ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 151 เจียงหลิวเลื่อนขั้น

            ข่าวที่โหยวเสี่ยวโม่หลอมยาได้เต็มร้อยนั้นไม่ได้รั่วไหลออกไป

            คนพวกนั้นแม้จะทึ่งอยู่ไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่อยากเชื่อพวกเขานึกว่าโหยวเสี่ยวโม่เพียงแค่ดวงดีเท่านั้น อีกทั้งโอกาสสำเร็จในการหลอมยาเซียนตันขั้นล่างนั้นสูงกว่าขั้นกลางและขั้นสูงอยู่แล้วดังนั้นเหตุการณ์เช่นนี้ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้

            ทว่าพวกเขาส่วนมากยังคงอิจฉาริษยาโหยวเสี่ยวโม่

            เพราะพวกเขาไม่เคยดวงดีเช่นนี้มาก่อนดังนั้นพูดให้ถูกก็คือมีจิตอกุศล

            แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า ความคิดเช่นนี้ตรงใจโหยวเสี่ยวพอดีเพราะเขายินดีมากถ้าข่าวไม่รั่วออกไป

            อีกด้านหลังจากที่โหยวเสี่ยวโม่ลากจ้าวต๋าตันออกไปแล้วก็เล่าเรื่องหญ้าเซียนให้เขาฟัง จ้าวต๋าตันได้ยินว่าตัวเองเกือบทำให้พ่อซวยก็ตกอกตกใจ พลันไม่กล้าพูดไปเรื่อยอีกแล้ว

            แต่พอตกใจเช่นนี้ ก็ทำให้นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

            จ้าวต๋าตันมองหน้าโหยวเสี่ยวโม่ สีหน้าคัดค้านแล้วเอ่ย “ศิษย์น้องเจ็ด ข้าได้ยินเรื่องนั้นแล้วก่อนหน้านี้ก็บอกกับเจ้าแล้ว หากเจ้ายอมให้ข้าช่วยแต่แรกล่ะก็ เจ้าก็คงไม่ต้องถูกคนอื่นหัวเราะเยาะเช่นนี้ตอนนี้เป็นไงล่ะ ถึงข้าอยากช่วยก็ทำอะไรไม่ได้อาจารย์นั้นกำหนดรายชื่อศิษย์ทั้งห้าคนเรียบร้อยแล้ว”

            โหยวเสี่ยวโม่ฟังจนถึงตอนท้าย ถึงรู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไรอยู่

            เขานึกขึ้นได้แล้ว ตอนเช้าที่ออกมา ศิษย์พี่หยางที่อยู่ข้างห้องเขาบอกว่าเมื่อวานตอนเช้าจ้าวต๋าตันมาหาเขา แต่ตอนนั้นเขากำลังเก็บตัวหลอมยาอยู่ในห้องดังนั้นจึงไม่รู้ว่าเขามา

            ที่ศิษย์พี่ห้ามาหาเขาคงเพราะเรื่องนี้ แต่คำพูดปลอบโยนพวกนี้เขาฟังมาเยอะแล้วตอนนี้รู้แล้วว่าต้องรับมือยังไง

            โหยวเสี่ยวโม่ยักไหล่เบาๆ อย่างทำอะไรไม่ได้ “ศิษย์พี่ห้า เรื่องนี้ข้ามีทางออกแล้วท่านไม่ต้องห่วงแทนข้าหรอก”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวต๋าตันกลับขมวดคิ้ว “ศิษย์น้องเจ็ดทางออกที่เจ้าว่าคงเกี่ยวกับศิษย์เอกแขนงวรยุทธ์ หลินเซียวนั่นล่ะสิ?” เขาก็เคยได้ยินเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองคน

            ถูกเผง!

