จวนสกุลหลินกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อท่านพ่อค้าหลินผู้เป็บิดาของหลินซูกลับจากการค้าขายต่างเมือง ใบหน้าของท่านเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นภรรยาที่เคยป่วยหนักบัดนี้กลับมาแข็งแรงและสดใสราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น พร้อมทั้งนำของฝากและสินค้าแปลกตาจากต่างเมืองมามอบให้แก่ทุกคนในจวน หลินซูเองก็รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งที่ครอบครัวกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ในใจลึกๆ ของนางกลับมีความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินอยู่ตลอดเวลา
ท่านพ่อค้าหลินนำผ้าไหมสีสวยงามและเครื่องประดับราคาแพงมาให้หลินซู "ลูกสาวของพ่อ เ้าดูผอมลงไปมาก การบำเพ็ญเพียรที่อารามคงจะเหนื่อยยากสินะ" ท่านพูดด้วยความเป็ห่วง
หลินซูพยายามยิ้มให้ดูปกติ "เ้าค่ะท่านพ่อ ข้าสบายดี เป็เพียงการบำเพ็ญเพียรธรรมดา" แต่ในใจนางกลับรู้ดีว่า 'การบำเพ็ญเพียร' ที่นางผ่านมานั้นไม่ธรรมดาเลย
ในยามบ่ายของวันนั้น มารดาของหลินซูที่หายป่วยเป็ปลิดทิ้งได้เรียกบุตรสาวเข้ามาในห้องส่วนตัว นางมองหลินซูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเมตตา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"หลินซู... เ้าก็รู้ว่าที่แม่หายป่วยได้ราวปาฏิหาริย์นั้นเป็เพราะอะไร" มารดาเริ่มขึ้น หลินซูก้มหน้าลงเล็กน้อย หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก นางรู้ดีว่ามารดาหมายถึงอะไร
"เ้าค่ะท่านแม่..." หลินซูตอบเสียงแ่
"ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกลับไป 'แก้บน' ครั้งใหญ่ที่อารามเทียนซาน" มารดาเอ่ยต่อ "เราต้องแสดงความขอบคุณต่อเทพเซียนที่เมตตา และที่สำคัญ... เราต้องไปรับพรเพื่อความเป็สิริมงคลแก่เ้าและหลี่ิในวันวิวาห์ที่กำลังจะมาถึง และขอให้การค้าของตระกูลเราเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป"
คำว่า "แก้บน" และ "อารามเทียนซาน" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหลินซู ราวกับเสียงระฆังที่ปลุกเร้าความปรารถนาที่ถูกเก็บซ่อนไว้ให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของจ้าวหลงที่กำลังรุกรานร่างกายนางอย่างบ้าคลั่งผุดขึ้นมาในห้วงความคิด นางรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความทรงจำตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาในอารามเทียนซานยังคงสดใหม่ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
หลินซูพยายามสงบสติอารมณ์ นางเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยรอยยิ้มที่ฝืนทน "เ้าค่ะท่านแม่... ข้าจะเตรียมตัวให้พร้อม"
หลังจากออกจากห้องมารดา หลินซูก็เดินกลับมายังห้องของตนด้วยใจที่สับสนวุ่นวาย ห้องของนางตกแต่งด้วยผ้าไหมสีชมพูอ่อนและเฟอร์นิเจอร์ไม้สักที่ละเอียดอ่อน มีกลิ่นหอมของดอกมะลิที่ลอยอยู่ในอากาศ และแสงแดดยามเย็นที่ส่องผ่านหน้าต่างกระดาษไผ่ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแสดงถึงความบริสุทธิ์และความเป็สุภาพสตรี แต่ในใจของหลินซูกลับเต็มไปด้วยความมืดมิดและความปรารถนาที่ต้องห้าม
"ข้าเป็อะไรไปแล้ว..." หลินซูกระซิบกับตัวเอง "ทำไมข้าถึงโหยหาเขาขนาดนี้..."
นางเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง พยายามแต่งหน้าให้ดูปกติ แต่มือของนางสั่นเครือจนแทบจะใช้แปรงแต่งหน้าไม่ได้ ทุกครั้งที่นางมองเห็นริมฝีปากของตัเองในกระจก นางก็จะนึกถึงการจูบที่เร่าร้อนของจ้าวหลง ลิ้นของเขาที่เคยสำรวจทุกมุมของปากนาง และเสียงครางที่นางเคยส่งออกมาเมื่อถูกเขาัั
นางเริ่มโหยหา่เวลาเจ็ดวันที่ผ่านมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงครางของนางที่เคยดังสนั่นไปทั่วอาราม เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดุดัน ััอันร้อนแรงที่ปลุกเร้าทุกอณูของความปรารถนา ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของนาง หลินซูรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งตัณหาที่จ้าวหลงเป็ผู้สร้างขึ้น
ชิงชิงเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับชาร้อนและขนมหวาน นางสังเกตเห็นสีหน้าที่ไม่ปกติของคุณหนู จึงวางถาดลงบนโต๊ะและเดินเข้ามาใกล้
"คุณหนูคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ ดูเหมือนคุณหนูจะไม่สบาย" ชิงชิงถามด้วยความห่วงใย
หลินซูหันมามองชิงชิง เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ แต่ในแววตาของชิงชิงก็มีความเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน มีความรู้ลึกและความลับที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้
"ชิงชิง..." หลินซูเรียกเสียงแ่ "เ้า... เ้าก็คิดถึงที่อารามเทียนซานบ้างหรือไม่?"
ชิงชิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถาม นางมองรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอื่นอยู่ใกล้ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้หลินซูมากขึ้น
"คุณหนูคะ..." ชิงชิงกระซิบเสียงเบา "ข้า... ข้าก็คิดถึงเช่นกันค่ะ คิดถึงมาก"
สายตาของทั้งสองสบกัน ความเข้าใจอันลึกซึ้งถูกส่งผ่านโดยไม่ต้องใช้คำพูด ทั้งคู่รู้ดีว่าสิ่งที่พวกเขาคิดถึงไม่ใช่อารามหรือการบำเพ็ญเพียร แต่เป็ความรู้สึกเร่าร้อนและความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาในตัวพวกเขา
"ท่านแม่บอกว่าเราจะต้องกลับไปอารามเทียนซานอีกครั้ง" หลินซูเอ่ยขึ้น "เพื่อแก้บนและรับพรสำหรับงานแต่งงาน"
ชิงชิงรู้สึกหัวใจเต้นแรงเมื่อได้ยินข่าวนี้ "จริงหรือคะ คุณหนู? เราจะได้กลับไปอีกครั้ง?"
หลินซูพยักหน้า "ใช่ แต่ข้ากลัว... ข้ากลัวว่าตัวเองจะควบคุมไม่ได้อีกครั้ง"
ชิงชิงเข้าใจความรู้สึกของคุณหนูเป็อย่างดี นางเองก็กำลังเผชิญกับความปั่นป่วนเดียวกัน ความทรงจำของหยางเฟิงที่เคยััร่างกายนางอย่างอ่อนโยนแต่เร่าร้อนยังคงตราตรึงอยู่ในใจ
"คุณหนูคะ ถ้าเราต้องกลับไป เราจะต้องแข็งแกร่งและควบคุมตัวเองให้ได้" ชิงชิงพูดด้วยเสียงที่พยายามให้กำลังใจ แต่ในใจนางเองก็รู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้ฟังดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่
หลินซูส่ายหน้า "ข้าไม่แน่ใจ ชิงชิง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตัวข้านั้นรุนแรงเกินกว่าที่จะควบคุมได้ ทุกครั้งที่ข้านึกถึงจ้าวหลง ร่างกายของข้าก็จะร้อนผ่าวและโหยหาััของเขา"
ชิงชิงรู้สึกใจสั่นเมื่อได้ยินคำสารภาพของคุณหนู นางเองก็มีความรู้สึกเดียวกันกับหยางเฟิง "คุณหนูคะ... ข้าก็เช่นกันค่ะ ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าความปรารถนาสามารถรุนแรงขนาดนี้ได้"
ในวันต่อมา มารดาของหลินซูเริ่มเตรียมการสำหรับการเดินทางไปอารามเทียนซาน นางสั่งให้คนใช้จัดเตรียมของถวายและเครื่องบูชา รวมทั้งเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับการบำเพ็ญเพียร
