ทุกคนได้ยินเสียงใสกังวานของฉู่อวิ๋นเจียวอย่างชัดเจน
“ไม่รู้จักอาย!ย่อมต้องมอบไข่มุกราตรีให้ท่านพ่อกับท่านย่าสิ!” ฉู่เพ่ยซานถ่มน้ำลายลงพื้น“พวกเ้าสองแม่ลูกยังคิดจะเอาไปอีกหรือ หน้าไม่อายจริงๆ”
ฉู่อวิ๋นเจียวเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดปากไปใบหน้าแดงซ่านทันที
ฮูหยินผู้เฒ่ายกริมฝีปากยิ้มด้วยความพึงใจดวงตาขุ่นมัวแต่ทว่าวาววับนั้นจับจ้องไข่มุกราตรีด้วยความละโมบ
ผู้ดูแลเอ่ยเกลี้ยกล่อม“คุณหนูสามโปรดรับไข่มุกราตรีเถิด นี่คือความตั้งใจขององค์หญิงใหญ่ หากท่านไม่รับเกรงว่านางจะไม่สบายใจขอรับ”
ฉู่จวินหลันเกรงใจอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็พยักหน้ารับ
ผู้ดูแลจวนองค์หญิงใหญ่ถอนหายใจโล่งอกยกมือส่งสัญญาณให้คนที่อยู่ด้านหลัง
องครักษ์ทั้งแปดนายแบกหีบไม้สองใบเข้ามาวางกระแทกพื้นจนเสียงดังสนั่น
ทุกคนยังงุนงงอยู่แต่ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก ทั้งห้องพลันสว่างไสว!
ข้างในหีบนั้นเต็มไปด้วยทองคำเงินตรา สมบัติโบราณ หยกงาม และสมุนไพรล้ำค่านับไม่ถ้วน
ห้องโถงที่เมื่อครู่ยังวุ่นวายเงียบสงัดลงในทันที
ฮูหยินผู้เฒ่ากับเหล่าสตรีต่างตาลุกวาวด้วยความตื่นตะลึงฉู่ไฉเหลียงกับฉู่ไฉจวิ้นถึงกับอ้าปากค้าง
อนุหวังกลืนน้ำลายก่อนจะกล่าว“นี่…เมื่อครู่ยังบอกว่ากลัวเงินทองจะต่ำต้อยอยู่เลย เหตุใด…”
ผู้ดูแลจวนองค์หญิงใหญ่ไม่สนใจผู้อื่นเอาแต่จ้องฉู่จวินหลัน เมื่อเห็นว่านางมีท่าทีสงบนิ่งแตกต่างจากคนอื่นในตระกูลฉู่โดยสิ้นเชิง จึงลอบชื่นชมพลันเปลี่ยนน้ำเสียงเคารพนางยิ่งกว่าเดิม
“คุณหนูสามทุ่มเทแรงกายรักษาคุณชายเย่หากจำเป็ต้องใช้สมุนไพรเพิ่มเติม ไยต้องให้ท่านลำบากควักเงินเององค์หญิงใหญ่เตรียมสมบัติทั้งหมดนี้ไว้เพื่อรักษาคุณชายเย่หากคุณหนูสามมีความจำเป็ โปรดใช้ได้ตาม้าขอเพียงท่านสละแรงเอาใจใส่ก็พอขอรับ”
เหล่าคนตระกูลฉู่ต่างคิดในใจ
คุณชายเย่จะบำรุงสักสิบชาติก็ไม่มีทางหมดอย่างไรส่วนที่เหลือก็ต้องตกเป็ของตระกูลฉู่!