            โหยวเสี่ยวโม่เอะใจเล็กน้อยที่เขาคิดได้ แต่ก็ไม่ถึงกับแปลกใจเพราะคนที่เขามีสัมพันธ์อันดีด้วยในสำนักเทียนซินก็มีไม่กี่คนอีกทั้งคนที่ช่วยเขาได้นั้น ใช้หัวแม่เท้าคิดก็คิดได้อยู่แล้วว่าคือใคร

            จ้าวต๋าตันเห็นเขายิ้มแต่ไม่พูดอะไรออกมาก็รู้ว่าตัวเองเดาถูกแล้ว คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วก็ยิ่งลึกขึ้นเขาเป็นคนที่เก็บงำคำพูดไม่อยู่ ท้ายสุดก็เผลอพูดออกมาว่า “ศิษย์น้องเจ็ดมีเรื่องนึงข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่ชอบฟัง แต่ในฐานะที่ข้าเป็นศิษย์พี่ของเจ้าข้าคิดว่าจำเป็นต้องบอกกับเจ้าให้รู้ไว้”

            “ท่านว่ามาได้เลย” โหยวเสี่ยวโม่เห็นท่าทีจริงจังของเขาจึงไม่ได้ขัด

            จ้าวต๋าตันเอ่ย “ศิษย์น้องเจ็ด ข้ารู้ว่าความสัมพันธ์ของเจ้ากับหลินเซียวนั้นดีมากแต่ข้ารู้สึกว่าหลินเซียวนั้นเป็นคนประหลาด ไม่น่าคบหาจริงจัง”

            เขารู้สึกว่า หลินเซียวเป็นยอดอัจฉริยะที่โดดเด่นไม่มีเหตุผลที่ต้องสนใจคนธรรมดาทั่วไปอย่างศิษย์น้องเจ็ดดังนั้นเขาจึงเป็นห่วงว่าหลินเซียวเข้าหาศิษย์น้องเจ็ดคงมีอะไรแอบแฝงเพราะเขาเองก็นึกไม่ออกว่าตกลงศิษย์น้องเจ็ดมีอะไรดีนักหนาถึงดึงดูดเขาได้

            โหยวเสี่ยวโม่หัวเราะแล้วเอ่ยกับเขา “ศิษย์พี่ห้า ท่านไม่ต้องห่วงข้าหรอกข้าจัดการได้”

            คนที่อยากให้เขาออกห่างจากหลิงเซียวมีเยอะแยะแต่จ้าวต๋าตันเป็นคนแรกที่เป็นห่วงเขาถึงเตือนให้เขาออกห่างจากหลิงเซียวความรู้สึกนี้ไม่เลวเลยเสียดายเพียงว่าเขาไม่อาจบอกเรื่องพวกเขาให้จ้าวต๋าตันรู้ได้ ดังนั้นจึงได้แต่ขอโทษ

            จากที่จ้าวต๋าตันดู คำพูดนี้เหมือนพูดเป็นพิธีแต่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังเขารู้อยู่แล้วว่าลำพังคำพูดเดียวของเขาคงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองยุติลงไม่ได้

            ในความเป็นจริง เมื่อครู่มีเรื่องหนึ่งที่เขาไม่กล้าเอ่ยกับโหยวเสี่ยวโม่

            เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอาจารย์เขา เพราะพ่อของเขาดังนั้นเขารู้แต่เนิ่นๆ แล้วว่ารายชื่อคนทั้งห้าถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น ประมาณเดือนที่แล้วอาจารย์ไม่ได้ตั้งใจให้โอกาสเขาอยู่แล้ว เพราะไม่คิดว่าเขาจะเป็นนักหลอมโอสถขั้นสามได้ทันเวลา

            จ้าวต๋าตันรู้สึกว่าสิ่งที่อาจารย์ทำช่างไม่ยุติธรรมแม้ว่าศิษย์น้องเจ็ดจะทำตามข้อเสนอเขาไม่ได้ แต่ยังไงเสียก็เป็นลูกศิษย์เขาทั้งคนแม้จะรู้ว่าอาจารย์คงไม่อาจปฏิบัติกับศิษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ก็ไม่ควรลำเอียงถึงเพียงนี้

