บทที่ 9
แผนรับมือ
ทันทีที่ฮูหยินกู้ฝูหลินทราบจากปากบุตรชายสุดที่รักว่าปรารถนาจะสมรสก็ต้องเบิกรอยยิ้มกว้างพิมพ์บนใบหน้า
“บุตรีของเ้าสัวถานเยี่ยงนั้นรึ?”
“ขอรับท่านแม่”
“นั่นคือตระกูลคหบดีที่มั่งคั่งหนึ่งในห้าของต้าสุ่ยเชียวนะ”
กู้เทียนเฉิงยืดอกอย่างภาคภูมิ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้คว้าหญิงต่ำต้อยมาเป็ภรรยาให้วงศ์ตระกูลต้องเสื่อมเกียรติ
“นางมีนามว่าเจียวหลิง รูปร่างหน้าตางดงามปานเทพธิดา โฉมสะคราญยิ่งกว่าหม่ากู[1] หากท่านพ่อท่านแม่ได้พบนางจะต้องเอ็นดูนางเป็แน่ อีกทั้งเมื่อสกุลกู้และสกุลถานได้เกี่ยวดองกันย่อมเป็การวางรากฐานแห่งความมั่นคงชั่วลูกชั่วหลานได้แน่นอนขอรับ”
“ไม่น่าเชื่อว่าเ้าจะเติบโตขึ้นมากจนนึกถึงอนาคต ถึงเวลาที่ต้องเป็ฝั่งเป็ฝาของเ้าแล้วจริง ๆเฉิงเอ๋อร์ลูกแม่” ผู้เป็มารดายกมือขึ้นลูบศีรษะของบุตรชายซึ่งกำลังซบบนตักด้วยท่าทางออดอ้อนอย่างนึกเอ็นดู “แล้วท่านพี่เล่าเ้าคะ เห็นด้วยรึไม่?”
กู้ลี่เจิ้นผินหน้ามองภรรยาด้วยสายตาว่างเปล่าหลังละสายตาจากตำราการเมืองในมือ
“หากข้าบอกว่าไม่... เ้าก็ต้องหาเหตุผลมาหว่านล้อมและโน้มน้าวข้าให้เห็นชอบอยู่ดีจริงรึไม่ฮูหยิน?”
“แหม... ท่านพี่ล่ะก็...”
“สกุลถานนั้นแต่เดิมค้าขายธัญพืชจนสร้างเนื้อสร้างตัวได้จากรายได้มหาศาลแล้วจึงมาเอาดีในการค้าหยก... ถือว่าเป็ตระกูลขาวสะอาดที่ไม่เคยพบประวัติด่างพร้อย พวกเ้าสองแม่ลูกอยากจะทำอะไรก็เชิญเถิด ขอเพียงอย่าให้เดือดร้อนแก่ปวงประชาและเสื่อมเสียเกียรติภูมิแห่งวงศ์ตระกูลก็พอ” กล่าวทิ้งท้ายเป็บทสรุปแล้วชายสูงวัยก็เดินจากไป ปล่อยให้แม่ลูกผูกจิตยิ้มหน้าระรื่นด้วยความสมหวัง
หากแต่เื่นี้ก็เป็อีกเื่ที่ไม่ได้อยู่ในความทรงจำของกู้หนิงฮวามาก่อน นางจำไม่ได้ว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นนางจะมีพี่สะใภ้ซึ่งมาจากสกุลถานด้วย
หลังจากคำนวณวันเวลาไว้แล้วนางก็เรียกให้ชุนเสวี่ยมาพบหลังจากเห็นว่าพี่ชายออกจากจวนไปพร้อมกับผู้ติดตามแล้ว
“เชื่อข้ารึไม่ว่าเ้ากำลังตั้งครรภ์”
“เอ๊ะ?” หญิงรับใช้ใจนผงะถอยไปเล็กน้อย “คุณหนูพูดถึงเื่อะไรเ้าคะ?”
“เ้าไม่จำเป็ต้องแสร้งตีหน้าซื่อกับข้าหรอกชุนเสวี่ย” สีหน้าของผู้เป็นายเต็มไปด้วยความวิตกและความห่วงใย “อยู่ในจวนเดียวกันไยคิดว่าทุกอย่างจะเป็ความลับไปได้ เพียงแต่จะถูกกล่าวถึงเมื่อไรก็เท่านั้น รึว่ารู้ตัวว่าถูกพูดถึงอยู่รึไม่ก็อีกเื่”
ได้ยินดังนั้นชุนเสวี่ยก็ซุกหน้าลงกับฝ่ามือแล้วปล่อยก้อนสะอื้นแห่งความตื่นตระหนกออกมา
“เ้ารักพี่ชายข้ารึไม่?”
คนถูกถามผงกศีรษะตอบแรง ๆทั้งที่ยังมีน้ำตาอาบแก้ม
“ดังนั้นเ้าจึงพร้อมทำทุกสิ่งที่เขาสั่ง ไม่ใช่เพราะเขาเป็นาย หากแต่เป็ผู้คุมหัวใจของเ้า”
“คุณหนู้าให้บ่าวทำเช่นไรเ้าคะ?” แววตาของผู้อ่อนาุโสั่นไหวด้วยความสับสน
“เ้ารู้เื่ที่เขาจะแต่งงานกับคุณหนูสกุลถานแล้วใช่รึไม่?”
