ตกดึก คล้อยหลังคุณป้าหลี่กลับไปได้ไม่นาน ไป๋ลู่ก็ปฏิบัติภารกิจลับ ถือถาดอาหารย่องเบาไปส่งมื้อเย็นให้คุณพ่อบังเกิดเกล้าของเธอ
ด้วยความที่โดนด่าจนขยาด ครั้งนี้เธอเลยวางถาดไว้หน้าประตู กดกริ่งปุ๊บก็สับตีนแตกเผ่นแน่บปั๊บ!
ลู่อี้ถิงเปิดประตูออกมา เจอแค่กับข้าวร้อนๆ วางแหมะอยู่บนพื้น พอมองเลยไปก็เห็นแค่แผ่นหลังไวๆ ของยัยเด็กน้อยวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอย่างทุลักทุเล
เขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนด่าไล่หลัง
“จะมาส่งข้าวหรือมาขโมยของฮะ! ทำตัวลับๆ ล่อๆ เป็นหนูท่อไปได้ ยัยเด็กขี้ขลาด!”
ปากก็ด่าสาดเสียเทเสีย แต่สุดท้ายมือหนาก็ก้มลงยกถาดอาหารกลับเข้าไปในห้องอยู่ดี
ไป๋ลู่แอบชะโงกหน้ามองจากมุมตึก พอเห็นว่าพ่อยอมเอาข้าวเข้าไปกิน ไม่ต้องทนหิวแสบท้อง เธอถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วเดินกลับห้อง 888
...
สองวันต่อมา
ไป๋ลู่รับบทพนักงานส่งอาหาร คอยส่งข้าวส่งน้ำให้พ่อตรงเวลาเป๊ะทุกมื้อ
พ่อของเธอช่างเป็นคุณชายอนามัยจัดตัวจริงเสียงจริง งานการในครัวไม่เคยแตะ
ข้าวน่ะกินเกลี้ยงจนเม็ดข้าวแทบไม่เหลือ แต่จานเหรอ? ฝันไปเถอะว่าจะล้าง!
ไป๋ลู่เลยต้องรับบทนางซิน แอบย่องไปเก็บจานมาล้าง แล้วเอาไปเก็บเข้าตู้เงียบๆ กลัวคุณป้าหลี่จะจับได้
เช้าวันที่สาม คุณป้าหลี่เดินมาบอกเธอด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวลู่ ป้าเตรียมไว้ให้หมดแล้วนะลูก เอาไปส่งให้ห้องข้างๆ สิ”
“...” ไป๋ลู่ถึงกับไปไม่เป็น “เอ่อ... ห้องข้างๆ คือราชาจอเงินลู่นะคะ เขาเป็นรุ่นพี่ในวงการ หนูเคารพเขามากค่ะ ไม่กล้ารบกวน...”
คุณป้าหลี่พยักหน้าอย่างรู้ทัน
“ป้ารู้จ้ะ หนูรีบเอาไปส่งเถอะ อย่าให้ราชาจอเงินต้องกินข้าวเย็นชืดเลย สมัยหนุ่มๆ เขาถ่ายหนังหนักจนเสียสุขภาพ เป็นโรคกระเพาะเรื้อรัง ต้องกินของร้อนๆ นะลูก เข้าใจไหม?”
ไป๋ลู่ “............”
พ่อก็คือพ่อจริงๆ!
มีแฟนคลับครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่เก้าขวบยันเก้าสิบเก้า!
คุณป้าหลี่นี่ตาถึงจริงๆ ที่เลือกเป็นแฟนคลับพ่อลูกคู่นี้! สุดยอดไปเลย!
ไป๋ลู่ทำเหมือนทุกครั้ง กะว่าจะวางถาด กดกริ่ง แล้วใส่เกียร์หมาวิ่งหนี แต่ทว่าวันนี้...
ซวยแล้ว!
เธอโดนจับได้คาหนังคาเขา!
พ่อของเธอยืนพิงกรอบประตู คาบบุหรี่ไว้ในปาก สีหน้าบอกชัดว่ามายืนดักรอ ‘เชือด’ เธอโดยเฉพาะ
ไป๋ลู่ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สองมือรีบชูถาดอาหารขึ้นเหนือหัวโดยอัตโนมัติ เตรียมพร้อมรับคำด่าเต็มที่
“ระ... ราชาจอเงินลู่... ทาน... ทานอาหารเช้าค่ะ!”