            ทั้งสองพูดคุยกันพักหนึ่ง โหยวเสี่ยวโม่จึงเอ่ยลาเขาระหว่างทางกลับไปก็แวะหอคัมภีร์สักหน่อยคืนตำราแล้วยืมกลับมาอีกหลายเล่มค่อยกลับห้อง

            หลายวันต่อมา ชีวิตของโหยวเสี่ยวโม่ผ่านไปอย่างสงบสุข ทุกวันนอกจากดูแลต้นหญ้าเซียนแล้วก็ฟังเรื่องราวจากศิษย์พี่หยางห้องข้างๆ สำหรับเขาแล้วข่าวลือก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำได้ในช่วงการฝึกฝนอย่างน่าเบื่อเช่นนี้

            คำโบราณว่าไว้ไม่ผิด บนโลกใบนี้ไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวร

            ศิษย์พี่หยางข้างห้องที่เดิมทีไม่ค่อยชอบหน้าเขาแต่พอเวลาผ่านไป ทั้งสองก็เป็นมิตรกันมากขึ้น ตอนนี้ศิษย์พี่หยางข้างห้องก็จะมาหาเขาเพื่อพูดคุยบ้าง

            และเพราะเขา โหยวเสี่ยวโม่จึงรับรู้เรื่องราวมากมาย เดิมทีนิสัยเก็บตัวหมกแต่ในห้องของเขารอเขารู้เรื่องทุกอย่าง เรื่องราวพวกนั้นคงจบไปนานแล้ว

            โหยวเสี่ยวโม่คือผู้ภักดีต่อข่าวซุบซิบศิษย์พี่หยางนั้นทำหน้าที่อย่างเต็มที่ทุกครั้งที่เจอเขา นานวันเข้าเมื่อศิษย์พี่หยางรู้เรื่องอะไร ก็ต้องรีบมาหลอกล่อเขาแต่ท้ายสุดก็จะเล่าให้เขาฟัง

            เหมือนกับวันนี้…

            โหยวเสี่ยวโม่ที่ออกไปด้านนอกพึ่งกลับมาได้ชั่วครู่ก็ถูกศิษย์พี่หยางดักไว้ก่อน ศิษย์พี่หยางเหมือนว่าจงใจยืนรอเขาอยู่อย่างไรอย่างนั้น

            “ศิษย์พี่หยางวันนี้ท่านมีข่าวอะไรน่าสนใจอีกงั้นเหรอ?” โหยวเสี่ยวโม่จ้องมองหยางอีที่ลากเขาไปยังศาลาในศาลามีศิษย์พี่หลายคนนั่งอยู่ด้วย เป็นพวกเดียวกับที่พักอยู่ด้วยกันนับว่าเข้ากันได้กับเขา

            ศิษย์พี่หลายคนเมื่อเห็นพวกเขามาก็รีบเรียกพวกเขาไปนั่งด้วยกัน ราวกับกำลังรอพูดคุยข่าวลือ แต่ก็จริงตามนั้นเพราะคนที่รู้เรื่องราวมากที่สุดเห็นจะเป็นศิษย์พี่หยาง

            หยางอีถือจอกน้ำชาที่ศิษย์พี่คนหนึ่งรินให้เขา ค่อยๆ จิบเข้าไปหนึ่งอึก

            นอกจากโหยวเสี่ยวโม่ ทุกคนต่างเบิกตากว้างจ้องมองเขาทุกทีก็เป็นเช่นนี้

            หยางอีรับรู้ได้ถึงจิตใจที่บีบคั้นของพวกเขา จึงวางจอกชาลงช้าๆเริ่มเอ่ย “วันนี้ข้าได้ข่าวลือชิ้นโตมาทุกคนคงรู้ว่าแดนสวรรค์วิมานอีกสิบวันก็จะเปิดแล้วสำนักเทียนซินของเขาซึ่งเป็นสำนักใหญ่อันดับหนึ่ง ได้สิทธิ์มาจำนวนไม่น้อยแขนงโอสถทั้งสามทัพล้วนได้สิทธิ์รายชื่อนั้น...”

