เมื่อได้ยินดังนั้นผางต้าไห่ก็หันศีรษะ จ้องมองไปยังเย่เฉินด้วยสายตาที่ใช้มองคนไม่สมประกอบ
เพียงแค่มองมาเย่เฉินก็เข้าใจความหมายนั้นได้ในทันที
เขาหัวเราะขึ้นมาและเกาศีรษะอย่างอดไม่ได้รู้สึกได้ว่าคำถามของตนเองนั้นช่างดูโง่เขลายิ่งนัก
เพลิงธรณีและอัคคีเที่ยงแท้ล้วนเป็เปลวไฟที่กำเนิดมาจากฟ้าดินหากกล่าวตามลำดับขั้นแล้ว ทั้งเพลิงธรณีและอัคคีเที่ยงแท้สองสิ่งนี้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเพลิงธรณีนั้นสามารถกลั่นออกมาเป็น้ำยาิญญาหยกได้แต่อัคคีเที่ยงแท้นั้นยังสามารถทำได้มากกว่านั้น
“ผู้าุโอย่างนั้นข้า้าคัมภีร์ิญญาหยก”จากนั้นเย่เฉินก็เก็บม้วนคัมภีร์ิญญาหยกไว้ในอ้อมแขนและหยิบหินิญญายี่สิบก้อนออกมา
“อย่างนั้นเ้าก็ลองดูต่อแล้วกันแต่อย่าขโมยของล่ะ” ผางต้าไห่รับหินิญญาแล้วก็เดินจากไป
หลังจากผางต้าไห่เดินจากไปในใจของเย่เฉินก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เขามีอัคคีเที่ยงแท้จึงมีคุณสมบัติที่สามารถจะกลั่นน้ำยาิญญาหยกได้ขอเพียงแค่เขาศึกษาวิธีการอย่างละเอียดเขาจะต้องกลั่นน้ำยาิญญาหยกออกมาได้อย่างแน่นอน
เพียงชั่วพริบตาเขาก็รู้สึกเหมือนได้พบกับขวดน้ำยาิญญาหยกขวดหนึ่งแกว่งไปมาอยู่ตรงหน้า
เขารู้สึกอารมณ์ดีเป็อย่างมากแต่ทว่าอัคคีเที่ยงแท้ภายในกายของเขานั้นก็เริ่มสั่นสะท้าน
“มีของวิเศษ”นี่คือความคิดแรกที่เกิดขึ้นในหัวของเขา ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในหอศัสตราิญญาอัคคีเที่ยงแท้ในร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน และมันทำให้เขาได้พบกับกระบี่เทียนเชวียหลังจากกระบี่รู้จักผู้เป็นายที่มันแล้วเขาจึงได้รับวิชาลับในการฝึกตนมาจากกระบี่นั้นด้วยในเวลาเดียวกัน
ั้แ่นั้นเป็ต้นมาเขาจึงสันนิษฐานว่า อัคคีเที่ยงแท้ที่แสนลึกลับภายในกายของเขานี้จะต้องมีความสามารถในการเรียกหาของวิเศษชิ้นอื่นได้
“ดึงดูดความสนใจจากเ้าได้ขนาดนี้จะต้องเป็ของวิเศษที่ไม่ธรรมดาแน่นอน”
เย่เฉินตบหน้าท้องของตนเองดวงตาคู่นั้นลุกโชนประดุจคบเพลิง กวาดสายตามองของทุกชิ้นที่อยู่บนชั้น จนกระทั่งมองเห็นน้ำเต้าม่วงทองใบหนึ่งอัคคีเที่ยงแท้ก็ได้สั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง
“ต้องใช่แน่เป็เ้าแน่นอน” ของวิเศษที่ถูกกักขัง เย่เฉินรีบก้าวเท้าเข้าไปหยิบน้ำเต้าใบนั้นมาไว้ในมือ
น้ำเต้าใบนี้มีขนาดเท่ากับฝ่ามือของผู้ใหญ่เท่านั้นมีลักษณะเป็สีม่วงทอง ดูมีอายุเล็กน้อยนอกจากมีอักขระยันต์ที่อ่านไม่ออกอยู่โดยรอบแล้ว ส่วนอื่นก็ดูไม่มีอะไรพิเศษ
แต่เย่เฉินรู้ดีว่าของวิเศษที่แท้จริงไม่อาจตัดสินได้ด้วยเปลือกนอกเช่นกระบี่เทียนเชวียของเขา ก็ไม่ได้ดูมีอะไรเป็พิเศษ หากมองแบบผิวเผินมันก็เป็เพียงแค่กระบี่ธรรมดาแต่ทว่าภายในกลับเต็มไปด้วยวิชาลับในการฝึกตนอยู่
ก๊อก!
