หลังจากเริ่มเรียนรู้วิชาม่านบัว์ซ่งไป่หลางก็ทุ่มเทฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งไม่ใช่การฝึกฝนเพื่อยกระดับวิชาแต่กลับเป็ฝึกฝนเพื่อยกระดับเทคนิคที่จะทำให้วิชานี้มีความร้ายกาจมากยิ่งขึ้นจนตอนนี้ซ่งไป่หลางสามารถควบคุมให้ม่านบัว์ก่อตัวเป็รูปวงกลมขนาดครึ่งหนึ่งของตัวคนได้ดั่งใจแล้วทว่ายังนับว่าเป็การใช้ที่สิ้นเปลืองเกินไป
“ศัตรูโจมตีมาด้วยกระบี่การป้องกันก็้าเพียงแค่ให้เพียงพอต่อการต้านรับปลายกระบี่เท่านั้นขนาดของม่านบัว์ตอนนี้ยังใหญ่เกินไปใช้ได้เพียงไม่ถึงสิบครั้งพลังของเ้าก็คงแห้งเหือดไปจนหมดแล้ว” เซี่ยหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ซ่งไป่หยางไม่ได้โต้แย้งแม้ว่าการฝึกฝนจะยากเพียงใดแต่หากเซี่ยหยางระบุว่าทำได้ซ่งไป่หลางก็พร้อมที่จะเชื่อว่าตนเองสามารถทำได้ขอเพียงมีความตั้งใจจริง
เวลาผ่านมาสิบกว่าวันแล้วั้แ่ที่เริ่มฝึกตอนนี้ซ่งไป่หลางสามารถลดขนาดของม่านบัว์ให้มีขนาดเท่าหนึ่งในสี่ของร่างกายทั้งยังสามารถสร้างม่านพลังและสลายทิ้งได้รวดเร็วกว่าเดิม
ฝึกมาถึงจุดนี้เซี่ยหยางจึงเริ่มพอใจขึ้นมาบ้างอย่างไรก็ตามความยากของวิชานี้จะเริ่มขึ้นก็ต่อเมื่อสามารถควบคุมม่านพลังที่มีขนาดเท่าฝ่ามือได้สำเร็จเพราะนอกจากจะต้องใช้สมาธิในการควบคุมม่านพลังที่มีขนาดเล็กมากแล้วยังต้องอาศัยความแม่นยำป้องกันให้ถูกจุด มีแต่ต้องฝึกฝนผ่านการต่อสู้ใช้จริงจึงจะทำให้ชำนาญได้
เมื่อถึงจุดนี้เซี่ยหยางจึงบอกให้ซ่งไป่หลางลดการฝึกฝนวิชาม่านบัว์ลงและเปลี่ยนมาฝึกฝนพลังลมปราณควบคู่ไปด้วยแน่นอนว่าเป้าหมายของซ่งไป่หลางจะต้องเป็น้ำตกลมปราณระดับสาม แม้ว่าความเร็วในการฝึกฝนจะลดลงมากแล้วแต่น้ำตกลมปราณระดับสามก็ยังเป็ตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้ซ่งไป่หลางเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับแปดก่อกำเนิดในเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน
ซ่งไป่หลางมีเวลาฝึกฝนอยู่ที่นี่เพียงหกเดือนเท่านั้นเพราะอีกหกเดือนข้างหน้าจะมีการจัดการประลองสิบนภาขึ้นในการประลองนั้นซ่งไป่หลาง้าเป็ตัวแทนของศิษย์สายในเข้าประลองและชิงอันดับหนึ่งมาให้ได้ของรางวัลของอันดับหนึ่งในการประลองสิบนภานับว่าสะท้านะเือย่างยิ่ง เป็ทรัพยากรที่ล้ำค่าจนไม่อาจประเมินหากได้รับมันมาย่อมทำให้การฝึกตนของเขาพัฒนาขึ้นอย่างไม่มีอุปสรรค
