มู่หลงชิงลงจากเวทีประลองแล้วเข้าก็เดินไปพักผ่อนในพื้นที่รับรองของรอบสุดท้าย ..... เข้านั่งเข้าฉานเพื่อฟื้นฟูพลังที่เสียไปในการประลองก่อนหน้านี้ ผ่านไปไม่นานเขาก็ลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะมองดูการประลองของมู่ซื่อเยี่ยนและมู่เสี่ยวเสี่ยว
ในสนามประลองที่ 1 ในตอนนี้ กำลังดุเดือดเป็อย่างมาก มู่ซื่อเยี่ยนและมู่เสี่ยวเสี่ยวต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับ ต่างคนต่างยังคงดูท่าทีกันอยู่ ยังไม่ได้ใช้ออกกำลังทั้งหมดที่มี ....
น้องสาวเสี่ยวเสี่ยวช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก ... ผ่านไปหลายกระบวนท่าแล้วแต่ก็ยังไม่เสียเปรียบข้าเลยแม้แต่น้อย ... มู่ซื่อเยี่ยนกล่าวออกมาขณะที่แยกตัวห่างออกมาจากระยะต่อสู้
ถึงแม้จะแข็งแกร่งเพียงใดพี่ซื่อเยี่ยนก็ยังต้านเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย ... แต่กระบวนท่าต่อจากนี้ไปหวังว่าท่านจะยังผ่อนครายได้อย่างนี้อีกนะ พูดจบมู่ซื่อเยี่ยนก้ได้ะเิพลังออกมาก่อนที่จะรวบรวมเข้าไปในกระบี่วิหคเยือกแข็ง ทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างรวดเร็ว รุ่นเยาว์ที่อยู่ใกล้สนามประลองต่างโคจรพลังออกมาต้านทานความเย็นที่แผ่ออกมาจากกระบี่วิหคเยือกแข็ง
นี้ไม่ใช่เคล็ดวิชาเยือกแข็งของผู้าุโสี่หรอกหรือ ไม่นึกเลยว่ามู่เสี่ยวเสี่ยวจะสามารถฝึกฝนจนถึงส่วนปรายได้แล้ว ช่างสมกับเป็อัจฉริยะของตะกลูเราจริงๆ รุ่นเยาว์ผู้นึงพูดออกมาด้วยความใและอิจฉามู่เสี่ยวเสี่ยวที่สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ได้ ต้องรู้ก่อนว่าเคล็ดวิชาเยือกแข็งของผู้าุโสี่นั้นอยู่ในระดับวิชารวมรวมลมปราณขั้นกลางเลยทีเดียว ไม่ใช้วิชาสามัญทั่วไปที่รุ่นเยาว์ในตะกลูจะสามารถฝึกได้ ต้องเป็อัจฉริยะหรือผู้ถูกเลือกจากผู้าุโสี่เท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ได้
บรรยากาศในสนามประลองตอนนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว พื้นสนามที่มู่เสี่ยวเสี่ยวยืนอยู่ได้จับตัวเป็นั้นแข็งและค่อยๆแผ่ขยายออกไปทั่วทั้งสนามก่อนที่ก่อตัวเป็กำแพงขึ้นมาล้อมรอบทั้งสนามประลองเอาไว้ก่อนจะปิดล้อมจนเป็โดมขนาดใหญ่ขึ้นมา ในตอนนี้สนามประลองเหมือนอยู่ในดินแดนน้ำแข็งก็มิปาน ผู้มีพลังบ่มเพาะต่ำไม่สามารถที่จะมองผ่านกำแพงน้ำแข็งนี้เข้าไปได้
ช่างเป็เคล็ดวิชาที่น่ากลัวยิ่งนัก ไม่รู้ว่าตอนนี้มู่ซื่อเยี่ยนเป็ยังไงบ้าง เขาจะสามารถต้านทานแม่นางเสี่ยวเสี่ยวได้หรือไม่ รุ่นเยาว์ผู้นึงกล่างออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ....
มู่ซื่อเยี่ยนต้องสามารถรับมือได้อยู่แล้ว ฉายาอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตะกลูไม่ได้มาง่ายๆเหมือนผักปลาหรอกนะ รุ่นเยาว์อีกผู้นึงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจในตัวมู่ซื่อเยี่ยนอย่างมาก
พี่ชายซื่อเยี่ยน ถ้าท่านสามารถรับมือกับวิชาเยือกแข็งของข้าได้ละก้อ ชัยชนะก็จะเป็ของท่าน มู่เสี่ยวเสี่ยวกล่าวออกมาอย่างจริงจังเพราะเคล็ดวิชาเยื่อกแข็งนั้นเป็ไม้ตายสุดท้ายของนางแล้ว ใช้ออกด้วยวิชานี้ก็ทำให้พลังของนางแทบจะเหือดแห้งแล้ว ถ้ามู่ซื่อเยี่ยนสามารถรับกระบวนท่านี้ของนางได้ นางก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ต่อไปอีกแล้ว
มู้ซื่อเยี่ยนมองไปที่นางด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจในตัวเองก่อนจะกล่าวออกมา ... พี่ชายคนนี้จะทุมเต็มที่เพื่อต้านทานเคล็ดวิชาเยือกแข็งของน้องสาวเสี่ยวเสี่ยวอย่างแต่นอน .....
