พูดจบคนที่ตำหนักฮองเฮา ก็หัวเราะเยาะเย้ยชอบใจ ในสิ่งที่กุ้ยเหรินกล่าว
กุ้ยเฟย “พวกเ้า รู้กันทั่วแล้ว”
ฮองเฮา “กุ้ยเหรินพวกเราก็เป็พี่น้องกันทั้งนั้น เ้าควรรักษามารยาทในการพูดบ้าง”
กุ้ยเฟย “คำพูดของฮองเฮาหม่อมฉันไม่เข้าใจ ที่หม่อนฉันพูดเป็เื่จริง จะห้ามหม่อนฉันพูดอย่างงั้นหรือเพคะ”
ฮ่า...ฮ่า....ฮ่า....ทุกคนหัวเราะเสียงเจียวจ๋าวทั่วตำหนัก จนทำให้กุ้ยเฟย รับแรงกดดันไม่ไหวจนต้องรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปอย่างอับอาย กุ้ยเฟยเร่งรีบมากเกินไปจนทำให้ตนเองสดุดล้ม ซูเว่ยฉีเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปพยุงกุ้ยเฟยลุกขึ้น
ซูเว่ยฉี “กุ้ยเฟยโปรดระวังพระวรกาย”
แต่กุ้ยเฟยกับผลักซูเว่ยฉีจนล้มก้นกระแทกพื้น
กุ้ยเฟย “ไหนเ้าว่า เ้าได้ขอร้องฝ่าาแล้ว แล้วทำมัยคนพวกนั้นถึงรู้เื่นี้กันหมด”
ซูเว่ยฉี “กุ้ยเฟยโปรดระงับโทสะคำพูดของฮ่องเต้มีน้ำหนักยิ่งเื่นี้ ไม่สามรถหลุดออกมาจะคนในตำหนักของฝ่าาอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกมาจริง พวกเข้าจะได้ประโยชน์อันใด ต้องเป็ กุ้ยเหรินเป็แน่
กุ้ยเฟย นางเป็คนวางยาข้า นางคงไม่พอใจที่ข้าเข้าวังมาทำให้นางไม่ได้รับตำแหน่ง กุ้ยเฟย ดังนั้นจึงว่างยาข้าทำให้ข้าเสียหน้าฝ่าา นางได้รับประโยชน์มากกว่าใครทั้งหมด
กุ้ยเฟยลุกขึ้นได้ ก็รีบเร่งก้าวฝีเท้าไปที่ตำหนักของกุ้ยเหรินด้วยโกรธ และโมโหเป็อย่างมาก
ซูเว่ยฉี “กุ้ยเฟย! กุ้ยเฟยจะไปไหนเพคะ รอหม่อนฉันด้วยเพคะ”
ถึงหน้าตำหนักของกุ้ยเหริน กุ้ยเฟยเจอกับนางกำนัลของกุ้ยเหริน
นางกำนัล “คารวะกุ้ยเฟย วันนี้อากาศร้อนหลังจากที่กลับจากถวายพระพรฮองเฮา ก็รู้สึกไม่สบายเล็กน้อย ตอนนี้กำลังบรรทมอยู่เพคะ”
กุ้ยเฟย “หลีกไปให้พ้น”
(พร้อมใช้มือผลักนางกำนัล) แล้วรีบเร่งเดินจูโจมเข้าไปที่ตำหนัก พร้อมมีซูเว่ยฉีติดตามมาด้วย
กุ้ยเหริน “วันนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เกรงว่าจะไม่สามารถพูดคุยกับเ้าได้”
สิ้นคำพูดของกุ้ยเหริน กุ้ยเฟยก็ได้ตบไปที่ใบหน้าของกุ้ยเหรินที่กำลังเสวยโอสถ
เพี๊ยะ!!.............
