ชางจ้าวหลงไม่ได้ทานอะไรมาหลายวันกินไม่นานข้าวต้มในถ้วยก็หมดเสียแล้ว เขาพรูลมหายใจออกอย่างปลดปลง แต่ไม่ได้โทษว่าเด็กหญิงตรงหน้า เพราะเขาได้ยินนางบอกั้แ่เมื่อวานแล้วว่าบ้านนางยากจน ชางจ้าวหลงหยิบกระบอกไม้ไผ่ขึ้นมาดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากถามเด็กน้อยว่านางอยากให้เขาช่วยอะไร
“ข้าอยากให้ท่านปู่พาข้าเข้าอำเภอไปขายเห็ดหนึ่งดอกเ้าค่ะ กับขอให้ท่านพาข้าไปซื้อกล่องสมุนไพรสำหรับใส่เห็ดที่เหลือด้วยเ้าค่ะ ท่านปู่เดินไหวหรือไม่เ้าคะ”
“ข้าเดินไหว เ้า้าให้ข้าช่วยแค่นี้หรือ เหตุใดเ้าไม่ให้พ่อกับแม่เ้าพาไปเล่า”
“ไม่เอาหรอกเ้าค่ะ ข้ากลัวว่าชาวบ้านจะรู้ว่าบ้านข้ามีเงิน พวกเขายิ่งสอดรู้สอดเห็นกันเป็อาชีพอยู่เ้าค่ะ ท่านปู่พาข้าไปหน่อยนะเ้าคะ นะ นะ”
ม่านหรูลืมตัวเข้าไปเกาะแขนชายชราแล้วออดอ้อนเหมือนที่ทำกับพ่อแม่ที่บ้าน ชางจ้าวหลงที่ไม่เคยถูกเด็กหญิงออดอ้อนมาก่อนถึงกับยิ้มกว้างอย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน เขาเห็นความน่ารักของเด็กหญิงร่างผอมบางตรงหน้าก็นึกเวทนา
“ตกลง ๆ ปู่จะพาเ้าไปอำเภอและพาเ้าไปซื้อของจำเป็ด้วย ตกลงหรือไม่”
“เย้! ท่านปู่ใจดีที่สุด ขอบคุณมากนะเ้าคะ อืม… ท่านปู่คิดว่าข้าซื้อเสื้อผ้าใหม่มาด้วยดีไหมเ้าคะ ข้าสงสารน้อง ๆ ที่ต้องใส่เสื้อผ้าเก่าขาดของข้าเ้าค่ะ ข้าจะซื้อให้ท่านปู่ด้วยนะเ้าคะ ดูเสื้อผ้าท่านสิ ขาดวิ่นไปหมดแล้ว”
“ขอบใจเ้ามากที่ยังนึกถึงข้าอยู่ เ้าหายเหนื่อยหรือยัง จะได้นำทางข้าเข้าอำเภอ”
“หายเหนื่อยแล้วเ้าค่ะ ท่านปู่รอข้าเก็บของใส่ตะกร้าก่อนนะเ้าคะ”
ม่านหรูรีบเก็บถ้วยเปล่าใส่ตะกร้าพร้อมกระบอกไม้ไผ่ของนาง ส่วนห่อผ้าที่ใส่เห็ดหลินจือแดงไว้ นางวางทับลงบนถ้วยแล้วยกตะกร้าสะพายหลังตัวเองก่อนเดินนำหน้าชายชราไปอย่างอารมณ์ดี ชางจ้าวหลงเห็นเด็กหญิงตรงหน้าเดินด้วยขาเล็ก ๆ ก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาตัดสินใจอุ้มนางขึ้นมาแล้วใช้วิชาตัวเบาวิ่งลงเขาไปทันที
ม่านหรูคราแรกใจนเผลอกอดคอชายชราแน่น พอตั้งสติได้นางรีบยิ้มให้กับชายชราที่ช่วยอุ้มนางวิ่งดั่งเหินบิน
“ท่านปู่เก่งจังเลยเ้าค่ะ หลังจากนี้ท่านปู่ต้องสอนข้ากับน้องด้วยนะเ้าคะ ข้าจะได้วิ่งเร็วเหมือนท่านปู่อย่างไรเล่า”
“ฮ่า ฮ่า ตกลง ๆ ปู่จะสอนพวกเ้าให้ดี เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกเด็กน้อย อืม เ้ายังไม่ได้บอกชื่อกับปู่เลยนะ ปู่ชื่อชางจ้าวหลง เ้าล่ะชื่ออะไร”
“ข้าชื่อติงม่านหรูเ้าค่ะ ชื่อท่านปู่เพราะจังเลยเ้าค่ะ น้องชายฝาแฝดของข้าชื่อติงอ้ายกับติงเอ้อเ้าค่ะ ท่านรอข้าขออนุญาตพ่อกับแม่ก่อน แล้วข้าจะพาพวกเขามาพบท่านนะเ้าคะ”