เช่นนั้นก็รับมือด้วย .... เคล็ดวิชาเยือกแข็ง พายุเยือกแข็ง ...... มู่เสี่ยวเสี่ยวกล่าวออกมาก่อนที่ทั่วทั้งสนามแข่งจะมีแท่งน้ำแข็งขนาดเท่าแขนปรากฎขึ้นมาเต็มพื้นที่ แท่งน้ำแข็งมีปลายแหลมและยาวถึง 10 เมตร แท่งน้ำแข็งทั้งหลายต่างพุ่งโจมตีไปทางฒุ่ซื่อเยี่ยนทั้งหมด เห็นการโจมตีที่น่ากลัวนี้พุ่งมาที่ตน มู่ซื่อเยี่ยนก็ได้รวบรวมพลังเข้าไปที่ดาบพยัคโลกันต์
ปราการเพลิงโลกันต์ .... มู่ซื่อเยี่ยนกล่าวออกมา ก่อนที่จะมีเปลงเพลิงโพล่ออกมาล้อมรอบตัวเขาเอาไว้ เปลงเพลิงนี้มีความร้อนที่สูงอย่างมากและมีความกว้างขนาด 20 เมตร ขยายออกมารอบตัวมู่ซื่อเยี่ยน เพียงแค่ปลดปล่อยออกมาก็ทำให้น้ำแข็งรอบๆตัวเขาละลายออกไปในทันที เคล็ดวิชาที่มู่ซื่อเยี่ยนใช้นั้นเป็เคล็ดวิชาระดับรวบรวมลมปราณขั้นสูงซึ่งมีขั้นสูงกว่า 1 ขั้น ของเคล็ดวิชาเยือกแข็ง
ฟุบ.....ฟุบ......ฟุบ...... เสียงการปะทะกันดังขึ้นมา แท่งน้ำแข็งได้พุ่งปะทะกับปราการเพลิงโลกันต์ทำให้แท่งน้ำแข็งที่พุ่งเข้าไปละลายออกเรื่อยๆจนหายไปก่อนที่จะถึงตัวมู่ซื่อเยี่ยนเพียง 5 เมตรเท่านั้น เห็นฉากที่เกิดขึ้นนั้นมู่เสี่ยวเสี่ยวก็ขมวดคิ้วขึ้นมาก่อนที่จะใส่พลังเพิ่มลงไปในการโจมตี
ไม่นึกเลยว่ามู่ซื่อเยี่ยนจะสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาปราการเพลิงโลกันต์ได้ เคล็ดวิชานี้เป็ 1 ใน 3 วิชาขั้นสูงของตะกลูมีเพียงผู้ที่ถูกเลือกของตะกลูเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนวิชานี้ได้ แม้แต่มู่หลงชิงที่เป็นายน้อยของตะกลูมู่ยังไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนเลยด้วยซ้ำ ผู้าุโสามคงเหนื่อยไม่น้อยที่สามารถนำเคล็ดวิชานี้ถ่ายทอดให้มู่ซื่อเยี่ยนได้ ... ผู้าุโคนนึงของตะกลูได้กล่าวออกมาด้วยความอิจฉาเพราะแม้แต่เขาที่เป็ถึงผู่าุโก็ยังไม่สามารถฝึกฝนวิชานี้ได้ แต่มู่ซื่อเยี่ยนกลับสามารถฝึกฝนได้แล้วจะไม่ให้เขาเกิดความอิจฉาได้อย่างไร ...
