วันนี้หมานผิงอารมณ์ดี เธอแต่งตัวสวยงามออกไปข้างนอก เพื่อนบ้านต่างพากันมอง
“สวัสดีค่ะ” หมานผิงเอ่ยทักทายเพื่อนบ้าน แต่เพื่อนบ้านไม่สวัสดีกลับ ได้แต่มอง แต่หมานผิงก็ไม่สนใจเดินยิ้มออกไป คนพวกนี้ไม่ทำอะไรวันๆ ได้แต่นั่งนินทาคนอื่นไม่ทำงานทำการ
เวลาประมาณบ่ายสองโมงทางตำรวจได้มาที่โรงเรียนเพื่อพบกับเชนอันยู บอกว่าพบภรรยาของเขาแล้ว
“จริงเหรอครับคุณตำรวจ” เชนอันยูถามด้วยสีหน้าดีใจ
“เอ่อ ครูใหญ่ทำใจดีๆ ไว้นะครับ” ตำรวจพูดพร้อมกับจับไหล่ของเชนอันยูไว้ แล้วก็เงียบ เชนอันยูเข้าใจทันทีว่าตำรวจหมายความว่าอย่างไร เขาเดินไปที่หน้าต่างเงยหน้ามองท้องฟ้านิ่งอยู่สักพักก่อนที่หันหน้ามาหาตำรวจ
“ผมพร้อมแล้วครับ”
ขณะที่เดินออกจากตัวอาคารออกไป เชนเม่ยอิงก็วิ่งเข้ามาหาพ่อและตำรวจทันที
“คุณพ่อ คุณตำรวจเจอแม่แล้วใช่ไหมคะ” เชนอันยูเข้ามากอดลูกสาวแน่น ตำรวจก็ไม่พูดอะไรได้แต่ยืนมองสองพ่อลูก
“อาอิง” ยังไม่ทันพูดกับลูกสาวจบ ลูกชายเชนอันเกาก็วิ่งเข้ามาหา
“พี่อิง” เชนอันเกาเรียกพี่สาว เชนเม่ยอิงจับมือน้องชายทันที
“อาอิง อาเกา ลูกสองคนอยู่รอพ่อที่นี่กับคุณครูไป๋ก่อนนะ พ่อจะไปหาแม่กับคุณตำรวจก่อน”
“ไม่ หนูกับน้องจะไปหาแม่” เชนเม่ยอิงพูดไปก็ส่ายหน้าและร้องไห้
“ผมก็จะไปหาคุณแม่กับพี่อิง”
“พ่อคะ ให้หนูและน้องไปหาแม่ด้วยคนนะคะ พวกเราคิดถึงคุณแม่”
เชนเม่ยอิงเงยหน้ามองตำรวจ เชนอันยูจึงตัดสินใจให้ลูกทั้งสองไปกับเขาด้วย
เมื่อไปถึงสถานีตำรวจ เชนอันยูได้นั่งลงพูดกับลูกสาวว่า “พ่อจะเข้าไปดูแม่”
“หนูอยากเข้าไปด้วย”
“ตอนนี้หนูยังเข้าไปไม่ได้”
“ทำไม หนูอยากไปหาแม่”
เชนอันยูจึงบอกลูกสาวว่า “อาอิงของพ่อเข้มแข็งไหม”
“อาอิงเข้มแข็งค่ะ” พูดไปก็สะอื้นไปด้วยทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าอะไรรออยู่ข้างหน้า แต่บรรยากาศที่ทุกคนมองและรู้สึกมันบอกอาอิงว่าคงไม่ดีมากกว่าดี
“ถ้าพ่อบอกความจริงกับอาอิง อาอิงสัญญากับพ่อว่า อาอิงจะเข้มแข็ง”
“อือ หนูจะเข้มแข็ง” จากนั้นทั้งพ่อและพี่สาวได้หันมาบอกเชนอันเกาว่า ให้รออยู่กับคุณตำรวจก่อน
“ครับ” เชนอันเกาตอบพ่อและพี่สาว ตำรวจหญิงจับเชนอันเกาขึ้นมานั่งบนตักของเธอและกอดเด็กชายวัย สี่ขวบไว้
เชนอันยูอุ้มลูกสาวและเดินเข้าไปในห้องที่ภรรยาของเขาอยู่ เชนเม่ยอิงแปลกใจเพราะพ่อไม่อุ้มเธอมานานแล้ว เพราะเธอพ่อบอกว่าเธอโตแล้ว เป็พี่สาวที่ปกป้องน้องชายได้แล้ว ตอนนั้นแม่ของเธอยังหัวเราะออกมาว่า