ในหนึ่งวันซ่งไป่หลางจะใช้เวลา่ที่แสงอาทิตย์ยังคงอยู่ออกล่าสังหารสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งให้ได้มากที่สุดจากนั้นเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเขาจะกลับมาที่น้ำตกลมปราณและเริ่มฝึกฝนส่วนแก่นิญญาสัตว์ปีศาจนั้นยังถูกเก็บสะสมเอาไว้ จนกว่าจะมีจำนวนมากพอ
และก่อนนอนซ่งไป่หลางยังไม่ลืมใช้เวลาอีกส่วนหนึ่งเพื่อฝึกฝนวิชาทั้งสามอย่างของตน
จนกระทั่งวันที่สิบห้าฉินจีได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง “ศิษย์น้องท่านอาจารย์ได้ฝากให้ข้านำของสิ่งนี้มาให้กับเ้า”
ผู้าุโจางนั้นให้การสนับสนุนซ่งไป่หลางอย่างเต็มที่ส่วนหนึ่งเป็เพราะ้าซื้อใจซ่งไป่หลางให้มีความรู้สึกดีๆกับนิกาย อีกส่วนหนึ่งเป็เพราะคาดหวังให้ซ่งไป่หลางสร้างชื่อเสียงในการประลองสิบนภาแม้ตนเองจะไม่ได้สอนหรือให้คำแนะนำอันใดมากมายแก่ซ่งไป่หลางแต่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็มีฐานะเป็ศิษย์ใกล้ชิดของตนดังนั้นหากซ่งไป่หลางสามารถทำได้ดีในการประลองตนเองย่อมได้รับผลประโยชน์ไปด้วยเช่นกัน
ซ่งไป่หลางเบิกตากว้างมองดูทรัพยากรที่ฉินจีนำมามอบให้กับตนเองที่แท้ผู้าุโจางผู้นี้ร่ำรวยไม่น้อยนอกจากแก่นิญญาของสัตว์ปีศาจระดับสองอีกห้าชิ้นยังมีอัญมณีชำระโลหิตที่ช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์สามารถชำระสิ่งที่เป็ของเสียออกจากร่างกายส่งเสริมให้ลมปราณมีความบริสุทธิ์มากขึ้นส่วนหนึ่ง นับว่าเป็ของมีค่าที่ศิษย์สายในทั่วไปไม่สามารถหาได้
“อัญมณีชำระโลหิตนี่ก็นับว่าดีต่อจิติญญาวารีศักดิ์สิทธิ์เช่นกันทว่ามันเป็เพียงอัญมณีระดับต่ำเท่านั้น คงไม่ส่งผลเท่าไหร่” เซี่ยหยางถอนหายใจด้วยพลังของิญญาวารีศักดิ์สิทธิ์ในร่างของซ่งไป่หลางจึงทำให้พลังของซ่งไป่หลางมีความบริสุทธิ์มากอยู่แล้ว
“ศิษย์พี่ ข้าฝากท่านขอบคุณอาจารย์ด้วยบอกเขาว่าข้าจะไม่ทำให้เขาผิดหวังแน่นอน” ดวงตาของซ่งไป่หลางทอประกายเชื่อมั่น
เมื่อได้รับแก่นิญญาของสัตว์ปีศาจระดับสองมาเพิ่มซ่งไป่หลางจึงไม่ลังเลที่จะใช้งานมันทันทีแก่นจิติญญาของสัตว์ปีศาจมีลักษณะเหมือนกับลูกแก้ว ยิ่งลูกแก้วสีใสมากขึ้นก็ยิ่งหมายถึงระดับของแก่นิญญาที่บริสุทธิ์และทรงพลังแก่นิญญาของสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งนั้นแทบจะเป็สีดำสนิทส่วนระดับสองนั้นเป็สีเทาเข้ม
ซ่งไป่หลางอมแก่นิญญาสัตว์ปีศาจเอาไว้ในปากก่อนจะหลับตาลงและโคจรพลังลมปราณ ดึงดูดพลังของแก่นิญญาให้ไหลเวียนไปทั่วร่าง
