เวลาหลายเดือนไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากงานประกาศรางวัลค่ำคืนนั้นเด็กสาวทั้งสามคนทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับการเตรียมตัวกับอัลบั้มใหม่
พวกเธอเชื่อหมดหัวใจว่าความพยายามอย่างบ้าคลั่งจะทำให้ผลงานชิ้นใหม่สั่นะเืวงการและคว้าถ้วยรางวัลที่เคยพลาดไปกลับมา
ทว่า...โลกแห่งความเป็จริงไม่ได้สวยงามเหมือนความฝัน
วันปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่มาถึงเพลงคราวนี้ดุดันขึ้น ท่าเต้นทรงพลังยิ่งกว่าเดิม แต่เมื่อเวลาผ่านไปครบ 24ชั่วโมง... ตัวเลขยอดวิวกลับขยับไปอย่างเชื่องช้าจนน่าใจหายมันไม่ได้พุ่งทะยานเป็กระแสไวรัลเหมือนตอนเดบิวต์แม้แต่นิดเดียว
ไม่เพียงแค่ยอดวิวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่น่าผิดหวังแต่บรรยากาศภายนอกก็เริ่มผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
"หมายความว่ายังไงคะที่ถูกยกเลิก?"
เสียงของสตาฟดูแลคิวงานดังทะลุออกมาจากห้องพักศิลปิน
"แต่เราคอนเฟิร์มคิวขึ้นสเตจกับทางรายการไปั้แ่เดือนที่แล้วแล้วนะคะ!จู่ๆ จะมาบอกว่าสคริปต์เปลี่ยนแล้วถอดชื่อวง NOX ออกกลางคันแบบนี้ได้ยังไง!"
เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่รายการเดียว...สถานีโทรทัศน์ช่องหลักเริ่มทยอยโทรมายกเลิกคิวงานของ NOXอย่างไร้เหตุผล รายการวาไรตี้ที่เคยแย่งตัวพวกเธอตอนนี้กลับเงียบหายราวกับนัดกันไว้
พวกเธอไม่ได้ถูกกระแสกลืนหายไปตามธรรมชาติ...แต่พวกเธอกำลังถูก กีดกัน อย่างจงใจ
ภายในห้องซ้อมที่เงียบกริบบรรยากาศหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ซูยอนนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้องความสดใสของน้องสาวถูกทำลายลงด้วยความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"มันเกิดอะไรขึ้น..."
มิ้นกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือั์ตาสั่นระริกด้วยความเจ็บใจ
"เพลงเราไม่ได้แย่เลยนะ!ท่าเต้นพวกเราก็สมบูรณ์แบบ ทำไมถึงไม่มีใครพูดถึงพวกเราเลย?"
คำพูดของมิ้นแทงทะลุเข้าไปกลางใจของคนที่นั่งเงียบที่สุดในห้อง
มินอานั่งนิ่งอยู่บนพื้นไม้เย็นเฉียบใบหน้าสวยหวานซีดเผือด เธอไม่ได้พูดอะไรแต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง ในขณะที่น้อง ๆกำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น... มีเพียงเธอคนเดียวที่รู้คำตอบ
ภาพของชายชราวัยหกสิบกว่ารอยยิ้มเป็กันเอง และฝ่ามือหยาบกระด้างที่ลวนลามเข้ามาใต้กระโปรงผุดขึ้นมาในหัวราวกับฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนข้อความในกระดาษโน้ตที่ถูกซ่อนไว้ใต้หว่างขาเธอเมื่อตอนนั้นมันยังเป็ภาพชัดเจนในหัวเธอ
[ถ้าอยากให้วงของเธอมีที่ยืนในวงการ...ฉันจะรอ...]
....
