"นี่มัน..."
ดูเหมือนจะสายไป ความประหลาดตัวนี้ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ขอบเขตที่หนึ่งของจอมคาถา เพียงมันส่งเสียงครั้งแรก คลื่นเสียงของมันทำร่างของทั้งิเค่อและกงซุ่ยหลิงสั่นสะท้าน อยากจะก้าวเท้าก็ก้าวเท้าไม่ออก นอกจากนั้น
ิเค่อััได้ทันทีว่าร่างกายของตัวเองเริ่มมีความผิดปกติ
เขาฝืนขยับคออย่างยากลำบาก แม้คลื่นเสียงยังดังกังวานต่อเนื่อง เขาขยับเอี่ยวคอมองต่ำ ิเค่อเห็นมือของตัวเองอยู่ๆ ปรากฏอักขระประหลาดสีแดงก่ำกำลังลามแผ่ขยายไปทั่วตัว
และไม่ใช่แค่ที่ร่างของเขา กงซุ่ยหลิงก็เป็เช่นกัน
เพราะแบบนี้ในโลกใบนี้จอมคาถาและความประหลาดคือสิ่งน่ากลัว รูปแบบการโจมตีวงกว้างแบบนี้ มีแต่พวกมันที่ทำได้
ดวงตาพินิจอักขระสีแดงที่กำลังลามไปทั่วร่าง ิเค่อเข้าใจทันทีว่าตัวเขาถูกคำสาปเข้าให้แล้ว โชดดีเล็กๆ เพียงอย่างเดียวคือยังไม่ตายทันที
เมื่ออักขระสีแดงรวมทั่วตัวิเค่อและกงซุ่ยหลิง ิเค่อทำใจแล้วว่าคงตายแน่ๆ
ความประหลาดตรงหน้าของเขานั้นมีลักษณะค่อนข้างใหญ่โตไม่น้อย เป็กลุ่มหนอนที่มีขนาดใหญ่มาก เส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่าสิบเมตร
ในอดีตตอนิเค่อยกกำลังคนไปปราบความประหลาด
ที่ดูน่าสะพรึงมากที่สุดที่เขาเคยพบอย่างมากก็สูงใหญ่พอๆ กับมนุษย์เท่านั้น แต่ตอนล้อมปราบนั้นพูดได้ว่าใช้ร้อยคนสู้หนึ่ง
แต่ตรงหน้าิเค่อตอนนี้ ใหญ่จนน่ากลัว
ขนาดของความประหลาดย่อมสะท้อนอันตราย ไอ้เ้าตัวนี้อาจจะเทียบเท่ากับจอมคาถาขอบเขตที่สองหรือสาม!
ร่างิเค่อและกงซุ่ยหลิงล้มหงายหลังแทบจะพร้อมกัน
ตอนนี้ในใจมีแค่ความคิดเดียว ด่าไอ้ 'ผู้ปรารถนาเป็อิสระ'
สิ่งที่มันทิ้งไว้ไม่ใช้มรดก แต่เป็ความตาย
เพียงแต่ขณะที่ิเค่อคิดว่าต้องตายแน่ๆ
สิ่งแปลกประหลาดกับเกิดขึ้น
ความประหลาดที่ราวกับหนอนหน้าคนกลุ่มใหญ่ดึงรั้งแยกตัวออกจากกันและแบ่งเป็สองกลุ่ม หากใครกลัวหนอนหรือไส้เดือด ตอนนี้อาจจะอาเจียนได้ ร่างพวกมันดูเหนียวเหนอะ
พอแยกออกจากกันเป็สองกลุ่มแล้ว พวกมันก็เริ่มพันกันเป็ก้อนกลมอีกครั้ง
ก้อนกลมสองก้อนลอยมาที่ิเค่อและกงซุ่ยหลิง
จากนั้นใบหน้าชายหญิงของพวกมันก็หัวเราะ
เสียงหัวเราะของพวกมันช่างหลอกหลอนนัก
'จะถูกกินอย่างนั้นใช้ไหม' ิเค่อพูดขำขันในใจเย้ยหยันตัวเอง สภาพการตายแบบนี้ไม่อยากคิดต่อเลย
หากแต่ความเป็จริง เมื่อศีรษะมนุษย์มาถึงร่างของิเค่อและกงซุ่ยหลิงมันกลับจมเข้าไปในร่างของทั้งทันที ภาพศีรษะแล้วศีรษะเล่าทะลวงเข้าร่าง มันช่างเป็ภาพที่บรรยายความรู้สึกไม่ถูกจริงๆ
'สิงสู่งั้นรึ' ิเค่อคิดแบบนี้
แต่ความจริงกลับไม่ใช้แบบนั้น
เวลาก้าวผ่าน... โถงถ้ำใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงัน
แม้แต่ิเค่อก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
หากแต่เพียงเมื่อเขาหลับตา... กลางท้องน้อย ิเค่อคล้ายเห็นความประหลาดอยู่!