"หลินซู เ้าต้องแต่งกายให้เรียบร้อยและสุภาพ" มารดาสั่ง "เราไปเพื่อแสดงความขอบคุณและขอพรจากเทพเซียน ไม่ใช่ไปเที่ยวเล่น"
หลินซูพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แต่ในใจนางกลับคิดถึงสิ่งอื่น นางคิดถึงจ้าวหลงที่กำลังรอคอยนางอยู่ที่อาราม คิดถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของเขา และคิดถึงััที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนจะเสียสติ
ชิงชิงช่วยจัดเตรียมเสื้อผ้าของหลินซู นางเลือกชุดที่เรียบร้อยและสุภาพ แต่ในใจกลับคิดถึงวิธีที่หยางเฟิงเคยถอดเสื้อผ้าเหล่านี้ออกจากร่างกายนางอย่างช้าๆ และอ่อนโยน
ในคืนนั้น หลินซูนอนไม่หลับ นางพลิกตัวไปมาบนเตียง ภาพของจ้าวหลงยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในมโนสำนึก จนกระทั่งนางผล็อยหลับไปในที่สุด ความฝันได้นำพานางกลับไปยังอารามเทียนซานอีกครั้ง แต่คราวนี้มันดุเดือดและเร่าร้อนยิ่งกว่าความเป็จริง
ในความฝัน หลินซูอยู่ในห้องมืดมิดแห่งหนึ่ง ห้องนี้ไม่เหมือนกับห้องที่นางเคยอยู่ในอารามจริง แต่เป็ห้องที่มีบรรยากาศลึกลับและเร้าใจ ผนังทำด้วยหินสีดำที่เย็นเฉียบ และมีเทียนไขสีแดงจำนวนมากจุดอยู่รอบๆ ห้อง ทำให้แสงไฟเต้นระบำไปมาอย่างลึกลับ
ร่างกายของนางเปลือยเปล่าถูกมัดตรึงไว้กับเสาหินเย็นเฉียบ เชือกไหมสีแดงพันรอบข้อมือและข้อเท้า ทำให้นางไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ผิวกายของนางัักับหินเย็นทำให้นางสั่นะเื แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จ้าวหลงปรากฏกายขึ้นในเงามืด ดวงตาของเขาเป็ประกายเรืองรองราวกับเปลวไฟแห่งตัณหา ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาและมีเสน่ห์ยิ่งกว่าในความเป็จริง ร่างกายของเขาแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่น่าเกรงขาม เขาเดินเข้ามาหานางอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่น่าเกรงขาม หลินซูรู้สึกถึงความกลัวที่ปนเปไปกับความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้
"หลินซู..." เสียงของจ้าวหลงดังก้องในห้องมืด เสียงของเขาลึกและเซ็กซี่ ทำให้หลินซูรู้สึกสั่นะเืไปทั้งตัว "เ้าคิดถึงข้าหรือไม่ ศิษย์รัก?"
หลินซูพยายามตอบ แต่เสียงของนางติดอยู่ในลำคอ นางทำได้เพียงพยักหน้าอย่างอ่อนแอ
จ้าวหลงยิ้มอย่างพึงพอใจ "ข้ารู้ดี เ้าโหยหาข้าเหมือนกับที่ข้าโหยหาเ้า ร่างกายของเ้าเรียกหาข้าอยู่ทุกคืน"
เขาเดินเข้ามาใกล้จนร่างกายของทั้งสองแทบจะแตะกัน หลินซูสามารถรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา และกลิ่นหอมที่เป็เอกลักษณ์ของเขาที่ทำให้นางรู้สึกมึนเมา
จ้าวหลงใช้มือลูบไล้ไปตามเรือนร่างของนางอย่างช้าๆ ั้แ่ซอกคอลงมาถึงทรวงอกอวบอิ่ม ััของเขาร้อนแรงและเต็มไปด้วยความปรารถนา หลินซูรู้สึกเหมือนจะละลายไปในััของเขา
"เ้าสวยมาก หลินซู" จ้าวหลงกระซิบข้างหูของนาง "ร่างกายของเ้าถูกสร้างมาเพื่อข้า เพื่อให้ข้าได้ััและ"
เขาบีบเค้นเต้าทรวงของนางอย่างแรงจนนางครางออกมาด้วยความเ็ปปนเสียวซ่าน ความรู้สึกนี้รุนแรงกว่าในความเป็จริง ทำให้หลินซูรู้สึกเหมือนจะบินขึ้นสู่์
"อ๊าาา... ท่านอาจารย์..." หลินซูครางออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
จ้าวหลงก้มลงดูดดึงยอดอกสีชมพูอย่างตะกละตะกลาม ลิ้นร้อนของเขาตวัดเลียไปรอบๆ จนยอดอกแข็งเป็ไต หลินซูบิดกายเร่าๆ ด้วยความทรมานปนสุข นางพยายามดิ้นรน แต่ร่างกายของนางกลับถูกตรึงไว้แ่า
"อ๊าาา... ท่านอาจารย์..." หลินซูร้องออกมาเสียงพร่า "ข้า... ข้าทนไม่ไหวแล้ว..."