            พูดถึงรายชื่อสิทธิ์ทั้งสามทัพ คงมีศิษย์นั้นวาดหวังไม่น้อย เพราะทัพสวรรค์นั้นได้สิทธิ์มากกว่าอีกสองทัพนั้นถึงสองรายชื่อแต่ก็ไม่แปลก เพราะความสามารถโดยรวมของทัพสวรรค์นั้นเหนือกว่า ทั้งยังร่ำรวยกว่าทรัพยากรก็มากกว่า ดังนั้นจึงสามารถเลี้ยงดูศิษย์ที่เก่งกาจได้มากมาย

            แต่ครั้งนี้หยางอีไม่ได้จะพูดถึงเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใดแม้สองเดือนที่แล้วจะไม่ได้ประกาศออกมา พวกเขาก็พอเดาออกเพราะห้าสิบปีที่แล้วก็เป็นเช่นนี้

            ที่หยางอีจะเล่านั้นเกี่ยวกับศิษย์หนุ่มน้อยที่เด็กกว่ารุ่นหนึ่งของทัพสวรรค์คนหนึ่งต่างหากนั่นก็คือศิษย์รุ่นสาม เหมือนโหยวเสี่ยวโม่ที่ยังเข้าร่วมสำนักได้ไม่ถึงสิบปีล้วนนับว่าเป็นศิษย์รุ่นสาม

            “หยางอี เรื่องสิทธิ์รายชื่อพวกข้ารู้มานานแล้วเจ้าพูดเรื่องนี้ทำไมกัน?” ศิษย์คนหนึ่งทนไม่ไหวขัดจังหวะพูดพล่ามของเขา

            “อย่าใจร้อนนักซี่ นี่แค่เรียกน้ำย่อยจานหลักข้ายังไม่ได้พูดถึงเลย ฟังข้าพูดต่อเดี๋ยวก็รู้เอง” ในฐานะที่เป็นผู้หลงรักการปล่อยข่าวลือ เขารู้ว่าควรต้องมีหลักการยังไงไม่งั้นเรื่องราวคงน่าเบื่อตาย

            โหยวเสี่ยวโม่มองพวกเขาอย่างสนุกสนานอันที่จริงศิษย์พี่คนนี้ก็รู้ว่าเวลาที่หยางอีเล่าเรื่องมักเป็นเช่นนี้แต่ก็อดไม่ได้ที่จะขัดขึ้น เห็นได้ชัดว่าหยางอีวางหมากถูก

            หยางอีเอ่ยต่อว่า “พวกเจ้ายังจำการทดสอบนักหลอมโอสถสองเดือนกว่าที่แล้วได้หรือไม่?”

            ศิษย์พี่คนนั้นรีบตอบรับ “จำได้อยู่แล้วข้าจำได้ว่าศิษย์ยอดคนของทัพสวรรค์ที่ชื่อเจียงหลิวนั้นพ่ายแพ้ให้กับศิษย์น้องโหยวต่อหน้าคนเยอะแยะพวกเจ้าไม่รู้แน่ว่า ตอนนั้นหน้าของพวกทัพสวรรค์หม่นหมองแค่ไหน หยางอีที่เจ้าจะพูดคงไม่ใช่เรื่องนี้หรอกนะ?”