ได้ยินที่คนตรงหน้าย้อนถามกลับมาเช่นนั้นเด็กสาวจากบ้านป่าก็หน้าซีดเผือดขึ้นไปอีก
“แต่งงานหรือเ้าคะ...?!”
“อืม...” หนิงฮวาพยักหน้าช้าพลางทอดมองด้วยสายตาอาทร “ชีวิตของเ้าหลังจากนี้จะเป็เยี่ยงไรได้เตรียมใจเอาไว้บ้างรึไม่?”
ชุนเสวี่ยส่ายหน้าช้า ๆ อย่างเลื่อนลอย
“ข้าเรียกเ้ามาพบในวันนี้ก็เพื่อจะบอกให้เ้าได้รู้และเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้” คนเป็นายกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะมันหมายถึงทั้งชีวิตของเ้า... และลูกในครรภ์”
“คุณหนูพูดจาเหลวไหลอันใดเ้าคะ? บ่าวไม่ได้ท้องและไม่มีทางที่คุณชายจะทอดทิ้งบ่าวอย่างแน่นอนเ้าคะ!”
“ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าเ้าต้องไม่เชื่อ” หนิงฮวาตอบกลับสาวใช้อย่างสงบนิ่งก่อนจะหันไปพยักพเยิดหน้ากับซูหลานเพื่อตามใครบางคนเข้ามา
“ท่านหมอเผิงมาแล้วเ้าค่ะคุณหนู”
“ช่วยตรวจให้ชุนเสวี่ยแน่ใจหน่อยท่านหมอ”
หมอผู้เฒ่าค้อมตัวอย่างนอบน้อมแล้วจึงลงนั่งยังเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เพื่อตรวจชีพพจรที่ข้อมือของเด็กสาวตามคำร้องขอ
คนถูกตรวจได้แต่นั่งลุ้นระทึกด้วยผลลัพธ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น
“เป็เยี่ยงไรบ้างท่านหมอเผิง?”
“เป็ดังที่คุณหนูคาดไว้ นางตั้งครรภ์ได้เดือนกว่า ๆ แล้วขอรับ”
ได้ยินดังนั้นชุนเสวี่ยก็อ้าปากค้างใบหน้าที่ซีดเผือดมาก่อนหน้านี้ยิ่งขาวซีดขึ้นไปอีก
“ขอบคุณมากเ้าค่ะท่านหมอ”
เมื่อหมดธุระแล้วซูหลานจึงรับหน้าที่ไปส่งผู้าุโออกจากเรือน
“ข้าพูดถูกรึไม่?” หนิงฮวาหันกลับมายังเป้าหมายอีกครั้ง
“เหตุใดคุณหนูจึงทราบ แล้วเหตุใดจึงต้องช่วยเหลือบ่าวด้วย?”
“เพราะเ้าคือคนที่ถูกฝากฝังมาพิเศษกว่าใคร ข้ารู้ว่า ‘ชุนเฉิน’ พี่ชายเ้าไม่ใช่ชาวบ้านป่าธรรมดา”
“คุณหนู...!”
“หากข้าปล่อยให้เ้าตายไปด้วยน้ำมือของพี่ชายข้า พี่ชายของเ้าคงไม่ปล่อยให้หลิวหยางสงบสุข แต่หากเ้าไม่ตาย... อีกหลายชีวิตที่บริสุทธิ์ก็ต้องตายแทนเ้า”
ชุนเสวี่ยได้แต่นั่งฟังด้วยความตื่นตระหนก
“แต่สิ่งที่ข้า้าคือการทำให้พี่ชายของเ้าโกรธเกรี้ยวและออกอาละวาดทั่วหลิวหยางในขณะที่เ้าเองก็ยังต้องมีชีวิตรอด...”
“เหตุใดเื่ราวจึงรุนแรงเช่นนั้นเ้าคะ?”
“เพราะพี่ชายสารเลวของข้าอย่างไรเล่า... เมื่อเขารู้ว่าเ้าตั้งครรภ์เขาจะไม่ปล่อยเ้าไว้ เขาจะทำร้ายจนเ้าแท้งลูกในครรภ์ไปอย่างอำมหิต”
“...!”
“ฉะนั้น... ชุนเสวี่ย...” หนิงฮวาเอื้อมไปกุมมือของเด็กสาวตรงหน้าเอาไว้ “ไม่ว่าอย่างไรข้าขอสาบานต่อเจตนาอันดีของข้าที่จะช่วยเหลือเ้าให้รอดพ้นจากคนเลวและความตาย รวมถึงเพื่อเปิดโปงความชั่วของพี่ชายข้าหลังจากนี้ เ้าจะร่วมมือกับข้ารึไม่?”