จ้าวหลงเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ "เ้าโหยหาข้า... ศิษย์รัก... ข้ารู้ดี ร่างกายของเ้าซื่อสัตย์กว่าคำพูด"
เขาใช้ลิ้นเลียไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ลิ้นของเขาร้อนและเปียกชื้น ทำให้หลินซูรู้สึกสั่นะเืไปทั้งตัว เขาเลื่อนลิ้นลงไปช้าๆ จนมาหยุดที่กลีบกุหลาบที่บวมเจ่อและชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำรัก
"เ้าเปียกแล้ว หลินซู" จ้าวหลงกระซิบ "ร่างกายของเ้าพร้อมรับข้าแล้ว"
เขาใช้ลิ้นตวัดเลียและดูดดึงอย่างชำนาญ ลิ้นของเขาสำรวจทุกซอกทุกมุมของกลีบกุหลาบ จนหลินซูกรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเมื่อถึงจุดสูงสุดครั้งแรก
"อ๊าาาาา! อ๊าาาาา!" หลินซูกรีดร้องด้วยความสุขสมที่ท่วมท้น น้ำรักไหลหลั่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
จ้าวหลงไม่หยุดการกระทำ เขายังคงใช้ลิ้นเลียดูดจนหลินซูสั่นะเืไม่หยุด ก่อนจะช้อนสะโพกของนางขึ้นเล็กน้อย และสอดนิ้วเรียวยาวเข้าไปในช่องทางรักที่อ่อนนุ่ม
"อื้อออ..." หลินซูครางออกมาเมื่อรู้สึกถึงนิ้วของเขาเข้ามาในร่างกาย
เขาขยับนิ้วเข้าออกอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น จนหลินซูบิดเร่าด้วยความเสียวซ่านที่เพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ หยาดน้ำรักไหลเยิ้มออกมาจากกลีบกุหลาบของนางอย่างไม่ขาดสาย
"เ้าแน่นมาก หลินซู" จ้าวหลงกระซิบ "แต่ข้าจะทำให้เ้าพร้อมรับข้า"
เขาเพิ่มจำนวนนิ้วเป็สองนิ้ว แล้วสามนิ้ว ขยับเข้าออกอย่างต่อเนื่องจนหลินซูเกือบจะเสียสติ
จ้าวหลงก้มลงจูบซับน้ำรักที่ไหลเยิ้มนั้นอย่างตะกละตะกลาม รสชาติของหลินซูหวานและเค็มปนกัน ทำให้เขารู้สึกมึนเมาและ้ามากขึ้น
"ตอนนี้เ้าพร้อมแล้ว" จ้าวหลงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
เขาลุกขึ้นยืน เผยให้เห็นแท่งศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งและใหญ่โตกว่าในความเป็จริง มันเต็มไปด้วยเส้นเืที่เด่นชัด และปลายสีแดงเข้มที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำก่อนสุข
หลินซูมองดูแท่งศักดิ์สิทธิ์ของเขาด้วยความกลัวปนตื่นเต้น นางรู้ว่าสิ่งนั้นจะเข้ามาในร่างกายของนาง และนางก็โหยหามันอย่างบ้าคลั่ง
จ้าวหลงสอดใส่กายเข้าหานางอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น ความรู้สึกในความฝันนั้นรุนแรงกว่าความเป็จริงหลายเท่า หลินซูรู้สึกเหมือนจะถูกฉีกออกเป็สองท่อน
"อื้อออ..." หลินซูครางออกมาด้วยความเ็ปปนสุข เมื่อความคับแน่นที่แสนทรมานรุกรานเข้ามาในกาย "มันใหญ่มาก... ท่านอาจารย์..."