            โหยวเสี่ยวโม่คิ้วตกทันใด หลังจากการทดสอบนั่นไม่กี่วันจากนั้นเขาก็ลงเขากับหลิงเซียวดังนั้นจึงไม่รู้ว่าการทดสอบส่งผลกระทบอะไรบ้างเมื่อเขากลับมาก็ดูเหมือนประเด็นนั้นจะจบไปแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจ

            “ไม่ใช่ๆ!” หยางอียิ้มกริ่มยกนิ้วขึ้นโยกไปมา “ที่ข้าจะพูดคือเรื่องราวหลังจากนั้นวันนั้นศิษย์ทัพสวรรค์ทดสอบเสร็จก็กลับไปหมด แต่ที่ข้ารู้มาคือศิษย์คนเก่งเจียงหลิวนั่น หลังจากนั้นก็เก็บตัวเหมือนศิษย์น้องโหยวคงเพราะรู้สึกแย่”

            พูดถึงเก็บตัว หยางอีก็แอบชำเลืองมาทางโหยวเสี่ยวโม่

            โหยวเสี่ยวโม่เก้อเขิน ชาติที่แล้วเขาก็เป็นพวกชอบเก็บตัวอยู่แต่ในคอนโดไม่ออกไปไหน ดังนั้นชาตินี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการเก็บตัวแต่คิดไม่ถึงว่าในสายตาศิษย์พี่ศิษย์น้อง กลับกลายเป็นพวกขยันตัวเป็นเกลียว

            เมื่อได้ยินคำพูดตอนท้ายของหยางอี ศิษย์หลายคนก็หัวเราะขึ้น

            รู้สึกแย่เพราะอะไรไม่ต้องพูดก็คงเดากันได้การทดสอบครั้งนั้นนับเป็นครั้งแรกที่ทัพสวรรค์รู้สึกเสียหน้า ตอนนี้มานึกย้อนดูพวกเขาก็ยังคงรู้สึกสะใจไม่น้อย

            หยางอีหัวเราะ แล้วเอ่ยต่อ “ทัพสวรรค์ก็คงรู้สึกขายหน้าเช่นเดียวกันจากนั้นก็เริ่มลงแรงฝึกฝนเคี่ยวเข็ญศิษย์รุ่นสามกันใหญ่ โดยมีเจียงหลิวเป็นหลักเพราะเขาเป็นศิษย์สายตรงของผู้นำทัพพิภพ เพื่อให้เขาเก่งกาจมากขึ้นผู้นำอนุญาตให้เขาใช้หญ้าเซียนได้ไม่จำกัด ไม่เหมือนพวกเรารับได้แค่วันละสามสิบต้น”

            ประโยคท้ายสุด น้ำเสียงหยางอีก็มีความละเหี่ยใจปนอยู่บ้าง

            รอยยิ้มของศิษย์พี่ทั้งหลายก็หายไปเปลี่ยนเป็นความอิจฉาขึ้นมาแทนที่

            คนเดียวที่ไม่ได้ริษยาเห็นจะเป็นโหยวเสี่ยวโม่เขารู้มานานแล้วว่า จากศักยภาพของเจียงหลิวคงได้รับการให้ความสำคัญไม่น้อยโดยปกติแล้ว ศิษย์ที่มีศักยภาพดี สำนักเทียนซินไม่จำกัดการใช้หญ้าเซียนอยู่แล้วจุดนี้ดูจากที่ขงเหวินปฏิบัติกับศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองก็รับรู้ได้

            “ศิษย์พี่หยาง ที่เจ้าจะพูดคงเกี่ยวกับเจียงหลิวสินะ? หรือว่าเขาเลื่อนขั้นแล้วงั้นเหรอ?” โหยวเสี่ยวโม่ปะติดปะต่อคำพูดของหยางอีจึงเดาได้ แม้กระทั่งผู้นำทัพสวรรค์ยังให้ค่ากับเจียงหลิวขนาดนั้นเลื่อนขั้นเป็นนักหลอมโอสถขั้นสามในสองเดือนก็มีความเป็นไปได้อยู่

            สีหน้าหยางอีเปลี่ยนไปเล็กน้อย พลันเอ่ยสีหน้าขมขื่น “เจ้าตอบถูกเพียงครึ่งเดียว แต่ก็ใกล้แล้วสองวันก่อน ข้าสืบรู้มาว่า เจียงหลิวใกล้บรรลุขั้นแล้ว อีกเพียงไม่กี่วันดังนั้นเขาจะได้สิทธิ์รายชื่อ”