บึม!! ซ่งไป่หลางััได้ถึงพลังอันรุนแรงของสัตว์ปีศาจระดับสองที่แทรกซึมเข้ามาในร่างก่อนจะปะทุไปมาสร้างความรู้สึกเ็ปให้กับร่างกายทว่าเมื่อเทียบกับความทรมานที่ได้รับจากน้ำตกลมปราณขั้นสามแล้วนี่นับเป็ความเ็ปที่เบาบางกว่ามากดังนั้นซ่งไป่หลางจึงทนได้อย่างไม่มีปัญหา
พลังิญญาของสัตว์ปีศาจยังคงซัดสาดไปทั่วร่างของซ่งไป่หลางจนกระทั่งถึงจุดหนึ่งพลังของมันจึงเริ่มอ่อนลงและเริ่มถูกซึมซับเข้าสู่ร่างกายจนสลายหายไปหมด
ซ่งไป่หลางลืมตาขึ้นพบว่าฉินจีได้จากไปแล้วที่แท้ตนเองนั่งดูดกลืนแก่นิญญาจนดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มออกมาขอเพียงใช้แก่นิญญาอีกสักหนึ่งชิ้นเชื่อว่าตนเองจะสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นแปดก่อกำเนิดได้แน่นอน
ทว่าก่อนที่ซ่งไป่หลางจะได้ลงมือเซี่ยหยางกลับเอ่ยขัดขึ้นมา
“เ้าหนู อย่าเพิ่งใช้แก่นิญญาฝึกฝนต่อเนื่องคนทั่วไปหากฝึกฝนเพิ่มพลังด้วยแก่นิญญาของสัตว์ปีศาจที่มีระดับสูงกว่าตนเองหลายครั้งติดต่อกันจะทำให้เกิดการาเ็บอบช้ำในระดับของิญญายากจะรักษาให้หายในเวลาสั้นๆ ส่วนเ้าแม้จะมีิญญาวารีศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องิญญาเอาไว้แต่การฝึกด้วยแก่นิญญาติดต่อกันจะทำให้ผลลัพธ์จากแก่นิญญาน้อยลงนับว่าไม่คุ้มค่า”
ซ่งไป่หลางไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อนอันที่จริงในนิกายบัว์น้อยคนนักที่จะมีวาสนาได้รับแก่นิญญาสัตว์ปีศาจระดับสองและต่อให้มีคนได้รับมากสุดก็ได้รับเพียงหนึ่งเท่านั้นมีแค่ซ่งไป่หลางที่ได้รับมาจำนวนมาก
เื่ที่ห้ามฝึกด้วยแก่นิญญาสัตว์ปีศาจที่ระดับสูงกว่ามีไม่กี่คนในนิกายที่รู้เพราะในความเป็จริงหากไม่นับซ่งไป่หลางที่มีิญญาวารีศักดิ์สิทธิ์ปกป้องแต่เปลี่ยนเป็ผู้อื่นการฝึกด้วยแก่นิญญาจะสร้างความรู้สึกบอบช้ำและเหนื่อยล้าอย่างสาหัสแก่ผู้ฝึกดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าฝึกอย่างต่อเนื่องติดๆกันอยู่แล้ว
ระหว่างที่ซ่งไป่หลางกำลังฝึกฝนฉินจีเองก็ไม่ได้จากไปไหนไกลเพียงแค่ออกตระเวนบริเวณโดยรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสัตว์ปีศาจเข้ามารบกวนการฝึกฝนของซ่งไป่หลาง
แน่นอนว่าหุบเขาต้องห้ามนั้นมีสัตว์ปีศาจอาศัยอยู่จำนวนมากทำให้ฉินจีต้องจัดการกับสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งไปมากมาย และยิ่งการต่อสู้ยาวนานขึ้น
จนบัดนี้กระทั่งสัตว์ปีศาจระดับสองก็ยังปรากฏตัวกลิ่นอายของเืและซากศพสัตว์ปีศาจที่กองเรียงรายนั้นดึงดูดความสนใจมากเกินไปเมื่อมีสัตว์ปีศาจระดับสองเข้ามาเกี่ยวข้องต่อให้เป็ฉินจีก็ไม่สามารถจัดการได้โดยง่าย