จ้าวหลงเริ่มขยับสะโพกอย่างช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้อง หลินซูหลับตาปี๋ ปล่อยให้ร่างกายถูกครอบงำด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้ นางจิกเล็บลงบนเสาหินอย่างแรงจนเกิดรอยแดง
"อ๊าห์! อ๊าห์! อ๊าห์!" หลินซูครางตามจังหวะการกระแทก
จ้าวหลงกระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างไม่ลดละ เขาบดเบียดสะโพกเข้าหาอย่างรุนแรง ปลุกเร้าทุกอณูของความปรารถนาในตัวนางให้ลุกโชน แท่งศักดิ์สิทธิ์ของเขาเข้าออกในร่องรักของนางอย่างไม่หยุดหย่อน
"เ้าชอบแบบนี้ใช่หรือไม่ หลินซู?" จ้าวหลงกระซิบข้างหูของนาง "ถูกข้าอย่างสมบูรณ์แบบ?"
หลินซูไม่สามารถตอบได้ นางทำได้เพียงครางและพยักหน้า ความรู้สึกเสียวซ่านที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นางแทบจะเสียสติ
จ้าวหลงเพิ่มความรุนแรงของการกระแทก เขากระแทกเข้าหาอย่างหนักจนหลินซูต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้อง
"ปับปับปับปับ!" เสียงการกระแทกดังไม่หยุด
หลินซูกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสมที่ท่วมท้น ร่างกายของนางสั่นสะท้านไปทั้งตัว เมื่อจ้าวหลงปลดปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนเข้าสู่กายของนางอย่างเต็มเปี่ยม
"มาเถิด หลินซู" จ้าวหลงกระซิบข้างหูของนาง "ปลดปล่อยตัวเองออกมาให้ข้าเห็น"
หลินซูกรีดร้องออกมาเมื่อถึงจุดสุดยอด "อ๊าาาาา!" ร่างกายของนางสั่นะเือย่างรุนแรง น้ำรักไหลหลั่งออกมาอย่างต่อเนื่อง เปียกชุ่มไปทั่วพื้นห้อง
หลินซูสะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืดมิด ร่างกายของนางเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ ลมหายใจหอบถี่ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก นางยกมือขึ้นัักลีบกุหลาบที่ยังคงรู้สึกเสียวซ่านราวกับเพิ่งผ่านการร่วมรักมาจริงๆ
นางมองรอบๆ ห้องด้วยความสับสน ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ห้องของนางที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีชมพูอ่อน เฟอร์นิเจอร์ไม้สักที่ละเอียดอ่อน และกลิ่นหอมของดอกมะลิ แต่ร่างกายของนางยังคงสั่นะเืจากความฝันที่เร่าร้อน
แสงจันทร์ค่อยๆ เลื่อนไปตามท้องฟ้า หลินซูยังคงนั่งอยู่บนเตียงด้วยใจที่ปั่นป่วน นางรู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชีวิตของนางจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ความบริสุทธิ์ที่เคยมีได้สูญหายไปแล้ว เหลือไว้เพียงความปรารถนาที่ไม่อาจดับได้และความรู้สึกผิดที่กัดกินใจอยู่ทุกวัน
ในที่สุด หลินซูก็ผล็อยหลับไปอีกครั้งเมื่อใกล้รุ่งสาง แต่ครั้งนี้ความฝันของนางเต็มไปด้วยภาพของจ้าวหลงที่ยิ้มอย่างลึกลับ ราวกับจะบอกว่าเขาจะรอนางอยู่ที่อารามเทียนซาน และครั้งนี้ เขาจะไม่ปล่อยให้นางหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเขาอีกต่อไป