เมื่อเยี่ยเฟิงกลับถึงจวน เขารีบนำหญ้าหนวดัออกมาอย่างไม่รอช้า แววตามีแต่ความดีใจ สมุนไพรที่โอสถรวมลมปราณต้องใช้ครบถ้วนเสียที
“เมื่อมีโอสถรวมลมปราณ พลังของข้าคงจะทะลวงไปถึงภพเปิดตันเถียนในไม่ช้า”
ขณะนี้เป็่เวลาเที่ยงวัน ทว่าเยี่ยเฟิงกลับปิดประตูห้องโดยไม่ลังเล และเริ่มปรุงโอสถทันที
สมุนไพรที่เป็ส่วนผสมของโอสถรวมลมปราณมีเยอะมาก ถึงแม้ในตอนนี้พลังยุทธ์ของเยี่ยเฟิงจะอยู่ที่ภพรวมลมปราณขั้นสาม อีกทั้งยังมีพลังหยางที่เข้มข้นมากกว่าคนทั่วไป แต่เขาก็ยังระมัดระวังอย่างมากในการปรุงโอสถครั้งนี้ พลังลมปราณสีแดงพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา แล้วมุ่งสู่เตาหลอมโอสถ
สมุนไพรนานาชนิดหลอมละลายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกสกัดออกมาเป็ของเหลวเข้มข้น หน้าผากของเยี่ยเฟิงมีเม็ดเหงื่อผุดออกมา เขาควบคุมพลังลมปราณด้วยความระวัง ให้มันค่อยๆ ห่อหุ้มสมุนไพรแต่ละต้นเอาไว้
เมื่อสมุนไพรแต่ละชนิดถูกหลอมละลายจนมีกลิ่นหอมที่แตกต่างกัน เยี่ยเฟิงยิ่งระวังมากขึ้น
เขายกสองมือขึ้นแล้ววาดไปช้าๆ พลังลมปราณถูกส่งออกมาจากเส้นชีพจรอย่างต่อเนื่อง พลังลมปราณสีแดงสดดั่งเปลวเพลิงที่กำลังเคลื่อนไหว พวกมันห่อหุ้มหยดสมุนไพรที่เป็ของเหลวเอาไว้ภายใน เพื่อเข้าสู่กระบวนการสกัดขั้นต่อไป
“น่าจะใช้ได้แล้ว”
หลังจากผ่านไปสักครู่เยี่ยเฟิงมองก้อนของเหลวสีแดงสดที่มีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือสองก้อนพร้อมพึมพำ ขณะนี้หน้าผากของเขายังมีเม็ดเหงื่อให้เห็นบ้าง เขาพ่นลมหายใจยาว จากนั้นเดินพลังลมปราณภายในเส้นชีพจรเต็มกำลัง แล้วส่งพลังทั้งหมดไปที่เตาหลอมทันที
เพล้ง
เตาหลอมโอสถสีแดงสั่นะเืเล็กน้อย ทั่วทั้งเตาหลอมเปล่งแสงสีแดงเป็ระยะ ต่อมากลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรค่อยๆ ลอยออกมาจากเตาหลอมเป็ระยะ
“ฮ่าๆ ข้านี่มันอัจฉริยะจริงๆ ในที่สุดโอสถลมปราณก็กลายเป็สีแดงสดจนได้ กลิ่นของสมุนไพรก็เข้มข้นขึ้นตามคาด ยิ่งกลิ่นหอมเข้มข้นเช่นนี้สรรพคุณของยาก็ยิ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน!”