"ลุงนี่มันอะไร" กงซุ่ยหลิงรุกนั่งหันมาพูดกับิเค่อ
"..." ิเค่อก็ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี แต่เขาพอเดาบางอย่างได้ หรือนี่คือมรดกของคนผู้นั้น
จากบันทึกที่ได้อ่าน ในการยกระดับกายิญญา... คนผู้นั้นพูดว่าวิธีการยกระดับกายิญญาที่คนผู้นั้นคิดค้นขึ้นมันค่อนข้างประหลาดและน่าสะอิดสะเอียนเสียหน่อย
และสิ่งที่พึงเกิดกับิเค่อก็เป็แบบนั้นจริงๆ
นอกจากนั้นแม้ิเค่อจะไม่ใช่จอมคาถาแต่เขาก็รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับจอมคาถา
ว่ากันว่าในผู้มีพร์มากๆ ในการเป็จอมคาถา เมื่อพวกเขาหลับตา พวกเขาจะเห็นสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ในทะเลสำนึกของกายิญญา...
สิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยมีภาพวาดหรืออะไรระบุเป็พิเศษ มีแต่เขียนเอาไว้ว่ามีแต่ตัวจอมคาถาเท่านั้นที่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของตนคืออะไร
'หรือนี่คือการยกระดับกายิญญาที่ชายคนนั้นบันทึกไว้'
ิเค่อยังไม่ได้ตอบอะไรกงซุ่ยหลิง เวลาผ่านไปไม่กี่อึดใจ เมื่อนางหลับตา สองมือของกงซุ่ยหลิงรีบจับไปที่หน้าท้องของตัวเองและร้องน้ำเสียงร้อนรน
"ลุงช่วยข้าด้วย... สิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของข้ากำลังถูกกลืนกิน ข้า... ข้าจะทำอย่างไรดี"
ใบหน้ากงซุ่ยหลิงเ็ป นอกจากอักขระสีแดง ตอนนี้ร่างของนางมีอักขระตัวลูกอ๊อดสีน้ำเงินจำนวนมากปรากฏ พวกมันคล้ายกำลังเปล่งประกายเพื่อต่อต้านบางสิ่ง
เพียงแต่แสงสีน้ำเงินปรากฏได้ไม่นานนัก มันราวกับเป็การปรากฏตัวเพื่อต่อสู้ครั้งสุดท้าย แสงสีน้ำเงินอักขระลูกน้ำถูกอักขระแดงกลืนกินเร็ว
ห้วงมโนสำนึกของกงซุ่ยหลิง สิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่มีรูปลักษณะเป็ 'โครงกระดูกหมาป่าที่มีเพลิงสีน้ำเงินครอบทั่วร่าง' มันถูกหนึ่งในศีรษะนับสิบของความประหลาดกลืนเข้าไป
เมื่อมันถูกกลืนเข้าไปโดยสมบูรณ์ ไม่นาน ศีรษะความประหลาดนับสิ ดวงตาของพวกมันคล้ายมีเพลิงสีน้ำเงินลุกโชนพร้อมกัน
ทำให้ร่างความประหลาดในกายกงซุ่ยหลิงดูลี้ลับขึ้นไปอีก
ร่างกงซุ่ยหลิงนั่งอย่างอ่อนแรงมาก นางกลัวว่าพร์ด้านจอมคาถาของตนจะหายไป
หากพร์ด้านจอมคาถาของนางหายไป นางจะแก้แค้นคนพวกนั้นได้อย่างไร
เพียงแต่หลังกระบวนการนี้จบลงได้ไม่นาน
กงซุ่ยหลิงที่บำเพ็ญเป็จอมคาถามาั้แ่เด็กเช่นเดียวกับวิถีนักยุทธ์
นางััได้ว่าหมอกขาวที่หนาวเหน็บนี้เต็มไปด้วยพลังิญญา ร่างตอนนี้ของนางกระหายการซึมซับพลังิญญามาก
ส่วนิเค่อก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่ิเค่อไม่ใช่จอมคาถา และเขาไม่เคยฝึกสิ่งใดๆ เกี่ยวกับจอมคาถามาก่อน เขาย่อมไม่เข้าใจความกระหายของร่างกายที่เกิดขึ้น
กงซุ่ยหลิงหลับตาอีกครั้ง พร้อมนางรีบนั่งสมาธิ
ใต้หน้ากากกระต่ายหูตก จากที่เคยเต็มไปด้วยความกังวล ไม่นานกลับเปลี่ยนเป็รอยยิ้ม
2 เท่า 3 เท่า 5 เท่า 10 เท่า!