การรับมือสัตว์ปีศาจจำนวนมากพร้อมๆกันโดยมีสัตว์ปีศาจระดับสองคอยก่อกวนเป็ระยะเวลานานทำให้ฉินจะเหนื่อยล้าอย่างยิ่งทว่านางกลับยินดีต่อสู้เพื่อไม่ให้ซ่งไป่หลางต้องแบกรับความเสี่ยงแม้ว่าเขาจะมีวิชาลึกลับบางอย่างที่สามารถพรางกายตนเองได้ทว่าในสภาวะที่ต้องฝึกฝนโดยกลืนแก่นิญญาของสัตว์ปีศาจนั้นผู้ฝึกจะอ่อนแรงลงอย่างมากหากปล่อยเอาไว้เขาอาจถูกสัตว์ปีศาจฆ่าขณะกำลังฝึก
เซี่ยหยางเองรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ของฉินจีแม้จะยังไม่ถึงกับเลวร้ายนักแต่ในเมื่อนางกำลังลำบากเพราะหวังดีต่อศิษย์ของตนดังนั้นเซี่ยหยางจึงไม่ใจดำขณะที่ซ่งไป่หลางกำลังฝึกฝนเซี่ยหยางได้ลอบแบ่งพลังิญญาวารีศักดิ์สิทธิ์ส่วนหนึ่งให้ล่องลอยไปหาฉินจีพร้อมกับฟื้นฟูสภาพร่างกายของนางทำให้นางสามารถต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เหน็ดเหนื่อยอย่างที่ควรจะเป็ซึ่งฉินจีเองก็ประหลาดใจในเื่พละกำลังของตนเองเช่นกัน
จนกระทั่งเมื่อซ่งไป่หลางได้สติกลับมาแล้วเซี่ยหยางจึงเอ่ยเตือนเขาว่าฉินจีกำลังรับมือกับสัตว์ปีศาจจำนวนมากอยู่พร้อมกับอธิบายสถานการณ์ให้เขาฟังคร่าวๆ
“ศิษย์พี่ดีต่อข้าเหลือเกินคิดไม่ถึงนางไม่เพียงไม่จากไปแต่ยังคอยปกป้องข้าอีก”
ซ่งไป่หลางนั้นถือคติดดีมาดีกลับดังนั้นจึงไม่รอช้าทะยานร่างไปยังจุดที่ฉินจีกำลังปะทะกับบรรดาสัตว์ปีศาจ
ฉินจีระหว่างต่อสู้ััได้ถึงกลิ่นอายลมปราณของซ่งไป่หลางนางอุทานออกมาหนึ่งคำ “ศิษย์น้องเ้ามาที่นี่ทำไม รีบหนีไปเสียข้าจะถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้”
ในความคิดของฉินจี ซ่งไป่หลางน่าจะเพิ่งฝึกฝนซึมซับแก่นิญญาจนสำเร็จจึงมาที่นี่ทว่าสภาวะของผู้ที่ฝึกฝนด้วยแก่นิญญานั้นจะอ่อนแอลงอย่างมากนางจึงกลัวว่าซ่งไป่หลางจะถูกสัตว์ปีศาจเหล่านี้สังหาร
“ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวล ข้ามาช่วยเหลือท่านแค่สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งข้ารับมือได้สบายมาก ท่านจัดการกับสัตว์ปีศาจระดับสองไปเถอะ”
ที่เอ่ยว่าสบายมากนั้นไม่นับว่าเป็การอวดโอ่เพราะซ่งไป่หลางสามารถรับมือสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งได้จริงๆต่อให้เป็สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นสูงที่มีแต่พวกระดับเก้าก่อกำเนิดจึงจะรับมือได้ซ่งไป่หลางก็สามารถรับมือได้พลังของเขามีความหนาแน่นบริสุทธิ์กว่าคนทั่วไปพลังระดับนี้เพียงพอจะเทียบเคียงพลังขั้นเที่ยงแท้ที่ไม่ใช้พลังธาตุได้ด้วยซ้ำ