เย่เฉินดึงจุกปิดน้ำเต้าออกเบาๆจากนั้นก็หลับตาลงข้างหนึ่งแล้วมองเข้าไปด้านในแต่กลับต้องประหลาดใจที่พบว่าด้านในนั้นเหมือนเป็โลกอีกใบหนึ่ง พื้นที่ใหญ่โตจนสามารถวางถังน้ำไว้ด้านในนั้นได้เป็สิบใบอย่างไม่มีปัญหา
“เ้าสนใจมันก็เพราะว่ามันมีพื้นที่ว่างอันกว้างขวางหรือ?” เย่เฉินมองไปยังอัคคีเที่ยงแท้ของทะเลลมปราณ
อัคคีเที่ยงแท้เหมือนจะมีจิติญญาจึงสั่นขึ้นอีกครั้ง
“ข้าเชื่อเ้า”เย่เฉินไม่มีความลังเล หันไปมองป้ายราคาที่อยู่ด้านล่างของน้ำเต้าใบนั้นริมฝีปากของเขาก็กระตุกขึ้นทันที
“โอ้์ราคาหนึ่งพันสามร้อยหินิญญา”
“ทุ่มหมดตัวก็ยังซื้อไม่ได้เลย!” เย่เฉินถึงกับลิ้นจุกปาก แต่อัคคีเที่ยงแท้กลับสั่นขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง
“เ้าหนุ่มน้อยเ้าสนใจน้ำเต้านี่หรือ?” ผางต้าไห่ที่กำลังทำตัวลับๆล่อๆได้ปรากฏตัวขึ้นมาทางด้านหลังของเย่เฉิน โดยไม่ได้ส่งเสียงใดๆทำเอาเย่เฉินถึงกับสะดุ้ง
เย่เฉินหัวเราะออกมาอย่างอึกอักเกาศีรษะอย่างเก้อเขิน “เอ่อ ผู้าุโผางน้ำเต้าใบนี้ท่านลดราคาลงอีกสักหน่อยได้ไหม”
“ไม่ได้หรอกน้ำเต้าม่วงทองใบนี้มีช่องว่างอากาศอยู่ด้วย หนึ่งพันสามร้อยหินิญญาถือว่าถูกมากแล้ว”
“อย่างนี้เอง!” สีหน้าของเย่เฉินดูอาวรณ์
เมื่อเห็นว่าเย่เฉินทำสีหน้าอาวรณ์เช่นนี้ผางต้าไห่จึงยกมือขึ้น ถามเย่เฉิน “เ้ามีหินิญญาอยู่เท่าไร”
“หนึ่งพันหนึ่งร้อย”
“ขาดอีกสองร้อยเ้ามีอย่างอื่นไหม เอามารวมๆ กันดู?”
เมื่อได้ยินดังนั้นเย่เฉินจึงกระแอมขึ้นมา โน้มตัวไปทางผางต้าไห่จากนั้นเขาก็หยิบขวดสีดำขนาดเล็กออกมาจากถุงเก็บของ
“นี่มันคืออะไร”ผางต้าไห่รับขวดสีดำขนาดเล็กนั้นเอาไว้ จากนั้นก็เปิดจุกออก ค่อยๆ สูดดมกลิ่น
ทันใดนั้นเมื่อเขาสูดดมเข้าไป เขาก็รีบปิดจุกกลับในทันที
“นี่มันคือยาพิษชนิดร้ายแรง”ผางต้าไห่ถึงกับสำลัก จากนั้นก็เป่าลมไปที่เคราและมองออกมา“เ้าไปเอาของแบบนี้มาจากที่ไหน”
“ข้าได้มาโดยบังเอิญ”เย่เฉินลูบปลายจมูกของเขา มอบขวดสีดำนั้นให้ผางต้าไห่ภายในถุงที่ได้มาจากผู้เฒ่าหลังค่อมนั้นล้วนเต็มไปด้วยวัตถุมีพิษ ตอนนี้เขาไม่มีอะไรจะเอาออกมาแล้วจริงๆ จะมีอยู่ก็เหลือเพียงเม็ดยาดูดเืเท่านั้น
“บังเอิญอย่างนั้นหรือ? เ้ากำลังเล่นลิ้นกับข้าใช่หรือไม่”
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็มีเพียงเม็ดยาดูดเืขวดนี้แล้ว”เย่เฉินกางมือออก “หากผู้าุโคิดว่าใช้ได้ ก็ใช้มันแทนหินิญญาสองร้อยนั้นเถอะนะ!”