“อายุแค่นี้บอกว่าโตแล้ว ลูกของแม่เก่งจริงๆ อ้าว โตก็โต ฮ่า ฮ่า ฮ่า” นั่นคือคำที่เชนเม่ยอิงจำที่แม่พูดในวันนั้นได้
สองพ่อลูกเดินเข้าไปในห้องมองเห็นผ้าขาวคลุมอะไรบางอย่างอยู่ เชนอันยูกอดลูกสามแน่นขึ้น ตำรวจมองหน้าสองพ่อลูก
“ครูใหญ่พร้อมเมื่อไหร่ก็บอกนะครับ”
“อาอิง แม่ของหนูนอนอยู่บนรถเข็นนั้น” เชนเม่ยอิงมองที่รถเข็นนั้นตาไม่กระพริบ
“อาอิงลูกพ่อยังเข้มแข็งไหม”
“อาอิงยังเข้มแข็งค่ะ” ตาของเด็กน้อยมองด้วยความสงสัย ในหัวยังไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงถามเธอซ้ำๆ ซากๆ ว่าเธอเข้มแข็งไหม ทั้งๆ ที่เธอก็ตอบไปแล้วตั้งหลายหน
“ผมพร้อมแล้วครับ” เชนอันยูบอกตำรวจ ตำรวจก็หันมามองเด็กหญิงอีกรอบเห็นแววตาของเด็กน้อยเหมือนตั้งตารอ จึงตัดสินใจเปิดผ้าคลุมหน้าของร่างนั้นออก
“คุณแม่” เชนเม่ยอิงร้องออกมาก่อนที่จะพยายามขยับตัวเพื่อออกจากวงแขนของพ่อ แต่พ่อกลับไม่ยอมปล่อยเธอลงไป เชนอันยูกอดลูกสาวแน่น ตาก็มองร่างไร้ิญญาของภรรยา น้ำตาคลอ เชนเม่ยอิงยังพยายามที่จะเข้าไปหาแม่ให้ได้
“คุณแม่ คุณแม่ คุณแม่” เชนเม่ยอิงร้องไม่หยุด ตำรวจหญิงนายหนึ่งจึงเข้ามาพูดกับเชนเม่ยอิงว่า
“ตอนนี้หนูยังไปหาหรือจับคุณแม่ของหนูไม่ได้นะคะ ต้องให้คุณตำรวจดูก่อน หนูเข้าใจไหมนะ” ตำรวจหญิงคนนั้นพูดพร้อมกับลูบหัวของเชนเม่ยอิง เมื่อเห็นว่าเชนเม่ยอิงเริ่มจะเงียบลงแล้ว
“ครูใหญ่คะ ฉันขออุ้มลูกสาวคุณได้ไหมคะ เผื่อว่าความเป็ผู้หญิงและแม่ของฉันอาจจะทำให้ลูกสาวของครูใหญ่รู้สึกดีขึ้นได้”
เชนอันยูมองหน้าลูกสาว เชนเม่ยอิงมองมือที่ยื่นออกมาเหมือนจะอุ้มเธอ เด็กหญิงคิดถึงอ้อมกอดของแม่จึงขยับตัวและยื่นมือออกไปโอบที่คอของตำรวจหญิงคนนั้น ตำรวจหญิงโอบกอดเด็กน้อยแน่น เชนเม่ยอิงก็กอดและซบหน้าลงที่ไหล่ของตำรวจหญิงคนนั้นแน่นเหมือนกัน
“หนูอยากกอดคุณแม่ของหนู”
“รออีกหน่อยนะ ตอนนี้หนูยังกอดคุณแม่ของหนูไม่ได้” ตำรวจหญิงพูดพร้อมกับลูบหลังของเด็กหญิง ทุกคนเดินออกไปจากห้องนั้น เชนอันเกาเห็นพี่สาวและพ่อเดินออกมาก็รีบลุกออกจากตักของตำรวจหญิงที่อุ้มตัวเองทันที
“พี่อิง” เชนเม่ยอิงรีบขยับตัวลงจากอ้อมกอดของคุณตำรวจแล้วโผเข้ากอดน้องชายทันที สองพี่น้องยืนกอดกัน ช่างเป็ภาพที่ใครเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เชนอันยูนั่งลงกอดลูกทั้งสอง เพื่อนบ้านที่ได้ข่าวก็พากันมามุงดูที่หน้าโรงพักด้วย