การปรากฏตัวของซ่งไป่หลางนับว่าเป็การดึงดูดความสนใจประเภทหนึ่งสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งที่พบว่าตนเองไม่สามารถสู้กับฉินจีได้เลือกที่จะพุ่งร่างมาหาซ่งไป่หลางที่น่าจะจัดการได้ง่ายกว่าฉินจีเม้มริมฝีปากตัดสินใจฉับไว นางเหินร่างไปขัดขวางสัตว์ปีศาจระดับสองเอาไว้นางเชื่อว่าซ่งไป่หลางเอาตัวรอดได้หากไม่มีสัตว์ปีศาจระดับสองยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้อง
“ข้าควรต้องทดลองพลังใหม่สักหน่อย” แม้ระดับจะยังไม่เพิ่มแต่ซ่งไป่หลางรู้ดีว่าพลังของตนเพิ่มพูนสูงขึ้นฝ่ามือบัว์วาดออกอย่างแช่มช้าทว่าเปี่ยมล้นด้วยพลังทำลายล้างเงารูปดอกบัวกลืนร่างของสัตว์ปีศาจสองตัวเข้าไปก่อนที่ร่างของพวกมันจะแหลกสลายในเสี้ยวพริบตา
‘สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นต่ำตายในพริบตา ถ้าเป็ขั้นกลางละ’
ซ่งไป่หลางออกจะประเมินระดับของสัตว์ปีศาจสูงเกินไปบ้างเมื่อเงาของดอกบัว์วาดผ่านร่างของสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นกลางร่างของมันก็กลายเป็เศษซากในพริบตาหลงเหลือเพียงแก่นิญญาเช่นกัน
ครานี้เป็สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นสูงการสู้กับสัตว์ปีศาจระดับนี้เดิมทีต้องเป็ผู้มีพลังระดับเก้าก่อกำเนิดจึงจะเพียงพอรับมือทว่าซ่งไป่หลางนั้นเหนือกว่าระดับก่อกำเนิดทั่วไปมากดังนั้นแม้เขาจะเป็เพียงระดับเจ็ดก่อกำเนิดทว่าพลังที่แท้จริงเทียบเคียงได้กับขั้นเที่ยงแท้
สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นสูงเมื่อเผชิญหน้ากับเงาของดอกบัว์มันก็สั่นสะท้านไปทั่วร่างพยายามตะเกียกตะกายวิ่งหลบทว่าเงาของดอกบัว์นั้นกลับคล้ายแห์คลุมฟ้าครอบดินพริบตาเดียวก็ปกคลุมร่างของสัตว์ปีศาจตนนั้นอย่างไร้ความปราณี
สัตว์ปีศาจกรีดร้องออกมาคำหนึ่งหากไม่ใช่ว่ามันเป็สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งขั้นสูงสุดที่พร้อมจะวิวัฒน์เป็สัตว์ปีศาจขั้นสองมันคงตกตายไปแล้วทว่าการโจมตีนี้กลับกระตุ้นบางอย่างในตัวของมัน ในสภาวะบีบเค้นแก่นิญญาที่อัดแน่นไปด้วยพลังิญญาผสานกับความ้ามีชีวิตรอดอันเต็มเปี่ยมกระตุ้นให้แก่นิญญาเกิดการวิวัฒน์