ลู่อี้ถิงแค่นหัวเราะ หึ ในลำคอ
“บอกให้รู้ไว้ ไม่ต้องเสนอหน้ามาแล้ว พ่อครัวส่วนตัวของฉันมาแล้ว”
ทันใดนั้น เสียงโวยวายก็ดังลอดออกมาจากในห้อง
“ลู่รอง! แกเรียกใครว่าพ่อครัววะ? ลองพูดอีกทีสิ! เดี๋ยวฉันจะปล่อยให้แกหิวตายคาห้อง...”
ปัง!
ลู่อี้ถิงจัดการกระแทกประตูปิดใส่หน้าเธอไปเรียบร้อยแล้ว ตัดบทสนทนา(และการด่าทอ)อย่างไร้เยื่อใย
ไป๋ลู่ “............”
เอาเถอะ ตราบใดที่พ่อไม่หิวโซจนเป็นลมก็พอแล้ว
แต่ดูท่าทางเพื่อนของพ่อ... ปากคอเราะร้ายพอกันกับพ่อเลยแฮะ
เธอชักจะเริ่มกลัวแล้วสิว่า สักวันหนึ่งภาพลักษณ์ ‘คุณอากู้ผู้แสนดี’ จะแตกสลาย แล้วหลุดคำว่า 'พ่อมึง' 'แม่มึง' หรือ 'ไอ้เวร' ออกมาบ้าง
ขอเถอะนะ... ขอให้เหลือคุณอากู้ไว้เป็นคนดีศรีสังคมสักคนเถอะ!
...
หลังจากหลบซ่อนตัวต่อมาอีกสองวัน ไป๋ลู่รู้ดีว่าเธอต้องปรากฏตัวได้แล้ว
ขืนยังหาตัวเธอไม่เจอ เธอเกรงว่าเสิ่นหยางหงจะเล่นใหญ่ไปแจ้งความจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต เปลืองทรัพยากรตำรวจ และเพิ่มภาระให้เจ้าหน้าที่เปล่าๆ
อีกอย่าง เธอจะรบกวน ‘อาซุย’ ไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
คนเราต้องมียางอายบ้าง ไม่ใช่เห็นเขาดีด้วย ก็จะฉวยโอกาสกอบโกยเอาเปรียบเขาจนเคยตัว
ไป๋ลู่เป็นฝ่ายตัดสินใจติดต่อหาเสิ่นหยางหงเอง ปลายสายไม่ได้ดุด่าอะไรเธอ เพียงแต่ถามเสียงเรียบว่าอยู่ที่ไหน จะมารับ
แน่นอนว่าเธอไม่มีทางบอกที่อยู่ของอพาร์ตเมนต์นี้เด็ดขาด
“คุณอยู่ที่ไหนคะ เดี๋ยวหนูนั่งแท็กซี่ไปหาเอง”
เสิ่นหยางหงไม่ได้ซักไซ้ เขาบอกพิกัดโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งให้เธอ “ถึงแล้วโทรมา เดี๋ยวพ่อลงไปจ่ายค่ารถให้”
จากอพาร์ตเมนต์ของท่านมหาเศรษฐีไปโรงแรมนั้นไม่ไกล นั่งแท็กซี่แค่สิบนาทีก็ถึง
คุณป้าหลี่ดูอาลัยอาวรณ์ไม่อยากให้เธอไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กอดเธอแน่นๆ ราวกับจะส่งมอบพลังใจ แล้วช่วยเธอเก็บกระเป๋า
ไป๋ลู่ขอบคุณคุณป้าหลี่ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้องข้างๆ เพื่อบอกลาพ่อ
วันนี้พ่อดูอารมณ์ดีผิดปกติ ไม่ด่ากราดเหมือนเคย เพียงแค่คาบบุหรี่ไว้ในปากแล้วตีหน้ายักษ์ถามสั้นๆ
“ว่า?”
