ว
ชัยยศกับเพื่อน ๆ นั่งโต๊ะยาวด้านใน
ปุ๊กถือถาดข้าวมายืนลังเลอยู่ข้างโต๊ะ
“นั่งตรงนี้ก็ได้”เขาขยับตัวให้
เธอรีบนั่งลงอย่างสุภาพ
วางถาดเบา ๆ กลัวจะกระทบเพื่อนคนอื่น
ข้าวของเธอเป็แกงจืดกับไข่เจียวธรรมดา
ต่างจากถาดของสมศักดิ์ที่อัดแน่นไปด้วยแกงเผ็ดและหมูทอด
“กินแค่นี้อิ่มเหรอ”เขาถาม
ปุ๊กพยักหน้า
“อิ่มค่ะ หนูไม่ค่อยกินเผ็ด แล้วก็ไม่กล้าใช้เงินเยอะเดี๋ยวเก็บไม่อยู่”
คำตอบนั้นเรียบง่าย
แต่ทำให้เขานึกถึง่ที่พ่อยังต้องนับเงินทีละเหรียญส่งเขาเรียน
นึกถึงตัวเองตอนปีหนึ่ง
ที่ต้องแบ่งข้าวกินสองมือให้พอทั้งวัน
“เดี๋ยววันไหนว่างพี่จะพาไปกินของอร่อยๆ นะ” เขาพูดขึ้น
ปุ๊กเงยหน้ามอง
แววตาเป็ประกายเล็กน้อย แต่ก็แฝงความเกรงใจ
“หนูเกรงใจค่ะพี่”
“ไม่ต้องเกรงใจ พี่พูดต้องทำได้อยู่แล้ว”
สมศักดิ์ทำเสียงล้อ
“โห…พี่รหัสใจป้ำวุ้ย”
จรูญมองเขาเงียบ ๆ
คล้ายกำลังอ่านอะไรบางอย่างในแววตาเพื่อน
ขณะนั้นเองปุ๊กเหลือบมองมือของชัยยศที่วางอยู่ใกล้ถาดของเธอ
ระยะห่างเพียงนิดเดียว
ใกล้จนเธอชะงักสายตาชั่ววินาที
เขาเห็นอาการนั้น
จึงขยับมือออกเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร
ความใกล้ชิดเล็ก ๆ
ในโต๊ะอาหารธรรมดา
กลับทำให้หัวใจของทั้งสองคนสั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
บ่ายวันนั้น
ห้องสมุดเงียบ
เสียงพลิกกระดาษดังแ่
แสงแดดอ่อนส่องลอดบานหน้าต่างเป็เส้นฝุ่นลอยบาง ๆ
ปุ๊กนั่งอยู่ตรงข้ามเขา
สมุดเปิดค้างไว้
ดินสอวางพาดบนขอบกระดาษ
“พี่ยศ…ตรงนี้หนูยังงงอยู่”
เขาขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้
ก้มลงดู
ไหล่ของทั้งสองคนอยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่นิ้ว
“ตรงนี้ต้องดูเหตุผลประกอบด้วย”เขาอธิบายเสียงเบา
นิ้วเขาชี้ไปตามบรรทัดในสมุดของเธอ
ปุ๊กตั้งใจฟัง
ทั้งที่ภาพตรงหน้าชัดเจน
แต่หัวใจเธอกลับเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินคำอธิบาย
กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ลอยออกมาจากเสื้อของเขาจางๆ
ไม่แรง
แต่ใกล้พอให้รับรู้
เธอกลืนน้ำลายเบา ๆ
มือที่จับดินสอสั่นเล็กน้อย
เขาสังเกตเห็น
จึงหยุดอธิบาย
“เป็อะไรหรือเปล่า”
ปุ๊กรีบส่ายหน้า
“ปะ…เปล่าค่ะ แค่ตั้งใจฟังอยู่”
เขายิ้มบาง ๆ
ถอนตัวออกห่างเล็กน้อย
เหมือนกลัวว่าความใกล้ของเขาจะทำให้เธอกดดัน
แต่นั่นกลับทำให้ปุ๊กรู้สึกวูบวาบในอกอย่างไม่รู้สาเหตุ
หลังติวเสร็จเธอเก็บสมุดอย่างเรียบร้อย
ยกมือไหว้อีกครั้ง
“ขอบคุณมากนะคะพี่ถ้าไม่ได้พี่ หนูคงตามบทเรียนไม่ทันแน่ ๆ”