ซ่งไป่หลางที่กำลังทดสอบพลังของตนพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนรู้สึกได้ถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ควรทราบว่าแม้สัตว์ปีศาจระดับสองที่เพิ่งวิวัฒนาการจะมีพลังไม่สูงมากเทียบเท่าเพียงผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้ระดับแรกๆเท่านั้นทว่าในวินาทีที่มันกำลังวิวัฒนาการพลังที่อัดแน่นในแก่นิญญาจะะเิออกมาในคราเดียวระดับพลังที่ปะทุในเวลานี้ยังนับว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าพลังของฉินจีเสียอีก
“ไม่ได้การ” ซ่งไป่หลางทะยานร่างไปหาฉินจีระหว่างนั้นสัตว์ปีศาจระดับสองที่กำลังะปะทะกับนางก็รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกันจึงกระโจนร่างหลบไปโดยไม่สนใจฉินจีอีกหวังเพียงหลบหนีจากพื้นที่นี้ชั่วคราว
ฉินจีเพ่งสมาธิรับมือกับสัตว์ปีศาจระดับสองกว่าจะรู้ตัวว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นก็แทบจะสายเกินไปเสียแล้วทว่าก่อนที่นางจะตั้งสติได้ร่างของซ่งไป่หลางก็ปรากฏตัวยืนหยัดเบื้องหน้าของนาง
เคล็ดม่านบัว์
ซ่งไป่หลางใช้ร่างกายบังฉินจีเอาไว้สองมือชี้ไปด้านหน้าร่ายวิชาม่านบัว์สร้างม่านพลังซ้อนกันสิบชั้นบดบังทิศทางที่สัตว์ปีศาจที่กำลังวิวัฒน์ะเิพลังออกมาเพียงพริบตาจากนั้นเสียงะเิครืนก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ
ฉินจีเมื่อสามารถดึงสติของตนกลับมาได้จึงไม่รอช้าที่จะช่วยเสริมการป้องกันให้กับซ่งไป่หลางนางทาบฝ่ามือลงบนพื้นดวงตาเปล่งประกายวาบ
เคล็ดบัวปฐี์
ซ่งไป่หลางมองเห็นพื้นดินผุดตัวขึ้นเป็รูปดอกบัวหินป้องกันร่างของตนเองเอาไว้คลื่นการะเิพลังของสัตว์ปีศาจจึงไม่อาจเข้าถึงร่างของตนได้ส่วนม่านบัว์ของซ่งไป่หลางนั้นด้อยกว่าวิชาของฉินจีเล็กน้อยเพราะยังไม่สามารถแฝงพลังธาตุเข้าไปได้ ดังนั้นจึงถูกทำลายจนแตกสลายหมดสิ้นทว่าพลังทำลายของการวิวัฒนาการก็ถูกหักล้างไปจนใกล้จะหมดสิ้นดังนั้นบัวปฐีของฉินจีจึงป้องกันส่วนที่เหลือได้ทั้งหมด
ฉินจีรู้สึกประหลาดใจจากััของนางคลื่นพลังะเิเดิมทีมีความรุนแรงจนนางไม่มั่นใจว่าจะรับได้หมดทว่ากลับพบว่าคลื่นพลังส่วนที่ปะทะกับบัวปฐี์ของนางบางเบาอย่างยิ่งดวงตาเหลือบไปมองร่างของซ่งไป่หลางด้วยความรู้สึกตื่นตะลึงที่แท้ศิษย์น้องลึกลับผู้นี้มีพลังระดับใดกันแน่
‘ไม่แน่บางทีเขาอาจสามารถจัดการสัตว์ปีศาจระดับสองได้ด้วยซ้ำ’
เรี่องนี้นับว่าน่าตกตะลึงอย่างมาก ควรทราบว่าต่อให้เป็ซ่งเจียหลานที่มีระดับขั้นหนึ่งเที่ยงแท้ยังต้องร่วมมือกับฉินจีเพื่อจัดการสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นต่ำและแม้จะสามารถเอาชนะได้ด้วยตัวคนเดียวแต่ก็ต้องแลกมาด้วยาแสาหัสไม่ต้องเอ่ยถึงการรับมือขั้นตอนวิวัฒนาการในระยะประชิดหากเปลี่ยนจากซ่งไป่หลางเป็ซ่งเจียหลานนางคงาเ็ปางตายหรือไม่ก็ตกตายไปแล้ว