“ราชาจอเงินลู่คะ หนูหาที่พักได้แล้ว วันนี้จะย้ายออกแล้วค่ะ เลยมาบอกลาคุณ”
ไป๋ลู่ส่งยิ้มหวานเจี๊ยบระดับนางงามมิตรภาพให้พ่อ
“คุณป้าหลี่เป็นแฟนคลับตัวยงของคุณเลยนะคะ ถ้าคุณหิว ก็ไปเคาะห้องให้ป้าทำอะไรให้ทานได้เลย อย่าปล่อยให้ท้องหิวนะคะ”
ลู่อี้ถิงเห็นรอยยิ้มประจบประแจงนั่นแล้วหงุดหงิดพิกล
“ไม่จำเป็น ฉันมีพ่อครั... มีเพื่อนทำกับข้าวให้กินแล้ว”
ไป๋ลู่ยังคงยิ้มสู้
“งั้นก็ดีแล้วค่ะ ราชาจอเงินลู่ ขอบคุณนะคะที่ยอมให้โอกาสหนู หนูอยากเซ็นสัญญากับสตูดิโอของคุณจริงๆ แต่คุณพ่อของหนูขายสัญญาของหนูให้อวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ไปแล้ว... หนูเองก็จนปัญญา อีกตั้งเดือนนึงกว่าหนูจะบรรลุนิติภาวะ หนู——”
ปัง!
ลู่อี้ถิงกระแทกประตูปิดใส่หน้าทันที!
ไป๋ลู่เบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ
พ่อไม่ด่า! พ่อไม่ไล่ให้ไปตาย!
ท่าทีของพ่อที่มีต่อฉัน ดีขึ้นแล้ว!
เห็นไหมล่ะ ข้าวที่ส่งไปหลายมื้อไม่ได้เสียเปล่า ความกตัญญูเริ่มส่งผลแล้ว!
แต่หนทางที่จะกระชับความสัมพันธ์กับพ่อ ยังอีกยาวไกลนัก
ไม่รู้ว่าต้องรออีกกี่เดือนกี่ปี เธอถึงจะบอกพ่อได้เต็มปากว่า ‘หนูเป็นลูกสาวพ่อนะ’ โดยที่ไม่โดนพ่อมองว่าเป็นคนบ้าแล้วไล่ตะเพิดออกมา และยอมไปตรวจ DNA กับเธอแต่โดยดี
เฮ้อ... หนทางนี้ช่างยาวไกลและยากลำบากแท้หนอ!
ก่อนเข้าลิฟต์ ไป๋ลู่กอดคุณป้าหลี่แน่นๆ อีกครั้ง
“ขอบคุณคุณป้าหลี่ที่ดูแลหนูมาตลอดหลายวันนี้นะคะ หนูจะคิดถึงกับข้าวฝีมือคุณป้าตลอดไปเลยค่ะ”
คุณป้าหลี่น้ำตาซึม “อยากกินฝีมือป้าเมื่อไหร่ก็กลับมานะลูก คุณถังสั่งไว้ว่า ให้หนูเก็บคีย์การ์ดเอาไว้”
ไป๋ลู่ส่ายหน้าเบาๆ
“หนูวางคีย์การ์ดไว้บนโต๊ะรับแขกแล้วค่ะ คุณป้าหลี่ ลาก่อนนะคะ”
คุณป้าหลี่เข้าใจดี เธอเป็นดาราสาว จะมาอาศัยอยู่คอนโดผู้ชายตลอดไปย่อมเป็นขี้ปากชาวบ้านเปล่าๆ
พวกปาปารัสซี่ไม่สนหรอกว่าคุณถังจะเป็นแฟนคลับของเสี่ยวลู่หรือไม่ พวกมันสนแค่จะเขียนข่าวใส่สีตีไข่ว่า ‘ไป๋ลู่ตกอับ! เกาะเสี่ยกิน!’ เท่านั้นแหละ!
...
ไป๋ลู่เรียกรถแท็กซี่ เธอแต่งตัวมิดชิดปิดบังใบหน้าเต็มพิกัด ทั้งหมวก ทั้งผ้าพันคอ ทั้งแมสก์ แถมยังใส่แว่นกันแดดดำมืดทับเข้าไปอีก
ลุงคนขับคอยชำเลืองมองเธอผ่านกระจกหลังตลอดทางด้วยความระแวง สงสัยจะคิดว่ารับคนบ้าขึ้นรถ หน้าหนาวขนาดนี้ ห่อตัวเป็นดักแด้ยังพอว่า แต่นี่เล่นใส่แว่นกันแดดดำปิ๊ดปี๋!