ฉู่จวินหลันแอบชื่นชมองค์หญิงใหญ่ในใจว่าช่างรอบคอบยิ่งนัก
สตรีที่เคยตามเสด็จฮ่องเต้ออกรบจะเป็คนโง่ได้อย่างไรภายในเวลาเพียงหนึ่งวัน เมื่อคุณชายเย่พ้นจากความเป็ตายนางย่อมสืบเื่ของตนมาโดยละเอียด
มอบไข่มุกราตรีเป็การขอบคุณเพราะแท้จริงแล้วไข่มุกราตรีล้ำค่าเกินจะประเมิน
ส่วนทองคำเงินตราและสมุนไพรเหล่านี้องค์หญิงใหญ่ก็หาคำอธิบายให้ดูเหมาะสม ไม่เพียงไม่ทำลายชื่อเสียงฉู่จวินหลันแต่ยังยกเกียรติฐานะนางให้สูงขึ้น อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วย
ความจริงแล้วนางขัดสนเื่เงินไม่น้อยแต่ละเดือนได้รับเงินเพียงสองตำลึง แต่สิ่งที่ต้องทำกลับมากมายจะรักษาพี่ชายก็ต้องใช้เงินมหาศาลอีกทั้งยังต้องสืบหาความจริงเื่การตายของมารดา และสาเหตุที่ทำให้พี่ชายตาบอด
แม้จะสงสัยเพียงใดแต่เมื่อไร้หลักฐานนางก็ทำอะไรไม่ได้ อีกอย่างมารดาจากไปกว่าสิบปีแล้วการสืบหาความจริงย่อมต้องใช้ทั้งคนและทรัพย์มากมาย
ฝีมือนางสามารถฆ่าคนได้แต่ไม่คิดจะทำไปอย่างไร้เหตุผล และหากจะลงมือ ต้องสืบหาความจริงให้ชัดผู้ร้ายตัวจริงจะได้หนีไปไม่ได้
ฉู่จวินหลันยิ่งขบคิดก็ยิ่งแน่ใจหากไม่ทำให้เื่กระจ่างแล้วลงมือไปอย่างนั้น ก็เท่ากับปล่อยให้ตัวการลอยนวลสิ่งที่นาง้าคือลากคอผู้ร้ายตัวจริงออกมาและลงโทษให้สาสมโดยไม่มีผู้ใดรอดไปได้
ฉู่จวินหลันคิดอยู่ชั่วครู่ก็ตัดสินใจและไม่อิดออดอีก
ผู้ดูแลจวนองค์หญิงใหญ่กล่าวลาจากนั้นนำเื่ทั้งหมดกลับไปรายงานต่อองค์หญิงใหญ่ ส่วนในจวนฉู่เมื่อแขกจากไปแล้ว ทั้งตระกูลก็แตกฮือวิ่งกรูเข้าไปล้อมรอบหีบไม้สองใบกับไข่มุกราตรีสองเม็ดนั้นแล้วมองไม่ละสายตา
ฉู่จวินหลันเหลือบมองบัญชีของกำนัลบนกระดาษสีแดงก่อนจะพับเก็บในอกเสื้อแล้วยิ้มมองญาติพี่น้องแสดงสันดานโลภละโมบอย่างเพลิดเพลินราวกับกำลังชมละครตลกร้าย
“ทอง! เงิน!ไข่มุก! เยอะแยะไปหมดเลย!” ฉู่เพ่ยซานกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น รีบหยิบสร้อยโมราขึ้นมาคล้องคอ“ท่านพ่อเ้าคะ ลูกชอบสิ่งนี้ มอบให้ลูกได้หรือไม่เ้าคะ!”
ฮูหยินผู้เฒ่าก็หยิบอัญมณีสีน้ำเงินขึ้นมาส่องก่อนที่ดวงตาจะเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น
“อะแฮ่ม!”ฉู่ไฉเหลียงทำทีสำรวม มือไพล่หลังพลางลูบเคราไปมา “วางลงให้หมดของทั้งหมดนี้องค์หญิงใหญ่ตั้งใจมอบไว้เพื่อรักษาคุณชายเย่ ต้องเผื่อไว้ให้หลันเจี่ยร์หาสมุนไพรด้วยทุกคนอย่ามัวแต่ละโมบเช่นนี้”
“แต่ว่า…”
“ยังไม่วางอีก!”