“เ้าเด็กน้อยอย่าทำมาเป็ลีลาเลย ว่ากันตามตรงเถอะ”ผางต้าไห่แสร้งทำเป็ผู้าุโที่คอยสั่งสอนรุ่นน้อง แต่เมื่อพูดจบก็ได้เอาขวดสีดำขนาดเล็กนั้นไปใส่ไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง
“พิษของเม็ดยาดูดเืนั้นรุนแรงมากเก็บมันไว้ที่ข้าดีกว่า! อย่างนั้นน้ำเต้าม่วงทองใบนี้ข้ายอมขายให้เ้าก็ได้”
เมื่อได้ยินคำนี้เย่เฉินยังคงมีท่าทีหนักแน่นแต่ก็แอบยกมุมปากขึ้นอย่างอดไม่ได้ผางต้าไห่ผู้นี้เป็คนเ้าเล่ห์ เห็นได้ชัดว่า้าสิ่งที่ไร้ประโยชน์พวกนั้นโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังขาดทุนอย่างใหญ่หลวง?
แม้ว่าภายในใจจะแอบด่าอยู่เงียบๆ แต่เย่เฉินก็หยิบหินิญญาจำนวนหนึ่งพันหนึ่งร้อยออกมา
“น้ำเต้าม่วงทองใบนี้เป็ของเ้าแล้ว”
“ขอบคุณผู้าุโ”
เย่เฉินนำน้ำเต้าม่วงทองใส่ไว้ในอ้อมแขนแล้วรีบออกจากหอหมื่นสมบัติทันทีเพราะกลัวว่าผางต้าไห่เกิดเปลี่ยนใจแล้วยึดคืนกลับไป
หลังจากเย่เฉินจากไปผางต้าไห่ก็หยิบขวดสีดำขนาดเล็กออกมาอีกครั้ง
“เม็ดยาดูดเืของตำหนักซื่อเสี่ยนี่ช่างเป็โชคอันมหาศาลยิ่งนัก”ผางต้าไห่หัวเราะชอบใจและกอดขวดสีดำขนาดเล็กนั้นไว้เป็อย่างดี
เมื่อมาถึงเนินเขาเล็กๆเย่เฉินนั่งขัดสมาธิลงบนหินก้อนหนึ่ง จากนั้นก็หยิบน้ำเต้าม่วงทองออกมา
เขานำมีดสั้นมากรีดที่ปลายนิ้วของตนและหยดเืลงไปหนึ่งหยด เืหนึ่งหยดนั้นได้ถูกดูดซึมหมดไปในทันที
เพียงแต่ว่าวิชาลับที่เย่เฉินกำลังตามหานั้น ยังไม่ปรากฏขึ้นทำให้เขารู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย
“โธ่หินิญญาหนึ่งพันสามร้อยก้อน!”เขาถือน้ำเต้าม่วงทองเอาไว้ แล้วเดาะลิ้นขึ้น นึกถึงหินิญญาจำนวนหนึ่งพันกว่าตอนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บใจอยู่ลึกๆ“เดิมที่ข้า้าจะซื้อน้ำยาิญญาสักสองสามขวด?แต่ทั้งหมดก็ต้องมาจ่ายเพื่อซื้อเ้าหมดแล้ว”
เฮ้อ!