พอรถแล่นมาใกล้จะถึงจุดหมาย ไป๋ลู่ก็โทรหาเสิ่นหยางหง
“หนูใกล้ถึงแล้วค่ะ ลงมาจ่ายค่ารถให้หน่อย”
พอกดวางสาย ลุงคนขับก็ตะโกนลั่นรถ “ไป๋ลู่! หนูคือเสี่ยวลู่จริงๆ ด้วย!”
ไป๋ลู่ “!!!!?”
หนูห่อตัวเองเป็นบ๊ะจ่างขนาดนี้ ลุงยังดูออกอีกเหรอ!?
คนขับยิ้มกว้าง
“เมื่อกี้พอหนูขึ้นรถบอกจุดหมายปลายทาง ลุงก็คุ้นเสียงแล้วแต่ไม่กล้าทัก พอได้ยินหนูคุยโทรศัพท์ ลุงก็มั่นใจเลยว่าเป็นหนู!”
เธอเลยต้องถอดแว่นกันแดด หมวก และหน้ากากอนามัยออก เผยโฉมหน้าสดใส
“สวัสดีค่ะคุณลุง”
“เสี่ยวลู่ ลุงเป็นแฟนคลับหนูนะ! ละครหนูทุกเรื่องลุงดูหมดเลย!”
“...ด... ดูออกเลยค่ะ”
ไป๋ลู่รีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบรูปถ่ายพร้อมลายเซ็นที่พกติดตัวไว้เสมอออกมา “คุณลุงคะ หนูให้ค่ะ”
ลุงคนขับรับไปดู ดีใจจนหน้าบานเป็นจานดาวเทียม “โอ๊ย! ไม่คิดเงินๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้วลูกเอ๊ย!”
“ไม่ได้ค่ะ ต้องคิดเงินสิคะ” ไป๋ลู่ยืนกราน
พอรถจอดสนิท ลุงคนขับพยายามไล่เธอลงรถแบบไม่เอาเงิน แต่เธอไม่ยอมลง จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นเสิ่นหยางหงยืนรออยู่ เธอก็รีบโบกมือเรียก “ทางนี้ๆ!”
เสิ่นหยางหงวิ่งเหยาะๆ เข้ามา ก้มหน้าถามผ่านกระจก “เท่าไหร่? เดี๋ยวฉันสแกนจ่ายให้”
พอเห็นหน้าเสิ่นหยางหงชัดๆ รอยยิ้มบนหน้าลุงคนขับก็หุบฉับ หน้าเปลี่ยนสีเป็นดำคล้ำทันที เขาชูนิ้วกลางใส่หน้าเสิ่นหยางหงเต็มๆ
“ไอ้ชาติชั่ว! ไปตายซะ!”
ไป๋ลู่ “!!!!?”
แฟนคลับของเธอ... เกรี้ยวกราดขนาดนี้เลยเหรอ!?
หน้าของเสิ่นหยางหงดำคล้ำเป็นก้นหม้อไหม้ เขาไม่พูดอะไร ขบกรามแน่นแล้วเดินไปยกกระเป๋าเดินทางออกจากท้ายรถเงียบๆ
จังหวะนั้นเอง อวี่ฟู่ชิงก็เปิดประตูรถเข้ามาเตรียมจะประคองเธอ
“เสี่ยวลู่ ค่อยๆ ลงนะ”
ลุงคนขับหันขวับไปแจกนิ้วกลางให้อีกดอก เน้นๆ เนื้อๆ!
“น้ำหน้าอย่างแกคู่ควรกับเสี่ยวลู่เหรอ? ถุย! ไปลงนรกซะ!”
ไป๋ลู่ “............”
ดูท่าทางชาวเน็ตคงได้เห็นคลิปสั้นสิบกว่าวินาทีอันแสนเร่าร้อนของอวี่ฟู่ชิงกับเสิ่นซินลั่วกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วสินะ
คุณลุงคนขับคนนี้... เธอชอบ!
สมกับเป็นแฟนคลับคุณภาพของไป๋ลู่ ด่าได้เต็มปากเต็มคำ สะใจอีช้อยยิ่งนัก!