สมบัติที่ทุกคนกำลังจับยังไม่ทันอุ่นก็เหมือนถูกน้ำเย็นราดรดศีรษะ จำใจวางกลับลงไปด้วยความเสียดาย
“หลันเจี่ยร์เ้าดูแลของทั้งหมดนี้เถิด” ฉู่ไฉเหลียงหันไปปิดหีบไข่มุกราตรี “อันนี้ด้วยเ้าก็เก็บไว้ให้ดี หากหายไปแม้เพียงชิ้นเดียว นั่นถือเป็โทษใหญ่”
ฉู่จวินหลันยิ้มบางตอบ“เ้าค่ะ ลูกจะจำไว้”
อนุหวังเอ่ยเสียงสั่น“แต่ว่า…คุณหนูสามยังเยาว์นัก เกรงว่านางคงดูแลของมากมายถึงเพียงนี้ไม่ไหวอีกทั้งจวนเราก็เพิ่งเกิดไฟไหม้ หากเกิดมีโจรชั่วบุกปล้นขึ้นมา จะไม่…”
อนุหวังพูดเสียงสั่นเครือจนฟังแทบไม่รู้เื่
ฉู่ไฉเหลียงปรายตามองเตือนให้นางเงียบแล้วตบไหล่เบาๆ ให้นางสงบลง
ฉู่จวินหลันมองสีหน้าของทุกคนพลางรู้สึกขบขันที่แท้ผู้ที่ทำงานในราชสำนักนั้นมีชั้นเชิงมากกว่าเหล่าสตรีในจวนไม่ว่าจะเป็อนุหวัง ฮูหยินผู้เฒ่า หรือฉู่เพ่ยซานที่เอาแต่แสดงความละโมบเห็นชัดว่าเขารู้จักอ้อมค้อมมากกว่า และไม่ใช่คนโง่เขลา
นางจึงสั่งให้คนยกหีบสองใบพร้อมกล่องไข่มุกราตรีกลับไปยังเรือนฝั่งตะวันตกของตนโดยไม่สนใจสีหน้าหม่นหมองของทุกคนในจวนจากนั้นประคองฉู่หวาถิงออกไปพร้อมบ่าวรับใช้อย่างสง่างาม
หลังจากฉู่จวินหลันก้าวออกจากเรือนใหญ่ได้ไม่นานเสียงโวยวายก็ดังลั่นขึ้นมาทันที
“ท่านแม่!ไข่มุกราตรีนั่น…”
“ท่านพี่ทองคำและเงินเ่าั้ไปอยู่ในมือคุณหนูสาม ไม่เหมาะสมนัก ท่านต้องหาวิธีสิ!”
“ใช่แล้วไฉเหลียงเด็กหญิงคนเดียวจะรู้เื่อะไร ตามความเห็นข้าควรเก็บไว้กับข้าจะดีกว่า”
ทั้งคนเฒ่าและหนุ่มสาวต่างพากันห้อมล้อมฉู่ไฉเหลียงพากันใช้เล่ห์กลสารพัดเพื่อ่ชิงสมบัติมาไว้ในมือ
แม้ฉู่ไฉเหลียงเอ่ยปลอบแต่ในใจเขากลับมีแผนการของตนอยู่แล้ว
ระหว่างทางกลับเรือน ฉู่จวินหลันเล่าให้ฉู่หวาถิงฟังว่านางช่วยชีวิตคุณชายเย่อย่างไร
“เป็เช่นนี้นี่เองรอดชีวิตมาได้ก็ดีแล้ว เขาถือเป็คนอาภัพอีกคนหนึ่ง”
“เ้าคะ? ท่านรู้เื่ของเขาด้วยหรือ” เมื่อถึงเรือนฉู่จวินหลันสั่งให้จื่อเยียนชงชาแล้วเดินมานั่งลงตรงข้ามฉู่หวาถิงที่โต๊ะไม้แปดเซียน
ฉู่หวาถิงกล่าวว่า“เ้าเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ไม่ได้รู้เกี่ยวกับสังคมบุรุษ จึงไม่รู้จักเขาคนผู้นั้นชื่อเย่อี่เจี้ยนอายุสิบเก้า มารดาของเขาคือหร่วนซื่อบุตรสาวเพียงคนเดียวขององค์หญิงใหญ่กับอู่ติ้งโหวเดิมได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็องค์หญิงหย่งฝู ส่วนบิดาเขาคือเย่เจาผู้ที่สอบได้เป็จ้วงหยวนและได้รับการแต่งตั้งจากอดีตฮ่องเต้ในปีหย่งเต๋อที่ยี่สิบเก้า”
ฉู่จวินหลันพยักหน้า“พ่อแม่ของเขาล้วนไม่อยู่แล้วสินะ”
“ใช่”ฉู่หวาถิงถอนหายใจ “เื่ของบิดาเขายังเป็ปริศนาอยู่ ในปีจิ่งหงที่สองเย่เจาหายสาบสูญไปอย่างลึกลับ บ้างว่าล่วงเกินผู้ทรงอำนาจจึงถูกสังหารบ้างก็ว่าปลงใจในทางโลกแล้วออกบวช”