เย่เฉินแอบส่ายศีรษะเบาๆจากนั้นนำน้ำเต้าใบนั้นเก็บเข้าไปในถุงเก็บของ
เพียงแต่เขาไม่ทันสังเกตว่าในวินาทีที่น้ำเต้าม่วงทองถูกเก็บกลับไปในถุงเก็บของ มันได้ปรากฏแสงขึ้นมา
เมื่อเก็บน้ำเต้าม่วงทองแล้วเย่เฉินก็หยิบคัมภีร์ิญญาหยกออกมา เพื่อศึกษาอย่างละเอียด
อย่างไรก็ตามการฝึกฝนเื่การเล่นแร่แปรธาตุนี้เขายังไม่เคยได้ััมาก่อนเย่เฉินจึงใช้เวลากว่าเก้าชั่วยามในการทบทวนซ้ำไปมาจนกระทั่งวิชาเหล่านี้ได้ซึมซาบเข้าสู่จิตใจจนหมดแล้ว เขาจึงวางคัมภีร์ลง
ขั้นตอนการกลั่นน้ำยาิญญาหยกนั้นไม่ได้ยุ่งยากมากนักจำเป็จะต้องใช้สมุนไพริญญาจำนวนสิบกว่าชนิดแต่สิ่งที่ทำให้เขาวางใจได้อย่างหนึ่งก็คือ สมุนไพริญญาเ่าั้ไม่ได้หายากนัก
ในขณะนี้เป็เวลาพระอาทิตย์ตกดินแล้ว
เย่เฉินมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพลิกตัวะโขึ้นมา มุ่งหน้าไปทางูเาหลังสำนักเหิงเยว่
ูเาหลังสำนักเหิงเยว่แม้ว่าจะมีปริมาณของพลังปราณน้อยกว่าในูเาิญญาแต่กลับเป็สถานที่อันเหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกสมุนไพริญญาศิษย์สำนักเหิงเยว่ก็ล้วนแต่มาเก็บสมุนไพริญญาจากที่นี่กันทั้งสิ้น
ตามบันทึกในคัมภีร์ิญญาหยกเย่เฉินจะต้องตามหาสมุนไพรและพรรณดอกไม้จากในป่าอันเขียวชอุ่มแห่งนี้เมื่อใดก็ตามที่ได้พบกับสมุนไพริญญาทั้งหมดที่้า จะต้องเก็บใส่ถุงเอาไว้หลังจากตามหากว่าหนึ่งชั่วยาม เขาก็ได้พบกับสมุนไพริญญาเกือบทั้งหมดแล้ว
“เหลือเพียงดอกอวี้หลันหิมะแล้ว”หลังจากที่นับดูสมุนไพริญญาที่ต้องใช้แล้ว เย่เฉินก็พบว่าตอนนี้เขานั้นขาดดอกอวี้หลันหิมะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
“ดอกอวี้หลันหิมะนี้ไม่ได้หาได้ง่ายดายเหมือนสมุนไพริญญาชนิดอื่นไม่แน่ว่าที่นี่อาจจะไม่มีก็ได้!” เย่เฉินพึมพำจากนั้นก็พุ่งเข้าไปในป่าอีกครั้ง
ความโชคดีของเขายังมีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวไม่นานนักเขาก็ได้พบกับดอกอวี้หลันหิมะ
สมุนไพริญญาชนิดนี้มีความอบอุ่นจึงมีพลังิญญาอบอวลอยู่โดยรอบ ทั้งดอกเป็สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะเมื่อััก็รู้สึกได้ถึงความเย็นสดชื่น
แม้ว่าได้ดอกอวี้หลันหิมะมาแล้วแต่เย่เฉินก็ยังไม่ยอมออกจากป่า
ครั้งแรกของการกลั่นน้ำยาิญญาหยกโอกาสล้มเหลวมีอยู่มาก เขาคิดว่าควรจะเตรียมเผื่อไว้อีกสองสามชุดน่าจะดีกว่า
ในไม่ช้าดอกอวี้หลันหิมะดอกที่สองก็ปรากฏสู่สายตา
“ช่างโชคดีจริงๆ”เย่เฉินยิ้มอย่างสบายใจ ใช้เท้าเหยียบยันกับก้อนหิน แล้วะโลอยขึ้นไปโบกมือคว้าดอกอวี้หลันหิมะ
เพียงแต่ในขณะที่เขากำลังกลับลงสู่พื้นดินก็มีเสียงที่ดูเหมือนจะไม่พอใจดังขึ้นมา
“ดอกอวี้หลันหิมะดอกนั้นเป็ของข้านะ”
พูดจบเงาของร่างอันงดงามก็มุ่งออกมาจากหมู่ดอกไม้ ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลงมายิ่งทำให้นางดูสดใสงดงามเป็พิเศษ ราวกับดอกบัวก็มิปาน
คนผู้นี้เมื่อมองโดยถี่ถ้วนแล้ว นางก็คือซูซินเยว่แห่งยอดเขาเหรินหยางหรอกหรือ?