“ได้สิ ว่าแต่ถ้าเ้าขายเห็ดได้เงินมาก ปู่ขอยืมเ้าก่อนสักหน่อยได้หรือไม่ ตอนนี้ปู่ไม่มีที่อยู่และไม่รู้ว่าในหมู่บ้านเ้ามีบ้านสักหลังให้ซื้อหรือไม่”
“อืม ถ้าท่านปู่ไม่รังเกียจไปอยู่บ้านข้าดีไหมเ้าคะ ข้าจะบอกท่านพ่อท่านแม่ว่าท่านปู่มาสอนหนังสือพวกเราพี่น้อง ข้าคิดว่าท่านพ่อท่านแม่ต้องไม่ปฏิเสธแน่เ้าค่ะ”
“หืม บ้านเ้าใหญ่โตขนาดนั้นเลยรึ ไหนเ้าบอกว่าบ้านเ้ายากจนอย่างไรเล่า”
“บ้านข้าไม่ได้ใหญ่โตเ้าค่ะ แค่มีห้องนอนเล็ก ๆ 3 ห้องเท่านั้น แต่พื้นที่ด้านข้างบ้านข้าสามารถทำเรือนเล็ก ๆ ได้อีกหลังหนึ่งนะเ้าคะ หรือท่านปู่จะขายเห็ดเองอีกดอกหนึ่งเ้าคะ ท่านจะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ด้วย”
“รอให้เราขายเห็ดสักดอกก่อนก็แล้วกันนะม่านหรู หลังจากพาเ้าซื้อของจำเป็แล้ว เราค่อยไปคุยกับพ่อแม่เ้าเื่นี้อีกทีเป็อย่างไร”
“ตกลงเ้าค่ะ ท่านปู่มีวิธีที่จะวิ่งอ้อมหมู่บ้านทางด้านขวาได้ไหมเ้าคะ ข้าไม่อยากให้ชาวบ้านเห็นท่านวิ่งเหมือนเหินบินเช่นนี้น่ะเ้าค่ะ”
“ได้สิ เ้าชี้บอกทางปู่ก็แล้วกัน ปู่จะพาเ้าไปเอง เ้าชอบหรือไม่”
“ฮิ ฮิ ข้าชอบมากเ้าค่ะ ท่านปู่เก่งที่สุดเลย”
ชางจ้าวหลงยิ้มให้กับคำชมของเด็กร่างผอมบางในอ้อมแขน เขาอุ้มนางที่ตัวเบาราวกับปุยนุ่นอย่างสบาย ๆ จนได้แต่นึกสงสารนางที่แทนที่จะอ้วนท้วนสมบูรณ์เหมือนเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่นางกลับผอมนัก เขาที่หวังว่าหลังจากพานางขายเห็ดหลินจือแดงแล้วได้เงินมา นางจะซื้อของกินบำรุงร่างกายตัวเองบ้าง
ด้วยพลังลมปราณอันสูงส่งของชางจ้าวหลง เขาใช้เวลาไม่ถึงสองเค่อก็มาถึงหน้าประตูเมืองแล้ว ขณะที่เข้าใกล้ประตูเมือง เขาลดความเร็วลงจนกลายเป็เดินเร็วเท่านั้น เพื่อไม่ให้ทหารเฝ้าประตูต้องตกอกใ ม่านหรูที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขนชายชราถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เห็นเขาเปลี่ยนเป็เดินแล้ว
“ท่านปู่ ข้าไม่เคยเข้ามาในอำเภอมาก่อนนะเ้าคะ ท่านคงต้องถามทหารหน้าประตูว่าร้านขายสมุนไพรอยู่ที่ไหนเ้าค่ะ”
“ตกลง เดี๋ยวปู่จะถามพวกเขาเอง เ้าไม่ต้องกังวล”
“แล้วท่านปู่ไม่ปล่อยให้ข้าเดินเองหรือเ้าคะ ข้ากลัวท่านปู่จะเหนื่อย”
“ไฮ้! เ้าตัวเล็กแค่นี้ ปู่จะเหนื่อยได้อย่างไรกัน เ้านั่งดี ๆ อย่าพลัดตกลงมาก็พอ”
ม่านหรูพยักหน้ายิ้มรับคำของเขา นางเห็นชายชราสูงกว่านางมากจึงคิดได้ว่าท่านปู่คงไม่อยากรอนางซึ่งขาสั้นเดินนำกระมัง หนึ่งชราหนึ่งเยาว์วัยถึงหน้าประตูเมือง ชางจ้าวหลงหยุดสอบถามทางในเมืองถึงเส้นทางไปร้านค้าต่างๆ ก่อนจะพาม่านหรูผ่านประตูเมืองเข้าไป