‘หรือแท้จริงแล้วพลังของศิษย์น้องยังเหนือกว่าขั้นเที่ยงแท้เสียอีก’ฉินจีอดตกตะลึงไม่ได้
เมื่อดอกบัวหินสลายหายไปภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าของทั้งสองคนคือภาพของแก่นิญญาสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งจำนวนมากเหล่านี้ล้วนเกิดจากสัตว์ิญญาที่ไม่สามารถหลบหนีไปได้ทันจากการะเิพลังของการวิวัฒนาการที่จุดศูนย์กลางของการะเิ ยังมีร่างของสัตว์ปีศาจวิหคมรกตยืนหยัดอยู่
วิหคมรกตตัวนี้เพิ่งวัวัฒนาการเป็สัตว์ปีศาจระดับสองพลังของมันเปรียบเทียบกันแล้วนับว่าแข็งแกร่งกว่าสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งหลายเท่าแต่ยังไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับพลังของฉินจี
ทว่าสิ่งที่ฉินจีกังวลที่สุดกลับเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งหุบเขาต้องห้ามนั้นเป็สถานที่อยู่อาศัยของสัตว์ปีศาจจำนวนนับหมื่นแสนตัว ที่ผ่านมามีเหตุการณ์วิวัฒนาการเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งทุกครั้งที่เกิดขึ้นสัตว์ปีศาจที่มีอายุยืนยาวจะรู้ดีว่าบริเวณพื้นที่ของการวิวัฒนาการจะมีแก่นิญญาให้เก็บเกี่ยวดังนั้นทันทีที่เกิดเหตุการณ์วิวัฒนาการเหล่าสัตว์ปีศาจมากกว่าครึ่งพันก็มุ่งหน้ามายังที่แห่งนี้ทันที
และไม่เพียงสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งเท่านั้นแม้แต่สัตว์ปีศาจระดับสองด้วยกัน สัตว์ปีศาจก็เหมือนกับผู้ฝึกยุทธ์สามารถเพิ่มพูนพลังิญญาด้วยการซึมซับแก่นิญญาของสัตว์ปีศาจตัวอื่นๆ
ฉินจีมีสีหน้าเคร่งเครียด ต่อให้เป็นางเองยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับสัตว์ปีศาจจำนวนมากโดยมีสัตว์ปีศาจระดับสองมากกว่าสองตัวอยู่ในกลุ่มนั้น
“ศิษย์น้อง พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่”
ซ่งไป่หลางไม่ได้ปฏิเสธเขาเองก็รู้ถึงวิกฤติที่กำลังจะเข้ามาเยือน โดยเฉพาะจากคำบอกเล่าของเซี่ยหยางที่มีประสาทัักว้างไกลดูเหมือนว่าสัตว์ปีศาจระดับสองที่จะมายังสถานที่แห่งนี้มีจำนวนไม่ต่ำกว่าสิบตัวทั้งยังมีตัวที่พลังหนาแน่นมหาศาลมากกว่าตัวอื่นคาดว่าน่าจะเป็สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลาง
ตัวตนนี้ต่อให้ฉินจีลงมือสุดกำลังก็ยังไม่อาจเอาชนะได้
“ไป”