ฮาๆๆ ... นี้ก็ถือเป็ความโชคดีของซื่อเยี่ยนแล้วละ เขาฝึกฝนวิชาเกี่ยวกับธาตุไฟอยู่แล้วจึงทำให้เขามีความเข้ากันได้กับเคล็ดวิชาปราการโลกันต์อย่างมาก ข้าก็แค่ทำเื่ขอให้เขาได้มีโอกาสได้ฝึกฝนเคล็ดวิชานี้เท่านั้นเอง ท่านผู้นำตะกลูก็เห็นด้วยถึงได้มอบวิชานี้ให้เขาได้ฝึกฝน ... ผู้าุโสามกล่าวออกมาด้วยความภูมิใจในความสามารถของลูกชายเขาที่แสดงออกมาต่อหน้าผู้คนในตอนนี้ เขายิ้มออกมาที่มุมปากเขามีความมั่นใจอย่างมากว่าลูกชายของเข้าจะต้องเป็ผู้ชนะเลิศอย่างแน่นอน
ในสนามประลองตอนนี้ก็ได้มาถึงช่างเวลาในการตัดสินกันแล้ว ..... มู่เสี่ยวเสี่ยวในตอนนี้ได้มาถึงขีดจำกัดของนางแล้ว แต่นางก็ยังไม่สามารถทำให้มู่ซื่อเยี่ยนมีาแได้เลยแม้แต่น้อย หน้าของนางในตอนนี้ซีดขึ้นอย่างมาก มีเหงื่อไหลออกมาทั่วตัวทำให้เสื้อผ้าที่นางสวมใส่อยู่ได้แนบชิดกับร่างกายมากขึ้น ทำให้สามารถมองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของนางได้อย่างชัดเจน มู่ซื่อเยี่ยนเห็นดังนั้นเขาก็ได้ลอบกลืนน้ำลายลงคอไป ไม่พูดไม่ได้แล้วว่าร่างกายของมู่เสี่ยวเสี่ยวนั้นสามารถกระตุ้นให้ชายหนุ่มรุกขึ้นมาฆ่าฟันกันได้เพื่อแย่งชิงนาง โชคดีที่ในตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็นสัดส่วนของนางได้ เพราะไม่มีรุ่นเยาว์คนใดสามารถมองผ่านโดมน้ำแข็งนี้เข้ามาได้ ยกเว้นเพียงมู่หลงชิงเท่านั้นที่ในตอนนี้กำลังมองดูการปะทะของทั้งคู่
ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก ไม่คิดเลยว่าเสี่ยวเสี่ยวจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ แต่ก็คงมาถึงเพียงเท่านี้ละนางคงไม่สามารถรักษาพลังของนางต่อไปได้อีกแล้ว แล้วเขาก็จ้องมองไปทางมู่ซื่อเยี่ยนที่ยังมีพลังเหลืออยู่อีกมาก ... ถ้าข้าไม่ใช้เคล็ดวิชาเทพอสูรข้าคงไม่อาจเอาชนะมู่ซื่อเยี่ยนได้อย่างแน่นอน ถ้าจะทำให้มั่นใจข้าคงต้องใช้ฝ่ามืออสูรสยบนภาเท่านั้นถึงจะชนะอย่างแน่นอน แต่ข้าไม่อยากจะเปิดเผยถึงวิชาฝ่ามืออสูรสยบนภาในตอนนี้ มีแต่ต้องเสี่ยงทุ้มสุดตัวเท่านั้น วัดกันไปเลยว่าจะสามารถเอาชนะได้ไหม ถ้าไม่ได้จริงๆถึงตอนนั้นข้าค่อยใช้ฝ่ามืออสูรสยบนภาก็ยังไม่สาย
เพล้ง ..... เพล้ง .... เสียงของโดมน้ำแข็งที่ล้อมสนามประลองไว้ได้ค่อยๆแตกออกมา จนในที่สุดก็แตกกระจายออกไปทั้งสนาม ภาพที่ปรากฎขึ้นในตอนนี้ได้เปลี่ยนจากหนาวสุดขั้วเป็ร้อนแรงอย่างกับอยู่ในเปลวเพลิงก็ไม่ปาน มู่เสี่ยวเสี่ยวในตอนนี้ได้อยู่ในสภาพที่หมดแรงและล้มลงคุกเข่าลงข้างนึงโดยมีกระบี่วิหคเยือกแข็งเป็ตัวยึดเอาไว้ไม่ให้นางล้มลงไปกองกับพื้น ต่างกับมู่ซื่อเยี่ยนที่ในตอนนี้ยืนอยู่อย่างมั่นคงไม่ได้รับาเ็เลยแม้แต่น้อย เขาค่อยๆสลายพลังของเขาก่อนที่จะกลับเข้ามาอยู่ในสภาพเดิมก่อนการประลอง ยกเว้นสนามประลองที่ในตอนนี้เกิดหลุมลึกหลายจุดและรอยแตกหักจำนวนมาก