สองตาของเยี่ยเฟิงลุกวาว ชาติก่อนเขาคืออัจฉริยะด้านการปรุงโอสถคนหนึ่ง ทว่าโอสถรวมลมปราณที่ปรุงได้ไม่ใช่ระดับที่ดีที่สุด ไม่เพียงเยี่ยเฟิงเท่านั้น แม้แต่อาจารย์ของเขาก็ไม่เคยทำได้ แม้โอสถรวมลมปราณจะเป็เพียงโอสถทั่วไป แต่เคยมีคำเล่าลือว่า ระดับคุณภาพสูงสุดของโอสถนี้คือตัวยาจะอยู่ในรูปสีแดงสด
“หรือเป็เพราะพลังลมปราณที่เดินพลังจากจักรพรรดิสูตรต่างจากพลังทั่วไป หรือเป็เพราะเหล็กเทพฉื้อหยางที่ทำให้ผลเป็เช่นนี้?” เยี่ยเฟิงได้แต่สงสัยในใจ
เขาไม่ได้รีบร้อนกินโอสถเข้าไป แต่กลับเก็บกวาดพื้นที่แล้วนั่งเข้าฌาน ก่อนจะเริ่มเดินพลังจักรพรรดิสูตรเงียบๆ
นี่เป็การทะลวงพลังในภพใหญ่ การเปิดตันเถียนไม่ใช่เื่เล็ก เขาจำเป็ต้องปรับให้ตัวเองอยู่ในสถานะที่ดีที่สุด อีกอย่างการทะลวงพลังขึ้นไปภพเปิดตันเถียนมีความเคลื่อนไหวเด่นชัด หาก้าทะลวงพลังที่นี่จะต้องมีคนในจวนตระกูลเยี่ยสังเกตเห็นแน่นอน
ั้แ่กลางวันจนถึงพลบค่ำ หลังจากปรับพลังของตัวเองอยู่หลายชั่วยาม เยี่ยเฟิงถึงได้เก็บพลัง จากนั้นหยิบโอสถรวมลมปราณแล้วมองดูเวลา ก่อนจะแอบออกไปจากจวนตระกูลเยี่ยเงียบๆ
เหล่าองครักษ์ที่คอยคุ้มกันเยี่ยเฟิงถูกสั่งให้ถอยไปแล้ว หลังจากเห็นพลังของเยี่ยเฟิงอยู่ในภพรวมลมปราณขั้นสาม เยี่ยอู๋เซิงจึงสั่งให้พวกองครักษ์กลับไปจนหมด เขารู้ว่าในตัวเยี่ยเฟิงมีความลับที่ไม่อาจให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ ในเมื่อเยี่ยเฟิงไม่ได้อธิบาย เขาก็ไม่อยากไปเค้นถาม เพราะเขารู้ดี เื่เช่นนี้มีคนรู้ยิ่งน้อยยิ่งดี
เยี่ยเฟิงอาศัยความมืดมิดออกจากเมืองอวิ๋นอู่ไปยังนอกเมือง
เขาเลือกสถานที่มิดชิดแห่งหนึ่ง หลังจากนั่งขัดสมาธิ เขาได้กลืนโอสถรวมลมปราณเข้าไป เมื่อโอสถเข้าสู่ร่างกาย พลังลมปราณที่หลับใหลอยู่ภายในเส้นชีพจรของเยี่ยเฟิงะเิออกมาทันที พวกมันเดินพลังได้เองโดยที่เยี่ยเฟิงไม่จำเป็ต้องนำทาง
แต่เยี่ยเฟิงไม่กล้าชะล่าใจ เพราะภพเปิดตันเถียนเป็ภพที่สำคัญมากในการฝึกยุทธ์ เขารีบกำจัดสิ่งฟุ้งซ่านภายในจิตใจออกไป แล้วเดินพลังเคล็ดวิชาจักรพรรดิสูตรเต็มกำลัง
โครม
หลังจากผ่านไปสิบนาที ภายในเส้นชีพจรของเยี่ยเฟิงเกิดเสียงโครมครามดังขึ้น คล้ายเสียงของม้าหมื่นตัวกำลังวิ่งทะยาน พลังลมปราณสีแดงวิ่งรวดเร็วยิ่งขึ้นภายในเส้นชีพจรต่างๆ เยี่ยเฟิงรีบใช้เคล็ดวิชาจักรพรรดิสูตรนำพาพลังลมปราณเหล่านี้ ให้วิ่งไปที่จุดตันเถียน
ความจริงตันเถียนคือจุดชีพจรอีกแห่งหนึ่ง และเป็จุดชีพจรชี่ไห่เหมือนกัน เพียงแต่มันแตกต่างจากที่อื่น คัมภีร์จักรพรรดิเดิมทีอยู่ในจุดชี่ไห่ของเยี่ยเฟิงอยู่แล้ว มันเพียงแค่ถูกเปิดให้เชื่อมกับจุดอื่น ไม่ได้ถูกเปิดให้ลึกเข้าไปถึงแก่น
มันคือแหล่งรวบรวมของเส้นชีพจรต่างๆ เมื่อพลังลมปราณที่บ้าคลั่งเ่าั้ถูกนำทางโดยเคล็ดวิชาจักรพรรดิสูตร มันได้พุ่งไปยังจุดตันเถียนภายในเสี้ยววินาที ดั่งสายนทีร้อยสายไหลกลับสู่ทะเล ดั่งมวลปักษากลับไปยังรัง
วินาทีนั้นพลังลมปราณทั้งหมดได้พุ่งไปที่จุดตันเถียนอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง
โครม!