กงซุ่ยหลิงพบว่ากายิญญาของนางดูดซับกระแสพลังภายนอกได้เร็วกว่าปกติที่นางทำได้ถึง 10 เท่า!
โลกใบนี้แม้แต่คนที่ไม่ใช่จอมคาถาก็ต่างรู้ดี พร์ของจอมคาถานั้นจุดแรกสุดไม่จำเป็ต้องดูที่อะไร แต่ดูที่การดูดซับพลังิญญา ยิ่งร่างดูดได้มากก็แสดงว่ามีพร์มากตามไปด้วย
เส้นทางแห่งจอมคาถาคือการพัฒนากายิญญาอย่างไม่หยุดยั้ง แต่กายิญญาจะก้าวหน้าได้นั้น หนีไม่ได้เลยที่จะเกี่ยวข้องกับการเพิ่มและสะสมพลังิญญาจากภายนอก จากนั้นจึงทำการปรับเปลี่ยนกายิญญาภายในของตนให้พัฒนา
"ข้าดูดซับพลังิญญาได้ราว 10 ขุมต่อลมหายใจ นี่ไม่ใช่ว่าข้ามีกายิญญาชั้นทองคำงั้นเหรอ"
ิเค่อได้ยิน 'กายิญญาชั้นทองคำ' จากปากกงซุ่ยหลิงก็ใเล็กน้อย
เขาพอรู้เกี่ยวกับเื่กายิญญามาบ้างที่จะแบ่งระดับตามสี
โดยมีสีขาว เหลือง แดง ดำ ทองคำ จากนั้นจึงเป็รัตนะประกาย 'สามสี' 'ห้าสี' 'เจ็ดสี' สุดท้าย 'เก้าสี'
เพียงแต่ไม่ต้องพูดถึงกายิญญารัตนะ นั่นเพราะสิ่งเหล่านี้คือตำนาน ว่ากันว่ากายิญญาั้แ่สามสีขึ้นไปคือกายิญญาของเซียน
ทวีปหนึ่งจักรพรรดิเจ็ดกษัตริย์นั้น แค่สีแดงและสีดำก็ว่ากันว่าเหล่าตระกูลใหญ่ หรือแม้แต่ราชวงศ์ก็พร้อมให้เกียรติและดูแลปลูกฝั่งเป็พิเศษอย่างยิ่งยวด เพราะพวกเขาต่างถูกเรียกว่าเป็อัจฉริยะในรอบ 100 ปี ในเส้นทางจอมคาถา สีแดงและดำทุกคนมีโอกาสเป็จอมคาถาขอบเขตที่สาม
ส่วนกายิญญาที่จัดว่าเป็ชั้นทองคำ... พวกเขาคือจอมคาถาอัจฉริยะที่จัดว่าเป็อัจฉริยะในรอบ 1000 ปี!
กายาทองคำนั้นการันตีได้ว่าในชีวิตนี้ คนคนนั้นมีโอกาสเป็จอมคาถาขอบเขตที่สามแน่นอนหากไม่ตายไปก่อน
กงซุ่ยหลิงหันมองิเค่อ แม้นางจะสวมหน้ากาก
แต่แววตาของนางทำให้ิเค่อรู้ว่านางดีใจสุดๆ
ิเค่อไม่รู้ว่าในอดีตกงซุ่ยหลิงมีกายิญญาระดับไหน หากนางได้รับการยกระดับกายิญญาขึ้น... เช่นนั้นตัวเขาละ