ดวงตากลมโตของเด็กสาวสั่นไหวพร้อมหลั่งหยดน้ำตาออกมาอีกครั้ง
“คุณชายใหญ่จะสังหารข้าจริง ๆหรือเ้าคะ?” คำถามของนางเต็มไปด้วยน้ำเสียงเว้าวอน
“ไม่ทำก็เหมือนทำ... เ้าจะตัดสินใจจบชีวิตด้วยตัวของเ้าเองเพราะความอัปยศ”
“ฮึก... ข้าไม่น่าเลย... ฮือ...”
หนิงฮวาปล่อยให้นางได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งได้ตกตะกอนในความคิดแล้วตัดสินใจออกมา
“เ้าค่ะ... บ่าวจะเชื่อคุณหนูเ้าค่ะ คุณหนูจะให้บ่าวทำเช่นไรเ้าคะ?”
กลางดึกสงัดที่บรรยากาศกำลังเงียบสงบจนวังเวง ร่างสูงใหญ่กลับจวนมาด้วยกลิ่นเหล้าคลุ้งเช่นเคยแต่ต่างจากวันอื่น ๆที่สภาพเนื้อตัวกลับมอมแมม
กู้หนิงฮวาเองก็เพิ่งกลับเข้าจวนมาในเวลานั้นเช่นกัน ทำให้สองพี่น้องได้พบกันเข้าโดยบังเอิญ
กู้เทียนเฉิงผงะถอยหลังไปเล็กน้อยที่ได้เจอน้องสาวต่างมารดา ส่วนหญิงสาวเองก็ใคนเป็พี่ชายเช่นกันด้วยกลัวว่าเขาจะล่วงรู้ในสิ่งที่ตนเพิ่งกระทำบางอย่างมาตามแผนการ
“เหตุใดเ้าต้องใข้าเช่นนั้น?”
“ท่านเองก็มีอาการไม่ต่างจากข้านัก” หนิงฮวาย้อนกลับพร้อมสำรวจสภาพอาภรณ์ของอีกฝ่าย
นางจำได้แล้ว... คืนนั้นนางไม่ได้แอบออกไปส่งชุนเสวี่ยเพื่อไปกบดานอยู่ที่เรือนชนบทของซูหลานอย่างคืนนี้ หากแต่กำลังนั่งเหม่อลอยด้วยอาการนอนไม่หลับอยู่ที่ศาลาในสวนดอกไม้แล้วจึงมาพบกับเทียนเฉิงในสภาพเกรอะกรังเช่นนี้
ใช่... บัดนี้ชุนเสวี่ยไม่ได้อยู่ในจวนสกุลกู้แล้ว หากแต่เพื่อให้เป็ไปตามแผนการที่เตรียมรับมือไว้ เด็กสาวรับใช้คนนั้นจะต้องไปอยู่ในสถานที่อันปลอดภัยเสียก่อน ยังนึกไม่ออกว่าหากเ้าตัวรู้เข้าว่าเมียเก็บตนเองหายไปจะแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดขนาดไหน
“แต่ว่าอาภรณ์ของท่าน...”
เมื่อสำรวจให้ดีหนิงฮวาก็พบว่าเสื้อผ้าของเทียนเฉิงนั้นไม่ใช่แค่มอมแมม แต่มันเต็มไปด้วยเืต่างหาก!
เพราะตอนนั้นนางเกรงกลัวพี่ชายมากจึงไม่กล้าแม้แต่จะสบตาแล้วปล่อยให้เื่นี้ผ่านไปโดยไม่ติดใจสิ่งใด
แต่คราบเืที่ปรากฏอยู่นี้ต้องไม่ปกติแน่ๆ
เมื่อเห็นแววตาขี้สงสัยของน้องสาวกู้เทียนเฉิงจึงรีบสะบัดตัวนี้แล้วหุนหันก้าวไวๆ เข้าไปในจวนแทนโดยไม่ตอบโต้อะไรอีก ยิ่งสร้างความสนใจให้นางเป็ทวีคูณ
มันไปทำอะไรมา?!
เื่นี้จะต้องสืบให้รู้จงได้
“ซูหลาน”
“เ้าคะคุณหนู”
“เ้าให้บ่าวในจวนที่ไว้ใจได้ เก็บชุดของเทียนเฉิงคืนนี้ไว้ให้ดี”
“เ้าค่ะ บ่าวจะให้ทำความสะอาดแล้วเก็บไว้”
“ไม่ต้อง”
“เอ๊ะ?” เด็กสาวทำหน้าฉงน
“เก็บใส่หีบไว้โดยแตะต้องมันให้น้อยที่สุดและจงซ่อนไว้อย่างดีอย่าให้ใครล่วงรู้เด็ดขาด”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเ้านายซูหลานก็ผงกหัวหงึกเพื่อรับคำสั่งอย่างหนักแน่นทันที
[1] หม่ากู เป็ชื่อนางฟ้า 1 ใน 7 องค์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในด้านความงดงามอันเป็นิรันดร์ซึ่งคอยประทานท้อ์แด่พระแม่แห่ง์ซีหวังหมู่