มินอาหยุดยืนอยู่หน้าอาคารระฟ้าใจกลางย่านคังนัมตึกกระจกสีเข้มที่ดูเคร่งขรึม
เธออยู่ในชุดสเวตเตอร์สีเรียบและกางเกงยีนส์ที่ดูธรรมดาที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ใบหน้าสวยสะดุดตาถูกปิดบังด้วยแว่นกันแดดสีดำสนิท
หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังตึก... ตึก... ก้องไปตามโถงทางเดินกว้างขวาง
เมื่อลิฟต์ความเร็วสูงพาเธอขึ้นมาถึงชั้นเพนต์เฮาส์ประตูบานคู่สลักลายวิจิตรก็เปิดออกเผยให้เห็นห้องทำงานขนาดมหึมาที่ถูกดัดแปลงมุมหนึ่งให้เป็พื้นที่ซ้อมกอล์ฟส่วนตัว
"เธอมาเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะ"
เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังขึ้น ประธานชเวในชุดลำลองกำลังจดจ่ออยู่กับการเหวี่ยงไม้กอล์ฟ เขาไม่ได้หันมามองเธอในทันทีแต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นบอกชัดว่าเขาถือไพ่เหนือกว่า
ชายวัยหกสิบกว่าแต่ยังดูแข็งแรงผมหงอกขาวประปรายถูกหวีเรียบกริบใบหน้าที่เคยยิ้มเป็กันเองในงานประกาศรางวัลคืนนั้นตอนนี้กลับเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เ็าและรู้ทันทุกอย่าง
“นั่งลงสิ”
เขาชี้ไปที่โซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มตรงข้ามโต๊ะทำงาน
“อย่ายืนเก้ ๆ กัง ๆ แบบนั้นฉันไม่ได้กัดคนนะ”
มินอาเดินเข้าไปนั่งช้า ๆโดยไม่กล้าสบตาเขาโดยตรง ฝ่ามือทั้งสองวางทาบกันไว้บนตัก
ประธานชเวเดินย้อนกลับไปที่มุมกอล์ฟหยิบไม้ขึ้นมาอีกอันแล้วหมุนเล่นในมืออย่างสบาย ๆ
“เธอมาเื่ที่วงของเธอโดนแคนเซิลงานสินะ”เขาพูดเสียงเรียบ
“วงการนี้มันซับซ้อนนะยิ่งเป็เด็กใหม่ที่เพิ่งเดบิวต์ได้ไม่นานยิ่งต้องระวังตัวใครจะไปรู้ล่ะว่าวันนี้ใครกำลังขึ้น หรือใครกำลังจะถูก... ดึงลง”
เขาหยุดพูดแล้วหันมามองเธอตรง ๆเป็ครั้งแรกที่สายตาเขาจับจ้องใบหน้าของเธอโดยไม่ปิดบัง
“หรือว่า... เธอจะบอกว่า มาที่นี่เพราะไม่รู้เื่อะไรเลยจริงๆ?”
มินอารู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งไหลลงไปตามกระดูกสันหลังเธอกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะตอบเสียงสั่นเล็กน้อย
“ฉัน... อยากให้วงของฉันมีโอกาสค่ะประธานชเว เราทุ่มเทกันมากขนาดนี้... มันไม่ยุติธรรมเลยที่—”
“ยุติธรรม?”
ประธานชเวหัวเราะดังขึ้นคราวนี้เสียงหัวเราะนั้นดังและเ็าจนมินอารู้สึกขนลุก
เขาวางไม้กอล์ฟลงแล้วเดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ ทุกก้าวที่เขาใกล้เข้ามา มินอาก็รู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกดูดออกไปทีละน้อย
“ในวงการนี้ไม่มีอะไรที่เรียกว่ายุติธรรมหรอกเด็กน้อย”
เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอหยุดห่างออกไปแค่เพียงหนึ่งก้าว มือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะคางของมินอาเบา ๆบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
“มีแต่... การแลกเปลี่ยน”
นิ้วโป้งของเขาลูบไล้ริมฝีปากล่างของมินอาอย่างแ่เบาแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้เธอไม่อาจขยับหนี เขาก้มลงใกล้ใบหน้าของเธอจนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะแก้ม
“ถ้าอยากได้อะไร ก็ต้องจ่ายราคาของมัน ใช่ไหม...เบลล่า!!”