ทหารประจำประตูเมืองมองสองคนแปลกหน้าที่มาถามทางพวกเขาก่อนจะหันมองหน้ากัน เพราะพวกเขาเห็นว่าชายชราเสื้อผ้าขาดวิ่น แต่เด็กในอ้อมแขนเพียงสวมเสื้อผ้าเก่าๆ เท่านั้น แต่สายตาดุของชางจ้าวหลงทำให้พวกเขาไม่กล้าเสียมารยาทและปล่อยทั้งสองคนผ่านเข้าเมืองไป
ชางจ้าวหลงรู้ว่าสายตาพวกทหารมองเขาอย่างไรแต่ก็ไม่นำพา เขาพาม่านหรูเดินไปยังเส้นทางทิศเหนือก่อนจะเลี้ยวขวาไปตามทางที่ทหารบอกเพื่อหาร้านรับซื้อสมุนไพร เขาเดินไม่นานก็มองเห็นป้ายหน้าร้านหมอแห่งหนึ่ง จึงรีบเดินเข้าไปในร้านทันที ก่อนจะสอบถามเื่การขายสมุนไพรราคาแพงกับเด็กหน้าร้าน
“ท่านผู้เฒ่า้าขายสมุนไพรราคาสูงหรือขอรับ เช่นนั้นเชิญท่านกับหลานเข้าไปรอที่ห้องรับรองก่อนนะขอรับ ข้าจะไปตามท่านหมอให้มาดูสมุนไพรของท่าน”
ชางจ้าวหลงทำเพียงพยักหน้าให้เขานำทางไป ม่านหรูชายตามองทั้งสองคุยกันเท่านั้น นางรู้ดีว่าไม่ควรพูดแทรกระหว่างที่ผู้ใหญ่คุยกัน เด็กในร้านหลังส่งพวกเขาเข้าไปในห้องรับรองแล้วก็รีบไปตามท่านหมอเ้าของร้านออกมาทันที นานแล้วที่ร้านของพวกเขาไม่ได้รับซื้อสมุนไพรมีค่า หากรับซื้อมาแล้วขายต่อก็คงได้กำไรอีกหลายเท่าอย่างแน่นอน
ไม่นานนักหมอเ้าของร้านก็ไปถึงห้องรับรอง ชางจ้าวหลงหยิบเห็ดหลินจือแดงหลังวางม่านหรูเอาไว้เก้าอี้ข้างเขาแล้ว เ้าของร้านที่สูงวัยน้อยกว่าใช้สายตามองพวกเขาอย่างแปลกใจ แต่พอเห็นในมือเขาถือเห็ดหลินจือแดงดอกใหญ่ เ้าของร้านเผยรอยยิ้มกว้างออกมาและรีบเดินไปรับเห็ดจากชายชราเสื้อผ้าขาดวิ่นเพื่อตรวจสอบเห็ดหลินจือแดงว่าเสียหายตรงไหนหรือไม่
“อืม… เห็ดดอกนี้สมบูรณ์ดีมาก ข้าจะให้ราคาท่าน 1000 ตำลึง ท่านคิดอย่างไร”
“เห็ดดอกนี้อายุน่าจะเกินร้อยปี เหตุใดเ้าจึงให้ราคาเพียงเท่านี้ เช่นนั้นข้าไม่ขาย ข้าจะพาหลานไปขายเมืองอื่น” ชางจ้าวหลงที่รู้ราคาดีรีบยื่นมือไปหยิบเห็ดกลับมา
“เดี๋ยว ๆ ท่านผู้าุโ ข้าเพิ่มให้อีก 200 ตำลึงเป็อย่างไรขอรับ ได้โปรดขายให้ข้าเถอะนะขอรับ ร้านของข้าไม่มีสมุนไพรดี ๆ มานานหลายปีแล้ว”
ชางเ้าหลงมองหน้าม่านหรูก่อนจะเห็นนางพยักหน้าอย่างน่ารักว่าให้เขาขายเถอะ เขาจึงหันไปบอกเ้าของร้านไปนำตั๋วแลกเงินกับเงินตำลึงออกมาให้ก่อนที่ชางจ้าวหลงจะก้มลงไปกระซิบบอกม่านหรูว่าเงินตำลึงย่อยจะเอาไว้ให้นางซื้อของที่จำเป็และเขาจะช่วยนางสะพายตะกร้าเอง ส่วนนางแค่นั่งดี ๆ ในอ้อมแขนเขาก็พอ
เ้าของร้านรีบนำตั๋วแลกเงิน 1000 ตำลึงมาส่งให้ชางจ้าวหลง กับเงินตำลึงที่เขาขอเอาไว้อีก 200 ตำลึงซึ่งเขาใส่กระเป๋าผ้าใบใหญ่มาส่งให้ ชางจ้าวหลงนับเงินในกระเป๋า พอเห็นว่าครบถ้วน เขาก็ส่งเห็ดหลินจือแดงให้เ้าของร้านแล้วสะพายตะกร้าก่อนจะอุ้มม่านหรูเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผย ถึงแม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่นก็ตาม