ร่างของเยี่ยเฟิงสั่นะเืไปทั้งร่าง ภายในเส้นชีพจรเหมือนเกิดการฉีกขาด การพุ่งเข้าใส่ครั้งแรกไม่สามารถเปิดจุดตันเถียนได้ พลังลมปราณชนเข้ากับปราการหนาจนกระจัดกระจายราวกับสูญเสียการควบคุม
เยี่ยเฟิงตกตะลึง เขารีบรวบรวมสมาธิเพื่อควบคุมพลังที่บ้าระห่ำ จากนั้นคอยนำทางมันไปที่จุดตันเถียนอีกที
หนึ่งครั้ง สองครั้ง...
ในครั้งที่สี่นั้น เยี่ยเฟิงรู้สึกเหมือนทั่วทั้งร่างใกล้จะฉีกขาด ภายในเส้นชีพจรทั่วร่างรู้สึกเ็ปจนยากจะอธิบาย หากครั้งนี้ยังทะลวงพลังไม่สำเร็จ เขาเองก็ยากที่จะยืนหยัดอีกต่อไป การทะลวงพลังในคืนนี้คงต้องล้มเลิก
ร่างกายของเยี่ยเฟิงสั่นเทิ้มอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่รวบรวมพลังลมปราณแล้วส่งไปที่จุดตันเถียน สิ่งที่ตามมาคือความเ็ปที่ยากจะจินตนาการ ก่อนหน้านี้เยี่ยเฟิงเองไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
อีกเหตุผลหนึ่งอาจจะเป็เพราะระยะเวลาที่สั้นเกินไป แม้พลังจะอยู่ที่ภพรวมลมปราณขั้นสามแล้ว แต่เพราะก่อนหน้านี้ทะลวงพลังรวดเร็วเกินไป ทำให้พลังในแต่ละภพไม่เสถียรมากพอ
“เปิดให้ข้าเดี๋ยวนี้...!”
เยี่ยเฟิงคำรามเสียงต่ำ เขากัดฟันกรอด พยายามอดกลั้นต่อความเ็ปที่เหมือนถูกเลาะเอ็นเลาะกระดูก แล้วเดินพลังจักรพรรดิสูตรอย่างบ้าคลั่ง ขณะนี้พลังลมปราณของเขาเหมือนแม่น้ำที่เชี่ยวกราก เกิดเป็เสียงดังโครมคราม แล้วพุ่งเข้าใส่จุดตันเถียนภายใต้การชี้นำของเยี่ยเฟิง
หากมีผู้ใดล่วงรู้วิธีการของเยี่ยเฟิงคงจะตกตะลึงอย่างมาก การเปิดตันเถียนโดยไม่สนใจสิ่งใดนั้นมีผลลัพธ์อยู่สองอย่าง หนึ่งคือสามารถเปิดตันเถียนได้ เส้นชีพจรถูกเปิดและเชื่อมถึงกันทั้งหมด สองคือการเปิดตันเถียนล้มเหลว เส้นชีพจรเสียหายอย่างหนักเพราะแบกรับพลังลมปราณที่บ้าคลั่งไม่ไหว
โครม
ร่างกายของเยี่ยเฟิงสั่นสะท้านอีกครั้ง จุดตันเถียนเกิดเสียงดังอึกทึก เหมือนประตูใหญ่ที่แ่าถูกเปิดออก ต่อมาพลังลมปราณที่บ้าคลั่งเ่าั้รีบพุ่งเข้าสู่จุดตันเถียนภายในเสี้ยววินาที
จุดตันเถียนถูกเปิดแล้ว แม้จะแค่หนึ่งขั้นและเล็กมาก แต่กลับรองรับพลังลมปราณเอาไว้ได้ทั้งหมด
ขณะนี้ในใจของเยี่ยเฟิงว่างเปล่า ความเ็ปที่รวดร้าวไปถึงหัวใจก่อนหน้า ค่อยๆ หายไปหลังจากจุดตันเถียนถูกเปิดออก
จุดตันเถียนสามารถพูดได้ว่าเป็รากฐานของผู้ฝึกยุทธ์ การเปิดจุดตันเถียนสำเร็จหมายความว่าเส้นชีพจรเชื่อมต่อกันทั่วทั้งร่าง พลังลมปราณจะไม่หลับใหลอยู่ภายในเส้นชีพจรอีกต่อไป แต่จะไปรวมอยู่ในจุดตันเถียนทั้งหมด ถือว่าเป็ที่อยู่ของมันอย่างแท้จริง
ภายในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรที่เยี่ยเฟิงอยู่ พลังฟ้าดินสั่นะเื ก่อนมารวมตัวกันที่เยี่ยเฟิง ที่นี่เหมือนเกิดลมพายุขึ้นกะทันหัน ใบไม้รอบด้านเกิดเสียงเสียดสีกัน ใบไม้ที่ร่วงหล่นลงบนพื้นถูกพัดจนไปอยู่กลางอากาศ