“พี่ก็เคยอยู่จุดนั้นเหมือนกัน”เขาพูดเรียบ ๆ
“แค่ไม่อยากให้น้องต้องเดินลำบากเหมือนที่พี่เคยเดินก็เท่านั้น”
คำพูดนั้น
ไม่ได้ตั้งใจจะหวาน
แต่กลับซึมลึกเข้าไปในใจของปุ๊กอย่างช้า ๆ
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
เย็นวันเดียวกัน
ฝนตกบปรอย ๆ
ถนนภายในมหาวิทยาลัยชื้นแฉะ
ไฟถนนเริ่มเปิดเป็จุด ๆ
ปุ๊กรออยู่ตรงศาลานั่งพักใกล้ประตูหน้า
เธอกอดสมุดแนบอก
เหมือนกำลังรอใครบางคนอย่างตั้งใจ
ชัยยศเดินผ่านมา
เธอรีบลุกขึ้น
“พี่ยศ…”
“รอใครอยู่เหรอ”
เธอก้มหน้าเล็กน้อย
“หนู…รอพี่ค่ะ”
หัวใจเขาสะดุด
“มีอะไรหรือเปล่า”
“พอดีฝนตกแล้วหอหนูอยู่ไกล หนูเดินกลับคนเดียวไม่ค่อยมั่นใจ…ถ้าพี่ไม่สะดวกก็ไม่เป็ไรนะคะ”
เขามองท้องฟ้าที่ฝนยังโปรย
มองร่างเล็ก ๆ ที่ยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้า
หัวใจที่เคยผ่านเื่มากมายรู้ดีว่า…
ขั้นต่อไปนี้ อาจไม่ใช่แค่เื่ของ “พี่รหัส” อีกแล้ว
“เดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่หอ”
เขาพูดอย่างเรียบง่าย
ปุ๊กเงยหน้าขึ้น
แววตาสว่างวาบ
“ขอบคุณมากค่ะ”
เขากางร่ม
ทั้งสองคนเดินใต้ร่มคันเดียวกัน
พื้นถนนสะท้อนแสงไฟเป็เงาไหว ๆ
ระยะทางจากประตูมหาวิทยาลัยถึงหอพักไม่ไกลมากนัก
แต่ความรู้สึกในหัวใจของทั้งคู่กลับเหมือนเดินไกลกว่านั้นมาก
ไหล่ของปุ๊กััแขนเขาโดยบังเอิญ
เธอชะงัก
เขาก็ชะงักทั้งที่ไม่พูดอะไร
ไม่มีใครถอย
ไม่มีใครรุก
แต่หัวใจของทั้งสองคนกลับเหมือนเดินเข้าใกล้กันเงียบ ๆ
เมื่อถึงหน้าหอพัก
ปุ๊กหันมามองเขา
“พี่ยศ…วันนี้หนูดีใจมากนะคะ”
“ดีใจเื่อะไร”
“ดีใจที่ได้มาเรียนที่นี่…แล้วก็…ดีใจที่ได้เจอพี่”
ประโยคนั้น
ไม่ใหญ่โต
ไม่หวือหวา
แต่ตรงจนหัวใจเขาสั่น
“ขึ้นไปเถอะเดี๋ยวเปียกฝน” เขาพูดเสียงเบา
ปุ๊กพยักหน้า
ก่อนขึ้นหอพัก เธอหันมายกมือไหว้อีกครั้ง
“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะพี่”
เขายืนมองจนเธอเดินหายขึ้นไปบนหอพัก
เงาไฟท้ายรถบนท้องถนนเลือนหายไปกับละอองฝน
ในใจของเขา มีบางอย่างอบอุ่นขึ้นทีละน้อย
ไม่ร้อนแรง
ไม่วาบหวิวแบบปีใหม่
แต่เป็ความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ซึมเข้าไปลึกถึงข้างใน
ขณะเดียวกัน
เงาของอีกคนหนึ่ง
ยังคงรออยู่ในมุมมืดของกิจกรรมยามค่ำ
“เอื้อย”
หญิงสาวที่รอยยิ้มเหมือนไฟ
และยังไม่เคยเดินหายไปจากสายตาของเขาเลย
แต่ในค่ำคืนนั้น
หัวใจของชัยยศ…
เลือกจดจำเพียงร่มคันหนึ่ง
เสียงฝนบาง ๆ
และรอยยิ้มสุภาพของน้องรหัสที่ชื่อว่า “ปุ๊ก” เท่านั้น
และนั่นคือคืนที่
ความใกล้ชิด…เริ่มกลายเป็ความผูกพันอย่างเงียบ ๆ
— จบตอนที่ 15 —