ดังก้องกังวาน ทั่วตำหนัก กุ้ยเหรินล้มลงกับพื้น ถ้วยโอสถล่วงจากมือลงพื้นแตกกระจาย ด้วยความใของนางกำนัลคนสนิทกุ้ยเหริน จึงรีบวิ่งออกมาต่อว่ากุ้ยเฟย
นางกำนัล”กุ้ยเฟยท่านทำอะไร นางหญิงของข้ามีครรภ์ท่านจะลงมือเช่นนี้มิได้
กุ้ยเฟยที่มีความโกรธเต็มเปี่ยม ก็ได้กล่าวกับกุ้ยเหริน
กุ้ยเฟย “เ้าลุกขึ้นมา อย่างมาทำท่าทางเสแสร้งข้าบอกให้เ้าลุกขึ้นมา”
กุ้นเหรินไม่ลุก แต่เอามือกุมท้องไว้แน่น และร้องออกมาด้วยความเ็ป
กุ้ยเหริน “ปวด! ปวดเหลือเกิน ท้องของข้า”
กุ้ยเหรินที่ล้มอยู่กับพื้นนั้นมีเืไหลออกมาเต็มพื้น กุ้ยเฟยเห็นดังนั้นก็ใอย่างมาก จึงออกคำสั่งให้ซูเว่ยฉีไปตามหมอหลวง หลังจากที่หมอหลวงมาแล้ว กุ้ยเฟยก็ไม่ได้หนี้ไปไหนกับยืนรอฟังข่าวจากหมอหลวงที่หน้าตำหนักของกุ้ยเหริน ท่ามกลางความวุ่นวาย หมอหลวงและนางกำนัลวิ่งเข้าออกตำหนัก
กุ้ยเฟย ด้วยความกังวนได้หันมาคุยกับซูเว่ยฉี
กุ้ยเฟย “เ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับข้า ข้ายังไม่ได้แตะท้องของนางแม้แต่นิด”
ด้วยความสงสัยของซูเว่ยฉี ก็ได้ครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่.
กุ้ยเฟยนางไม่ได้รุนแรงถึงกับทำให้กุ้ยเหรินต้องแท้งลูกได้
ด้วยความที่กุ้ยเฟยอดทนรออยู่ข้างนอกไม่ไหว กุ้ยเฟยจึงได้เข้าไปดูอาการของกุ้ยเหรินด้านในตำหนัก
เห็นหมอหลวงที่กำลังรักษากุ้ยเหริน ได้หยุดการรักษา ด้วยความสงสัยก็ได้กล่าวถาม
กุ้ยเฟย “อาการกุ้ยเหรินเป็เช่นไรบาง”
หมอหลวง “เด็กในครรภ์ของกุ้ยเหรินไม่ขยับแล้ว เด็กสิ้นพระชนม์แล้วพะยะคะ”
กุ้ยเหริน “ทำมัยถึงเป็เช่นนี้ หมอหลวงเคยบอกแล้วว่าครรภ์ของข้าแข็งแรงที่สุด จะเป็แบบนี้ได้เช่นไร”
กุ้ยเฟย “หมอหลวงเ้าเป็ดูแลครรภ์กุ้ยเหริน เ้าต้องรู้ดีที่สุด ครรภ์ของกุ้ยเหรินในครั้งนี้ที่รักษาไว้ไม่ได้ เป็เพราะร่างกายของนางไม่ดีพอใช่หรือไม่ ไม่เกี่ยวอันได้กับข้า”
หมอหลวง “กุ้ยเฟยอย่าตรัสเช่นนั้นเลย เดิมที่ครรภ์ของกุ้ยเหรินดีมาตลอด แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็เช่นนี้ ข้าต้องขอตรวจเพิ่มอีกสักหน่อย”
กุ้ยเหรินร้องควรคางด้วยความเ็ป และเสียใจที่ลูกของตนเสียชีวิต
กุ้ยเหริน “โอ้ย!!...ข้าปวดเหลือเกิน”
กุ้ยเฟยเห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันที่ ว่าตนต้องได้รับโทษหนักเป็แน่ หันมาสั่งให้ซูเว่ยฉี
กุ้ยเฟย “ไปพวกเราต้องรีบกลับตำหนัก รีบกลับไปส่งข่าวให้ท่านพี่มาช่วยข้า ไปเร็ว”
กุ้ยเฟยและซูเว่ยฉีในขณะทั้งสองจะเดินออกไปนั้น นางกำนัลของกุ้ยเหรินก็ได้เข้ามาขวางไว้
นางกำนัล “กุ้ยเฟย พระองค์ยังไปไม่ได้นะเพคะ ฝ่าากับฮองเฮากำลังจะเสด็จมา พระนางข้ามออกไปไหนโดยเด็ดขาด(พร้อมกางแขนกั้นขวาง)
กุ้ยเฟยได้ยินแล้วไม่พระทัยอย่ามาก ได้ใช้ มือตบไปที่หน้าของนางกำนัล ดัง เพี๊ย!!.......... แล้วกล่าวว่า
กุ้ยเฟย “นางไพร่ชั้นต่ำ แกเป็ผู้ใดกัน บังอาจมาออกคำสั่งกับข้า ยังไม่รีบหลบไปอีก”
จากนั้นกุ้ยเฟยก็เดินสบัดตัวออกไปอย่างรีบร้อน แต่ยังไม่พ้นประตูตำหนัก ก็ได้ยินเสียง หลี่กงกง ร้องนำทาง