น้องสาวเสี่ยวเสี่ยวเ้าไม่เป็อะไรมากใช่หรือไม่ ให้พี่ชายคนนี้ช่วยเ้าก็แล้วกัน ... เขากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแล้วค่อยๆเดินไปหานาง แต่ยังไม่ทันถึงกลับมีร่างนึงปรากฎตัวขึ้นด้านข้างของนางก่อนที่จะค่อยๆพยังนางขึ้นมาแล้วก็ให้นางกลืนยารักษาและยารวบรวมลมปราณลงไป เขาคนนี้ก็คือผู้าุโสี่มู่หลงหานพ่อของนางนั้นเองเห็นอาการของลูกสาวที่ไม่เป็อะไรมากเพียงแค่พลังเหือดแห้งเท่านั้นเองเขาก็ใจเย็นขึ้นก่อนจะประกาศให้มู่ซื่อเยี่ยนเป็ผู้ชนะในรอบนี้ และได้เข้าไปแข่งในรอบสุดท้าย
เสียงประกาศจบลงก็ทำให้เสียงโห่ร้องยินดีดังไปทั่วทั้งสนาม มู่ซื่อเยี่ยนไม่ได้ทำให้หลายๆคนผิดหวังเลยแม้แต่น้อย การแข่งขั้นของรอบที่สองนั้นก็ค่อยๆจบลงจนครบทั้ง 10 สนามประลอง การประลองในรอบสุดท้ายจะเริ่มหลังจากนี้อีก 2 ชั่วยาม จึงทำให้มีเวลามากพอที่ผู้แข่งขันจะเข้าสมาธิให้พลังกลับมาเต็มเปรี่ยมอีกครั้ง
มู่ซื่อเยี่ยนจ้องมองไปที่มู่หลงชิงอย่างเ็า เขาจะต้องจัดการมู่หลงชิงให้ได้ ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่อาจจะไปถึงต่ำแหน่งที่เขาหวังเอาไว้ รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมาที่ตน มู่หลงชิงก็หันกลับไปมองก่อนจะเห็นถึงสายตาของมู่ซื่อเยี่ยนเขายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาและเข้าสมาธิไม่สนใจรอบด้านอีกเลย
การประลองในรอบที่สามนั้นจะเป็การประลองแบบแพ้ค้ดออก ผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกผู้ที่ตนอยากจะต่อสู้ด้วยได้ แต่ไม่สามารถเลือกผู้ที่ถูกเลือกที่แข่งก่อนหน้าเขาได้ แข่งแบบนี้ต่อไปจนกว่าจะได้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
ครบ 2 ชั่วยามแล้วกรรมการผู้ควบคุมการแข่งขันได้ออกมาประกาศเริ่มตนการแข่งรอบที่สาม .....
ข้าน้องมู่เ้าเลี่ยงขอท้าประลองกับน้อยน้อยมู่หลงชิง ... เสียงของหนึ่งในผู้แข่งขั้นได้ดังขึ้นมา มู่เ้าเลี่ยงผู้ชนะอันดับ 1 ของสนามประลองที่ 8 เขาเลือกท้าประลองกับมู่หลงชิง เพราะเขาคิดว่าสามารถที่จะเอาชนะมู่หลงชิงได้ ถ้าเขาชนะชื่อเสียงของเขาจะโด่งดังขึ้นมาในตะกลูทันที และมีโอกาสได้รับทัพยากรในการบ่มเพาะเพิ่มอีกด้วย มู่หลงชิงจึงเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด
มู่หลงชิงจ้องมองไปที่เขาก่อนจะยิ้มออกมา แล้วหายตัวไปปรากฎที่บนสนามประลอง ก่อนที่มู่เ้าเลี่ยงจะะโตามขึ้นมา เขานำกระบี่ระดับกลางเล่มนึงขึ้นมาเตรียมพร้อมก่อนที่จะมองไปที่มูหลงชิงด้วยความสงสัย เพรามู่หลงชิงเพียงยืนเอามือไข้วหลังไว้เท่านั้นเขาไม่ได้เอาอาวุธออกมาแม้แต่น้อย
นายน้อยมู่ท่านไม่เอาอาวุธออกมาแล้วจะเริ่มสู้กันได้อย่างไร ....
เพียงแค่เ้า ไม่จำเป็ต้องใช้อาวุธแม้แต่น้อย เพียวแค่ฝ่ามือเดียวข้าก็เอาชนะเ้าได้แล้ว ..... คำตอบของเขาได้ทำให้รอบด้านเกิดเสียงอึกทึกขึ้นมาในทันที
นี้นายน้อยมู่จะมั่นใจในตัวเองมากเกินไปหรือไม่หรือเขาหยิ่งผยองมากเกินไป มู่เ้าเลี่ยงเข้ามาถึงรอบบนี้ได้ก็บอกได้แล้วว่าเขาเป็อัจฉริยะคนนึงของตกูลได้แล้ว แต่เขากลับพูดออกมาว่าจะเอาชนะเพียงแค่ฝ่ามือเดียว ...
จะบ้าบอหรือโอหังนั้นในตอนนี้ก็บอกไม่ได้หรอกแต่ที่ข้าพูดได้ก็คือการแข่งรอบนี้ต้องสนุกอย่างแน่นอน เพราะมู่เ้าเลี่ยงโกรธออกมาแล้วในตอนนี้ การประลองคงจะดุเดือดอย่างแน่นอน ฮาๆๆๆๆ