ทั้งสองมุ่งหน้าไปพร้อมกัน ทว่าสัตว์ปีศาจบางส่วนได้มาถึงที่นี่แล้วนอกจากแก่นิญญาอาหารบำรุงอันมีค่าอีกอย่างของพวกมันก็คือผู้ฝึกยุทธ์ดังนั้นย่อมไม่มีทางปล่อยไปโดยเด็ดขาด
นอกจากวิหคมรกตยังมีสัตว์ปีศาจระดับสองกวางเขาทวนที่เคยต่อสู้กับฉินจีก่อนหน้านี้ ยังไม่นับสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งอีกมากกว่าห้าสิบตัวทั้งหมดมุ่งเข้าจู่โจมทั้งสองพร้อมกัน
“ศิษย์พี่ท่านหยุดกวางเขาทวนเอาไว้ข้าจะจัดการตัวอื่นๆเอง” ซ่งไป่หลางวิเคราะห์แล้วว่ากวางเขาทวนมีพลังสูงที่สุดในหมู่สัตว์ปีศาจทั้งหมดเขาสามารถหยุดมันได้ทว่าฉินจีกลับเป็ตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าส่วนสัตว์ปีศาจตัวอื่นๆหากเขาลงมือเต็มกำลังย่อมหยุดยั้งเอาไว้ได้ไม่ยากเย็น
ฉินจีตอบรับสะบัดปลายนิ้ววาดเป็วงโค้งงดามดัชนีบัวเพลิงที่ได้รับการพัฒนาจากการชี้แนะของซ่งไป่หลางพุ่งโค้งเข้าหาร่างของกวางเขาทวนมันกรีดร้องและแปรเปลี่ยนทิศทางเป็หลบหลีกทำให้ดัชนีบัวเพลิงพลาดเป้าและสังหารสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งที่ตามหลังมันมาแทน
แม้จะพลาดเป้าแต่ฉินจีกลับไม่ใส่ใจตอนนี้กวางเขาทวนหลีกไปพ้นวิถีแล้วดังนั้นมันจึงไม่สามารถมายับยั้งการหลบหนีของทั้งสองอีก
ซ่งไป่หลางตวัดฝ่ามือสร้างเงาของดอกบัว์เงานี้มีขนาดใหญ่กว่าสิบจั้ง แทบจะสามารถบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาเหล่าสัตว์ปีศาจเห็นเงาดอกบัวแล้วต่างรู้สึกขวัญผวาแตกกระจายไปคนละทิศทาง แม้แต่วิหคมรกตที่เพิ่งวิวัฒนาการมาทว่ากลับมีความหลังฝังใจต่อเงาดอกบัว์เป็อย่างยิ่งดังนั้นมันจึงกระพือปีกบินหนีไปอีกทางหนึ่ง
ซ่งไป่หลางผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกฝ่ามือบัว์ครานี้แม้จะสร้างเงาของดอกบัวที่มีขนาดใหญ่ทว่าภายในกลับอ่อนแออย่างยิ่งคล้ายลูกโป่งที่พองลมทว่าเนื้อในกลับมีแค่อากาศ เป็เพียงการสร้างรูปลักษณ์ข่มขู่ให้หวาดกลัวเท่านั้น
ไม่มีสัตว์ปีศาจกล้าขวางทางแล้วทั้งสองกำลังจะหลบหนีออกจากจุดที่เป็เป้าหมายของบรรดาสัตว์ปีศาจทว่าไม่ทันจะได้ก้าวเท้าต่อไปสัญชาตญาณของทั้งสองกลับกรีดร้องออกมาพร้อมกัน ซ่งไป่หลางและฉินจีรู้สึกเย็นวาบคล้ายถูกจ้องมองโดยผู้ล่าที่น่าสะพรึงกลัวโลกหล้ากลับมืดมิดราวกับแสงอาทิตย์เลือนหายไปเมื่อเงยหน้ามองท้องฟ้าจึงได้พบเ้าของเงาที่พาดผ่านร่างของพวกเขาเอาไว้ได้อย่างชัดเจน
--------------------------------------------------
Lanar : ผมจะอัพรวดเดียวถึงตอน 20 แล้วค่อยเปลี่ยนเป็ทยอยอัพวันละตอนครับ