พลังลมปราณสีแดงภายในร่างของเยี่ยเฟิงเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง มันกลายเป็สีทองอ่อน อยู่ในจุดตันเถียนเหมือนบ่อน้ำสีทองเล็กๆ แห่งหนึ่ง
ตันเถียนที่เพิ่งถูกเปิดออกมีลักษณะเหมือนบ่อน้ำเล็กแห่งหนึ่ง จากนี้หากพลังของเยี่ยเฟิงทะลวงไปอีก บ่อน้ำนี้จะค่อยๆ ขยายใหญ่จนกลายเป็ทะเลสาบ กระทั่งกลายเป็มหาสมุทร
เยี่ยเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่เงียบๆ เขาหลับตาสีหน้าอิ่มเอม คิ้วที่ขมวดจนเป็ปมคลายออก ลมหายใจเปลี่ยนเป็สม่ำเสมอ
พลังจากเคล็ดวิชาจักรพรรดิสูตรค่อยๆ เดินอย่างช้าๆ จนกระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วยามเยี่ยเฟิงถึงได้ลืมตาขึ้น เขาัักับจุดตันเถียนที่เพิ่งถูกเปิดอย่างเงียบเชียบจนริมฝีปากของเขายกขึ้นเป็รอยยิ้ม
การเปิดตันเถียนมีความหมายมาก หากผู้ฝึกยุทธ์สามารถเปิดตันเถียนได้ ผู้นั้นจะเป็ผู้แข็งแกร่งในสายตาคนทั่วไป ดังเช่นองค์หญิงเมืองอวิ๋นอู่ ‘อวิ๋นหานเยียน’
แต่ภพเปิดตันเถียนแบ่งเป็สิบอันดับขั้น การทะลวงพลังในแต่ละขั้นเป็ไปได้ยากมาก เป็ระดับภพที่มีการโต้แย้งมากที่สุดในโลกของการฝึกยุทธ์ และระดับขั้นที่ต่างกันก็ทำให้พลังของผู้ฝึกต่างกันราวฟ้ากับเหว
เยี่ยเฟิงลุกขึ้นแล้วเดินไปอีกด้าน เสื้อผ้าของเขาเปียกไปด้วยเหงื่อเกือบทั้งหมด ขณะนี้ยังเหนียวติดเนื้อตัวเขาอยู่ เขาจึงอยากชำระร่างกาย
บนท้องฟ้ามีหมู่ดาวระยิบระยับ พระจันทร์เต็มดวงเด่นเป็สง่ากลางท้องฟ้า ภายใต้แสงจันทร์สีเงินสาดส่อง ทั่วทุกแห่งถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีเงิน เงียบสงัดและลึกลับ
เมื่อเดินผ่านป่าไป จะเจอกับแม่น้ำสายเล็กที่คดเคี้ยวไปสู่ที่ที่ไกลออกไป มันดูเหมือนเส้นหยกภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง
หากเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ข้างแม่น้ำจะเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส นี่คือดอกซิงเยว่ สิ่งพิเศษของดอกซิงเยว่อยู่ตรงที่จะเบ่งบานเฉพาะค่ำคืนที่ปลอดโปร่ง อีกอย่างเกสรดอกไม้จะเปล่งแสงอ่อนๆ ภายใต้แสงจันทร์ ซึ่งหาพบได้ยากมาก
“ข้ากำลังจะอาบน้ำที่นี่แต่ทำไมดูเหมือนสาวงามกำลังจะลงเล่นน้ำเล่า”
เยี่ยเฟิงรีบถอดเสื้อผ้าทิ้งไปอย่างรวดเร็ว แล้วดำลงไปในน้ำทันที
ท่ามกลางน้ำใสเย็น เยี่ยเฟิงรู้สึกสบายสดชื่นไปทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก น้ำในแม่น้ำช่วยชะล้างเหงื่อไคลบนร่างของเขาไปจนหมด เหมือนช่วยชำระล้างความกลัดกลุ้มของเขาไปด้วย
ซ่า!
ในตอนที่เยี่ยเฟิงเพิ่งโดดลงแม่น้ำ จุดที่ห่างจากเขาไปหลายเมตร เกิดเป็น้ำกระเซ็นออกเป็วง หญิงสาวนางหนึ่งรีบผุดขึ้นจากน้ำด้วยความใ นางรู้สึกเหมือนมีบางอย่างลงมาในแม่น้ำ ดึกขนาดนี้คงจะเป็สัตว์ป่าข้ามแม่น้ำหรือไม่ก็หิวกระหายน้ำเป็แน่
แต่ใครจะไปคาดคิดว่านั่นไม่ใช่สัตว์ป่า แต่เป็คนต่างหาก