            ศิษย์ทุกคนสูดหายใจดังเฮือก

            เลื่อนขั้นได้ในสองเดือน ความเร็วนี้ทำลายสถิติหลายร้อยปีที่ผ่านมาแม้กระทั่งศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองก็ทำไม่ได้

            หากเจียงหลิวเลื่อนขั้นได้จริง ทัพสวรรค์คงฮึกเหิมได้อีกครั้งทัพพิภพที่เป็นปฏิปักษ์กับทัพสวรรค์ เห็นทีคงเงยหัวไม่ขึ้นอีกแม้การเลื่อนขั้นของเจียงหลิวจะเป็นเพราะการดูแลของทัพสวรรค์ แต่ก็น่ายกย่องจริงๆ

            เมื่อพูดจบ ทุกคนต่างหดหู่ จากนั้นก็แยกย้ายกัน

            โหยวเสี่ยวโม่ก็กล่าวลาและแยกย้ายกลับห้อง ส่วนเรื่องเจียงหลิวหากครั้งนี้ไม่ใช่เพราะศิษย์พี่หยางเอ่ยขึ้น เขาก็คงลืมเจียงหลิวไปสิ้นหากว่าเจียงหลิวไปแดนสวรรค์วิมานจริง ถึงตอนนั้นพวกเขาคงได้พบกัน

            สำหรับเพื่อนร่วมบ้านเกิดนี้ โหยวเสี่ยวโม่ค่อนข้างรู้สึกสับสน

            เริ่มแรกเขารู้สึกดีกับเจียงหลิวทีเดียวแต่ผ่านการพบเจอหลายหนเข้า เขากลับพบว่า ทั้งสองนั้นมีความต่างแม้จะมาจากที่เดียวกัน แต่ไม่ได้มีความผูกพัน อีกอย่างสังคมของพวกเขาก็ต่างกันจะกลมกลืนไปกับพวกเดียวกันก็ไม่แปลก ดังนั้นหลังผ่านเรื่องที่หอคัมภีร์แล้วเขาก็ตัดสินใจตัดขาดเลิกคบหาเจียงหลิว เพื่อเลี่ยงการทำตัวไม่ถูก

            ส่วนเรื่องที่เจียงหลิวเลื่อนขั้นได้อย่างรวดเร็วนั้นเทียบกับการฝึกฝนของตัวเองแล้ว เขาแอบรู้สึกดีใจ

            แม้ว่าเจียงหลิวจะเลื่อนขั้นเป็นนักหลอมโอสถขั้นสาม แต่เขานั้นมาหยุดที่ขั้นสามหลายเดือนแล้วตอนนี้กำลังเข้าสู่การเลื่อนขึ้นขั้นสี่ ดังนั้นแม้เขาจะมีอาจารย์ที่ดีมากแต่เขาก็ไม่ได้อิจฉาแต่อย่างใด เพราะเขามีคนที่ดีกับเขามากกว่าอาจารย์ของเจียงหลิวซึ่งก็คือ...หลิงเซียวนั่นเอง

            ในสมองจู่ๆ ก็มีชื่อเขาโผล่ขึ้นมาทันใดนั้นโหยวเสี่ยวโม่ก็ขนลุกตัวสั่นวาบ ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

            ย้อนนึกถึงความรู้สึกเมื่อครู่ จู่ๆ เขาก็ค้นพบว่าเขายิ่งอยู่ยิ่งรับรู้ถึงการมีตัวตนของหลิงเซียวอีกทั้งทุกครั้งที่เกิดเรื่องหรือนึกถึงเรื่องอะไรก็ตาม ก็จะนึกถึงเขาเพียงคนเดียวเห็นทีคนที่ถูกกลมกลืนไปแล้ว จะเป็นเขาเสียเอง…

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788